TH101793B - วิธีการกดร้อนและระบบการกดร้อน - Google Patents

วิธีการกดร้อนและระบบการกดร้อน

Info

Publication number
TH101793B
TH101793B TH802000771F TH0802000771F TH101793B TH 101793 B TH101793 B TH 101793B TH 802000771 F TH802000771 F TH 802000771F TH 0802000771 F TH0802000771 F TH 0802000771F TH 101793 B TH101793 B TH 101793B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
inner lining
coolant
millimeters
time
metal mold
Prior art date
Application number
TH802000771F
Other languages
English (en)
Other versions
TH101793S (th
Inventor
ธนโชติสิริกุล นายสมศักดิ์
โอตซึกะ
Original Assignee
ธนโชติสิริกุล นายสมศักดิ์
นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น
Filing date
Publication date
Publication of TH101793S publication Critical patent/TH101793S/th
Application filed by ธนโชติสิริกุล นายสมศักดิ์, นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น filed Critical ธนโชติสิริกุล นายสมศักดิ์
Publication of TH101793B publication Critical patent/TH101793B/th

Links

Abstract

DEPCT63 03/07/2562 ในวิธีการกดร้อนในซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูป (8 หรือ 9) ถูกผลิตขึ้นโดยการดำเนินการกด ร้อนบนวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (7) โดยใช้แม่พิมพ์โลหะ (2 หรือ 3) ซึ่งมีเครื่องเจาะ (21 หรือ 31), แบบพิมพ์ (22 หรือ 31) และแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) ซึ่งถูกโยกไปในสภาพที่ยื่นออกไปยังแบบ พิมพ์ (22 หรือ 32) โดยการทำให้สารหล่อเย็นไหลผ่านเส้นทางของสารหล่อเย็น (233 หรือ 333) อุณหภูมิของพื้นผิว T ของแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) ก็จะถูกทำให้เย็นลงจนเป็นอุณหภูมิที่เป็นไป ตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดบนไว้ที่ 100 องศาเซลเซียสระหว่างช่วง ระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูป (8 หรือ 9) จากแม่พิมพ์โลหะ (2 หรือ 3) จนถึงเวลาเมื่อวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (7) อันถัดไปถูกจัดใส่ไว้ในแม่พิมพ์โลหะ (2 หรือ 3) ซึ่งก็คือ T น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 X (2.3/t) x (h/100) x (แลมตา/30) x (W/2) x S โดยที่ T: อุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) (องศาเซลเซียส), h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) (มิลลิเมตร), t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (7) (มิลลิเมตร), แลมตา: สภาพการนำความร้อนของ แผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) (วัตต์/เมตร•เคลวิน), W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสาร หล่อเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) (ลูกบาศก์มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร), S: อัตราการ ไหลของสารหล่อเย็นในเส้นทางของสารหล่อเย็น (233 หรือ 333) (มิลลิเมตร/วินาที) ----------------------------------------------------------- DEPCT63 ในวิธีการกดร้อนในซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูป (8 หรือ 9) ถูกผลิตขึ้นโดยการดำเนินการกด ร้อนบนวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (7) โดยใช้แม่พิมพ์โลหะ (2 หรือ 3) ซึ่งมีเครื่องเจาะ (21 หรือ 31), แบบพิมพ์ (22 หรือ 31) และแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) ซึ่งถูกโยกไปในสภาพที่ยื่นออกไปยังแบบ พิมพ์ (22 หรือ 32) โดยการทำให้สารหล่อเย็นไหลผ่านเส้นทางของสารหล่อเย็น (233 หรือ 333) อุณหภูมิของพื้นผิว T ของแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) ก็จะถูกทำให้เย็นลงจนเป็นอุณหภูมิที่เป็นไป ตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดบนไว้ที่ 100 องศาเซลเซียสระหว่างช่วง ระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูป (8 หรือ 9) จากแม่พิมพ์โลหะ (2 หรือ 3) จนถึงเวลาเมื่อวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (7) อันถัดไปถูกจัดใส่ไว้ในแม่พิมพ์โลหะ (2 หรือ 3) ซึ่งก็คือ T น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 X (2.3/t) x (h/100) x (แลมบ์ดา/30) x (W/2) x S โดยที่ T: อุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) (องศาเซลเซียส), h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) (มิลลิเมตร), t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (7) (มิลลิเมตร), แลมบ์ดา: สภาพการนำความร้อนของ แผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) (วัตต์/เมตร•เคลวิน), W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสาร หล่อเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (23 หรือ 33) (ลูกบาศก์มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร), S: อัตราการ ไหลของสารหล่อเย็นในเส้นทางของสารหล่อเย็น (233 หรือ 333) (มิลลิเมตร/วินาที) -----------------------------------------------------------

Claims (10)

DEPCT63 03/07/2562
1. วิธีการกดร้อนซึ่งประกอบรวมด้วย การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปโดยการดำเนินการกดร้อนบนวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น โดยใช้แม่พิมพ์โลหะซึ่งมีแบบพิมพ์ด้านบน, แบบพิมพ์ด้านล่างและแผ่นบุรองด้านในซึ่งถูกบรรจุไว้ใน แบบพิมพ์ด้านล่างในลักษณะที่สามารถเคลื่อนที่ได้และถูกโยกไปในสภาพที่ยื่นออกไปยังแบบพิมพ์ ด้านบนโดยที่ เส้นทางของสารทำความเย็นถูกจัดเตรียมไว้ภายในแผ่นบุรองด้านในและ โดยการทำให้สารทำความเย็นไหลผ่านเส้นทางของสารทำความเย็น, อุณหภูมิของพื้นผิว ของแผ่นบุรองด้านในจะถูกทำให้เย็นลงจนเป็นอุณหภูมิที่เป็นไปตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดบนไว้ที่ 100 องศาเซลเซียสระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการนำผลิตภัณฑ์ ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ใน แม่พิมพ์โลหะ T น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 x (2.3/t) x (h/100) x (แลมบ์ตา/30) x (W/2) x S โดยที่ T: อุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่นบุรองด้านใน (องศาเซลเซียส) h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ตา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารทำความเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารทำความเย็นในเส้นทางของสารทำความเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
2. วิธีการกดร้อนตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะจนถึง เวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะถูกกำหนดให้เป็นช่วง ระยะเวลาที่เป็นไปตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดล่างไว้ที่ห้าวินาที A มากกว่าหรือเท่ากับ 5 x (t/2.3) x (100/h) x (30/ แลมบ์ตา) x (2/W) x (1/S) โดยที่ A: ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะ จนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปเข้าไปในแม่พิมพ์โลหะ (วินาที) h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ตา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารทำความเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารทำความเย็นในเส้นทางของสารทำความเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
3. วิธีการกดร้อนตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านในจะบรรจุตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดล่างไว้ที่ 100 มิลลิเมตร h มากกว่าหรือเท่ากับ 100 x (t/2.3) x (30/แลมบ์ตา) x (2/W) x (1/S) โดยที่ h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ตา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารทำความเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารทำความเย็นในเส้นทางของสารทำความเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
4. วิธีการกดร้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 โดยที่ สารหล่อเย็นที่เป็นของไหลถูกพ่นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในเพื่อหล่อเย็น ให้กับแผ่นบุรองด้านในระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการนำผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจาก แม่พิมพ์โลหะออกไปจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ
5. วิธีการกดร้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 โดยที่ แบบพิมพ์ด้านบนมีการจัดเตรียมรูพ่นสารทำความเย็นด้วยแรงอัดสูงซึ่งสามารถพ่นสาร ทำความเย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในและ ระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะ จนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ แบบพิมพ์ด้านบนจะถูก นำเข้ามาใกล้กับแบบพิมพ์ด้านล่างและสารทำความเย็นจะถูกพ่นด้วยแรงอัดสูงจากรูพ่นสารทำความ เย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในที่จัดเตรียมไว้ให้กับแบบพิมพ์ด้านล่างเพื่อหล่อเย็นให้กับแผ่น บุรองด้านใน
6. ระบบการกดร้อนซึ่งประกอบรวมด้วย เครื่องจักรสำหรับกดซึ่งทำการกดร้อนบนวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นโดยใช้แม่พิมพ์โลหะซึ่ง มีแบบพิมพ์ด้านบน, แบบพิมพ์ด้านล่างและแผ่นบุรองด้านในซึ่งถูกบรรจุไว้ในแบบพิมพ์ด้านล่าง ในลักษณะที่สามารถเคลื่อนที่ได้, ถูกโยกไปในสภาพที่ยื่นออกไปยังแบบพิมพ์ด้านบนและมีเส้นทาง ของสารทำความเย็นที่จัดเตรียมไว้ภายในและ หน่วยควบคุมการหล่อเย็นซึ่งควบคุมการจ่ายสารทำความเย็นซึ่งหล่อเย็นให้กับแผ่นบุรอง ด้านในโดยที่ หน่วยควบคุมการหล่อเย็นจะทำให้สารทำความเย็นไหลผ่านเส้นทางของสารทำความเย็น เพื่อหล่อเย็นให้กับอุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่นบุรองด้านในจนเป็นอุณหภูมิที่เป็นไปตามนิพจน์ทาง คณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดบนไว้ที่ 100 องศาเซลเซียสระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่ เมื่อเสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็น ชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ T น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 x (2.3/t) x (h/100) x (แลมบ์ตา/30) x (W/2) x S โดยที่ T: อุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่นบุรองด้านใน (องศาเซลเซียส) h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ตา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารทำความเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารทำความเย็นในเส้นทางของสารทำความเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
7. ระบบการกดร้อนตามข้อถือสิทธิที่ 6 โดยที่ ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะจนถึง เวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะถูกกำหนดให้เป็นช่วง ระยะเวลาที่เป็นไปตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดล่างไว้ที่ห้าวินาที A มากกว่าหรือเท่ากับ 5 x (t/2.3) x (100/h) x (30/แลมบ์ตา) x (2/W) x (1/S) โดยที่ A: ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะ จนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปเข้าไปในแม่พิมพ์โลหะ (วินาที) h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ตา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารทำความเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารทำความเย็นในเส้นทางของสารทำความเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
8. ระบบการกดร้อนตามข้อถือสิทธิที่ 6 หรือ 7 โดยที่ ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านในจะบรรลุตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดล่างไว้ที่ 100 มิลลิเมตร h มากกว่าหรือเท่ากับ 100 x (t/2.3) x (30/แลมบ์ตา) x (2/W) x (1/S) โดยที่ h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ตา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารทำความเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารทำความเย็นในเส้นทางของสารทำความเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
9. ระบบการกดร้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 6 ถึง 8 ซึ่งจากที่กล่าวไป แล้วยังประกอบรวมด้วย ส่วนพ่นสารทำความเย็นด้วยแรงอัดสูงซึ่งพ่นสารทำความเย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุ รองด้านในโดยที่ ส่วนพ่นสารทำความเย็นด้วยแรงอัดสูงจะพ่นสารทำความเย็นที่เป็นของไหลด้วยแรงอัดสูง ไปยังแผ่นบุรองด้านในเพื่อหล่อเย็นให้กับแผ่นบุรองด้านในระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการนำ ผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอัน ถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ
10. ระบบการกดร้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 6 ถึง 9 โดยที่ แบบพิมพ์ด้านบนมีการจัดเตรียมรูพ่นสารทำความเย็นด้วยแรงอัดสูงซึ่งสามารถพ่นสารทำ ความเย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในและ ระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการนำผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะ จนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอัดถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ เครื่องจักรสำหรับกดจะ ทำให้แบบพิมพ์ด้านบนมาอยู่ใกล้กับแบบพิมพ์ด้านล่างและหน่วยควบคุมการหล่อเย็นจะพ่นสาร ทำความเย็นด้วยแรงอัดสูงจากรูพ่นสารทำความเย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในที่จัดเตรียมไว้ ให้กับแบบพิมพ์ด้านล่างเพื่อหล่อเย็นให้กับแผ่นบุรองด้านใน ----------------------------------------------------------- DEPCT63
1. วิธีการกดร้อนซึ่งประกอบรวมด้วย การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปโดยการดำเนินการกดร้อนบนวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น โดยใช้แม่พิมพ์โลหะซึ่งมีแบบพิมพ์ด้านบน, แบบพิมพ์ด้านล่างและแผ่นบุรองด้านในซึ่งถูกบรรจุไว้ใน แบบพิมพ์ด้านล่างในลักษณะที่สามารถเคลื่อนที่ได้และถูกโยกไปในสภาพที่ยื่นออกไปยังแบบพิมพ์ ด้านบนโดยที่ เส้นทางของสารหล่อเย็นถูกจัดเตรียมไว้ภายในแผ่นบุรองด้านในและ โดยการทำให้สารหล่อเย็นไหลผ่านเส้นทางของสารหล่อเย็น, อุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่น บุรองด้านในจะถูกทำให้เย็นลงจนเป็นอุณหภูมิที่เป็นไปตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการ ตั้งค่าขีดจำกัดบนไว้ที่ 100 องศาเซลเซียสระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูก กดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ ในแม่พิมพ์โลหะ T น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 x (2.3/t) x (h/100) x (แลมบ์ดา/30) x (W/2) x S โดยที่ T: อุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่นบุรองด้านใน (องศาเซลเซียส) h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ดา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารหล่อเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์ มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารหล่อเย็นในเส้นทางของสารหล่อเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
2. วิธีการกดร้อนตามข้อถือสิทธิที่ 1โดยที่ ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะจนถึง เวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะถูกกำหนดให้เป็นช่วง ระยะเวลาที่เป็นไปตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดล่างไว้ที่ห้าวินาที A มากกว่าหรือเท่ากับ 5 x (t/2.3) x (100/h) x (30/ แลมบ์ดา) x (2/W) x (1/S) โดยที่ A: ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะ จนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปเข้าไปในแม่พิมพ์โลหะ (วินาที) h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ดา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารหล่อเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์ มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารหล่อเย็นในเส้นทางของสารหล่อเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
3. วิธีการกดร้อนตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านในจะบรรลุตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดล่างไว้ที่ 100 มิลลิเมตร h มากกว่าหรือเท่ากับ 100 x (t/2.3) x (30/แลมบ์ดา) x (2/W) x (1/S) โดยที่ h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ดา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารหล่อเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์ มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารหล่อเย็นในเส้นทางของสารหล่อเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
4. วิธีการกดร้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 โดยที่ สารหล่อเย็นที่เป็นของไหลถูกพ่นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในเพื่อหล่อเย็นให้กับ แผ่นบุรองด้านในระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจาก แม่พิมพ์โลหะออกไปจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ
5. วิธีการกดร้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 โดยที่ แบบพิมพ์ด้านบนมีการจัดเตรียมรูพ่นสารหล่อเย็นด้วยแรงอัดสูงซึ่งสามารถพ่นสารหล่อ เย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในและ ระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์ โลหะออกไปจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ แบบพิมพ์ ด้านบนจะถูกนำเข้ามาใกล้กับแบบพิมพ์ด้านล่างและสารหล่อเย็นจะถูกพ่นด้วยแรงอัดสูงจากรูพ่นสาร หล่อเย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในที่จัดเตรียมไว้ให้กับแบบพิมพ์ด้านล่างเพื่อหล่อเย็นให้กับ แผ่นบุรองด้านใน
6. ระบบการกดร้อนซึ่งประกอบรวมด้วย เครื่องจักรสำหรับกดซึ่งทำการกดร้อนบนวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นโดยใช้แม่พิมพ์โลหะซึ่ง มีแบบพิมพ์ด้านบน, แบบพิมพ์ด้านล่างและแผ่นบุรองด้านในซึ่งถูกบรรจุไว้ในแบบพิมพ์ด้านล่างใน ลักษณะที่สามารถเคลื่อนที่ได้, ถูกโยกไปในสภาพที่ยื่นออกไปยังแบบพิมพ์ด้านบนและมีเส้นทางของ สารหล่อเย็นที่จัดเตรียมไว้ภายในและ หน่วยควบคุมการหล่อเย็นซึ่งควบคุมการจ่ายสารหล่อเย็นซึ่งหล่อเย็นให้กับแผ่นบุรองด้าน ในโดยที่ หน่วยควบคุมการหล่อเย็นจะทำให้สารหล่อเย็นไหลผ่านเส้นทางของสารหล่อเย็นเพื่อหล่อ เย็นให้กับอุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่นบุรองด้านในจนเป็นอุณหภูมิที่เป็นไปตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดบนไว้ที่ 100 องศาเซลเซียสระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เมื่อเสร็จสิ้น การถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้ง ต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ T น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 x (2.3/t) x (h/100) x (แลมบ์ดา/30) x (W/2) x S โดยที่ T: อุณหภูมิของพื้นผิวของแผ่นบุรองด้านใน (องศาเซลเซียส) h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ดา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารหล่อเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์ มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารหล่อเย็นในเส้นทางของสารหล่อเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
7. ระบบการกดร้อนตามข้อถือสิทธิที่ 6 โดยที่ ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะ ออกไปจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะถูกกำหนด ให้เป็นช่วงระยะเวลาที่เป็นไปตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดล่างไว้ที่ห้า วินาที A มากกว่าหรือเท่ากับ 5 x (t/2.3) x (100/h) x (30/แลมบ์ดา) x (2/W) x (1/S) โดยที่ A: ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะ จนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปเข้าไปในแม่พิมพ์โลหะ (วินาที) h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ดา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารหล่อเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์ มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารหล่อเย็นในเส้นทางของสารหล่อเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
8. ระบบการกดร้อนตามข้อถือสิทธิที่ 6 หรือ 7 โดยที่ ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านในจะบรรลุตามนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ ดังต่อไปนี้ซึ่งมีการตั้งค่าขีดจำกัดล่างไว้ที่ 100 มิลลิเมตร h มากกว่าหรือเท่ากับ 100 x (t/2.3) x (30/แลมบ์ดา) x (2/W) x (1/S) โดยที่ h: ขนาดมิติในทิศที่มีการกดของแผ่นบุรองด้านใน (มิลลิเมตร) t: ความหนาของวัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้น (มิลลิเมตร) แลมบ์ดา: สภาพการนำความร้อนของแผ่นบุรองด้านใน (วัตต์/เมตร•เคลวิน) W: อัตราส่วนปริมาตรของเส้นทางของสารหล่อเย็นภายในแผ่นบุรองด้านใน (ลูกบาศก์ มิลลิเมตร/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) S: อัตราการไหลของสารหล่อเย็นในเส้นทางของสารหล่อเย็น (มิลลิเมตร/วินาที)
9. ระบบการกดร้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 6 ถึง 8 ซึ่งจากที่กล่าว ไปแล้วยังประกอบรวมด้วย ส่วนพ่นสารหล่อเย็นด้วยแรงอัดสูงซึ่งพ่นสารหล่อเย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรอง ด้านในโดยที่ ส่วนพ่นสารหล่อเย็นด้วยแรงอัดสูงจะพ่นสารหล่อเย็นที่เป็นของไหลด้วยแรงอัดสูงไปยัง แผ่นบุรองด้านในเพื่อหล่อเย็นให้กับแผ่นบุรองด้านในระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอด ผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์โลหะออกไปจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้ง ต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ
10. ระบบการกดร้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 6 ถึง 9 โดยที่ แบบพิมพ์ด้านบนมีการจัดเตรียมรูพ่นสารหล่อเย็นด้วยแรงอัดสูงซึ่งสามารถพ่นสารหล่อ เย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในและ ระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสร็จสิ้นการถอดผลิตภัณฑ์ที่ถูกกดขึ้นรูปออกจากแม่พิมพ์ โลหะออกไปจนถึงเวลาเมื่อมีการจัดใส่วัสดุที่เป็นชิ้นงานตั้งต้นอันถัดไปไว้ในแม่พิมพ์โลหะ เครื่องจักร สำหรับกดจะทำให้แบบพิมพ์ด้านบนมาอยู่ใกล้กับแบบพิมพ์ด้านล่างและหน่วยควบคุมการหล่อเย็น จะพ่นสารหล่อเย็นด้วยแรงดันสูงจากรูพ่นสารหล่อเย็นด้วยแรงอัดสูงไปยังแผ่นบุรองด้านในที่จัดเตรียม ไว้ให้กับแบบพิมพ์ด้านล่างเพื่อหล่อเย็นให้กับแผ่นบุรองด้านใน -----------------------------------------------------------
TH802000771F 2016-10-04 วิธีการกดร้อนและระบบการกดร้อน TH101793B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH101793S TH101793S (th) 2010-06-25
TH101793B true TH101793B (th) 2024-07-10

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
TWI501823B (zh) Hot rolling forming method and hot rolling forming mold
JP2016182642A (ja) 部分的に硬化した成形品を製造する方法および装置
KR20170110251A (ko) 핫 스탬핑용 금형장치
CN104818373A (zh) 用于工件的表面处理的方法
US9630234B2 (en) Gas cooling method for can forming
KR101032535B1 (ko) 열간 프레스 성형장치
JP2016022482A (ja) 成形装置
US20190201965A1 (en) Hot pressing method and hot pressing system
MY198322A (en) Method of Production of Component from Metal Foam, Component Produced by Said Method and Mould for the Realization of Said Method
TH1901002070A (th) วิธีการกดร้อนและระบบการกดร้อน
CN205732885U (zh) 新型压铸模具
JP2011173150A (ja) 鋼材加工方法
JP2007175751A (ja) プレス金型
JP2017080758A (ja) 熱間プレス加工装置
CN105964872A (zh) 一种圆环类产品的锻造工艺
JP2019038029A (ja) 熱間鍛造装置および熱間鍛造方法
JP5805840B2 (ja) ホットプレス装置及びホットプレス成形方法
TWM519021U (zh) 金屬板材成型系統
TW201540162A (zh) 散熱裝置
TWI609844B (zh) 三維玻璃成型裝置及其成型方法
TW201813735A (zh) 熱壓法及熱壓系統
TWM493234U (zh) 散熱裝置
JPH08150421A (ja) アルミニウム又はアルミニウム合金板のプレス加工方法及び装置並びに同加工方法に使用する恒温装置
EP2535163A1 (en) Method for cooling an object, particularly a tool
TR202022276A2 (tr) Sicak sac şeki̇llendi̇rme prosesi̇nde hi̇bri̇t soğutma yöntemi̇