TH12808B - วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนและเสื้อผ้าดูดซับที่ประกอบด้วยวัสดุเช่นเดียวกัน - Google Patents

วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนและเสื้อผ้าดูดซับที่ประกอบด้วยวัสดุเช่นเดียวกัน

Info

Publication number
TH12808B
TH12808B TH9501002366A TH9501002366A TH12808B TH 12808 B TH12808 B TH 12808B TH 9501002366 A TH9501002366 A TH 9501002366A TH 9501002366 A TH9501002366 A TH 9501002366A TH 12808 B TH12808 B TH 12808B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
area
surface area
approximately
opaque
transparent
Prior art date
Application number
TH9501002366A
Other languages
English (en)
Other versions
TH19901A (th
Inventor
แอน โอ เร้นก์กี้ นางสาวแคทลีน
กิราร์ด ยูเทนโบร๊ค นายดูเน
Original Assignee
นายธเนศ เปเรร่า
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า
Filing date
Publication date
Application filed by นายธเนศ เปเรร่า, นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า, นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า filed Critical นายธเนศ เปเรร่า
Publication of TH19901A publication Critical patent/TH19901A/th
Publication of TH12808B publication Critical patent/TH12808B/th

Links

Abstract

??????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????? ????????????????? ???????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ???????????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????????????????????????

Claims (40)

1. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนซึ่งวัสดุที่เป็นชั้นซ้อนประกอบด้วย ชั้นแรกของวัสดุที่เป็นเส้นใยไม่ทอซึ่งวัสดุมีพื้นที่ทึบแสงที่เป็นเส้นใย พื้นที่โปร่งใส คล้ายฟิล์มและพื้นที่สี ชั้นแรกที่มีน้ำหนักโดยพื้นฐานจากประมาณ 5.0 ถึงประมาณ 100 กรัม/ตร.ม. และจะ ถูกทำขึ้นจากวัสดุที่เป็นเส้นใยที่มีติไนเออร์น้อยกว่าประมาณ 2.0 d ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อยที่สุด 0.3 ตร.ม./กรัม และการผ่านแสงไม่มาก กว่าประมาณ 40% ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสมีพื้นที่ผิวต่ำเมื่อเทียบกับพื้นที่ทึบแสงและได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของ วัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 25% บนพื้นฐานของพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความ ร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.225 ตร.ม./กรัม และ ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสมีการผ่านแสงมากกว่า 80% และ ชั้นที่สองของวัสดุที่อยู่ติดและเชื่อมกับชั้นแรกของวัสดุชั้นที่สองของวัสดุมีพื้นที่สี แตกต่างจากชั้นแรกของวัสดุ ณ ที่นั้นสามารถมองเห็นพื้นที่ของชั้นที่สองของวัสดุผ่านทะลุพื้นที่โปร่งใสของชั้น แรกของวัสดุได้ในขอบเขตที่มากกว่าผ่านทะลุพื้นที่ทึบแสงของขั้นแรกของวัสดุ
2. วัสดุที่เป็นขั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 1 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดย การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํF ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพือลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจน เหลือน้อยกว่าประมาณ 0.18 ตร.ม./กรัม
3. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 1 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดย ใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อน จนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.15 ตร.ม./กรัม
4. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 1 ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อยที่สุด 0.5 ตร.ม./กรัม และพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.375 ตร.ม./กรัม
5. วัสดุที่เป็นชั้นช้อนตามข้อถือสิทธิ 1 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดย การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่าไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจน เหลือน้อยกว่าประมาณ 0.3 ตร.ม./กรัม
6. วัสดุที่เป็นชั้นช้อนตามข้อถือสิทธิ 1 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดย การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจน เหลือน้อยกว่าประมาณ 0.25 ตร.ม./กรัม
7. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 1 ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวจากประมาณ 0.6 ถึงประมาณ 1.5 ม./กรัม และพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 1.125 ตร.ม./กรัม
8. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 1 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดย การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอ เพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจน เหลือน้อยกว่าประมาณ 0.9 ตร.ม./กรัม
9. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 1 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดย การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจน เหลือน้อยกว่าประมาณ 0.75 ตร.ม./กรัม
10. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนซึ่งวัสดุที่เป็นชั้นซ้อนประกอบด้วย ชั้นแรกของวัสดุที่เป็นเส้นใยไม่ทอซึ่งวัสดุมีพื้นที่ทีบแสงที่เป็นเส้นใย พื้นที่โปร่งใส คล้ายฟิล์มและพื้นที่สี ชั้นแรกที่มีน้ำหนักโดยพื้นฐานจากประมาณ 5.0 ถึงประมาณ 100 กรัม/ตร.ม. และจะ ถูกสร้างจากวัสดุที่เป็นเส้นใยที่มีดิไนเออร์น้อยกว่าประมาณ 2.0 d ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อยที่สุด 0.3 ตร.ม./กรัม และการผ่านแสงจาก ประมาณ 40% ถึงประมาณ 70% ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสมีพื้นที่ผิวต่ำเมื่อเทียบกับพื้นที่ทึบแสง และได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอ เพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของ วัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความ ร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.225 ตร.ม./กรัม และ ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสมีการผ่านแสงมากกว่า 90% และ ชั้นที่สองของวัสดุที่อยู่ติดและเชื่อมกับชั้นแรกของวัสดุ ชั้นที่สองของวัสดุมีพื้นที่สี แตกต่างจากชั้นแรกของวัสดุ ณ ที่นั้นสามารถมองเห็นพื้นที่ของชั้นที่สองของวัสดุผ่านทะลุพื้นที่โปร่งใสของ ชั้นแรกของวัสดุได้ในขอบเขตที่มากกว่าผ่านทะลุพื้นที่ทึบแสงของขั้นแรกของวัสดุ
11. วัสดุที่เป็นขั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 10 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพือลดพื้นที่ผิวของส่วนของ วัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความ ร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.18 ตร.ม./กรัม
12. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 10 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอ เพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของ วัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความ ร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.15 ตร.ม./กรัม
13. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 10 ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อย ที่สุด 0.5 ตร.ม./กรัม และพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบ กับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.375 ตร.ม./กรัม
14. วัสดุที่เป็นชั้นช้อนตามข้อถือสิทธิ 10 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่าไม่ทอ เพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของ วัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความ ร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.3 ตร.ม./กรัม
15. วัสดุที่เป็นชั้นช้อนตามข้อถือสิทธิ 10 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่าไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของ วัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความ ร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.25 ตร.ม./กรัม
16. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 10 ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวจากประมาณ 0.6 ถึงประมาณ 1.5 ม./กรัม และพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอ เพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 1.125 ตร.ม./กรัม
17. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 10 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอ เพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของ วัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของวัสดุทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความ ร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.9 ตร.ม./กรัม
18. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 10 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของ วัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความ ร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.75 ตร.ม./กรัม
19. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนซึ่งวัสดุที่เป็นชั้นซ้อนประกอบด้วย ชั้นแรกของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มที่เป็นเซลปิดหรือเปิดซึ่งวัสดุมีพื้นที่ทึบแสง พื้นที่ โปร่งใส และพื้นที่สี ชั้นแรกที่มีน้ำหนักโดยพื้นฐานจากประมาณ 5.0 ถึงประมาณ 100 กรัม/ตร.ม. ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อยที่สุด 0.3 ตร.ม./กรัม และการผ่านแสงไม่มาก กว่าประมาณ 40% ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสมีพื้นที่ผิวต่ำเมื่อเทียบกับพื้นที่ทึบแสง และได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการ ใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.225 ตร.ม./กรัม และ ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสมีการผ่านแสงมากกว่า 80% และ ชั้นที่สองของวัสดุที่อยู่ติดและเชื่อมกับชั้นแรกของวัสดุ ชั้นที่สองของวัสดุมีพื้นที่สี แตกต่างจากชั้นแรกของวัสดุ ณ ที่นั้น สามารถมองเห็นพื้นที่สีของชั้นที่สองของวัสดุผ่านทะลุพื้นที่โปร่งใสของ ชั้นแรกของวัสดุได้ในขอบเขตที่มากกว่าผ่านทะลุพื้นที่ทึบแสงของขั้นแรกของวัสดุ
20. วัสดุที่เป็นขั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 19 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํซ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อน การใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.18 ตร.ม./กรัม
21. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 19 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อน การใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.15 ตร.ม./กรัม
22. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 19 ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อย ที่สุด 0.5 ตร.ม./กรัม และพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มอย่างน้อย ที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่า ประมาณ 0.375 ตร.ม./กรัม
23. วัสดุที่เป็นชั้นช้อนตามข้อถือสิทธิ 19 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิว ของส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสง ก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.3 ตร.ม./กรัม
24. วัสดุที่เป็นชั้นช้อนตามข้อถือสิทธิ 19 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิว ของส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสง ก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.25 ตร.ม./กรัม
25. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 19 ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวจากประมาณ 0.6 ถึงประมาณ 1.5 ม./กรัม และพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์ม ลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือ น้อยกว่าประมาณ 1.125 ตร.ม./กรัม
26. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 19 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการ ใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.9 ตร.ม./กรัม
27. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 19 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทีบแสงก่อนการ ใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.75 ตร.ม./กรัม
28. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนซึ่งวัสดุที่เป็นชั้นซ้อนประกอบด้วย ชั้นแรกของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มที่เปิดหรือปิด ซึ่งวัสดุมีพื้นที่ทึบแสง พื้นที่โปร่ง ใส และพื้นที่มีสี ชั้นแรกที่มีน้ำหนักโดยพื้นฐานจากประมาณ 5.0 ถึงประมาณ 100 กรัม/ตร.ม. ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อยที่สุด 0.3 ตร.ม./กรัม และการผ่านแสงจาก ประมาณ 40% ถึงประมาณ 70% ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสมีพื้นที่ผิวต่ำเมื่อเทียบกับพื้นที่ทึบแสง และได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการ ใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.225 ตร.ม./กรัม และ ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสมีการผ่านแสงมากกว่า 90% และ ชั้นที่สองของวัสดุที่อยู่ติดและเชื่อมกับชั้นแรกของวัสดุ ชั้นที่สองของวัสดุมีพื้นที่สี แตกต่างจากชั้นแรกของวัสดุ ณ ที่นั้น สามารถมองเห็นพื้นที่ของชั้นที่สองของวัสดุผ่านทะลุพื้นที่โปร่งใสของชั้น แรกของวัสดุได้ในขอบเขตที่มากกว่าผ่านทะลุพื้นที่ทึบแสงของขั้นแรกของวัสดุ
29. วัสดุที่เป็นขั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 28 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํ ฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการ ใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.18 ตร.ม./กรัม
30. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 28 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการ ใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.15 ตร.ม./กรัม
31. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 28 ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อย ที่สุด 0.5 ตร.ม./กรัม และพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มลงอย่าง น้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่า ประมาณ 0.375 ตร.ม./กรัม
32. วัสดุที่เป็นชั้นช้อนตามข้อถือสิทธิ 28 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการ ใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.3 ตร.ม./กรัม
33. วัสดุที่เป็นชั้นช้อนตามข้อถือสิทธิ 28 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของ ส่วนของวัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการ ใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.25 ตร.ม./กรัม
34. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 28 ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวจากประมาณ 0.6 ถึงประมาณ 1.5 ม./กรัม และพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์ม ลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือ น้อยกว่าประมาณ 1.125 ตร.ม./กรัม
35. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 28 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดย การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วน วัสดุโฟมหรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 40% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้ พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.9 ตร.ม./กรัม
36. วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิ 28 ในที่ซึ่งพื้นที่โปร่งใสได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดย การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มเพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วน วัสดุฟิล์มหรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 50% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้ พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.75 ตร.ม./กรัม
37. เสื้อผ้าดูดซับชนิดใช้แล้วทิ้งซึ่งเสื้อผ้านี้ประกอบด้วย ชั้นบุด้านร่างกาย แผ่นคลุมชั้นนอกที่ประกอบด้วยวัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งใน ข้อ 2,3,5,6,8,9,11,12,14,15,17,18,20,21,23,24,26,27,29,30,32,33,35 หรือ 36 และ แกนดูดซับที่อยู่ระหว่างชั้นบุด้านร่างกาย และแผ่นคลุมด้านนอก
38. เสื้อผ้าดูดซับชนิดใช้แล้วทิ้งซึ่งเสื้อผ้านี้ประกอบด้วย ชั้นบุด้านร่างกาย แผ่นคลุมชั้นนอกที่ประกอบด้วยวัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งใน ข้อ 2,11,20 หรือ 29 และ แกนดูดซับที่อยู่ระหว่างชั้นบุด้านร่างกาย และแผ่นคลุมด้านนอก เสื้อผ้าดูดซับชนิดใช้แล้วทิ้ง และแผ่นคลุมด้านนอกประกอบด้วยวัสดุที่เป็นชั้นซ้อน จะมีโครงสร้างที่ว่าพื้นทื่โปร่งใสทำหน้าเป็นเสมือนตัวบ่งชี้ความเปียดชื้น ณ ที่นั้นผู้ดูแลจะมองเห็น การเปลี่ยนสี แสดงว่าเสื้อผ้าได้ถูกใช้แล้ว
39 กระบวนการของการเกิดวัสดุที่เป็นชั้นซ้อนตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อ 2,3,5,6,8,9,11,12,14,15,17 หรือ 18 ประกอบด้วย (1) การเกิดชั้นแรกของวัสดุที่เป็นเส้นใยไม่ทอซึ่งวัสดุมีพื้นที่ทึบแสงที่เป็นเส้นใย และพื้นที่มีสี ชั้นแรกมีน้ำหนักโดยพื้นฐานจากประมาณ 5.0 ถึงประมาณ 100 กรัม/ตร.ม. และจะถูก ทำให้เกิดจากวัสดุที่เป็นเส้นใยที่มีดิไนเออร์น้อยกว่าประมาณ 2.0 d ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อยที่สุด 0.3 ตร.ม./กรัม และการผ่านแสงไม่มาก กว่าประมาณ 40% (2) การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 230 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุที่ไม่ทอเพื่อลดพื้นที่ ผิวของส่วนของวัสดุที่ไม่ทอลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของพื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้ พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.225 ตร.ม./กรัม เพื่อเกิดพื้นที่โปร่งใสที่มีการผ่านแสง มากกว่า 80% และ (3) การเชื่อมชั้นที่สองของวัสดุเข้ากับชั้นแรกของวัสดุ ชั้นที่สองของวัสดุมีพื้นที่สี แตกต่างจากชั้นแรกของวัสดุ ณ ที่นั้น สามารถมองเห็นพื้นที่สีของชั้นที่สองของวัสดุผ่านทะลุพื้นที่โปร่งใสของชั้น แรกของวัสดุ ในขอบเขตที่มากกว่าผ่านทะลุพื้นที่ทึบแสงของชั้นแรกของวัสดุ
40. กระบวนการของการเกิดวัสดุที่เป็นชั้นซ้อน ตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อ 20,21,23,24,26,27,29,30,32,33,35 หรือ 36 ประกอบด้วย (1) การเกิดชั้นแรกของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มที่เป็นเซลเปิดหรือปิด ซึ่งวัสดุมีพื้นที่ ทึบแสงและพื้นที่มีสีชั้นแรกที่มีน้ำหนักโดยพื้นฐานจากประมาณ 5.0 ถึงประมาณ 100 กรัม/ตร.ม. ในที่ซึ่งพื้นที่ทึบแสงมีพื้นที่ผิวอย่างน้อยที่สุด 0.3 ตร.ม./กรัม และการผ่านแสงไม่น้อย กว่าประมาณ 40% (2) การใช้อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด 235 ํฟ. ให้แก่ส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์ม เพื่อลดพื้นที่ผิวของส่วนของวัสดุโฟม หรือวัสดุฟิล์มลงอย่างน้อยที่สุด 25% เมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวของ พื้นที่ทึบแสงก่อนการใช้พลังงานความร้อนจนเหลือน้อยกว่าประมาณ 0.225 ตร.ม./กรัม เพื่อเกิดพื้นที่ โปร่งใสที่มีการผ่านแสงมากกว่า 80% และ (3) การเชื่อมชั้นที่สองของวัสดุเข้ากับชั้นแรกของวัสดุ ชั้นที่สองของวัสดุมีพื้นที่สี แตกต่างจากชั้นแรกของวัสดุ ณ ที่นั่น สามารถมองเห็นพื้นที่สีของชั้นที่สองของวัสดุผ่านทะลุพื้นที่โปร่งในของ ชั้นแรกของวัสดุในขอบเขตที่มากกว่าผ่านทะลุพื้นที่ทึบแสงของชั้นแรกของวัสดุ
TH9501002366A 1995-09-25 วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนและเสื้อผ้าดูดซับที่ประกอบด้วยวัสดุเช่นเดียวกัน TH12808B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH19901A TH19901A (th) 1996-08-07
TH12808B true TH12808B (th) 2002-05-22

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US4642250A (en) Fabrics and garments formed thereby having thermally-sensitive chromatic properties
BR9812204A (pt) Laminado não tecido/pelìcula perfurada impermeável a lìquido, respirável, processo para formar o mesmo, e artigo absorvente
EP0171041A2 (en) Breathable baffle composite
IE40403L (en) Disposable surgical gowns
PE20000146A1 (es) Articulos absorbentes que presentan condiciones ambientales internas mejoradas
MX9605217A (es) Productos absorbentes estratificados.
PT84476B (pt) Pelicula polimerica com aberturas e produto absorvente que a compreende como um revestimento
TR21450A (tr) Yaygi seklinde tabaka cismi,ueretilmesine mahsus usul ve kullanilmasi
IE41647L (en) Absorbent article
DE69214984D1 (de) Luftdurchlässiger Verbundstoff
SE7908280L (sv) Absorberande anordning
DE3671837D1 (de) Deckschicht fuer absorbierende sanitaere produkte und mit einer solchen deckschicht versehene absorbierende produkte.
TR199900093T2 (xx) Dokumas�z film laminat.
PL186547B1 (pl) Wyrób chłonny
CA2149099A1 (en) Absorbent Sanitary Article
NZ209423A (en) Absorbent product and manufacture thereof: outer cover and adjacent interior layer coembossed
DE69907914D1 (de) Textilverbundmaterial zur herstellung von wärmeschutzkleidungstücken
DE60020995D1 (de) Waschbarer, wasserdichter, atmungsaktiver stoff und daraus hergestellte artikel
WO1994023677A3 (en) Thermal coverings/wound dressings
WO2003052188A3 (de) Flexible flüssigkeitsdichte materialbahn
TH19901A (th) วัสดุที่เป็นชั้นซ้อนและเสื้อผ้าดูดซับที่ประกอบด้วยวัสดุเช่นเดียวกัน
EP0397999A1 (en) Protective padding
JPH062982B2 (ja) セラミックスをコ−ティングした布又は紙製品
JP4183594B2 (ja) 吸収性シート
NZ322528A (en) Disposable absorbent articles having an absorbent layer with a minimum sweat absorption capacity of 150 g/m2