TH22830A - วิธีการและเครื่องมือตัดเส้นใยนำแสง - Google Patents
วิธีการและเครื่องมือตัดเส้นใยนำแสงInfo
- Publication number
- TH22830A TH22830A TH8901000957A TH8901000957A TH22830A TH 22830 A TH22830 A TH 22830A TH 8901000957 A TH8901000957 A TH 8901000957A TH 8901000957 A TH8901000957 A TH 8901000957A TH 22830 A TH22830 A TH 22830A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- fiber
- notch
- plates
- force
- approximately
- Prior art date
Links
Abstract
เครื่องมือตัดเส้นใยนำแส้งที่ประกอบด้วยหน่วยหนีบเส้นใย(2 และ 4) ซึ่งแต่ละหน่วยประกอบด้วย บล๊อคแข็งเกร็ง (6 หรือ 6) ที่มีการเกาะตัดมันด้วยแผ่นวัสดุยืดหยุ่นตัว (8 หรือ 8'') ยกตัวอย่างเช่น สักหลาดสังเคราะห์ บล็อค (6 หรือ 6'') สามารถ เคลื่อนได้อย่างสัมพันธ์กันอยู่ระหว่างตำแหน่งเปิด เพื่อ รับ เส้นใยนำแสง (OF) อยู่ระหว่างแผ่นยืดหยุ่นตัว (8 และ 8'') และ ตำแหน่งปิดเพื่อหนีบเส้นใย (OF) อยู่ระหว่างแผ่น (8 และ 8'') เส้นใย (9) ได้จัดขึ้นเพื่อจ่ายแรงดึง (P1) ไปที่เส้นใย (OF) ก่อให้มันเลื่อนอยู่ระหว่างแผ่นยืดหยุ่นตัว (8 และ 8'') ใน ตำแหน่งปิดของบล็อค (6 และ 6'') ก่อนที่จะสองเส้นใยให้อยู่ ระหว่างแผ่น (8 และ 8'') เส้นใยจะถูกสร้างขึ้นด้วยรอยบากรูป ตัววี N ซึ่งที่นี้เส้นใยจะถูกทำให้ขาดออกจากกัน แผ่น (8 และ 8'') ได้สร้างรูปร่างขึ้นในลักษณะที่ว่า เส้นใย (OF) จะเลื่อนอยู่ระหว่างแผ่น (8 และ 8'') โดยที่ในตอนแรกจะโค้ง ที่ประมาณรอยบาก (N) หลังจากทิศทางในการโค้งเส้นใย (OF) จะ ถูก ทำให้โค้งกลับ ดังนั้นเส้นใย (OF) จะถูกทำให้ขาดออกจากกัน ที่ รอยบาก (N) ภายใต้แรงดึง (P1) ที่ได้จ่ายให้แก่เส้นใย (OF) โดยตัวยึดเส้นใย (9) ส่วนหน้าของปลายที่ตัดขาดจากกันแล้ว ปลายหนึ่งของเส้นใย (OF) ต่อจากนั้นจะถูกดึงออกห่างจากแผ่น (8 และ 8'') โดยตัวยึดเส้นใย 9
Claims (10)
1. วิธีการตัดเส้นใยสำแสง (OF) ที่ได้สร้างรอยบาก (N)ขึ้นภายในมัน วิธีการดังกล่าวประกอบด้วย ขั้นตอนในการหนีบ เส้น ใย (OF) ให้อยู่ระหว่างผิวหน้ายันกัน (11,11,32,42) ของ ชิ้น ส่วนแรกและชิ้นส่วนที่สอง (8,8) โดยที่มีรอยบาก (N) อยู่ ระหว่างมัน และโดยที่กระทำการจ่ายแรงอัดไปที่เส้นใย (OF) วิธีการดังกล่าวมีลักษณะอยู่ในลักษณะที่ว่า ระหว่างที่กระทำการประยุกต์ใช้แรงอัดดังกล่าวนั้น เส้นใย (OF) จะโค้งที่ประมาณรอยบาก (N) ไปในทิศทางแรก ซึ่งมักจะไป ปิด รอยบาก (N) และกระทำการจ่ายแรงดึงไปที่เส้นใย (OF) เพื่อ ก่อ ให้มันเลื่อนไปตามแนวแกนอยู่ระหว่างผิวหน้ายันกันดังกล่าว (11,11,32,42) และในระหว่างที่กระทำการประยุกต์ใช้แรงดึง และแรง อัดนั้น การโค้งเส้นใย (OF) ไปในทิศทางที่สองและทิศทางตรง ข้าม ที่ประมาณรอยบาก (N) ในลำดับถัดไปจะก่อให้เกิดรอยแตกร้าว แพร่ ออกมาจากรอยบาก (N) และขวางเส้นใย (OF) เพื่อตัดเส้นใย (OF) ที่รอยบาก (N) ให้ขาดออกจากกัน
2. วิธีการตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 1 หรือ 2 มีลักษณะ อยู่ในลักษณะที่ว่า แรงทำให้โค้งจะถูกจ่ายไปที่เส้นใย (OF) เพื่อโค้งเส้นใย (OF) ไปในทิศทางแรกที่ประมาณลอยบาก (N) ก่อนที่จะกระทำการจ่าย แรงดึงไปที่เส้น ใน (N)
3. วิธีการตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 1 หรือ 2 มีลักษณะ อยู่ในลักษณะที่ว่า รอยบาก (N) ได้ถูกทำให้ เคลื่อนอยู่ใต้การกระทำของแรงดึงออกมาจากบริเวณเริ่มต้น (A) อยู่ระหว่างผิวหน้าดันกันดังกล่าว (11,11,32,42) ไปที่ บริเวณตัดขาด (E) ที่อยู่ระหว่างมัน ซึ่งเป็นบริเวณทที่รอย แตกร้าว ดังกล่าวแพร่ขวางเส้นใย (OF) ดังกล่าว และเป็นการกระทำให้ เส้นใย (OF) ได้รับเฉพาะน้ำหนักดึงที่ตำแหน่ง C วึ่งเป็นตำแห่งที่อยู่ระหว่าง กลางบริเวณ (A, E) ดังกล่าว
4. วิธีการตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 3 มีลักษณะพิเศษที่ ว่า แรงที่ทำให้โค้งแรงจะถูกจ่ายไปที่เส้นใย (OF) เพื่อทำให้มันได้รับน้ำหนักที่ทำให้โค้งน้ำหนักแรกไปในทิศ ทางแรกดังกล่าว ที่ประมาณรอยบาก (N) และน้ำหนักที่ทำให้โค้งน้ำหนักที่สองจะค่อย ๆ ลดลงจน กระทั่งลอยบาก (N) เคลื่อนมาถึงตำแหน่งที่ อยู่ระหว่างกลาง ( C) ดังกล่าว หลังจากนั้นแรงที่ทำให้โค้ง ที่สองจะถูกจ่ายไปที่เส้นใย (OF ) เพื่อทำให้มันได้รับน้ำหนักที่ทำให้โค้งน้ำหนักที่สอง เพื่อโค้งเส้นใย (OF) ไปในทิศทางที่สองที่ ประมาณลอยบาก (N) และน้ำหนักที่ทำให้โค้งน้ำหนักที่สองดัง กล่าวและน้ำหนักดึงดังกล่าว จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนกระทั่งเส้นใย (OF) ขาดออกจากถังที่ลอยบาก (N) ที่ประมาณบริเวณตัดขาด (E) ดังกล่าว
5. .วิธีการตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 1 ประกอบด้วยขั้นตอน ในการ เลือกขนาดที่สัมพันธ์กันของแรง หนีบและแรงดึงดังกล่าว ดังนั้นความเร็วในการแพร่ รอยแตก ร้าวจะไม่เกินกว่าค่าประมาณหนึ่งในสามของความเร็วเสียง
6. อุปกรณ์หนีบสำหรับใช้ในวิธีการตามข้อถ อสิทธิ 1-5 มี ลักษณะอยู่ในลัษณะะที่ว่า อุปกรณ์หนีบดังกล่าวประกอบด้วย บล็อคแรงและบล็อคที่สอง (6,6;26,34) ที่มำขึ้นด้วยวัสดุ แข็งแกร่ง วิถีทาง (2,4) ที่รองรับบล็อค (6,6;26,34) สำหรับเคลื่อน เข้าหากันและเคลื่อนออกหากัน ระหว่างที่กระทำการเปิดออก จะเป็นตำแหน่งรับเส้นใย และ ระหว่างที่ปิดอยู่ จะเป็นตำแหน่ง หนีบเส้นใย โดยทิ่วหน้ายันกัน (11,11',32,42) ของบล็อค (6,6'26,34) จะหันหน้าเข้าหากันและกัน แผ่นวัสดุ (8,8';30,40) บนบล็อคลองรับแต่ละบล็อค (6,6';26,34) จะสร้างผิวหน้ายันกัน แผ่นดังกล่าว (8,8; 30, 40) จะยื่นไปในทิศทางเดียวกัน ผิวหน้ายันกัน (11,11',32,42) ของแผ่น (8,8; 30, 40) มี ผิวหน้าโค้งไปอย่างตรงกันข้าม สำหรับโค้งเส้นใยนำแสง (OF) ที่ถูกหนีบอยู่ระหว่างแผ่นดัง กล่าวหนีบดังกล่าวของบล็อคดังกล่าว และถุกลากอยู่ระหว่างแผ่น (8,8; 30, 40) เพื่อเลือกเส้นใยอยู่ระหว่างมัน ไปในทิศทาง แลกและทิศทางตรงข้ามที่สอง
7. เครื่องมือตัดเส้นใยนำแสง (OF) เครื่องมือดังกล่าวประกอบ ด้วยบล็อคหนีบเส้นในบล็อคแรกและบล็อค ที่สอง (6,6'26,34) ที่กระทำอยู่ร่วมกัน เพื่อจัดอุปกรณ์ หนีบเส้นใย และแต่ละบล็อคมีผิวหน้า (10,10'2836) ซึ่งเป็นแผ่นวัสดุ 8,8; 30, 40) บล็อก (6,6'26,34) ดัง กล่าวเครื่องเข้าหากันและออกห่างจากกัน โดยที่แผ่น (8,8; 30, 40) ดังกล่าวจะยันอย่างสัมพันธ์กัน และขยายไปใน ทิศทางเดียวกัน เครื่องมือ ดังกล่าวมีลักษณะที่ว่า บล็อคหนีบเส้นใยดังกล่าวรวมถึง วิถีทางที่กำหนดขึ้นโดย แผ่น (8,8; 30, 40) ดังกล่าว และเป็นช่องอยู่ตามความยาวของ มัน สำหรับโค้งเส้นใย (OF) ดังกล่าวไปในทิศทางแรกและไปใน ทิศทางที่สองและ ทิศทางตรงกันข้าม ระหว่างที่กระทำการประยุกต์ใช้แรงอัดและ แรงดึง
8. วิธีการตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 7 มีลักษระอยู่ใน ลักษณะที่ว่า แผ่น (8,8; 30, 40) ดังกล่าวมีรูป ร่างเป็รคลื่น (8,8; 30, 40) แต่ละแผ่นมีผิวหน้าโค้งที่จัด ขึ้นอย่างตรงข้ามกันและต่อเนื่องกันคู่หนึ่ง สำหรับกระทำร่วมกันกับผิวหน้าโค้งที่เป็นองค์ประกอบที่ สมบูรณ์ ที่อยู่บนแผ่นอีกแผ่นหนึ่ง เพื่ออัดเส้นใน (OF) ให้อยู่ระหว่างมัน
9. วิธีการตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 8 มีลักษณะอยู่ใน ลักษณะที่ว่าแผ่น (8,8; 30, 40) ดังกล่าวจะถูก ฃให้โค้งขึ้นไปทางข้างบน และในทิศทางแรงบนด้านหนึ่งจากส่วน กลางแนวยาวขแงมัน และโค้งลงไป ทางข้างล่างไปในทิศทางที่สองซึ่งอยู่ตรงข้ามกับทิศทางแรก ดังกล่าวบนด้านตรงข้ามจากส่วนของความ ยาวของมัน
10. วิธีการตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 7-9 มีลักษระอยู่ใน ลักษณะที่ว่าแผ่น 30 แผ่นหนึ่งมีผิวหน้าโค้งต่อเนื่อง (32) ซึ่งได้ถุกลากไปในทิศทางของแผ่น (40) อีกแผ่นหนึ่ง แผ่น (40) อีกส่วนหนึ่งมีผิวหน้าลาด (44) ที่อยู่ห่างจากแผ่น (30) อย่างบเอียง ดังกนั้นแผ่น (30,40) ดังกล่าวจะอยู่ค่อนไปทางปลายหน้าของมัน ผิวหน้าตรงข้ามจะบานไปในทิศทางเข้าหากันของมัน ส่วนผิวหน้า ลาด (44) ดังกล่าวของแผ่นอีกแผ่นหนึ่ง (40) ดังกล่าว ที่กลมกลืนกันโดยแนวรัศมี (R 2 ) จะถูกลากไป ในทิศทางแต่เนื่อง (32) ดังกล่าวกับส่วนตรง (42) ของแผ่นอีแผ่นหนึ่ง (40) ดังกล่าว (ข้อถือสิทธิ 10 ข้อ, 4 หน้า, 5 รูป)
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH22830A true TH22830A (th) | 1997-01-07 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| US4017013A (en) | Multiple fiber end preparation | |
| EP0110616B1 (en) | Method and apparatus for breaking an optical fiber | |
| CN102460250B (zh) | 无刀片光纤切割器 | |
| JP2002515141A (ja) | 光ファイバーなどの角度つき劈開のための工具 | |
| US4502620A (en) | Method and means for severing an optical fiber | |
| JP2528012B2 (ja) | 光ファイバ切断方法および装置 | |
| US8069691B2 (en) | Cleaving apparatus | |
| JPH0516561B2 (th) | ||
| WO1996033430A1 (en) | Improvements in and relating to fiber optic cleaving | |
| US4893892A (en) | Method and apparatus for connecting multiple fiber optic conductors | |
| JPS593038A (ja) | ガラスフアイバ切断装置 | |
| CA1173640A (en) | Tool unit for collective breaking of optical fibers | |
| US5213244A (en) | Oblique fracturing of optical fibers by angled scoring | |
| US4730763A (en) | Means and method for scoring and severing an optical fiber | |
| JP4256766B2 (ja) | 光ファイバの切断方法及びファイバカッター | |
| EP0082897B1 (en) | Tool for cutting optical fibres | |
| JPH11248945A (ja) | リボンファイバ固定装置 | |
| JPH0780798A (ja) | 光ファイバ切断機 | |
| EP1946166B1 (en) | Cleaving apparatus | |
| GB2186567A (en) | Device for cutting optical fibres | |
| JP4000565B2 (ja) | 光ファイバ切断装置 | |
| GB2152495A (en) | Cutting optical fibre ribbon | |
| CA1169401A (en) | Tool for cutting optical fibers | |
| JP2005096004A (ja) | 光ファイバカッタおよびこれを用いた光ファイバの切断方法 | |
| GB1594007A (en) | Methods and apparatus for preparing the ends of optical fibres for forming fibre couplings |