TH144553A - แอนติ-cd79b แอนติบอดีและอิมมูโนคอนจูเกตและวิธีการใช้งาน - Google Patents
แอนติ-cd79b แอนติบอดีและอิมมูโนคอนจูเกตและวิธีการใช้งานInfo
- Publication number
- TH144553A TH144553A TH0801003665A TH0801003665A TH144553A TH 144553 A TH144553 A TH 144553A TH 0801003665 A TH0801003665 A TH 0801003665A TH 0801003665 A TH0801003665 A TH 0801003665A TH 144553 A TH144553 A TH 144553A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- antibody
- seq
- amino acid
- antibodies
- acid sequence
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (12/01/52) การประดิษฐ์ครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของวัสดุซึ่งมีประโยชน์สำหรับ การบำบัดเนื้องอกเกี่ยวกับการสร้างเม็ดเลือดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเกี่ยวข้องกับวิธีการในการใช้ งานองค์ประกอบของวัสดุเหล่านี้สำหรับสิ่งดังกล่าว การประดิษฐ์ครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของวัสดุซึ่งมีประโยชน์สำหรับ การบำบัดเนื้องอกเกี่ยวกับการสร้างเม็ดเลือดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเกี่ยวข้องกับวิธีการในการใช้ งานองค์ประกอบของวัสดุเหล่านี้สำหรับสิ่งดังกล่าว
Claims (258)
1. แอนติ-CD79b แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วย: (a) อย่างน้อยหนึ่งสายลำดับ HVR ที่ถูกเลือกสรรจากกลุ่มซึ่งประด้วย: (i) HVR-L1 ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ A1-A15, โดยที่ A1-A15 คือ KASQSVDYDGDSFLN (SEQ ID NO: 131) (ii) HVR-L2 ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ B1-B7, โดยที่ B1-B7 คือ AASNLES (SEQ ID NO: 132) (iii) HVR-L3 ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ C1-C9, โดยที่ C1-C9 คือ QQSNEDPLT (SEQ ID NO: 132) (iv) HVR-HI ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ D1-D10, โดยที่ D1-D10 คือ GYTFSSYWIE (SEQ ID NO: 134) (v) HVR-H2 ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ E1-E18, โดยที่ E1-E18 คือ GEILPGGGDTNYBEIFKG (SEQ ID NO: 135) (vi) HVR-H3 ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ F1-F10, โดยที่ F1-F10 คือ TRRVPVYFDY (SEQ ID NO: 136); และ (b) อย่างน้อยหนึ่ง HVR รูปแบบ, โดยที่ HVR รูปแบบจะประกอบรวมด้วยการดัดแปลง ของอย่างน้อยหนึ่งเรสซิดิวของสายลำดับที่อธิบายไว้ใน SEQ ID NO: 131, 132, 133, 134, 135 หรือ 163
2. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ F6 ใน HVR-H3 รูปแบบ คือ I,F7 คือ R และ F8 คือ L
3. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 2, โดยที่ A9 ใน HVR-L1 รูปแบบ คือ E sหรือ S
4. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่อย่างน้อยหนึ่งส่วนของสายลำดับเฟรมเวิร์คคือสายลำดับ เฟรมเวิร์คที่พ้องกันของมนุษย์
5. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่การดัดแปลงคือการแทนที่, การสอดแทรก หรือ การลบออก
6. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ HVR-L1 รูปแบบจะประกอบรวมด้วยหนึ่งการแทนที่ใน ตำแหน่งใดๆ ต่อไปนี้ : A4(K), A9(E หรือ S) และ A10 (A หรือ S)
7. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ HVR-L1 รูปแบบจะประกอบรวมด้วย 1-5 (1, 2, 3, 4 หรือ 5) การแทนที่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือการร่วมกันของตำแหน่งต่อไปนี้ : B2(S หรือ G), B3 (R หรือ G), B4 (K, R, Y, I, H หรือ Q), B5 (R), B6(G, K, A, r หรือ L) และ B7 (R ,N, T หรือ G)
8. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ HVR-L3 รูปแบบจะประกอบรวมด้วย1-4 (1, 2, 3, หรือ 4 ) การแทนที่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือการร่วมกันของตำแหน่งต่อไปนี้ : C1(N หรือ D), C2(N หรือ P), C3(D หรือ R), C5(S, K, A, Q, D, L หรือ G), C6(A,E หรือ N), C7(A), C8(R) และ C9(N)
9. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ HVR-H1 รูปแบบจะประกอบรวมด้วย 1-7 (1, 2, 3, 4, 5, 6 หรือ 7) การแทนที่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือการร่วมกันของตำแหน่งต่อไปนี้ : D1(P), D2(F), D3(P, S, Y, G หรือ N), D4(L หรือ V), D5(T, R, N, K, C, G หรือ P), D6(R, T, K หรือ G), D8(F) D9(V หรือ L) และ D10(S, Q, N หรือ D)
10. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ HVR-H3 รูปแบบจะประกอบรวมด้วย1-3 (1, 2, หรือ 3) การแทนที่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือการร่วมกันของตำแหน่งต่อไปนี้ : F4(R หรือ I), F6(I หรือ F), F7(K, C, R, V หรือ F) F8(L), และ F9(S)
11. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ HVR-H2 ซึ่งมีสายลำดับตาม SEQ ID NO: 135
12. แอนตี้บอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ F6 ใน HVR-H3 รูปแบบคือ I
13. แอนตี้บอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ F7 ใน HVR-H3 รูปแบบคือ R
14. แอนตี้บอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ F8ใน HVR-H3 รูปแบบคือ L
15. แอนตี้บอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ A9 ใน HVR-L1 รูปแบบ คือ E
16. แอนตี้บอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่ A9 ใน HVR-H3 รูปแบบ Sคือ I
17. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่โมโนวาเลนท์อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีกับ CD79b ของมนุษย์จะเหมือนอย่างเป็นสำคัญกับโมโนวาเลนท์อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีของหนู ซึ่ง ประกอบรวมด้วยสายลำดับผันแปรของสายเบาและสายหนัก (SEQ ID NO: 10 และ 14)
18. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่โมโนวาเลนท์อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีกับ CD79b ของมนุษย์จะมากกว่าอย่างน้อย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 หรือ 10 เท่าเมื่อเทียบกับโมโนวาเลนท์ อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีของหนูหรือไคเมอริกแอนติบอดี ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับผันแปรของ สายเบาและสายหนัก (SEQ ID NO: 10 และ 14)
19. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่โมโนวาเลนท์อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีกับ CD79b ของมนุษย์จะมากกว่าอย่างน้อย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 25, 30, 35, 40, 45, 50, 55 หรือ 60 เท่าเมื่อเทียบกับโมโนวาเลนท์อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีของหนู หรือไคเมอริกแอนติบอดี ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับผันแปรของสายเบาและสายหนัก (SEQ ID NO: 10 และ 14)
20. ฮิวแมนไนเซ็โแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 17-19 โดยที่แอนติบอดีของหนู จะถูกผลิตโดยไฮบริดโดมาเซลล์ไลน์ ที่ฝากไว้ที่ ATCC โดยเป็น HB11413 เมื่อ 20 กรกฎาคม 1993
21. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีในรูปไบวาเลนท์ ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์จะเหมือนอย่างเป็นสำคัญกับอาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีของหนูหรือ ไคเมอริกแอนติบอดีในรูปไบวาเลนท์ของมัน และซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับผันแปรของสายเบา และสายหนัก (SEQ ID NO: 10 และ 14)
22. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีในรูปไบวาเลนท์ ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์จะมากกว่าอย่างน้อย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 หรือ 10 เท่าเมื่อเทียบกับ อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีของหนูหรือไคเมอริกแอนติบอดี ในรูปไบวาเลนท์ของมัน และซึ่งประกอบ รวมด้วยสายลำดับผันแปรของสายเบาและสายหนัก (SEQ ID NO: 10 และ 14)
23. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีในรูปไบวาเลนท์ ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์จะมากกว่าอย่างน้อย 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 25, 30, 35, 40, 45, 50, 55 หรือ 60 เท่าเมื่อเทียบกับอาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีของหนู หรือไคเมอริกแอนติบอดี ในรูปไบวาเลนท์ของมัน และซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับผันแปรของสายเบา และสายหนัก (SEQ ID NO: 10 และ 14)
24. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีในรูปไบวาเลนท์ ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์คือ 0.4 nM
25. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 24 โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดี ในรูปไบวาเลนท์ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์คือ 0.4 nM +/- .04
26. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีในรูปไบวาเลนท์ ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์คือ 0.2 nM
27. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 26 โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดี ในรูปไบวาเลนท์ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์คือ 0.2 nM +/- .02
28. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดี โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดีในรูปไบวาเลนท์ ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์คือ 0.5 nM
29. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 28 โดยที่อาฟฟินิตี้ของแอนติบอดี ในรูปไบวาเลนท์ของมัน กับ CD79b ของมนุษย์คือ 0.5 nM +/- 0.1
30. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 17-29 โดยที่อาฟฟินิตี้การเชื่อมจับจะถูกแสดง เป็นค่า Kd
31. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 17-29 โดยที่อาฟฟินิตี้การเชื่อมจับจะถูกวัดค่า โดยไบอะคอร์ (Biacore) หรือการสอบวิเคราะห์ภูมิคุ้มกันเชิงกัมมันตรังสี
32. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1-3 ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับเฟรมเวิร์คที่ พ้องกันของกลุ่มย่อย 1 K ของมนุษย์
33. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1-3 ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับเฟรมเวิร์คที่ พ้องกันของกลุ่มย่อย III ของสายหนักของมนุษย์
34. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 33 โดยที่ลำดับเฟรมเวิร์คจะประกอบรวมด้วยการแทนที่ ที่ตำแหน่งที่ 71, 73 และ/หรือ 78
35. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 34 โดยที่การแทนที่ดังกล่าวคือ R17A, N73T และ/หรือ L78A
36. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 35 โดยที่สายลำดับเฟรมเวิร์คจะประกอบรวมด้วยการแทนที่ ที่ตำแหน่งที่ 48, 67, 69, 71, 73, และ/หรือ 78
37. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 36 โดยที่การแทนที่ดังกล่าวคือ V48I, F67A, I69F, R71A, N73T และ/หรือ L78A
38. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 35 โดยที่สายลำดับเฟรมเวิร์คจะประกอบรวมด้วยการแทนที่ ที่ตำแหน่งที่ 48, 67, 69, 71, 73, 78, และ/หรือ 80
39. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 38 โดยที่การแทนที่ดังกล่าวคือ V48I, F67A, I69F, R71A, N73T K75S, L78A และ/หรือ L80M
40. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 35 โดยที่สายลำดับเฟรมเวิร์คจะประกอบรวมด้วยการแทนที่ ที่ตำแหน่งที่ 4
41. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 40 โดยที่การแทนที่ดังกล่าวคือ M4L
42. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 32 โดยที่สายลำดับเฟรมเวิร์คจะประกอบรวมด้วยการแทนที่ ที่ตำแหน่งที่ 47
43. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 42 โดยที่การแทนที่ดังกล่าวคือ L47F
44. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 32 โดยที่สายลำดับเฟรมเวิร์คจะประกอบรวมด้วยการแทนที่ ที่ตำแหน่งที่ 4 และ/หรือ 47
45. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 44 โดยที่การแทนที่ดังกล่าวคือ M4L และ/หรือ L47F
46. ฮิวแมนไนเซ็ด แอนติ-CD79b แอนติบอดีโดยที่ฮิวแมนไนเซ็ดแอนตอบอดีเมื่อถุกคอนจูเกตกับ สารซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ จะยับยั้งการเจริญของเซลล์เนื้องอก
47. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, โดยที่ทั้งฮิวแมนไมเซ็ดแอนติบอดี และไคเมอริกแอนติบอดีคือโมโนวาเลนท์ หรือไบวาเลนท์
48. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, โดยที่ทั้งฮิวแมนไมเซ็ดแอนติบอดี และไคเมอริกแอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยบริเวณ Fab เดี่ยวที่เชื่อมต่อกับบริเวณ Fc
49. แอยติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยสาบลำดับ HVR1-HC, HVR2-HC และ/หรือ HVR3-HC (SEQ ID NO: 164-166)
50. แอนติบอดีตามข้อถือสิทะ 49, โดยที่โดเมนผันแปรจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ FR1-HC FR2-HC, FR3-HC และ/หรือ FR4-HC (SEQ ID NO: 160-163)
51. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 49 หรือ 50, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วย CH1 และ/หรือ สายลำดับ Fc (SEQ ID NO: 167 และ/หรือ 168)
52. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ HVR1-LC, HVR2-LC และ/หรือ HVR3-LC -(SEQ ID NO: 156-158)
53. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 52, โดยที่โดเมนผันแปรจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ FR1-LC, FR2-LC, FR3-LC และ/หรือ FL4-LC (SEQ ID NO: 156-155)
54. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 49 หรือ 50, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ CL1 (SEQ ID NO: 159)
55. โพลีเปบไทด์ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ (SEQ ID NO: 170)
56. โพลีเปบไทด์ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ (SEQ ID NO: 169)
57. แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นโดยกระบวนการ: (a) การเพาะเลี้ยงเซลล์ซึ่งแสดงออกถึงแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 49-51 และโดเมนผันแปรของสายเบาตามข้อใด ข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 52-54; และ (b) การึดแยกแอนติบอดีจากเซลล์เพาะเลี้ยงดังกล่าว
58. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 49-51 และโดเมนผันแปรของสายเบาตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 52-54
59. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 58, โดยที่แอนติบอดีคือโมโนวาเลนท์ และประกอบรวมด้วย บริเวณ Fc
60. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยสาบลำดับ HVR1-LC, HVR2-LC และ/หรือ HVR3-LC -(SEQ ID NO: 183-185)
61. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 60, โดยที่โดเมนผันแปรจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ FR1-HC, FR2-HC, FR3-HC และ/หรือ FL4-HC (SEQ ID NO: 179-182)
62. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 60 หรือ 61, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วย CH1 และ/หรือ สายลำดับ Fc(SEQ ID NO: 186 และ/หรือ 187)
63. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยสาบลำดับ HVR1-LC, HVR2-LC และ/หรือ HVR3-LC -(SEQ ID NO: 175-177)
64. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 63, โดยที่โดเมนผันแปรจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ FR1-LC, FR2-LC, FR3-LC และ/หรือ FL4-LC (SEQ ID NO: 171-174)
65. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 63 หรือ 64, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วย CL1 (SEQ ID NO: 178)
66. โพลีเปบไทด์ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ (SEQ ID NO: 189)
67. โพลีเปบไทด์ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ (SEQ ID NO: 188)
68. แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นโดยกระบวนการ: (a) การเพาะเลี้ยงเซลล์ซึ่งแสดงออกถึงแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 60-62 และโดเมนผันแปรของสายเบาตามข้อใด ข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 63-35; และ (b) การตัดแยกแอนติบอดีจากเซลล์เพาะเลี้ยงดังกล่าว
69. แอนติบอดี้ซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 60-62 และโดเมนผันแปรของสายเบาตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 63-65
70. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 69, โดยที่แอนติบอดีคือโมโนวาเลนท์ และประกอบรวมด้วย บริเวณ Fc
71. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ HVR1-LC, HVR2-LC และ/หรือ HVR3-LC -(SEQ ID NO: 202-204)
72. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 71, โดยที่โดเมนผันแปรจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ FR1-HC, FR2-HC, FR3-HC และ/หรือ FL4-HC (SEQ ID NO: 198-201)
73. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 71 หรือ 72, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วย CH1 และ/หรือ สายลำดับ Fc (SEQ ID NO: 205 และ/หรือ 206)
74. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ HVR1-LC, HVR2-LC และ/หรือ HVR3-LC -(SEQ ID NO: 194-196)
75. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 74, โดยที่โดเมนผันแปรจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ FR1-LC, FR2-LC, FR3-LC และ/หรือ FL4-LC (SEQ ID NO: 190-193)
76. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 74 หรือ 75, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ CL1 (SEQ ID NO: 197)
77. โพลีเปบไทด์ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ (SEQ ID NO: 208)
78. โพลีเปบไทด์ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ (SEQ ID NO: 207)
79. แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นโดยกระบวนการ: (a) การเพาะเลี้ยงเซลล์ซึ่งแสดงออกถึงแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 71-73 และโดเมนผันแปรของสายเบาตามข้อใด ข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 74-76; และ (b) การตัดแยกแอนติบอดีจากเซลล์เพาะเลี้ยงดังกล่าว
80. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 71-73 และโดเมนผันแปรของสายเบาตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 74-76
81. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 80, โดยที่แอนติบอดีคือโมโนวาเลนท์ และประกอบรวมด้วย บริเวณ Fc
82. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ HVR1-LC, HVR2-LC และ/หรือ HVR3-LC -(SEQ ID NO: 221-223)
83. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 74, โดยที่โดเมนผันแปรจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ FR1-LC, FR2-LC, FR3-LC และ/หรือ FL4-LC (SEQ ID NO: 217-220)
84. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 71 หรือ 72, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วย CH1 และ/หรือ สายลำดับ Fc (SEQ ID NO: 224 และ/หรือ 225)
85. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ HVR1-LC, HVR2-LC และ/หรือ HVR3-LC -(SEQ ID NO: 213-215)
86. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 74, โดยที่โดเมนผันแปรจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ FR1-LC, FR2-LC, FR3-LC และ/หรือ FL4-LC (SEQ ID NO: 209-212)
87. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 85 หรือ 86, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับ CL1 (SEQ ID NO: 216)
88. โพลีเปบไทด์ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ (SEQ ID NO: 227)
89. โพลีเปบไทด์ซึ่งประกอบรวมด้วยสายลำดับ (SEQ ID NO: 226)
90. แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นโดยกระบวนการ: (a) การเพาะเลี้ยงเซลล์ซึ่งแสดงออกถึงแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 82-84 และโดเมนผันแปรของสายเบาตามข้อใด ข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 85-87; และ (b) การตัดแยกแอนติบอดีจากเซลล์เพาะเลี้ยงดังกล่าว
91. แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 82-84 และโดเมนผันแปรของสายเบาตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 85-87
92. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 91, โดยที่แอนติบอดีคือโมโนวาเลนท์ และประกอบรวมด้วย บริเวณ Fc
93. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 169
94. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 170
95. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 188
96. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 189
97. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 207
98. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 208
99. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 226
100. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 227
101. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดี้จะประกอบด้วยโดเมนผันแปรของสายหนัก ซึ่งประกอบรวมด้วยหนึ่ง, สอง, สาม หรือสี่สายลำดับกรดอะมิโนเฟรมเวิร์คที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NOs: 143, 144, 145 และ 146
102. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดี้จะประกอบด้วยโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่ง ประกอบรวมด้วยหนึ่ง, สอง, สาม หรือสี่สายลำดับกรดอะมิโนเฟรมเวิร์คที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NOs: 139, 140, 141 และ 142
103. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดี้จะประกอบด้วยโดเมนผันแปรของสายหนัก ซึ่งประกอบรวมด้วยหนึ่ง, สอง, สาม หรือสี่สายลำดับกรดอะมิโนเฟรมเวิร์คซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NOs: 143, 144, 145 และ 146
104. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 1, โดยที่แอนติบอดี้จะประกอบด้วยโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่ง ประกอบรวมด้วยหนึ่ง, สอง, สาม หรือสี่สายลำดับกรดอะมิโนเฟรมเวิร์คซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NOs: 139, 140, 141 และ 142
105. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 93, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 170
106. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 94, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 169
107. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 95, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 189
108. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 96, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 188
109. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 97, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 208
110. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 98, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 207
111. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 99, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 227
112. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 100, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูก เลือกสรรจาก SEQ ID NO: 226
113. แอนติบอดีที่เชื่อมกับจับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 170
114. แอนติบอดีที่เชื่อมกับจับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับสายลำดับกรดอะมิโนตามSEQ ID NO: 169
115. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 170 และโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับ สายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 169
116. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 189
117. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 188
118. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 189 และโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับ สายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 188
119. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 208
120. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 207
121. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 208 และโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับ สายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 207
122. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 227
123. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 226
124. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 227 และโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับกรดอะมิโนกับ สายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 226
125. โพลีนิวคลีโอไทด์ซึ่งถอดรหัสให้แอนคิบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258
126. เวคเตอร์ซึ่งประกอบรวมด้วยโพลีนิวคลีโอไทด์ตามข้อถือสิทธิ 125
127. เซลล์เจ้าบ้านซึ่งประกอบรวมด้วยเวคเตอร์ตามข้อถือสิทธิ 126
128. วิธีการสำหรับการผลิตแอนติ-CD79b แอนติบอดี, โดยที่วิธีการจะประกอบรวมด้วย (a) การเพาะเลี้ยงเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกเลือกสรรจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยเซลล์ยูคารีโอต และ CHO เซลล์ ภายใต้สภาวะซึ่งเหมาะสมสำหรับการแสดงออกของโพลีนิวคลีโอไทด์ซึ่งถอดรหัสให้ แอนติบอดี, และ (b) การคัดแยกแอนติบอดี
129. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258, โดยที่แอนติบอดีจะเชื่อมจับกับอิพิโทปภายในบริเวณ CD79b จากกรดอะมิโน 29-39 ของ SEQ ID NO: 2 หรือกรดอะมิโน 1-11 ของ SEQ ID NO: 16
130. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258, โดยที่ CD79b จะถูกแสดงออกบนพื้นผิวของเซลล์
131. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 130, โดยที่เซลล์คือ B เซลล์
132. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 131, โดยที่ B เซลล์จะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการเพิ่มจำนวน ของ B เซลล์
133. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 132, โดยที่ความผิดปกติในการเพิ่มจำนวนของ B เซลล์ คือ โรคมะเร็ง
134. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 133, โดยที่ความผิดปกติในการเพิ่มจำนวนของ B เซลล์ จะถูก เลือกสรรจากโรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง, โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองชนิด นอน-ฮอดจ์กิน (NHL), NHL แบบ รุกราน, NHL แบบรุกรานที่กลับเป็นซ้ำ, NHL แบบโตช้าที่กลับเป็นซ้ำ, NHL ที่ดื้อการรักษา, NHL แบบโตช้าที่ดื้อการรักษา, ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเรื้อรัง (CLL), โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองลิมโฟไซต์ ขนาดเล็ก, ลิวคีเมีย, แฮรีเซลล์ลิวคีเมีย (HCL), ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน (ALL), และมะเร็ง ปุ่มน้ำเหลืองแมนเทิลเซลล์
135. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258, โดยที่แอนติบอดีคือโมโนโคลนอบแอนติอบดี
136. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 135, โดยที่แอนติบอดีคือชิ้นท่อนแอนติบอดีที่ถูกเลือกสรรจาก ชิ้นท่อน Fab, Fab'-SH, Fv, scFv หรือ (Fab')2
137. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 135, โดยที่แอนติบอดีคือชนิดฮิวแมนไนเซ็ด
138. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ , 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258, โดยที่แอนติบอดีจะเชื่อมจับกับอิพิโทปเดียวกับแอนติบอดีที่ถูกเลือกสรรจาก ATCC โดย เป็น HB11413, ที่ฝากไว้เมื่อ 20 กรกฏาคม 1993; แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักตาม SEQ ID NO: 170 และโดเมนผันแปรของสายเบาตาม SEQ ID NO: 169; แอนติบอดีซึ่ง ประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักตาม SEQ ID NO: 189 และโดเมนผันแปรของสายเบา ตาม SEQ ID NO: 188; แอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของสายหนักตาม SEQ ID NO: 208 และโดเมนผันแปรของสายเบาตาม SEQ ID NO: 207; และแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วย โดเมนผันแปรของสายหนักตาม SEQ ID NO: 227 และโดเมนผันแปรของสายเบาตาม SEQ ID NO: 226
139. อิมมูโนคอนจูเกตซึ่งประกอบรวมด้วยแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258, ที่ถูกเชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับสารซึ่งเป็นพิษต่อ เซลล์
140. อิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิ 139, โดยที่สารซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์จะถูกเลือกสรรจาก ชีวพิษ, สารสำหรับเคมีบำบัด, โมไอตี้ยา, ยาปฏิชีวนะ, ไอโซโทปเชิงกัมมันตภาพรังสี และ นิวคลีโอไลติกเอนไซม์
141. อิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิ 140, โดยที่อิมมูโนคอนจูเกตซึ่งมีสูตร Ab-(L-D)p, โดยที่ (a) Ab คือแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258; (b) L คือตัวเชื่อมต่อว (c) D คือโมไอตี้ยา
142. อิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิ 141, โดยที่ L จะถูกเลือกสรรจาก 6-มาเลียมิโดคาโพรอิล (MC), มาเลียมิโดโพรพาโนอิล (MP), วาลีน-ซิทรูลลีน (val-cit), อะนาลีน-ฟีนิลอะลานีน (ala-phe), p-อะมิโนเบนซิลออกซีคาร์บอนิล (PAB), N-ซัคซินิมิดิล 4-(2-ไพริดิลไธโอ)เพนทาโนเอต (SPP), N-ซัลซินิมิดิล 4-(N-มาเลียมิโดเมทธิล)ไซโคลเฮกเซน-1 คาร์บอกซิเลต (SMCC), และ N-ซัลซินิมิดิล (4-ไอโอโด-อะซิทิล) อะมิโนเบนโซเอต (SIAB)
143. อิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิ 141, โดยที่ D จะถูกเลือกสรรจากออริสเตตินและ โดโลสเตติน
144. องค์ประกอบเชิงเภสัชกรรมซึ่งประกอบรวมด้วยอิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิ 141 และ พาหะที่ยอมรับได้ในทางเภสัชกรรม
145. วิธีการสำหรับการยับยั้งการเจริบเติบโตของเซลล์ที่แสดงออกถึง CD79b, ซึ่งวิธีดังกล่าว จะประกอบรวมด้วยการสัมผัสเซลลืดังกล่าวด้วยแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258, ซึ่งดังนี้จะทำให้เกิดการยับยั้งการเจริญเติบโตของ เซลล์ดังกล่าว
146. วิธีการตามข้อถทอสิทธิ 145 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถุกคอนจูเกตกับสารซึ่งเป็นพิษต่อ เซลล์
147. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 145 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งยับยั้ง การเจริญเติบโต
148. การใช้แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258 เพื่อเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับการบำบัดบุคคลเป้าหมายซึ่งมีโรคมะเร็ง
149. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 148 โดยที่โรคมะเร็งจะถูกเลือกสรรจากโรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง, โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองชนิด นอน-ฮอดจ์กิน (NHL), NHL แบบรุกราน, NHL แบบรุกรานที่กลับเป็น ซ้ำ, NHL แบบโตช้าที่กลับเป็นซ้ำ, NHL ที่ดื้อการรักษา, NHL แบบโตช้าที่ดื้อการรักษา, ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเรื้อรัง (CLL), โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองลิมโฟไซต์ขนาดเล็ก, ลิวคีเมีย, แฮรีเซลล์ลิวคีเมีย (HCL), ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน (ALL), และมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง แมนเทิลเซลล์
150. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 148 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งเป็นพิษต่อ เซลล์
151. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 148 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งยับยั้ง การเจริญเติบโต
152. การใช้แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258 เพื่อเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับการบำบัดความผิดปกติเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนใน สิ่งมีชีวิตเป้าหมาย
153. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 152 โดยที่ความผิดปกติเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนดังกล่าวคือ โรคมะเร็ง
154. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 153 โดยที่โรคมะเร็งจะถูกเลือกสรรจากโรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง, โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองชนิด นอน-ฮอดจ์กิน (NHL), NHL แบบรุกราน, NHL แบบรุกรานที่กลับเป็น ซ้ำ, NHL แบบโตช้าที่กลับเป็นซ้ำ, NHL ที่ดื้อการรักษา, NHL แบบโตช้าที่ดื้อการรักษา, ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเรื้อรัง (CLL), โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองลิมโฟไซต์ขนาดเล็ก, ลิวคีเมีย, แฮรีเซลล์ลิวคีเมีย (HCL), ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน (ALL), และมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง แมนเทิลเซลล์
155. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 152 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งเป็นพิษต่อ เซลล์
156. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 152 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งยับยั้ง การเจริญเติบโต
157. วิธีการในการยับยั้งการเจริบเติบโตของเซลล์, โดยที่การเจริญเติบโตของเซลล์ดังกล่าวจะขึ้น อย่างอย่างน้อยในบางส่วนกับผลเชิงการเสริมการเจริญเติบโตของ CD79b, ซึ่งวิธีการดังกล่าว ประกอบรวมด้วยการสัมผัสเซลล์ดังกล่าวด้วยปริมาณที่เป็นผลของแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของ ข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258, ซึ่งดังนี้จะยับยั้ง การเจริญเติบโตของเซลล์ดังกล่าว
158. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 157 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งเป็นพิษต่อ เซลล์
159. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 157 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งยับยั้ง การเจริญเติบโต
160. การใช้งานของแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258 เพื่อจัดเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับการบำบัดรักษาเนื้องอกในสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นม, โดยที่การเจริญเติบโตของเนื้องอกดังกล่าวจะขึ้นอย่างอย่างน้อยในบางส่วนกับผลเชิงการเสริม การเจริญเติบโตของ CB79b
161. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 160 โดยที่เนื้องอกดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง, โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองชนิด นอน-ฮอดจ์กิน (NHL), NHL แบบรุกราน, NHL แบบรุกรานที่กลับเป็น ซ้ำ, NHL แบบโตช้าที่กลับเป็นซ้ำ, NHL ที่ดื้อการรักษา, NHL แบบโตช้าที่ดื้อการรักษา, ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเรื้อรัง (CLL), โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองลิมโฟไซต์ขนาดเล็ก, ลิวคีเมีย, แฮรีเซลล์ลิวคีเมีย (HCL), ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน (ALL), และมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง แมนเทิลเซลล์
162. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 160 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งเป็นพิษต่อ เซลล์
163. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 160 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งยับยั้ง การเจริญเติบโต
164. วิธีการในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของ B เซลล์ซึ่งประกอบรวมด้วยการเผยรับของเซลล์ ต่ออิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิ 142 ภายใต้สภาวะซึ่งยอมให้มีการเชื่อมจับของอิมมูโนคอนจูเกต กับ CD79b
165. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 164 โดยที่การเพิ่มจำนวนของ B เซลล์จะถูกเลือกสรรจากโรคมะเร็ง ปุ่มน้ำเหลือง,โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองชนิด นอน-ฮอดจ์กิน (NHL), NHL แบบรุกราน, NHL แบบ รุกรานที่กลับเป็นซ้ำ, NHL แบบโตช้าที่กลับเป็นซ้ำ, NHL ที่ดื้อการรักษา, NHL แบบโตช้าที่ดื้อ การรักษา, ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเรื้อรัง (CLL), โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองลิมโฟไซต์ขนาดเล็ก, ลิวคีเมีย, แฮรีเซลล์ลิวคีเมีย (HCL), ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน (ALL), และมะเร็ง ปุ่มน้ำเหลืองแมนเทิลเซลล์
166. วิธีการตามข้อถือสิทธิ164, โดยที่ B เซลล์ คือ สิ่งปลูกถ่ายวิวิธพันธุ์
167. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 164, โดยที่การเผยรับจะเกิดขึ้นในหลอดทดลอง
168. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 164, โดยที่การเผยรับจะเกิดขึ้นในกาย
169. วิธีการในการประเมินการมีอยู่ของ CD79b ในตัวอย่างเชิงชีวภาพที่ต้องสงสัยว่ามี CD79b, ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะประกอบรวมด้วยการเผยรับของตัวอย่างดังกล่าวต่อแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่ง ของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258, และการประเมิน การเชื่อมจับของแอนติบอดีดังกล่าวกับ CD79b ในตัวอย่างดังกล่าวโดยที่การเชื่อมจับของแอนติบอดี ดังกล่าวกับ CD79b ในตัวอย่างดังกล่าวคือสิ่งบ่งชี้การมีอยู่ของโปรตีนดังกล่าวในตัวอย่างดังกล่าว
170. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 169 โดยที่ตัวอย่างเชิงชีวภาพจะได้มาจากผู้ป่วยที่ต้องสังสัยว่ามี ความผิดปกติเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนของ B เซลล์
171. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 170 โดยที่ความผิดปกติเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนของ B เซลล์จะถูก เลือกสรรจากโรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง, โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองชนิด นอน-ฮอดจ์กิน (NHL), NHL แบบ รุกราน, NHL แบบรุกรานที่กลับเป็นซ้ำ, NHL แบบโตช้าที่กลับเป็นซ้ำ, NHL ที่ดื้อการรักษา, NHL แบบโตช้าที่ดื้อการรักษา, ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเรื้อรัง (CLL), โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองลิมโฟไซต์ ขนาดเล็ก, ลิวคีเมีย, แฮรีเซลล์ลิวคีเมีย (HCL), ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน (ALL), และมะเร็ง ปุ่มน้ำเหลืองแมนเทิลเซลล์
172. วิธีการในการเชื่อมจับแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258 กับเซลล์ซึ่งแสดงออกถึง CD79b, ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะประกอบ รวมด้วยการสัมผัสเซลล์ดังกล่าว ด้วยแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258
173. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 172 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งเป็นพิษต่อ เซลล์
174. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 172 โดยที่แอนติบอดีดังกล่าวจะถูกคอนจูเกตกับสารซึ่งยับยั้ง การเจริญเติบโต
175. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีน ซึ่งประกอบรวมด้วยหนึ่งหรือมากกว่าของกรด อะมิโนซิลเตอีนอิสระ, โดยที่แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนจะถูกเตรียมโดยกระบวนการ ซึ่งประกอบรวมด้วยการแทนที่หนึ่งหรือมากกว่าของกรดอะมิโนเรสซิดิวของแอนติบอดีแม่แบบ ด้วย กรดอะมิโนเรสซิดิวอิสระ, โดยที่แอนติบอดีแม่แบบคือแอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258
176. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 175 โดยที่หนึ่งหรือมากกว่าของกรดอะมิโนซิสเตอีนอิสระจะมี คำการทำปฏิกิริยาไธโออยู่ในช่วง 0.6 ถึง 1.0
177. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 175, โดยที่แอนติบอดีที่ถูกทำ วิศวกรรมด้วยซิสเตอีนจะทำปฏิกิริยากับไธโอ-รีแอคทีพ รีเอเจนท์ ได้ดีกว่าแอนติบอดีแม่แบบ
178. แอนติบอดีที่ถูกทำวิสวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 175 โดยที่กระบวนการจะประกอบ รวมต่อไปด้วยการประเมินสภาพทำปฏิกิริยากับไธออลของแอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีน โดยการทำปฏิกิริยาแอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนกับไธออล-รีแอคทีพ รีเอเจนท์; โดยที่ แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนจะทำปฏิกิริยากับไธออล-รีแอคทีพ รีเอเจนท์ได้ดีกว่า แอนติบอดีแม่แบบ
179. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 175, โดยที่หนึ่งหรือมากกว่าของ กรดอะมิโนซิสเตอีนอิสระจะมีตำแหน่งอยู่ในสายเบา
180. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 175 โดยที่แอนติบอดีคือ อิมมูโน คอนจูเกตซึ่งประกอบรวมด้วยแอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนที่ถูกเชื่อมติดแบบโควาเลนท์ กับสารซึ่งเป็นพิศกับเซลล์
181. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 180, โดยที่สารซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ จะถูกเลือกสรรจากชีวภาพ, สารสำหรับเคมีบำบัด, โมไอตี้ยา, ยาปฏิชีวนะ, ไอโซโทปเชิง กัมมันตภาพรังสี, และนิวคลีโอไลติกเอนไซน์
182. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 175 โดยที่แอนติบอดีจะถูก เชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับฉลากสำหรับการดักจับ, ฉลากสำหรับการตรวจหา, หรือสิ่งพยุงของแข็ง
183. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 180 โดยที่แอนติบอดีจะถูก เชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับฉลากสำหรับการดักจับชนิดไบโอติน
184. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 182 โดยที่แอนติบอดีจะถูก เชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับฉลากสำหรับการตรวจหาชนิดสีย้อมฟลูออเรสเซนต์
185. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซอสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 184 โดยที่สีย้อมฟลูออเรสเซนต์จะ ถูกเลือกสรรจาก ชนิดฟลูออเรสซีน, ชนิดโรดามีน, แดนซิล, ลิสซามีน, ไซยานีน, ไฟโคอีริทธริน, เทกซัส เรด (Texas Red) , และอนาลอกของพวกมัน
186. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 182 โดยที่แอนติบอดีจะถูก เชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับฉลากสำหรับการตรวจหาชนิดเรดิโอนิวไคลด์ ที่ถูกเลือกสรรจาก 3H, 11C, 14C, 18F, 32P, 35S, 64Cu, 68Ga, 86Y, 99Tc, 111In, 123I, 124I,125I, 131I, 133Xe, 177Lu, 211At, และ 213Bi
187. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 182 โดยที่แอนติบอดีจะถูก เชื่อมต่อแบบโควาเลนท์กับฉลากสำหรับการตรวจหา โดยคิเลตติ้งลิแกนด์
188. แอนติบอดี้ที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนตามข้อถือสิทธิ 187 โดยที่คิเลตติ้งลิแกนด์จะถูก เลือกสรรจาก DOTA, DOTP, DOTMA, DTPA และ TETA
189. แอนติบอดีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258 ซึ่งประกอบรวมด้วยเปบไทด์ซึ่งเชื่อมจับอัลบูมิน
190. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 188, โดยที่เปบไทด์ซึ่งเชื่อมจับอัลบูมินจะถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NOs: 246-250
191. แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนซึ่งประกอบรวมด้วยหนึ่งหรือมากกว่าของ กรดอะมิโนซิสเตอีนอิสระที่หนึ่งตำแหน่งหรือมากกว่าที่ถูกเลือกสรรจาก 15, 110, 114, 121, 127, 168 และ 205 ของสายเบาตามแบบแผนการให้หมายเลขของคาแบท (Kabat), และ 5, 23, 84, 112 ของ สายหนักตามแบบแผนการให้หมายเลขของคาแบท, โดยที่แอนติบอดีแม่แบบคือแอนติบอดี ตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258
192. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, โดยที่ซิสเตอีนจะอยู่ที่ตำแหน่งที่ 205 ของสายเบา
193. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, โดยที่ซิสเตอีนจะอยู่ที่ตำแหน่งที่ 118 ของสายหนัก
194. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, โดยที่ซิสเตอีนจะอยู่ที่ตำแหน่งที่ 400 ของสายหนัก
195. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนติบอดีจะถูกเลือกสรรจากโมโนโคลนอล แอนติบอดี, แอนติบอดีแบบสองจำเพาะ, ไคเมอริกแอนติบอดี, แอนติบอดีของมนุษย์, และ ฮิวแมนไนเซ็ดแอนติบอดี
196. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, ซึ่งคือชิ้นท่อนแอนติบอดี
197. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 196, โดยที่ชิ้นท่อนแอนติบอดีคือ ชิ้นท่อน Fab
198. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 ซึ่งจะถูกเลือกสรรจากไคเมอริกแอนติบอดี, แอนติบอดีของ มนุษย์, หรือฮิวแมนไนเซ็ดเแอนติบอดี
199. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 ซึ่งผลิตโดยแบคทีเรีย
200. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 ซึ่งผลิตโดย CHO เซลล์
201. วิธีการในการประเมินการมีอยู่ของ CD79b โปรตีนในตัวอย่างที่ต้องสงสัยว่ามีโปรตีน ดังกล่าว, ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะประกอบรวมด้วยการเผยรับของตัวอย่างดังกล่าวต่อแอนติบอดีตาม ข้อถือสิทธิ 197 และการประเมินการเชื่อมจับของแอนติบอดีดังกล่าวกับ CD79b โปรตีนดังกล่าวใน ตัวอย่างดังกล่าว, โดยที่การเชื่อมจับของแอนติบอดีกับโปรตีนดังกล่าวคือสิ่งบ่งชี้การมีอยู่ของโปรตีน ดังกล่าวในตัวอย่างดังกล่าว
202. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 201 โดยที่ตัวอย่างดังกล่าวจะประกอบรวมด้วยเซลล์ที่ต้องสงสัยว่ามี การแสดงออกของ CD79b โปรตีนดังกล่าว
203. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 201 โดยที่เซลล์ดังกล่าวคือ B เซลล์
204. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 201 โดยที่แอนติบอดีจะถูกเชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับฉลากที่ถูก เลือกสรรจากสีย้อมฟลูออเรสเซนต์, ไอโซโทปกัมมันตรังสี, ไบโอติน, หรือลิแกนด์ซึ่งเกิด สารเชิงซ้อนกับโลหะ
205. สูตรผลิตเชิงเภสัชกรรมซึ่งประกอบรวมด้วยแอนติ-CD79b แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, และตัวเจือจาง, พาหะ หรือส่วนเติมเนื้อยาที่ยอมรับได้ในทางเภสัชกรรม
206. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนติบอดีจะถูกเชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับไมโอตี้ยา ออริสเตติน หรือเมย์แทนซินอยด์ ซึ่งดังนี้คอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา จะถูกทำให้เกิดขึ้น
207. คอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 206 ซึ่งประกอบรวมด้วยแอนติบอดี (Ab), และ โมไอตี้ยาออริสเตตินหรือเมย์แทนซินอยด์ (D) โดยที่แอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วยซิสเตอีนจะถูก เชื่อมติดโดยผ่านหนึ่งหรือมากกว่าของกรดอะมิโนซิสเตอีนอิสระโดยโอไอตี้ตัวเชื่อมต่อ (L) ไปยัง (D); ซึ่งสารประกอบจะมีสูตร I: (สูตรเคมี) I โดยที่ p คือ 1,2,3, หรือ 4
208. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 207 โดยที่ p คือ 2
209. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 207 โดยที่ L จะมีสูตร : -Aa -Ww -Yy- โดยที่ : A คือหน่วยยึดที่ถูกเชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับซิสเตอีนไธออลของแอนติบอดีที่ถูกทำวิศวกรรมด้วย ซิสเตอีน (Ab); a คือ 0 หรือ 1; W แต่ละตัวโดยเป็นอิสระต่อกันคือ หน่วยกรดอะมิโน; w คือจำนวนเต็มที่อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0 ถึง 12; Y คือหน่วยขั้นที่ถูกเชื่อมติดแบบโควาเลนท์กับโมไอตี้ยา; และ y คือ 0,1 หรือ 2
210. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 209 ซึ่งมีสูตร : (สูตรเคมี) โดยที่ PAB คือพารา-อะมิโนเบนซิลคาร์บาโมอิล, และ R17 คืออนุมูลไดวาเลนท์ที่ถูกเลือกสรรจาก (CH2)r, C3-C8 คาร์บอไซคลิล, O-(CH2)r, แอริลีน, (CH2)r-แอริลีน, -แอริลีน-(CH2)r-. (CH2)r-(C3-C8 คาร์บอไซคลิล), (C3-C8 คาร์บอไซคลิล)-(CH2)r, C3-C8 เฮทเทอโรไซคลิล, (CH2)r-(C3-C8เฮทเทอโร ไซคลิล),- (C3-C8 เฮทเทอโรไซคลิล)-(CH2)r-, (CH2)rC(O)NRb(CH2)r-, -(CH2CH2O)r-, -(CH2CH2O)r- CH2-, -(CH2)rC(O)NRb(CH2CH2O)r-, -(CH2)rC(O)NRb(CH2CH2O)r-CH2-, -(CH2CH2O)rC(O)NRb(CH2CH2O)r-, -(CH2CH2O)rC(O)NRb(CH2CH2O)r-CH2-, และ -(CH2CH2O)rC(O)NRb(CH2)r-; โดยที่ Rb คือ H, C1-C6 อัลคิล, ฟีนิล, หรือเบนซิล; และ r โดยเป็นอิสระ ต่อกันคือจำนวนเต็มซึ่งอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 10
211. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 209 โดยที่ Ww คือ วาลีน- ซิทรูลลีน
212. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 209 โดยที่ R17 คือ (CH2)5 คือ (CH2)2
213. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 209 ซึ่งมีสูตร : (สูตรเคมี) p
214. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 213 โดยที่ R17 คือ (CH2)5 หรือ (CH2)2
215. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 209 ซึ่งมีสูตร : (สูตรเคมี)
216. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 207 โดยที่ L คือ SMCC, SPP, SPDB หรือ BMPEO
217. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 207 โดยที่ D คือ MMAE, ซึ่งมี โครงสร้าง: (สูตรเคมี) โดยที่เส้นหยักจะบ่งชี้ตำแหน่งการเชื่อมติดกับตัวเชื่อมต่อ L
218. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 207 โดยที่ D คือ MMAF, ซึ่งมี โครงสร้าง: (สูตรเคมี) โดยที่เส้นหยักจะบ่งชี้ตำแหน่งการเชื่อมติดกับตัวเชื่อมต่อ L
219. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 207 โดยที่ D คือ DM1 หรือ DM4, ซึ่งมีโครงสร้าง: (สูตรเคมี) DM1 (สูตรเคมี) DM4 โดยที่เส้นหยักจะบ่งชี้ตำแหน่งการเชื่อมติดกับตัวเชื่อมต่อ L
220. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 206 โดยที่แอนติบอดีจะถูก เลือกสรรจากโมโนโคลนอลแอนติบอดี, แอนติบอดีแบบสองจำเพาะ, ไคเมอริกแอนติบอดี, แอนติบอดีของมนุษย์, ฮิวแมนไนเซ็ดแอนติบอดี, และชิ้นท่อนของแอนติบอดี
221. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 206 โดยที่ชิ้นท่อนแอนติบอดีคือ ชิ้นท่อน Fab
222. สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ที่ถูกเลือกสรรจากโครงสร้าง : (สูตรเคมี) Ab-Mc-vcPAB-MMAF (สูตรเคมี) Ab-Mc-vcPAB-MMAE (สูตรเคมี) Ab-Mc-MMAE (สูตรเคมี) Ab-Mc-MMAF (สูตรเคมี) Ab-BMPEO-DMI โดยที่ Val คือวาลีน; Cit คือ ซิลรูลลีน; p คือ 1, 2, 3, หรือ 4; และ Ab คือแอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191
223. คอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 206 โดยที่ออริสเตติน MMAE หรือ MMAF
224. คอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 207 โดยที่ L คือ MC-val-cit-PAB หรือ MC
225. การสอบวิเคราะห์เพื่อตรวจหา B เซลล์ซึ่งประกอบรวมด้วย: (a) การเผยรับของเซลล์ต่อสารประกอบคอยจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 206; และ (b) การประเมินระดับของการเชื่อมจับสารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา กับเซลล์
226. การใช้สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 206 เพื่อเตรียมเวชภัณฑ์ สำหรับการบำบัด B เซลล์ที่เป็นมะเร็งของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในอาหารเพาะเลี้ยงเซลล์ซึ่งส่งผลใน การยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์
227. สูตรผสมเชิงเภสัชกรรมซึ่งประกอบรวมด้วยคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ตามข้อถือสิทธิ 206, และตัวเจือจาง, พาหะ หรือส่วนเติมเนื้อยาที่ยอมรับได้ในทางเภสัชกรรม
228. การใช้งานของสูตรผสมเชิงดภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิ 227 เพื่อเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับ การบำบัดโรคมะเร็ง
229. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 228 โดยที่โรคมะเร็งจะถูกเลือกสรรจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วย โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง, โรคมะเม็งปุ่มน้ำเหลืองชนิด นอน-ฮอดจ์กิน (NHL), NHL แบบรุกราน, NHL แบบรุกรานที่กลับเป็นซ้ำ, NHL แบบโตช้าที่กลับเป็นซ้ำ, NHL ที่ดื้อการรักษา, NHL แบบโตช้าที่ดื้อ การรักษา, ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเรื้อรัง (CLL), โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองลิมโฟไซต์ขนาดเล็ก, ลิวคีเมีย, แฮรีเซลล์ลิวคีเมีย (HCL), ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน (ALL), และมะเร็ง ปุ่มน้ำเหลืองแมนเทิลเซลล์
230. การใช้งานตามข้อถือสิทธิ 228 โดยที่ผู้ป่วยจะถูกให้ด้วยสารซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์โดยร่วมกับ สารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา
231. ชิ้นงานจากการผลิตซึ่งประกอบด้วย สูตรผสมเชิงเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิ 227; ภาชนะบรรจุ; และ ใบแทรกหรือฉลากในบรรจุภัณฑ์ซึ่งบ่งชี้ว่าสารประกอบจะสามารถถูกใช้เพื่อบำบัด โรคมะเร็งที่มีลักษณะเฉพาะโดยการแสดงออกมากเกินของ CD79b โพลีเปบไทด์
232. ชิ้นงานตามข้อถือสิทธิ 231 โดยที่โรคมะเร็งจะถูกเลือกสรรจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วย โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง, โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองชนิด นอน-ฮอดจ์กิน (NHL), NHL แบบรุกราน, NHL แบบรุกรานที่กลับเป็นซ้ำ, NHL แบบโตช้าที่กลับเป็นซ้ำ, NHL ที่ดื้อการรักษา, NHL แบบโตช้าที่ดื้อ การรักษา, ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเรื้อรัง (CLL), โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลืองลิมโฟไซต์ขนาดเล็ก, ลิวคีเมีย, แฮรีเซลล์ลิวคีเมีย (HCL), ลิมโฟไซติกลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน (ALL), และมะเร็ง ปุ่มน้ำเหลืองแมนเทิลเซลล์
233. วิธีการสำหรับการผลิตสารประกอบคอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา ซึ่งประกอบรวมด้วยแอนติ- CD79b แอนติบอดี (Ab) ตามข้อถือสิทธิ 191, และโมไอยาตี้ออริสเตตินหรือเมย์แทนซินอยด์ (D) โดย ที่แอนติบอดีจะถูกเชื่อมติดโดยผ่านหนึ่งหรือมากกว่าของกรดอะมิโนซิเตอีนที่ถูกทำวิศวกรรมโดย โมไอยาตี้ตัวเชื่อมต่อ (L) ไปยัง (D); ซึ่งสารประกอบจะมีสูตร I; Ab-(L-D)p I โดยที่ p คือ 1, 2, 3 หรือ 4; ซึ่งวิธีการประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ: (a) การทำปฏิกิริยาหมู่ซิสเตอีนที่ถูกทำวิศวกรรมของแอนติบอดี กับรีเอเจนท์ตัวเชื่อมต่อ เพื่อเกิดเป็นอินเทอร์มิเดียทแอนติบอดี-ตัวเชื่อมต่อ Abb-L; และ (b) การทำปฏิกิริยา Ab-L กับโมไอยาตี้ยาที่ถูกกระตุ้นฤทธิ์ D; ซึ่งดังนี้คอนจูเกตของ แอนติบอดี-ยา จะถูกทำให้เกิดขึ้น; หรือประกอบรวมด้วย (c) การทำปฏิกิริยาหมู่นิวคลีโอฟิลิกของโมไอยาตี้ยากับรีเอเจนท์ตัวเชื่อมต่อเพื่อเกิดเป็น อินเทอร์มิเดียทยา-ตัวเชื่อมต่อ D-L; และ (d) การทำปฏิกิริยา D-L กับหมู่ซิสเตอีนที่ถูกทำวิศวกรรมของแอนติบอดี; ซึ่งดังนี้ คอนจูเกตของแอนติบอดี-ยาจะถูกทำให้เกิดขึ้น;
234. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 233 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วยขั้นตอนของการแสดงออกของ แอนติบอดีในเซลล์รังไข่ของหนูไชนีสแฮมสเตอร์ (CHO)
235. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 233 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วนขั้นตอนของการบำบัดแอนติบอดีที่ถูก แสดงออก ด้วยสารรีดิวซิงก์
236. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 235 โดยที่สารรีดิวซิงก์จะถูกเลือกสรรจาก TCEP และ DTT
237. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 235 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วยขั้นตอนของการบำบัดแอนติบอดีที่ถูก แสดงออก ด้วยสารออกซิไดซิงก์, ภายหลังการบำบัดด้วยสารรีดิวซิงก์
238. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 237 โดยที่สารออกซิไดซิงก์จะถูกเลือกสรรจากคอปเปอร์ซัลเฟต, ดีไฮโดรแอสคอร์บิก แอชิด, และอากาศ
239. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายหนักซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจากอย่างใดอย่าง หนึ่งของ SEQ ID NOs: 304 หรือ 228
240. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายเบาซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโน SEQ ID NO: 303 และสายลำดับ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโน SEQ ID NO: 228
241. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายหนักซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจากอย่างใดอย่าง หนึ่งของ SEQ ID NOs: 306 หรือ 230
242. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายเบาซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 305 และ สายลำดับสายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 230
243. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายหนักซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจากอย่างใดอย่าง หนึ่งของ SEQ ID NOs: 308 หรือ 232
244. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายเบาซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 307 และ สายลำดับสายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 232
245. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายหนักซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจากอย่างใดอย่าง หนึ่งของ SEQ ID NOs: 6 หรือ 236
246. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายเบาซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจากอย่างใดอย่าง หนึ่งของ SEQ ID NOs: 4 หรือ 235
247. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายเบาซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 4 และ สายลำดับสายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 236
248. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191 โดยที่แอนิตบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับสายเบาซึ่งมี อย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 235 และ สายลำดับสายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 6
249. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NO: 301
250. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NO: 302
251. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปนของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NO: 301 และโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับ สายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NO: 302
252. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับของสายหนัก ซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจากอย่างใด อย่างหนึ่ง SEQ ID NO: 243 หรือ 244
253. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับของสายเบา ซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจากอย่างใด อย่างหนึ่ง SEQ ID NO: 241 หรือ 300
254. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยสายลำดับของสายเบา ซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 241 และ สายลำดับของสายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 244
255. แอนติบอดีตามข้อถือสิทธิ 191, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยสายโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนตาม SEQ ID NO: 300 และโดเมนผันแปรของสายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรด อะมิโนSEQ ID NOs: 243
256. องค์ประกอบซึ่งประกอบรวมด้วยแอนติบอดีตามข้อใดขเอหนึ่งของข้อถือสิทธิ 1, 6-10, 58, 69, 80, 91, 115, 118, 121, 124, 251 หรือ 258
257. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 256, โดยที่องค์ประกอบรวมด้วยพาหะ
258. แอนติบอดีที่เชื่อมจับกับ CD79b, โดยที่แอนติบอดีจะประกอบรวมด้วยโดเมนผันแปรของ สายหนักซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NO: 14 และโเมนผันแปรของสายเบาซึ่งมีอย่างน้อย 90% ความเหมือนในสายลำดับ กับสายลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกสรรจาก SEQ ID NO: 10
Publications (4)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH801003665A TH801003665A (th) | |
| TH144553B TH144553B (th) | 2016-01-22 |
| TH0801003665A TH0801003665A (th) | 2016-01-22 |
| TH144553A true TH144553A (th) | 2016-01-22 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| US10912841B2 (en) | Antibody-drug-conjugate and its use for the treatment of cancer | |
| ES2884844T3 (es) | Conjugados de anticuerpo fármaco (ADC) que se unen a proteínas FLT3 | |
| IL295449A (en) | Cycteine engineering anti-cd79b antibodies and antibody-drug conjugates | |
| EP3307274B1 (en) | Anti-cd123 antibodies and conjugates thereof | |
| JP2013056896A5 (th) | ||
| CA3233254A1 (en) | Antibody, antibody-drug conjugate thereof and use thereof | |
| US7090844B2 (en) | Use of antibodies against the MUC18 antigen | |
| RU2011144119A (ru) | АНТИТЕЛА К FcRH5, ИХ ИММУНОКОНЪЮГАТЫ И СПОСОБЫ ИХ ПРИМЕНЕНИЯ | |
| RU2011144141A (ru) | АНТИТЕЛА К FcRH5, ИХ ИММУНОКОНЪЮГАТЫ И СПОСОБЫ ИХ ПРИМЕНЕНИЯ | |
| US20230295346A1 (en) | Prodruggable antibodies, prodrugs thereof, and methods of use and making | |
| AU2016250900B2 (en) | Therapeutic antibodies and uses thereof | |
| CA2890256A1 (en) | Anti-il-13 receptor alpha 2 antibodies and antibody-drug conjugates | |
| RU2009136946A (ru) | Композиции и способы диагностики и лечения опухоли | |
| AU2015308894A1 (en) | Internalizing moieties for treatment of cancer | |
| US8759490B2 (en) | Antibodies that bind OV064 and methods of use therefor | |
| JP2012522513A5 (th) | ||
| IL302818A (en) | Treatment of cancer | |
| HRP20120352T1 (hr) | Anti-cd79b protutijela i imunokonjugati te postupci uporabe | |
| EP3215519A1 (en) | Amatoxin derivatives and conjugates thereof as inhibitors of rna polymerase | |
| CA3205707A1 (en) | Immunoconjugates comprising kallikrein related peptidase 2 antigen binding domains and their uses | |
| NZ232490A (en) | Cross-linked antibody conjugate comprising a labelled antibody and interchain bridge including reporter or effector groups | |
| JP2025524306A (ja) | Itga2を標的とする抗体及びそれを含む抗体薬物複合体 | |
| CA2113578A1 (en) | Trifunctional compounds having specificity for multi-drug resistant cells | |
| WO2025183075A1 (ja) | 抗cdh3ヒト化抗体及びそれらの使用 | |
| JP2016511257A (ja) | 癌の治療における抗gcc抗体−薬物複合体及びdna損傷剤の投与 |