TH14796C3 - เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว - Google Patents

เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว

Info

Publication number
TH14796C3
TH14796C3 TH1603001995U TH1603001995U TH14796C3 TH 14796 C3 TH14796 C3 TH 14796C3 TH 1603001995 U TH1603001995 U TH 1603001995U TH 1603001995 U TH1603001995 U TH 1603001995U TH 14796 C3 TH14796 C3 TH 14796C3
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
polypropylene
fibers
composite
group
fiber
Prior art date
Application number
TH1603001995U
Other languages
English (en)
Other versions
TH14796A3 (th
TH14796Y (th
TH14796U (th
Inventor
อินทะสันตา นายวรล
สัณฐมิตร นายบรรณกร
Original Assignee
นาง รัชดา เรืองสิน
นางสาว นัฏพร ชัยศักดิชาตรี
Filing date
Publication date
Application filed by นาง รัชดา เรืองสิน, นางสาว นัฏพร ชัยศักดิชาตรี filed Critical นาง รัชดา เรืองสิน
Publication of TH14796A3 publication Critical patent/TH14796A3/th
Publication of TH14796C3 publication Critical patent/TH14796C3/th
Publication of TH14796Y publication Critical patent/TH14796Y/th
Publication of TH14796U publication Critical patent/TH14796U/th

Links

Abstract

------07/09/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางเคมีและกายภาพของเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบ แยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และต้านรังสียูวี ไม่ลดความแข็งแรงลง และกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าวที่ประกอบด้วยขั้นตอน หลักได้แก่ 1. ขั้นตอนการเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอลิท 2. ขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยพอลิโพรพิลลีน แบบแยกส่วน (Segment pie) และ 3.ขั้นตอนการล้างเส้นใยบางส่วน โดยวัตถุประสงค์ของการ ประดิษฐ์คือเพื่อการขึ้นรูปเส้นใยโพลีโพรพิลลีนที่นอกจากมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกัน รังสียูวี แล้วยังเป็นเส้นด้ายแบบแยกส่วน (Segment pie)สามารถแปรรูปไปเป็นเส้นใยไมโครไฟเบอร์ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสิ่งทอเฉพาะทางอีกด้วย ------------ ------30/03/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางเคมีและกายภาพของเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบ แยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และต้านรังสียูวี ไม่ลดความแข็งแรงลง และกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าวที่ประกอบด้วยขั้นตอน หลักได้แก่ 1. ขั้นตอนการเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท 2. ขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยพอลิโพรพิลลีน แบบแยกส่วน (Segment pie) และ 3.ขั้นตอนการล้างเส้นใยบางส่วน โดยวัตถุประสงค์ของการ ประดิษฐ์คือเพื่อการขึ้นรูปเส้นใยโพลีโพรพิลลีนที่นอกจากมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกัน รังสียูวี แล้วยังเป็นเส้นด้ายแบบแยกส่วน (Segment pie)ที่สามารถแปรรูปไปเป็นเส้นใยไมโครไฟเบอร์ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสิ่งทอเฉพาะทางอีกด้วย ------------ ------08/12/2560------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางเคมีและกายภาพของเล้นใยผสมสังเคราะห์แบบ แยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่มีคุณสมปติพิเศษในการต้านเชือแบคทีเรีย และต้านรังสียูวี ไม่ลดความแข็งแรงลง และกระบวนการผลิตเล้นใยดังกล่าวที่ประกอบด้วยนี้นตอน หสักได้แก่ 1. นี้นตอนการเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท 2. นี้นตอนการขึนรูปเสีนใยพอลิโพรพิลสีน แบบแยกส่วน (Segment pie) และ 3.นี้นตอนการล้างเสีนใยบางส่วน โดยวัตถุประสงค์ของการ ประดิษฐ์คือเพื่อการขึนรูปเล้นใยโพสีโพรพิลสีนที่นอกจากมีคุณสมปติในการต้านเชือแบคทีเรีย ป้องกัน รังสียูวี แล้วยังเป็นเล้นด้ายแบบแยกส่วน (Segment pie)ที่สามารถแปรรูปไปเป็นเส้นใยโมโครโฟเบอร์ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสิ่งทอเฉพาะทางอีกด้วย ------------ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางเคมีและกายภาพของเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบ แยกส่วน (segment pie ) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และต้านรังสียูวี ไม่ลดความแข็งแรงลง และกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าวที่ประกอบด้วยขั้นตอน หลักได้แก่ 1. ขั้นตอนการเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท 2. ขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยพอลิโพรพิลลีน แบบแยกส่วน (Segment pie ) และ 3.ขั้นตอนการล้างเส้นใยบางส่วน โดยวัตถุประสงค์ของการ ประดิษฐ์คือเพื่อการขึ้นรูปเส้นใยโพลีโพรพิลลีนที่นอกจากมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกัน รังสียูวี แล้วยังเป็นเส้นด้ายแบบแยกส่วน (Segment pie )ที่สามารถแปรรูปไปเป็นเส้นใยไมโครไฟเบอร์ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสิ่งทอเฉพาะทางอีกด้วย

Claims (9)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :------07/09/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 3 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. เส้นใยผสมสังเคราะห์นบบนยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่ซึ่ง เส้นใยมีหน้าตัดตาม ขวางของเส้นใยแบบหน้าตัดสองส่วนประกอบแบบแยกเป็นส่วนๆ จำนวนหนึ่ง คล้ายพิซซ่าที่ถูก แบ่งเป็นชิ้นสามเหลี่ยมที่เรยงต่อกันเป็นวงกลม ซึ่งส่วนประกอบของเส้นใยบนหน้าตัดส่วนที่หนึ่ง จะเป็น พอลิโพรพิลลีน หรอ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่มีสัดส่วนของสารพอลิโพร-พิลลีนที่มี สารเติมแต่งปริมาณ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร และบนหน้าตัดส่วนที่สองจะเป็นสาร ฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์ บ[ริมาณ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร 2. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง พอลิ โพรพิลีนดังกล่าว เลือกได้จาก พอลิโพรพิลลีน; หรือ พอสิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์ ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย โพรพิลลีนมอนอเมอร์โค พอลิเมอร์กับโอลืน่ฟันมอนอเมอร์, โพรพิลลีนมอนอเมอร์โคพอลิเมอร์กับไวนิลมอนอเมอร์, โพ รพิลลีนมอนอเมอร์โคพอลิเมอร์กับอิมิดาโซสมอนอเมอร์, พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิ อีเทอร์, พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอสิเอสเตอร์หรอพอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิเอ ไมด์; หรือ อนุพันธ์ของพอลิโพรพิลลีน ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย พอลิโพรพิลลีนที่ ประกอบด้วยหมู่ไฮดรอกชิล, หมู่อะครีลิก, หมู่คาร์บอกซิลิก, หมู่เอมีน, หมู่เอมายด์, หมู่อีเทอร์, หมู่คีโตน, หมู่เอสเตอร์, หมู่ไซยานายด์, หมู่เอไซด์, หมู่เบนซิมิดาโซน หรือหมู่อิมมิดาโซน 3. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอลิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ ซึ่ง พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท คือ พอลิโพรพิลลืนผสมกับสารเติมแต่ง ที่เลือกได้จาก สาร ฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์หรอ อนุภาคสารประกอบของซิงก์หรือ อนุภาคสารประกอบของซิลเวอร์ หรือ อนุภาคสารประกอบของเมทัลออกไซด์ หรือ ซิลิกา หรือ เคลย์ หรอ อนุภาคคาร์บอน หรือ ท่อคาร์บอนนาโน หรือ สารปรับปรุงแรงตึงผิว หรือ สารเพิ่มสี หรือ สารต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือ สารต้านรังสียูวี 4. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-3ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์คือ พอลิเมอร์ที่มีหมู่แอคทีฟกรุ๊ปอยู่ตามสาย ไฮโดรคาร์บอนหลัก ได้แก่ พอลิเมอร์ที่มีหมู่ไฮดรอกซี (Hydroxy group) เอมีน (Amine group) หรือ คาร์บออกซิสิคเอซิด (Carboxylic acid group) อยู่โดยรอบสายไฮโดรคาร์บอนหลัก หน้า 2 ของจำนวน 3 หน้า 5. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-4ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง พอลิเมอร์ดังกล่าวเลือกได้จาก พอลิอะครีโลไนไตร, พอลิไวนิลไพโลลิโดน, พอลิไว นิลแอลกอฮอล์, พอลิไฮดรอกซีโพรพิว เมทาคลีเลต, พอลิไฮดรอกซีเอททิล เมทาคลีเลต, พอลิกลี เซอรอล เมทาคลีเลต, พอลิเอทิลีนไกลคอล, ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือของผสมของสิ่งเหล่านี้ 6. เล่นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอลิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-5ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง ผลิตขึ้นรูปจากกระบวนการหลอม (melt spin) 7. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอลิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-6ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่งต้องผ่านกระบวนการล่างละลายเล่นใยก่อน (Dissolve) โดยใช้อัตราส่วนเส้นใยต่อ นำ 1:20 ละลายด้วยด่างแก่โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส เพื่อให้ เกิดขนาดเล่นด้ายระดับไมโครไฟเบอร์ 8. กระบวนการผลิตเล่นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอม พอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-7 ข้อใดข้อหนึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท (ที่มีส่วนผสมของสารพอลิโพรพิลลินกับ สารเติมแต่ง) นำพอลิโพรพิลลีน ปริมาณ 70 ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์โดยนำหนักสาร และ สารเติมแต่ง ปริมาณ 0.1 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์โดยนี้าหนักสาร ผสมให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมสาร จนได้พอลิ โพรพิลลีนคอมพอสิทที่เข้ากันดี จากนั้นนำเข้าเครองผสมเม็ดพลาสติก (Twin Screw Extruder) ที่กำหนดอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200-260 องศาเซลเซียส และมีอัตราการหมุนของ สกรู (Screw Speed) เท่ากับ 200-250 รอบต่อนาที พอลิโพรพิลลีนคอมพอลิทที่ได้จะถูกดัด เป็นเม็ดเพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยต่อไป ข. การขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment-pie) เลือกนำ สารพอลิโพรพิลลีน หรือ สารพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของ สารเติมแต่ง (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอน ก) และ ฟังก์ชันนอลพอลิเมอร์ แยกใส่ลงในเครื่องฉีดเล่น ใยสองหน้าดัด (Bicomponent Spinning) แบบแยกส่วน (segment-pie) ที่มีห์วฉีดเดียวแต่มี สองรูสำหรับลองหน้าดัด รูที่หนึ่งใส่พอลิโพรพิลลีน ห์รือ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทจาก ขั้นตอน ก โดยปรมาณสารพอสิโพรพิลลีน หรอ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของ สารเติมแต่งที่ใช้ในขั้นตอน ข นี้อยู่ระหว่าง 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และรูที่สองใส่ ฟังก์ชันนอลพอลิเมอร์ ในปริมาณทั้งหมดคือ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก กำหนดอุณหภูมิ ของเครื่องอยู่ระหว่าง 200-240 องศาเซลเซียส และอัตราการหมุนของสกรู (Screw) เท่ากับ 10-20 รอบต่อนาที สารแต่ละส่วนจะถูกหลอมโดยสกรูกลายเป็นของเหลว จากนั้นจะฉีดผ่าน หน้า 3 ของจำนวน 3 หน้า หัวดาย (Spinneret) ได้เส้นใยออกมาซึ่งมีลักษณะสองหน้าตัดประกอบแยกเป็นส่วนๆ ตรง ยาว ไม่งอ แล้วทำการดึงยืด (Draw) เพื่อม้วนเก็บ โดยลูกกลิ้ง 3 ชุด ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่าง กันคือ 1050,1300 และ 2520 เมตรต่อนาที ตามลำดับ ค. การละลายเส้นใยบางส่วนออกจากเส้นใย นำเส้นใยสองหน้าตัดแบบประกอบแยกส่วน (Segment pie) ที่ได้จากขั้นตอน ข ไป ผ่านกระบวนการละลาย ด้วยเครื่องล้าง (Washing) โดยใช้อัตราส่วนเส้นใยต่อน้ำ 1:20 ละลายด้วยด่างแก่โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที จากนั้นผ่านความร้อนด้วยเครื่องอบแห้ง เส้นใยจะถูกละลายแยกเป็นแฉกๆ อย่างเห็นได้ชัด ------------ ------30/03/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 3 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่ซึ่ง เส้นใยมีหน้าตัดตาม ขวางของเส้นใยแบบหน้าตัดสองส่วนประกอบแบบแยกเป็นส่วนๆ จำนวนหนึ่ง คล้ายพิซซ่าที่ถูก แบ่งเป็นชิ้นสามเหลี่ยมที่เรียงต่อกันเป็นวงกลม ซึ่งส่วนประกอบของเส้นใยบนหน้าตัดส่วนที่หนึ่ง จะเป็น พอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่มีสัดส่วนของสารพอลิโพร-พิลลีนที่มี สารเติมแต่งปริมาณ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร และบนหน้าตัดส่วนที่สองจะเป็นสาร ฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์ ปริมาณ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร 2. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง พอลิ โพรพิลีนดังกล่าว เลือกได้จาก พอลิโพรพิลลีน; หรือ พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์ ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย โพรพิลลีนมอนอเมอร์โค พอลิเมอร์กับโอลีนฟินมอนอเมอร์, โพรพิลลีนมอนอเมอร์โคพอลิเมอร์กับไวนิลมอนอเมอร์, โพ รพิลลีนมอนอเมอร์โคพอลิเมอร์กับอิมิดาโซลมอนอเมอร์, พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิ อีเทอร์, พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิเอสเตอร์หรือพอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิเอ ไมด์; หรือ อนุพันธ์ของพอลิโพรพิลลีน ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย พอลิโพรพิลลีนที่ ประกอบด้วยหมู่ไฮดรอกซิล, หมู่อะคริลิก, หมู่คาร์บอกซิลิก, หมู่เอมีน, หมู่เอมายด์, หมู่อีเทอร์, หมู่คีโตน, หมู่เอสเตอร์, หมู่ไซยานายด์, หมู่เอไซด์, หมู่เบนซิมิดาโซน หรือหมู่อิมมิดาโซน 3. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ ซึ่ง พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท คือ พอลิโพรพิลลีนผสมกับสารเติมแต่ง ที่เลือกได้จาก สาร ฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์หรือ อนุภาคสารประกอบของซิงก์หรือ อนุภาคสารประกอบของซิลเวอร์ หรือ อนุภาคสารประกอบของเมทัลออกไซด์ หรือ ซิลิกา หรือ เคลย์ หรือ อนุภาคคาร์บอน หรือ ท่อคาร์บอนนาโน หรือ สารปรับปรุงแรงตึงผิว หรือ สารเพิ่มสี หรือ สารต้านเรือแบคทีเรีย หรือ สารต้านรังสียูวี 4. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-3ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์คือ พอลิเมอร์ที่มีหมู่แอคทีฟกรุ๊ปอยู่ตามสาย ไฮโดรคาร์บอนหลัก ได้แก่ พอลิเมอร์ที่มีหมู่ไฮดรอกซี (Hydroxy group) เอมีน (Amine group) หรือ คาร์บออกซิลิคเอซิด (Carboxylic acid group) อยู่โดยรอบลายไฮโดรคาร์บอนหลัก หน้า 2 ของจำนวน 3 หน้า 5. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-4ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง พอลิเมอร์ดังกล่าวเลือกได้จาก พอลิอะคริโลไนไตร, พอลิไวนิลไพโลลิโดน, พอลิไว นิลแอลกอฮอล์, พอลิไฮดรอกซีโพรพิว เมทาคลีเลต, พอลิไฮดรอกซีเอททิล เมทาคลีเลต, พอลิกลี เซอรอล เมทาคลีเลต, พอลิเอทิลีนไกลคอล, ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือของผสมของสิ่งเหล่านี้ 7. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-6ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง ผลิตขึ้นรูปจากกระบวนการหลอม (melt spin) 8. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-7ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่งต้องผ่านกระบวนการล่างละลายเส้นใยก่อน (Dissolve) โดยใช้อัตราส่วนเส้นใยต่อ น้ำ 1:20 ละลายด้วยด่างแก่โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ที่อุณหภูมิ 90องศาเซลเซียส เพื่อให้ เกิดขนาดเส้นด้ายระดับไมโครไฟเบอร์ 9. กระบวนการผลิตเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอม พอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-8 ข้อใดข้อหนึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท (ที่มีส่วนผสมของสารพอลิโพรพิลลีนกับ สารเติมแต่ง) นำพอลิโพรพิลลีน ปรมาณ 70 ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร และ สารเติมแต่ง ปริมาณ 0.1 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร ผสมให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมสาร จนได้พอลิ โพรพิลลีนคอมพอสิทที่เข้ากันดี จากนั้นนำเข้าเครื่องผสมเม็ดพลาสติก (Twin Screw Extruder) ที่กำหนดอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200-260 องศาเซลเซียส และมีอัตราการหมุนของ สกรู (Screw Speed) เท่ากับ 200-250 รอบต่อนาที พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ได้จะถูกตัด เป็นเม็ดเพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยต่อไป ข. การขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment-pie) เลือกนำ สารพอลิโพรพิลลีน หรือ สารพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของ สารเติมแต่ง (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอน ก) และ ฟังก์ชันนอลพอลิเมอร์ แยกใส่ลงในเครื่องฉีดเส้น ใยสองหน้าตัด (Bicomponent Spinning) แบบแยกส่วน (segment-pie) ที่มีหัวฉีดเดียวแต่มี สองรูสำหรับสองหน้าตัด รูที่หนึ่งใส่พอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทจาก ขั้นตอน ก โดยปริมาณสารพอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของ สารเติมแต่งที่ใช้ในขั้นตอน ข นี้อยู่ระหว่าง 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และรูที่สองใส่ ฟังก์ชันนอลพอลิเมอร์ ในปริมาณทั้งหมดคือ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก กำหนดอุณหภูมิ ของเครื่องอยู่ระหว่าง 200-240 องศาเซลเซียส และอัตราการหมุนของสกรู (Screw) เท่ากับ 10-20 รอบต่อนาที สารแต่ละส่วนจะถูกหลอมโดยสกรูกลายเป็นของเหลว จากนั้นจะฉีดผ่าน หน้า 3 ของจำนวน 3 หน้า หัวดาย (Spinneret) ได้เส้นใยออกมาซึ่งมีลักษณะสองหน้าตัดประกอบแยกเป็นส่วนๆ ตรง ยาว ไม่งอ แล้วทำการดึงยืด (Draw) เพื่อม้วนเก็บ โดยลูกกลิ้ง 3 ชุด ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่าง กันคือ 1050,1300 และ 2520 เมตรต่อนาที ตามลำตับ ค. การละลายเส้นใยบางส่วนออกจากเส้นใย นำเส้นใยสองหน้าตัดแบบประกอบแยกส่วน (Segment pie) ที่ได้จากขั้นตอน ข ไป ผ่านกระบวนการละลาย ด้วยเครื่องล้าง (Washing) โดยใช้อัตราส่วนเส้นใยต่อน้ำ 1:20 ละลายด้วยด่างแก่โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที จากนั้นผ่านความร้อนด้วยเครื่องอบแห้ง เส้นใยจะถูกละลายแยกเป็นแฉกๆ อย่างเห็นได้ชัด ------------ ------08/12/2560------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 3 หน้า ข้อถีอสิทธิ 1. เล้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลืนคอมพอลิท ที่ซึ่ง เล้นใยมีหน้าตัดตาม ขวางของเส้นใยแบบหน้าตัดสองส่วนประกอบแบบแยกเป็นส่วนๆ จำนวนหนึ่ง คล้ายพิซซ่าที่ถูก แบ่งเป็นชิ้นลามเหลี่ยมที่เ1\'ยงต่อกันเป็นวงกลม (รูปที่ 1) ซึ่งส่วนประกอบของเล้นใยบนหน้าตัด ส่วนที่หนึ่งจะเป็น พอลิ\'โพรพิลลีน หรอ พอลิ\'โพรพิลลีนคอมพอสิท ที่มีสัดส่วนของสารพอลิโพร- พิลลีนที่มีสารเติมแต่งปรมาณ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยนาหนักสาร และบนหน้าตัดส่วนที่สองจะ เป็นสารฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์ ปริมาณ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยนาหนักสาร 2. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอลิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง พอลิ โพรพิลีนดังกส่าว เลือกได้จาก พอลิโพรพิลลีน; หรือ พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์ ที่เลือก1ได้1จากกลุ่มที่ประกอบด้วย โพรพิลลืนมอนอเมอรโค พอลิเมอร์กับโอลืนฟันมอนอเมอร์, โพรพิลลืนมอนอเมอร์โคพอลิเมอร์กับไวนิลมอนอเมอร์, โพ รพิลลืนมอนอเมอร์โคพอลิเมอร์กับอิมิดาโชลมอนอเมอร์, พอลิโพรพิลลืนโคพอลิเมอร์กับพอลิ อีเทอร์, พอลิโพรพิลลืนโคพอลิเมอร์กับพอลิเอสเตอร์หรอพอลิโพรพิลลืนโคพอลิเมอร์กับพอลิเอ ไมด์; หรือ อนุพันธ์ของพอลิโพรพิลลืน ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย พอลิโพรพิลลืนที่ ประกอบด้วยหมู่ไฮดรอกชิล, หมู่อะครลิก, หมู่คาร์บอกชิลิก, หมู่เอมีน, หมู่เอมายด์, หมู่อีเทอร์, หมู่คโตน, หมู่เอสเตอร์, หมู่ไชยานายด์, หมู่เอไซด์, หมู่เบนชิมิดาโซน หรอหมู่อิมมิดาโชน 3. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลืนคอมพอลิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรอ 2 ที่ ซึ่ง พอลิโพรพิลลืนคอมพอลิท คือ พอลิโพรพิลลืนผสมกับสารเติมแต่ง ที่เลือกได้จาก สาร ฟังก์ชันนัลพอสิเมอร์ หรอ อนุภาคสารประกอบของชิงก์หรอ อนุภาคสารประกอบของชิลเวอร์ หรือ อนุภาคสารประกอบของเมทัลออกไซด์ หรอ ชิลิกา หรอ เคลย์หรอ อนุภาคคาร์บอน หรือ ท่อคาร์บอนนาโน หรอ สารปรับปรุงแรงตึงผิว หรอ สารเพิ่มลี หรอ สารต้านเซือแบคทีเรีย หรือ สารต้านรังสียูวี 4. เล้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลืนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-4ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์ คือ พอลิเมอร์ที่มีหมู่แอคทีฟกรุ๊ปอยู่ตามสาย ไฮโดรคาร์บอนหลัก ได้แก่ พอลิเมอร์ที่มีหมู่ไฮดรอกซี (Hydroxy group) เอมีน (Amine group) หรือ คาร์บออกชิลิคเอชิด (Carboxylic acid group) อยู่โดยรอบสายไฮโดรคาร์บอนหสัก หน้า 2 ของจำนวน 3 หน้า 5. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอสิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-5ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง พอสิเมอร์ดังกล่าวเลือกได้จาก พอลิอะครีโลไนไตร, พอลิไวนิลไพโลสิโดน, พอสิไว นิลแอลกอฮอล์, พอสิไฮดรอกชีโพรพิว เมทาคลีเลต, พอสิไฮดรอกชีเอททิล เมทาคลีเลต, พอสิกลี เชอรอล เมทาคลีเลต, พอลิเอทิลีนไกลคอล, ชนิดใดชนิดหนึ่งหรีอของผสมของสิ่งเหล่านี้ 7. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-6ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง ผลิตขึนรูปจากกระบวนการหลอม (melt spin) 8. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอสิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-7ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่งต้องผ่านกระบวนการล่างละลายเล่นใยก่อน (Dissolve) โดยใช้อัตราส่วนเล่นใยต่อ น้ำ 1:20 ละลายด้วยด่างแก่โชเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเชียส เพื่อให้ เกิดขนาดเล่นด้ายระดับไมโครไฟเบอร์ 9. กระบวนการผลิตเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอสิโพรพิลลีนคอม พอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-8 ข้อใดข้อหนึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท (ที่มีส่วนผสมของสารพอลิโพรพิลลินกับ สารเติมแต่ง) นำพอสิโพรพิลลีน ปริมาณ 70 ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์โดยนำหนักสาร และ สารเติมแต่ง ปริมาณ 0.1 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์โดยนำหนักสาร ผสมให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมสาร จนได้พอลิ โพรพิลลีนคอมพอสิทที่เข้ากันดี จากนี้นนำเข้าเครื่องผสมเม็ดพลาสติก (Twin Screw Extruder) ที่กำหนดอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200-260 องศาเซลเซียส และมีอัตราการหมุนของ สกรู (Screw Speed) เท่ากับ 200-250 รอบต่อนาที พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ได้จะถูกดัด เป็นเม็ดเพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการฃึนรูปเล่นใยต่อไป ข. การขึ๋นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment-pie) เลือกนำ สารพอลิโพรพิลลีน ห์ริอ สารพอสิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของ สารเติมแต่ง (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอน ก) และ ฟังก์ชันนอลพอสิเมอร์ (ตามที่ให้คำนิยามไว้) แยกใส่ลงในเครองฉีดเล่นใยลองหน้าดัด (Bicomponent Spinning) แบบแยกส่วน (segment-pie) ที่มีห์วฉีดเดียวแต่มีสองรูสำหรับลองหน้าดัด รูที่หนึ่งใส่พอลิโพรพิลลีน หรอ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทจากขั้นตอน ก โดยปริมาณสารพอลิโพรพิลลีน หรีอ พอลิโพรพิลลี นคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่งที่ใช้ในขั้นตอน ข นี้อยู่ระหว่าง 1-99 เปอร์เซ็นต์โดย นาหนัก และรูที่สองใส่ฟังก์ชันนอลพอลิเมอร์ในปริมาณทํ่งหมดคือ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดย นำหนัก กำหนดอุณหภูมิของเครองอยู่ระหว่าง 200-240 องศาเซลเซียส และอัตราการหมุน ของสกรู (Screw) เท่ากับ 10-20 รอบต่อนาที สารแต่ละส่วนจะถูกหลอมโดยสกรูกลายเป็น หน้า 3 ของจำนวน 3 หน้า ของเหลว จากนั้นจะฉีดผ่านหัวดาย (Spinneret) ได้เสินใยออกมาซึ่งมีลักษณะสองหน้าตัด ประกอบแยกเป็นส่วนๆ (ตัวอย่างหน้าตัดตังรูปที่ 1) ตรงยาว ไม,งอ แล้วทำการดึงยืด (Draw) เพื่อม้วนเก็บโดยลูกกลิง3ชุด ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกันคือ 1050,1300 และ 2520เมตร ต่อนาที ตามลำดับ ค. การละลายเส้นใยบางส่วนออกจากเส้นใย นำเส้นใยสองหน้าตัดแบบประกอบแยกส่วน (Segment pie) ที่1ใต้\'จากนั้นตอน ข ไป ผ่านกระบวนการละลาย ด้วยเค่รองล้าง (Washing) โดยใช้อัตราส่วนเสินใยต่อนา 1:20 ละลายด้วยด่างแก่โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที จากนั้นผ่านความร้อนด้วยเครองอบแห้ง เสินใยจะถูกละลายแยกเป็นแฉกๆ อย่างเห็นได้ชัด ------------
1. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่ซึ่ง เส้นใยมีหน้าตัดตาม ขวางของเส้นใยแบบหน้าตัดสองส่วนประกอบแบบแยกเป็นส่วนๆ จำนวนหนึ่ง คล้ายพิซซ่าที่ถูก แบ่งเป็นชิ้นสามเหลี่ยมที่เรียงต่อกันเป็นวงกลม (รูปที่ 1) ซึ่งส่วนประกอบของเส้นใยบนหน้าตัด ส่วนที่หนึ่งจะเป็น พอลิโพรลีน หรือ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่มีสัดส่วนของสารพอลิโพร- พิลลีนที่มีสารเติมแต่งปริมาณ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร และบนหน้าตัดส่วนที่สองจะ เป็นสารฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์ ปริมาณ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร
2. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง พอลิ โพรพิลีน คือ พอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพรพิลีนโคพอลิเมอร์ หรือ อนุพันธ์ของพอลิโพรพิลลีน
3. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ ซึ่ง พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท คือ พอลิโพรพิลลีนผสมกับสารเติมแต่ง
4. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ซึ่ง สารเติมแต่ง คือ สารฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์ หรือ อนุภาคสารประกอบของซิงก์/ซิลเวอร์/เมทัล ออกไซด์/ซิลิกา หรือ เคลย์ หรือ อนุภาคคาร์บอน หรือ ท่อคาร์บอนนาโน) หรือ สารปรับปรุงแรง ตึงผิว หรือ สารเพิ่มสี หรือ สารต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือ สารต้านรังสียูวี
5. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-4 ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์ คือ พอลิเมอร์ที่มีหมูแอคทีฟกรุ๊ปอยู่ตามสบาย ไฮโดรคาร์บอนหลัก ได้แก่ พอลิเมอร์ที่มีหมู่ไฮดรอกซี (Hydroxy group) เอมีน (Amine group) หรือ คาร์บอกซิลิดเอซิด (Carboxylic acid group) อยู่โดยรอบสายไฮโดรคาร์บอนหลัก
6. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-5 ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่่jซึ่ง พอลิเมอร์ดังกล่าวเลือกได้จาก พอลิอะคริโลไนไตร, พอลิไวนิลไพโลลิโดน, พอลิไว นิลแอลกอฮอล์, พอลิไฮดรอกซีโพรพิว เมทาคลีเลต, พอลิไฮดรอกซีเอททิล เมทาคลีเลต, พอลิกลี เซอรอล เมทาคลีเลต, พอลิเอทิลีนไกลคอล, ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือผสมของสิ่งเหล่านี้
7. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-6 ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง ผลิตขึ้นรูปจากกระบวนการหลอม (melt spin)
8. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วนจากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-7 ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่งต้องผ่านกระบวนการล้างละลายเส้นใยก่อน (Dissolve) เพื่อให้เกิดขนาดเส้นด้าย ระดับไมโครไฟเบอร์
9. กระบวนการผลิตเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอม พอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-8 ข้อใดข้อหนึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท (ที่มีส่วนผสมของสารพอลิโพรพิลลีนกับ สารเติมแต่ง) นำพอลิโพรพิลลีน ปริมาณ 70 ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร และ สารเติมแต่ง ปริมาณ 0.1 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร ผสมให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมสาร จนได้พอลิ โพรพิลลีนคอมพอสิทที่เข้ากันดี จากนั้นนำเข้าเครื่องผสมเม็ดพลาสติก (Twin Screw Extruder) ที่กำหนดอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200-260 องศาเซลเซียส และมีอัตราการหมุนของ สกรู (Screw Speed) เท่ากับ 200-250 รอบต่อนาที พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ได้จะถูกตัด เป็นเม็ดเพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยต่อไป ข. การขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment-pie) เลือกนำ สารพอลิโพรพิลลีน หรือ สารพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของ สารเติมแต่ง (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอน ก) และ ฟังก์ชันนอลพอลิเมอร์ (ตามที่ให้คำนิยามไว้) แยกใส่ลงในเครื่องฉีดเส้นใยสองหน้าตัด (Bicomponent Spinning) แบบแยกส่วน (segment-pie) ที่มีหัวฉีดเดียวแต่มีสองรูสำหรับสองหน้าตัด รูที่หนึ่งใส่พอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทจากขั้นตอน ก โดยปริมาณสารพอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพรพิลลี นคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่งที่ใช้ในขั้นตอน ข นี้อยู่ระหว่าง 1-99 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนัก และรูที่สองใส่ฟังก์ชันนอลพอลิเมอร์ ในปริมาณทั้งหมดคือ 1-99 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนัก กำหนดอุณหภูมิของเครื่องอยู่ระหว่าง 200-240 องศาเซลเซียส และอัตราการหมุน ของสกรู (Screw) เท่ากับ 10-20 รอบต่อนาที สารแต่ละส่วนจะถูกหลอมโดยสกรูกลายเป็น ของเหลว จากนั้นจะฉีดผ่านหัวดาย (Spinneret) ได้เส้นใยออกมาซึ่งมีลักษณะสองหน้าตัด ประกอบแยกเป็นส่วนๆ (ตัวอย่างหน้าตัดดังรูปที่ 1) ตรงยาว ไม่งอ แล้วทำการดึงยืด (Draw) เพื่อม้วนเก็บ โดยลูกกลิ้ง 3 ชุด ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกันคือ 1050,1300 และ 2520 เมตร ต่อนาที ตามลำดับ ค. การละลายเส้นใยบางส่วนออกจากเส้นใย นำเส้นใยสองหน้าตัดแบบประกอบแยกส่วน (Segment pie) ที่ได้จากขั้นตอน ข ไป ผ่านกระบวนการละลาย ด้วยเครื่องล้าง (Washing) โดยใช้อัตราส่วนเส้นใยต่อน้ำ 1:20 ละลายด้วยด่างแก่ (NaOH) ที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที จากนั้นผ่านความ ร้อนด้วยเครื่องอบแห้ง เส้นใยจะถูกละลายแยกเป็นแฉกๆ อย่างเห็นได้ชัด เมื่อตรวจสอบผ่าน กล้อง เส้นใยที่ได้นี้จะมีลักษณะคล้ายเส้นใยไมโครไฟเบอร์ เหมาะที่จะนำไปใช้ใน อุตสาหกรรมสิ่งทอ
TH1603001995U 2016-09-30 เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว TH14796U (th)

Publications (4)

Publication Number Publication Date
TH14796A3 TH14796A3 (th) 2019-01-10
TH14796C3 true TH14796C3 (th) 2019-01-10
TH14796Y TH14796Y (th) 2019-01-10
TH14796U TH14796U (th) 2019-01-10

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN103981593B (zh) 一种聚乙烯醇熔纺超细纤维的制备方法
CN106637481B (zh) 一种改性聚酯纤维及其制备方法
CN101429689A (zh) 一种超细纤维材料及其生产方法
CN103352267A (zh) 一种新型皮芯结构全降解纤维素复合纤维的制备方法
CN104562291B (zh) 一种芳香复合短纤维及其制作方法
CN101798714B (zh) 双组分复合纤维及其制备方法
JP2022552567A (ja) ポリアミド海島繊維、その作製方法、およびその使用
CN104562243A (zh) 一种多组分复合纤维的制备方法
CN101798726B (zh) 无纺布及其制备方法
CN103122500A (zh) 一种分割型复合纤维及其制得的超细纤维织物
TH14796A3 (th) เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว
CN104562275A (zh) 一种多孔微细旦尼龙6 poy长丝及其制备方法
CN108048946A (zh) 一种亲水阻燃聚酯纤维材料及其制备方法
KR20080112564A (ko) 발수성능이 우수한 복합섬유 제조방법 및 그 섬유
CN1464079A (zh) 超极细纤维基布的制造方法
CN103122499A (zh) 一种分割型复合纤维及超细纤维织物
JP7233585B2 (ja) ポリプロピレン樹脂組成物、ポリプロピレン樹脂成形体およびポリプロピレン樹脂成形体の製造方法
CN109721996A (zh) 一种imd专用低温注塑透明pc材料及其制备方法
CN101798738A (zh) 一种无纺布含浸基布的开纤方法
CN103422190A (zh) 一种分割型复合纤维及其制得的超细纤维织物
US20250243607A1 (en) Melt spinning of blended cellulose acetate butyrate fibers
DE50106915D1 (de) Verfahren zum herstellen von synthetischen fäden aus polymermischungen
JP2022553170A (ja) テキスタイル繊維又はテキスタイルウェブ、それに関連する方法及び使用
TH14796Y (th) เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว
TH14796U (th) เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว