TH13227B - ก่อไพรเมอร์ที่ไม่เป็นการเฉพาะในการตรวจหา dna และ?ชุดสำหรับตรวจหานิวคลีอิคเป้าหมาย ด้วยโอลิโกนิวคลีโอ?ไทด์ที่บล็อค - Google Patents
ก่อไพรเมอร์ที่ไม่เป็นการเฉพาะในการตรวจหา dna และ?ชุดสำหรับตรวจหานิวคลีอิคเป้าหมาย ด้วยโอลิโกนิวคลีโอ?ไทด์ที่บล็อคInfo
- Publication number
- TH13227B TH13227B TH9401001005A TH9401001005A TH13227B TH 13227 B TH13227 B TH 13227B TH 9401001005 A TH9401001005 A TH 9401001005A TH 9401001005 A TH9401001005 A TH 9401001005A TH 13227 B TH13227 B TH 13227B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- oligonucleotide
- primer
- nucleotides
- fluorophore
- polymerase
- Prior art date
Links
Abstract
วิธีการตรวจหากรดนิวคลีอิคเป้าหมาย ซึ่งรวมขั้นตอนของ (1) การ เพิ่มพูนกรดนิวคลีอิคเป้าหมาย เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มพูนขึ้น โดยใช้โพลีเมอเรส (polymerase) ไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง ซึ่งมี หรือไม่มีส่วนที่ไม่ติดกับลำดับการก่อไพรเมอร์ ตัวที่หนึ่ง และไพรเมอร์ตัวที่สอง ซึ่งมี หรือไม่มีส่วนที่ไม่ติดกับลำดับการก่อไพรเมอร์ ตัวที่สองในการมีโอลิโกนิวคลีโอไทด์ ซึ่งไม่สามารถเป็นไพรเมอร์สำหรับโพลีเมอเรส ซึ่งโอลิโกนิวคลีโอไทด์มีอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ที่ประกอบเพิ่มเติมอย่าง สมบูรณ์กับอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ ติดต่อกันของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง และ (2) การ ตรวจหาการมีอยู่ของกรดนิวคลีอิคเป้าหมาย โดยติดตามควบคุมการเพิ่มพูนดังกล่าว
Claims (34)
1. วิธีสำหรับการวิเคราะห์กรดนิวคลีอิคเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอน คือ : การเพิ่มพูนกรดนิวคลีอิคเป้าหมาย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เพิ่มพูนขึ้น โดยใช้เอ็นไซม์โพลีเมอเรส ไพรเมอร์ตัวแรก ซึ่งมี หรือไม่มีส่วนที่ไม่ติดกับลำดับ การก่อไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง และไพรเมอร์ตัวที่สอง ซึ่งมี หรือไม่มีส่วนที่ไม่ติดกับลำดับ การก่อไพรเมอร์ตัวที่สอง โดยที่มีโอลิโกนิวคลีโอไทด์ ซึ่งไม่สามารถแสดงเป็นไพรเมอร์ ของโพลีเมอเรสดังกล่าวแล้ว ซึ่งในโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวมีอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ ติดต่อกัน ซึ่งประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์กับอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกันของ ไพรเมอร์ดังกล่าว, และ การตรวจหาการมีอยู่ของกรดนิวคลีอิคเป้าหมาย โดยติดตามควบคุม การเพิ่มพูนดังกล่าว
2. วิธีการตามข้อ 1 ขั้นตอนในการวิเคราะห์ดังกล่าวทำได้ โดยติดตาม ควบคุมผลิตภัณฑ์เพิ่มพูนกรดนิวคลีอิคเป้าหมายดังกล่าวบนเจลหลังจากการทำ อิเล็คโตรฟอเรซิส
3. วิธีการตามข้อ 1 ซึ่งฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่งถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์ กับไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และฟลูออโรเฟอร์ตัวที่สองถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์กับ โอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว กับหนึ่งตัวของฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่ง และฟลูออโรฟอร์ ตัวที่สองดังกล่าว ซึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวให้ และอีกตัวหนึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวรับ เพื่อที่เมื่อไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวถูกไฮบริไดซ์, ฟลูออโรฟอร์ตัวให้ดังกล่าว และฟลูออโรฟอร์ตัวรับดังกล่าวเข้ามาอยู่ใกล้กัน เพื่อเกิด การโอนเปลี่ยนพลังงานเรโซแนนซ์ระหว่างกัน และต่อไป ขั้นตอนการตรวจหาดังกล่าว ทำได้ โดยติดตามควบคุมการเปลี่ยนแปลงในการเปล่งแสงเรืองของฟลูออโรฟอร์ตัวรับ ดังกล่าว เมื่อฉายแสงฟลูออโรฟอร์ตัวให้ดังกล่าว ด้วยแสงของการกระตุ้น, การ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวขึ้นอยู่กับปริมาณที่ไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าวสลายออกจากโอลิโก นิวคลีโอไทด์ดังกล่าว และถูกรวมเข้าในผลผลิตที่เพิ่มพูนของกรดนิวคลีอิคเป้าหมายดังกล่าว
4. วิธีการตามข้อ 1 ไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว รวมถึงส่วนที่ไม่ติดกับ ลำดับการก่อไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
5. วิธีการตามข้อ 4 โอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวมีอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์กับอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ ติดต่อกันในส่วนที่ไม่ติดกันของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
6. วิธีการตามข้อ 1 ซึ่งไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าวไม่รวมส่วนที่ไม่ติดกัน กับลำดับไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
7. วิธีการตามข้อ 1 ซึ่งขั้นตอนการเพิ่มพูนดังกล่าว ทำในที่ที่มีโอลิโก นิวคลีโอไทด์เพิ่มเติม ซึ่งไม่สามารถเป็นไพรเมอร์สำหรับโพลีเมอเรสดังกล่าว ซึ่งโอลิโก นิวคลีโอไทด์ที่เพิ่มเติมดังกล่าวมีอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติม โดยสมบูรณ์กับอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกันของไพรเมอร์ตัวที่สองดังกล่าว
8. วิธีการตามข้อ 1 ซึ่งแต่ละไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง, ไพรเมอร์ตัวที่สอง ดังกล่าว และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวมี 10 - 50 นิวคลีโอไทด์
9. วิธีการตามข้อ 8 ซึ่งแต่ละไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง, ไพรเมอร์ตัวที่สอง ดังกล่าว และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวมี 15 - 40 นิวคลีโอไทด์
10. วิธีการตามข้อ 1 โอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวมีอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์กับอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ ติดต่อกันของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
11. วิธีการตามข้อ 1 ซึ่งความเข้มข้นของโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว เป็น 0.3 - 5.0 เท่าของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
12. วิธีการตามข้อ 11 ซึ่งความเข้มข้นของโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว เป็น 0.5 - 2.5 เท่าของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
13. วิธีการตามข้อ 12 ซึ่งแต่ละไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง, ไพรเมอร์ตัวที่สอง ดังกล่าว และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวมี 10 - 50 นิวคลีโอไทด์
14. วิธีการตามข้อ 12 โอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวมีอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์กับอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ ติดต่อกันของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
15. วิธีการตามข้อ 13 โอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวมีอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์กับอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ ติดต่อกันของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
16. วิธีการตามข้อ 15 ซึ่งฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่งถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์ กับไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และฟลูออโรเฟอร์ตัวที่สองดังกล่าวถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์ และกับนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว กับหนึ่งตัวของฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่ง และฟลูออโรฟอร์ตัวที่สอง ดังกล่าวเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวให้ และอีกตัวหนึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวรับ เพื่อว่าเมื่อไพรเมอร์ ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าวถูกไฮบริไดซ์ ฟลูออโรฟอร์ตัวให้ และฟลูออโรฟอร์ตัวรับดังกล่าวเข้ามาอยู่ใกล้กัน เพื่อให้เกิดการโอนเปลี่ยนพลังงาน เรโซแนนซ์ระหว่างกัน และต่อไปขั้นตอนการตรวจหาทำโดยติดตามควบคุม การเปลี่ยนแปลงในค่าการเปล่งแสงเรืองของฟลูออโรฟอร์ตัวรับดังกล่าว เมื่อฉายแสง ฟลูออโรฟอร์ตัวให้ดังกล่าวด้วยแสงของการกระตุ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเป็น จำนวนซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าวที่สลายจากโอลิโกนิวคลีโอไทด์ ดังกล่าว และจะรวมเข้ากับผลผลิตที่เพิ่มพูนขึ้นดังกล่าวของกรดนิวคลีอิคเป้าหมาย
17. ชุดสำหรับตรวจหากรดนิวคลีอิคเป้าหมาย, ชุดดังกล่าว ประกอบด้วย: ไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง ที่มี หรือไม่มีส่วนที่ไม่ติดกับลำดับการก่อไพรเมอร์ ตัวที่หนึ่ง และไพรเมอร์ตัวที่สอง ที่มี หรือไม่มีส่วนที่ไม่ติดกับลำดับการก่อไพรเมอร์ตัวที่สอง ซึ่งไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง และตัวที่สองดังกล่าวต้องใช้กับโพลีเมอเรส เพื่อการเพิ่มพูนกรด นิวคลีอิคเป้าหมาย, และ โอลิโกนิวคลีโอไทด์ ซึ่งไม่สามารถเป็นไพรเมอร์ของโพลีเมอเรสดังกล่าว และมีอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์กับอย่างน้อย 5 นิวคลีโอไทด์ ติดต่อกับไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว ซึ่งแต่ละไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว, ไพรเมอร์ตัวที่สองดังกล่าว และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว มี 10 - 50 นิวคลีโอไทด์
18. ชุดตามข้อ 17 ซึ่งไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ ดังกล่าวถูกทำให้ไว้เป็นสองตัวคู่กัน
19. ชุดตามข้อ 17 ซึ่งโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว มีอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์กับอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ ติดต่อกันของไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
20. ชุดตามข้อ 19 ซึ่งแต่ละไพรเมอร์ตัวที่หนึ่ง, ไพรเมอร์ตัวที่สอง และ โอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว มี 5 - 40 นิวคลีโอไทด์
21. ชุดตามข้อ 19 ยังประกอบต่อไปด้วย โพลีเมอเรส
22. ชุดตามข้อ 19 ยังประกอบต่อไปด้วย โอลิโกนิวคลีโอไทด์เพิ่มเติม ซึ่งไม่สามารถเป็นไพรเมอร์สำหรับโพลีเมอเรสดังกล่าว, มี 10 - 50 นิวคลีโอไทด์ และ มีอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติมโดยสมบูรณ์กับอย่างน้อย 8 นิวคลีโอไทด์ที่ติดต่อกันของไพรเมอร์ตัวที่สองดังกล่าว
23. ชุดตามข้อ 19 ซึ่งฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่งถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์กับ ไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และฟลูออโรฟอร์ตัวที่สองถูกผูกติดแบบโคเวาเลนซ์กับโอลิโก นิวคลีโอไทด์ดังกล่าว กับหนึ่งตัวของฟลูออโรฟอร์ทั้งสองเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวให้ และ อีกตัวหนึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวรับ เพื่อว่าเมื่อไพรเมอร์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และ โอลิโก นิวคลีโอไทด์ดังกล่าวถูกไฮบริไดซ์, ฟลูออโรฟอร์ตัวให้ดังกล่าว และฟลูออโรฟอร์ตัวรับ ดังกล่าวจะเข้ามาอยู่ใกล้กัน เพื่อให้เกิดการโอนเปลี่ยนพลังงานเรโซแนนซ์ระหว่างกัน
24. ชุดสำหรับการตรวจหากรดนิวคลีอิคเป้าหมาย ชุดดังกล่าว ประกอบด้วย : โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่ง มี 10 - 50 นิวคลีโอไทด์ ที่มีฟลูออโรฟอร์ ตัวที่หนึ่งถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์อยู่ด้วย โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว ไม่สามารถเป็นไพรเมอร์ ที่จะใช้กับโพลีเมอเรสในการเพิ่มพูนกรดนิวคลีอิคเป้าหมาย และ โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สอง มี 5 - 30 นิวคลีโอไทด์ กับฟลูออโรฟอร์ ตัวที่สอง ซึ่งถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์อยู่ด้วย, โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าว มี OH อิสระที่ตำแหน่ง 3' และสามารถไฮบริไดซ์ผ่านอย่างน้อย 5 คู่ของนิวคลีโอไทด์ติดต่อกัน ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์ กับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว ซึ่งโอลิโก นิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่ว มีส่วนยื่นออกพ้นปลาย 3' ของโอลิโกนิวคลีโอไทด์ ตัวที่สอง ด้วย 1-12 นิวคลีโอไทด์ และต่อไป ฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่ง และฟลูออโรฟอร์ ตัวที่สอง, ตัวหนึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวให้ และอีกตัวหนึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวรับจะเข้ามา อยู่ใกล้กัน เมื่อโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งไฮบริไดซ์กับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สอง เพื่อให้เกิดการโอนเปลี่ยนพลังงานเรโซแนนซ์ระหว่างกัน
25. ชุดตามข้อ 24 ซึ่งโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่าวมี 15 - 40 นิวคลีโอไทด์ และมีส่วนยื่นออกพ้นปลาย 3' ของโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าว ด้วย 4 - 8 นิวคลีโอไทด์ และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าวมี 7-15 นิวคลีโอไทด์ และสามารถไฮบริไดซ์ผ่านอย่างน้อย 8 คู่นิวคลีโอไทด์ ที่ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์ ที่อยู่ติดกันกับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
26. ชุดตามข้อ 25 ซึ่งโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่ง และตัวที่สอง ดังกล่าวถูกให้ไว้เป็นสองตัวคู่กัน
27. ชุดตามข้อ 25 ยังประกอบด้วย ไลเกส
28. ชุดตามข้อ 25 ยังประกอบด้วย ไคเนส หรือโพลีเมอเรส ซึ่งมี ฤทธิ์เป็น 5' 3' เอ็กโซนิวคลีเอส
29. ชุดตามข้อ 27 ยังประกอบด้วย ไคเนส หรือโพลีเมอเรส ซึ่งมีฤทธิ์เป็น 5'3' เอ็กโซนิวคลีเอส
30. ชุดตามข้อ 25 ยังประกอบด้วย โพลีเมอเรส ซึ่งมี หรือไม่มีฤทธิ์เป็น 5'3' เอ็กโซนิวคลีเอส
31. DNA แบบสองตัวคู่กัน ประกอบด้วย : โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่ง ซึ่งสามารถเป็นไพรเมอร์ โดยมี หรือไม่มี ส่วนที่ไม่ติดกับลำดับการก่อไพรเมอร์ดังกล่าว สำหรับใช้กับเอ็นไซม์โพลีเมอเรสในการ เพิ่มพูนนิวคลีอิคเป้าหมาย โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สอง ซึ่งถูกไฮบริไดซ์ผ่านอย่างน้อย 5 คู่ นิวคลีโอไทด์ที่ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์อยู่ติดกัน กับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่ง ดังกล่าว โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าวสามารถเป็นไพรเมอร์ สำหรับโพลีเมอเรส ดังกล่าว, และ ฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่ง ซึ่งถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์กับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และฟลูออโรฟอร์ตัวที่สอง ซึ่งถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์กับโอลิโก นิวคลีโอไทด์ตัวที่สอง กับตัวหนึ่งของสองฟลูออโรฟอร์ดังกล่าวเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวให้ และอีกตัวหนึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวรับ เพื่อที่เมื่อสองฟลูออโรฟอร์ดังกล่าวเข้ามาอยู่ใกล้ กัน การโอนเปลี่ยนพลังงานเรโซแนนซ์ระหว่างกันถูกยอมให้มีได้ ซึ่งแต่ละนิวคลีโอไทด์ ตัวที่หนึ่ง และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าวมี 10 - 50 นิวคลีโอไทด์
32. DNA แบบสองตัวคู่กันของข้อ 31 ซึ่งโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่ง และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าว แต่ละตัวมี 15-40 นิวคลีโอไทด์ และโอลิโก นิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าว ถูกไฮบริไดซ์ผ่าน 8 คู่นิวคลีโอไทด์ ที่ประกอบเพิ่มเติม อย่างสมบูรณ์อยู่ติดกัน กับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
33. ส่วนประกอบอย่างหนึ่ง ประกอบด้วย : โอลิโกนิวคลีโอไทด์สายเดี่ยวตัวที่หนึ่ง ที่มี 10-50 นิวคลีโอไทด์ นิวคลีโอไทด์ดังกล่าวไม่สามารถเป็นไพรเมอร์ สำหรับใช้กับโพลีเมอเรสในการเพิ่มพูน กรดนิวคลีอิคเป้าหมาย ฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่ง ซึ่งถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์กับโอลิโก นิวคลีโอไทด์ดังกล่าว โอลิโกนิวคลีโอไทด์แบบสายเดี่ยวตัวที่สอง ที่มี 5-30 นิวคลีโอไทด์ และที่มี OH อิสระที่ตำแหน่ง 3' โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าวถูกไฮบริไดซ์ ผ่านอย่างน้อย 5 คู่นิวคลีโอไทด์ ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์ที่อยู่ติดกัน กับโอลิโก นิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่ง ห้อยปลาย 3' ของ โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าว ด้วย 1- 2 นิวคลีโอไทด์ ฟลูออโรฟอร์ตัวที่สองถูกผูกติดแบบโควาเลนซ์กับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ ตัวที่สองดังกล่าว, ฟลูออโรฟอร์ตัวที่หนึ่ง และตัวที่สองดังกล่าว, ตัวหนึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ ตัวให้ และอีกตัวหนึ่งเป็นฟลูออโรฟอร์ตัวรับ เข้ามาอยู่ใกล้กัน เพื่อให้เกิดการโอนเปลี่ยน พลังงานเรโซแนนซ์ระหว่างกัน
34. องค์ประกอบตามข้อ 33 โอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว มี 15-40 นิวคลีโอไทด์ และห้อยปลาย 3' ของนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าว ด้วย 4-8 นิวคลีโอไทด์ และโอลิโกนิวคลีโอไทด์ตัวที่สองดังกล่าว มี 7-15 นิวคลีโอไทด์ และ ถูกไฮบริไดซ์ผ่าน 8 คู่นิวคลีโอไทด์ประกอบเพิ่มเติมอย่างสมบูรณ์อยู่ติดกัน กับโอลิโก นิวคลีโอไทด์ตัวที่หนึ่งดังกล่าว
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH17628A TH17628A (th) | 1996-02-09 |
| TH13227B true TH13227B (th) | 2002-07-19 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| DE69133329T2 (de) | Markierte Oligonukleotide | |
| AU706382B2 (en) | Chain-termination type nucleic acid sequencing method including 2'-deoxyuridine-5'-triphosphate | |
| EP0543612B1 (en) | Nucleic acid target generation | |
| US6251600B1 (en) | Homogeneous nucleotide amplification and assay | |
| DE60034878T2 (de) | Verfahren zur Amplifizierung einer Nukleinsäuresequenz unter Verwendung eines chimären Primers | |
| US20070087360A1 (en) | Methods and compositions for detecting nucleotides | |
| EP0663447A3 (en) | Method of detecting a specific polynucleotide | |
| ATE238434T1 (de) | Eine in kaskaden verlaufende vervielfältigungsreaktion von nukleinsäuren | |
| EP3167060B1 (en) | Dna amplification technology | |
| DE69223755D1 (de) | Verfahren zur Herstellung eines Polynukleotids zum Gebrauch in "single-primer" Amplifizierung und Phosphorothioat-enthaltende Oligonukleotide als Primer in Nukleinsäureamplifizierung | |
| AU671820B2 (en) | Non-radioactive DNA sequencing | |
| US20210102237A1 (en) | Means and methods for nucleic acid target detection | |
| CN115867653A (zh) | 用于检测靶核酸的环状引物和loop-de-loop方法 | |
| AU638246B2 (en) | Improved primer extension reactions | |
| US8067206B2 (en) | Enhanced coamplification of nucleic acids | |
| ES2925313T3 (es) | Método para la detección de secuencias de ácido nucleico diana | |
| AU2005333512A1 (en) | Nucleic acid detection method involving the direct generation of a measurable signal | |
| WO2006045009A2 (en) | Triplex probe compositions and methods for polynucleotide detection | |
| TH17628A (th) | ก่อไพรเมอร์ที่ไม่เป็นการเฉพาะในการตรวจหา dna และ?ชุดสำหรับตรวจหานิวคลีอิคเป้าหมาย ด้วยโอลิโกนิวคลีโอ?ไทด์ที่บล็อค | |
| Chemeris et al. | Real-time hybridization chain reaction | |
| EP1411133B1 (en) | Enhanced coamplification of nucleic acids | |
| CA3064500C (en) | Multiplex nucleic acid amplification assay | |
| US6207368B1 (en) | Methods and reagents for controlling chain extension and ligation chain reactions | |
| US20070122827A1 (en) | Target nucleic acid signal detection | |
| CN112391449B (zh) | 一种引物设计灵活的多功能dna恒温扩增方法及其应用 |