TH30771A - แอนติ- Fas รีคอมบีแนนท์ แอนติบอดี และ DNA ของส่วนดังกล่าว - Google Patents

แอนติ- Fas รีคอมบีแนนท์ แอนติบอดี และ DNA ของส่วนดังกล่าว

Info

Publication number
TH30771A
TH30771A TH9701001235A TH9701001235A TH30771A TH 30771 A TH30771 A TH 30771A TH 9701001235 A TH9701001235 A TH 9701001235A TH 9701001235 A TH9701001235 A TH 9701001235A TH 30771 A TH30771 A TH 30771A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
dna
chain
proteins
immunoglobulin
amino acid
Prior art date
Application number
TH9701001235A
Other languages
English (en)
Inventor
นาคาฮารา นายคาโอริ
อิชิคาวา นายคิมิฮิสะ
โยเนฮารา นายชิน
เซริซาวะ นายโนบูฟูสะ
Original Assignee
ซันเกียว คัมปะนี ลิมิเต็ด
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายดำเนิน การเด่น
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายวิรัช ศรีเอนกราธา
Filing date
Publication date
Application filed by ซันเกียว คัมปะนี ลิมิเต็ด, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายดำเนิน การเด่น, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายวิรัช ศรีเอนกราธา filed Critical ซันเกียว คัมปะนี ลิมิเต็ด
Publication of TH30771A publication Critical patent/TH30771A/th

Links

Abstract

DC60 (12/06/40) รีคอมบีแนนท์ โปรตีนประกอบด้วยอย่างน้อยบริเวณไม่คงที่หนึ่งบริเวณ ที่ เป็นสมนัยกันกับบริเวณไม่คงที่ ของอิมมูโนโกลบูลิน ที่เฉพาะต่อ Fas ของคนและไม่มี อิมมูนเวนิซิตีในคนมากกว่าแอนติบอดีของคน และเป็นประโยชน์ในการใช้บำบัดโรคออ โตอิมมูน โดยเฉพาะรูมาติสม รีคอมบีแนนท์ โปรตีนประกอบด้วยอย่างน้อยบริเวณไม่คงที่หนึ่งบริเวณ ที่เป็นสมนัยกันกับบริเวณไม่คงที่ ของอิมมูโน โกลบูลิน ที่เฉพาะต่อ Fas ของคนและไม่มีอิมมูนเวนิซิตีในคน มากกว่าแอนติบอดีของคน และเป็นประโยชน์ในการใช้บำบัดโรคออ โตอิมมูน โดยเฉพาะรูมาติสม

Claims (35)

1. รีคอมบีแนนท์โปรตีน โปรตีนประกอบด้วยอย่างน้อย หนึ่งบริเวณที่มีส่วมสมนัยกับบริเวณไม่คงที่ของอิมมูโนโกลบูลิน ในที่นี้ อย่างน้อย หนึ่งบริเวณสามารถทำให้โปรตีนจำ และ ประสานจับแบบเฉพาะกับแอนติเจน แอนติเจน ก็คือ Fas ของคน และในที่นี้โปรตีนไม่มีอิมมูโนเจนนิซิตี ในคนไข้แบบชัดเจน มากกว่า แอนติบอดี ของคน
2. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 1 เป็นส่วนประกอบด้วยส่วนสำคัญ ของบริเวณไม่คงที่เพียงบริเวณเดียว
3. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งประกอบด้วย บริเวณไม่คงที่ สองบริเวณแบบจำเป็นยิ่ง บริเวณไม่คงที่บริเวณหนึ่ง ที่สม นัย กันกับเอชเชน และส่วนอื่นๆ สมนัยกันกับแอลเชน ของ บริเวณไม่คงที่
4. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 3 ในที่นี้ บริเวณไม่คง ที่ ถูกเชื่อมต่อกันโดยส่วนประสานกันของเปปไทด์แบบยืดหยุ่น ได้
5. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 1, 3 หรือ 4 มีอย่างน้อย บริ เวณ ไม่คงที่สองบริเวณ บริเวณไม่คงที่เป็นอนุพันธ์มาจาก โมโน โดรนัล แอลติบอดี แบบเดียว
6. โปรตีน ตามข้อถือสิทธิ 5 ในที่นี้ บริเวณไม่คงที่ ประสานจับกันบริเวณคงที่ของคนแบบเป็นหน่วยเดียวกัน
7. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 5 หรือ 6 ในที่นี้ บริเวณไม่คง ที่ เป็นสมนัยกับทั้งเอชเชน ของบริเวณ ไม่คงที่หรือกับแอล เชนของบริเวณไม่คงที่ และแต่ละส่วนประสานจับกับเอชเชน ของ บริเวณคงที่ ตามลำดับ
8. โปรตีนตามข้อถือสิทธิใดๆ จากข้อ 5 ถึง 7 ในที่นี้ บริเวณไม่คงที่เป็นแต่ละส่วนของ พอลิเปปไทด์ ขนาดใหญ่กว่า ตามลำดับและพอลิเปปไทด์สองพอลิเปปไทด์ เกี่ยวข้องกันเพื่อ ก่อรูปแบบ เฮเทอโรไดเมอร์ของแอนติบอดี
9. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ ใดๆ ของข้อถือสิทธิ 5 ถึง 8 ใน ที่นี้ บริเวณไม่คงที่เป็นทั้งแบบ เหมือนกันทุกประการ หรือ เป็นสมนัยแบบใกล้ชืดกับส่วนเหล่านั้นที่พบใน CH 11
10. โปรตีนอิมมูโนโกลบินที่ทำวิศวกรรมพันธุ์ศาสตร์ ซึ่ง ประสานแบบเฉพาะต่อ Fas ของคน ในที่นี้ โปรตีนอิมมูโนโกลบู ลิน ประกอบด้วย หน่วยย่อย เอชเชน แบบจำเป็นและหน่วยย่อย แอลเชน หน่วยย่อย เอชเชน ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนที่แทน ด้วยสูตรทั่วไปต่อไปนี้ (I) : (สูตรเคมี)
11. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 10 เมื่อหน่วยย่อย เอชเชน ประกอบด้วย ลำดับ กรดอะมิตน แทนด้วยกรดอะมิโน เลขที่ 1 ถึง 116 ใน SEQ ID NO. 8,
12. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 10 หรือ 11 เมื่อหน่วยย่อยแอล เชน ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโน แทนด้วยกรดอะมิโน เลขที่ 1 ถึง 112 ใน SEQ ID NO 10
13. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 10 หรือ 11 เมื่อหน่วยย่อยแอล เชน ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโน แทนด้วยกรดอะมิโน เลขที่ 1 ถึง 157 ใน SEQ ID NO 8
14. โปรตีนตามข้อถือสิทธิ 11, 12 หรือ 13 ในที่นี้หน่วย ย่อย แอลเชนประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโน แทนด้วยกรดอะมิโน เลขที่ 1 ถึง 219 ใน SEQ ID NO 10
15. RNA ที่เป็นรหัสของโปรตีน มีตามข้อถือสิทธิที่กล่าว ข้างต้น
16. DNA ที่เป็นรหัสของโปรตีน มีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึง 14
17. DNA ที่เป็นรหัสของเปปไทด์ ของสูตร (I) ระบุอยู่ในข้อ ถือสิทธิ 10
18. DNA ตามข้อถือสิทธิ 17 ประกอบด้วย ลำดับนิวคลีโอไทด์ แทนด้วยนิวคลีโอไทด เลขที่ 58 ถึง 405 ใน SEQ ID NO. 7
19. DNA ซึ่งไฮบริไดซ์กับ DNA ตามข้อถือสิทธิ 18 สายเชนซ์ ที่เป็นสมนัยกันกับการนำไฮบริไดซิง DNA ที่เป็นรหัส หน่วย ย่อย เอชเอชของอิมมูโนโกลบูลินสามารถประสานจับเฉพาะกับ Fas ของคนเข้าด้วยกันกับหน่วยย่อยแอลเชนที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโน ของสูตรทั่วไป (II) ดังระบุในข้อถือสิทธิ 10
20. การทำไฮบริไดซิง DNA ตามข้อถือสิทธิ 19 ซึ่งไฮบริไดซ์ ที่ 60 ถึง 70 ซ และใน 6x SSC
21. DNA ที่เป็นรหัสสำหรับหน่วยย่อยแอลเชน ประกอบด้วย ลำ ดับกรดอะมิโนแทน ด้วยสูตรทั่วไป (II) ดังระบุในข้อถือสิทธิ 10
22. DNA ตามข้อถือสิทธิ 21 ประกอบด้วยลำดับนิวคลีโอไทด์ แทนด้วยนิวคลีโอไทด์เลขที่ 58 ถึง 393 ใน SEQ ID NO. 9
23. DNA ที่ไฮบริไดซ์ด้วย DNA ตามข้อถือสิทธิ 22 สายเชนช์ ที่เป็นสมนัยกันกับ DNA ที่ไฮบริไดซิง เป็นรหัสของหน่วย ย่อยแอลเชนของอิมมูโนโกลบูลินที่สามารถประสานจับเฉพาะกับ Fas ของคนเข้าด้วยกัน กับหน่วยย่อยเอชเชนที่ประกอบด้วยลำ ดับกรดอะมิโนของสูตรทั่วไป (I) ดังระบุในข้อถือสิทธิ 10
24. การทำไฮบริไดซิง DNA ตามข้อถือสิทธิ 23 ไฮบริไดซ์ ที่ 60 ถึง 70 ซ และใน 6xSSC
25. เวกเตอร์ประกอบด้วย DNA ตามข้อถือสิทธิใดๆ 16 ถึง 24
26. เวกเตอร์ตามข้อถือสิทธิ 25 ได้แก่ เวกเตอร์ใช้แสดงออก
27. เวกเตอร์คัดเลือกจาก pCR3-H123 และ pCR3-L103
28. เซลล์เจ้าเรือนทรานสฟอร์มด้วยเวกเตอร์ใช้แสดงออกตาม ข้อถือสิทธิใดๆ ข้อ 25 ถึง 27
29. E. coli pCR3-H123 (FERM BP-2547)
30. E. coli pCR3-L103 (FERM BP- 5248)
31. วิธีการสำหรับผลิตโปรตีนอิมมูโนโกลบูลิน ที่จำ แอนติเจน Fas ของคนได้เฉพาะประกอบด้วย การเพาะเลี้ยงเซลล์ ตามข้อถือสิทธิใดๆ จากข้อ 28 ถึง 30 ภายใต้ภาวะซึ่งสามารถ ทำให้มีการแสดงออกของ DNA ที่เป็นรหัสของหน่วยย่อยเอชเชน ของอิมมูโนโกลบูลิน หรือแอลเชนของอิมมูโนโกลบูดิน ที่มี อยู่ในเวกเตอร์ และได้โปรตีนอิมมูโนโกลบูดิน กลับคืนมาจาก การเพาะเลี้ยง
32. การใช้ CDR''s ที่คัดเลือกมาจาก CDRM1, CDRH2, CDRH3, CDRL1, CDRL2 และ CDRL3 ดังระบุในข้อถือสิทธิ 10 และการนำ มารวมประกอบกัน ในการออกแบบสร้างแอนติบอดีคล้ายแอนติบอดี ที่มีในคน
33. การใช้ DNA ที่เป็นรหัสของ CDR''s คัดเลือกมาจาก CDRH1, CDRH2, CDRH3, CDRL1, CDRL2 และ CDRL3 ดังระบุในข้อ ถือสิทธิ 10 และการนำมารวมประกอบกัน ในการออกแบบสร้าง DNA สำหรับเป็นรหัสให้แอนติบอดีที่คล้ายแอนติบอดีที่มีในคน
34. การใช้โปรตีนตามข้อถือสิทธิใดๆ จากข้อ 1 ถึง 14 ในการ เตรียมเป็นยาใช้สำหรับการบำบัดโรคออโตอิมมูน
35. การใช้ตามข้อถือสิทธิ 34 ในที่นี้โรคอดโตอิมมูนได้แก่ รูมาติสม (ข้อถือสิทธิ 35 ข้อ, 4 หน้า, 2 รูป)
TH9701001235A 1997-03-31 แอนติ- Fas รีคอมบีแนนท์ แอนติบอดี และ DNA ของส่วนดังกล่าว TH30771A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH30771A true TH30771A (th) 1998-11-10

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
ES2199941T3 (es) Anticuerpos monoclonales contra el receptor de la interferona, con actividad neutralizadora contra el interferon de tipo j.
EP2862878B1 (en) Modified antibody
EP0794966B1 (en) Humanized antibodies to cd38
US20020164788A1 (en) Humanized antibodies to CD38
JP2009523459A5 (th)
EP0617126A2 (en) Polypeptide capable of inhibiting the binding bewteen human IL-6 and its receptor
CN111732654B (zh) 一种抗SARS-CoV-2的单克隆抗体1E10
NZ229922A (en) Monoclonal antibodies specifically binding cachectin (tumor necrosis factor) and compositions
JP2023505492A5 (th)
WO2005079479A2 (en) Super-humanized antibodies against respiratory syncytial virus
CA2263106A1 (en) Humanized immunoglobulin reactive with .alpha.4.beta.7 integrin
RU2009128064A (ru) Антитела к cd44
CA2420231A1 (en) Antibodies to human il-1.beta.
WO1997049429A1 (en) Genetically engineered immunoglobulins with specificity for glycated albumin
JP2024016201A5 (th)
JP6949012B2 (ja) B型肝炎表面抗原に対する抗体及びその使用
CN117143233A (zh) 工程化抗il-2抗体
JPH04141095A (ja) 組換え抗hiv改変抗体および改変抗体の調製方法
JP2024516098A5 (th)
PT1417222E (pt) Polipéptidos isolados baseados no epítopo neutralizante da proteína p17 de vih, úteis como vacinas, e anticorpos antip17 neutralizantes que reconhecem especificamente o referido polipéptido neutralizante
KR970070198A (ko) 항-파스 재조합 항체 및 이에 대한 디엔아이
CN113166239B (zh) 抗il-17a抗体及其应用
Knight et al. Human rheumatoid factor cross-idiotypes. IV. Studies on WA XId-positive IgM without rheumatoid factor activity provide evidence that the WA XId is not unique to rheumatoid factors and is distinct from the 17.109 and G6 XIds.
JP2025500805A5 (th)
Marks et al. Characterization of two epitopes on insulin using monoclonal antibodies