TH32363A - สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคล - Google Patents
สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลInfo
- Publication number
- TH32363A TH32363A TH9701003554A TH9701003554A TH32363A TH 32363 A TH32363 A TH 32363A TH 9701003554 A TH9701003554 A TH 9701003554A TH 9701003554 A TH9701003554 A TH 9701003554A TH 32363 A TH32363 A TH 32363A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- approximately
- copolymer
- units
- monomer
- weight
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (17/03/41) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับสารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วยสารเชิง ซ้อนของโคโพลิเมอร์และส่วน ประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับละลาย หรือกระจายสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้น สารเชิงซ้อนของโค โพลิเมอร์นั้นผลิตขึ้นโดยการเกิด สารเชิงซ้อนของกรดไขมันกับ โคโพลิเมอร์ ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นประกอบด้วยโมโนเมอร์ชนิด ไม่ชอบน้ำ โมโนเมอร์ชนิดชอบน้ำจนกระทั่งอย่างน้อย 1% โดย น้ำหนักของโคโพลิเมอร์ทั้งหมดประกอบด้วย โมโนเมอร์ชนิดชอบ น้ำซึ่งมีหมู่ฟังค์ชันไนโตรเจนและที่เลือกได้คือแมโครโมโนเ มอร์ชนิดไม่ชอบน้ำ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับสารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วยสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์และส่วน ประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับละลาย หรือกระจายสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้น สารเชิงซ้อนของโค โพลิเมอร์นั้นผลิตขึ้นโดยการเกิดสารเชิงซ้อนของกรดไขมันกับ โคโพลิเมอร์ ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นประกอบด้วยโมโนเมอร์ชนิด ไม่ชอบน้ำ โมโนเมอร์ชนิดชอบน้ำจนกระทั่งอย่างน้อย 1% โดย น้ำหนักของโคโพลิเมอร์ทั้งหมดประกอบด้วยโมโนเมอร์ชนิดชอบ น้ำซึ่งมีหมู่ฟังค์ชันไนโตรเจนและที่เลือกได้คือแมโครโมโนเ มอร์ชนิดไม่ชอบน้ำ
Claims (1)
1.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วยA) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ที่ประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วย C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งไม่ชอบน้ำที่สามารถเกิดโคโพ ลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B หน่วยแม โครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือ กระจายได้ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบ น้ำ 2.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นที่มีความเข้มข้นจาก 5% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น 3.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิ 2 ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A และ หน่วยโมโนเมอร์ B ดังกล่าวไม่ อิ่มตัวแบบเอธิลีนและซึ่งหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นมีส่วน ที่เป็นโพลิเมอร์และส่วนที่ไม่แน่นอน ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบ เอธิลีน 4.สารผสมคสมข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งแมโครโมโนเมอร์ C ดัง กล่าวคือโพลิแอลคิลีนแมโครโมโนเมอร์ 5.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ซึ่งโพลิแอลคิลีนแมโครโมโนเมอร์ดังกล่าวสอดคล้องกับสูตร [I]n - [W]m -E ซึ่ง I คือส่วนที่ไม่แน่นอนของตัวเริ่ม n คือ จำนวนเต็ม 0 หรือ 1 W คือหน่วยโมโนเมอร์ชนิดไม่ชอบน้ำ E คือหมู่ปลายสุด และ m คือจำนวนเต็มจากประมาณ 10 ถึงประมาณ 2000 6.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ซึ่งได้เลือกหน่วย A ชนิดไม่ชอบน้ำดังกล่าวจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยเอสเทอร์ของกรดแอคริลิค, สารประกอบไวนิล, สาร ประกอบไวนิลิติน, ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว, C1-C18 แอลกอฮอล์เอสเทอร์ของกรดอินทรีย์และแอนไฮไดรด์ของกรด อินทรีย์ และของผสมของสารดังกล่าว 7.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ซึ่งได้เลือกหน่วย A ชนิดไม่ชอบน้ำดังกล่าวจากกลุ่มที่ ประกอบด้วย t-บิวทิลแอคริเลท, t-บิวทิลเมธาคริเลท, t-บิวทิลสไทรีน, 2-เอธิลเฮกซิลเมธาคริเลทและของผสมของสาร ดังกล่าว 8.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 7 ซึ่งได้เลือกหน่วย B ชนิดชอบน้ำดังกล่าวจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยแอลคิลอะมิโนแอคริเลท, ไดแอลคิลอะมิโนเมธาคริเลท,ได แอลคิลอะมิโนแอลคิลแอคริแลมีด, ไดแอลคิลอะมิโนแอลคิลเมธาค ริแลมีด, เกลือกรดของสารดังกล่าว , เกลือแบบรวมตัวประเภทค วอเทอร์นารีของ สารดังกล่าวและของผสมของสารดังกล่าว 9.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งได้เลือกหน่วย I ชนิดชอบน้ำดังกล่าวจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วย N,N-ไดแอลคิลอะมิโนเอธิลแอคริเลท, N,N-ไดแอลคิลอะมิโน เอธิลเมธาคริเลท, N,N-ไดแอลคิลอะมิโนโพรพิลแอคริแลมีด, N,N-ไดแอลคิลอะมิโนโพรพิลเมธาคริแลมีด,N,N-ไดแอลคิลอะมิโน โพรพิลแอคริแลมีด,N,N-ไดแอลคิลอะมิโนโพรพิลเมธาคริแล มีด,เกลือกรดของสารดังกล่าว, เกลือแบบรวมตัวประเภทควอเทอร์ นารีของสารดังกล่าวและของผสมของสารดังกล่าว 10.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิ 9 ซึ่งได้เลือก I จากกลุ่มที่ประกอบด้วยตัวเริ่มซึ่งได้จาก ไฮโดรเจนไอออน, อนุมูลไฮโดรเจน, ไฮไดร์ดไอออน, C1-C20 คาร์ โบแคทไอออน, C1-C20คาร์แบนไอออน, อนุมูล C1-C20คาร์บอน, C1-C20แอลิแฟทิคแอลคอกซิแอนไอออน, C1-C20แอโรแมทิคแอลคอกซิ แอนไอออน, แอมโมเนียมไอออน, แอมโมเนียไอออนซึ่งถูกแทนที่ ด้วย C1-C20แอลคิล, แอมโมเนียมไอออนซึ่งถูกแทนที่ด้วย C1-C20แอลคอกซิ และของผสมของสิ่งดังกล่าวเลือก W จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย n-บิวทิลแอคริเลท, โดเดคิล แอคริเลท, เอธิล แอคริเลท,2-เอธิลบิวทิลแอคริเลท, n-เฮพทิล แอคริเลท, n-เฮก ซิลแอคริเลท, ไอโซบิวทิลแอคริเลท, ไอโซ-เดคิลแอคริเลท, ไอโซ-โพรพิลแอคริเลท, 3-เมธิลบิวทิลแอคริเลท, 2-เมธิล เพนทิลแอคริเลท, โนนิลแอคริเลท, ออคทิลแอคริเลท, 1-โพรพิล แอคริเลท, 2-เอธิลเฮกซิลเมธาคริเลท ออคทิลเมธาคริเลท, n-โคเดคิสเมธาคริเลท, n-ออคทาเดคิล เมธาคริเลท, n-เดคิล เมธาคริเลท, n-เพนทิลเมธาคริเลท, ไอโซบิวทิลีน, ไอโซพรีน, 1,2-บิวทาไดอีน, 1,3-บิวทาไดอิน, 5-เมธิล-1-เฮกซีน, 6-เมธิล-1-เฮพทีน, 4,4-ไดเมธิล-1-เพนทีน, ไอโซ-บิวทิลไวนิล อีเธอร์, สไทรีน, 2-เมธิลสไทรีน, 3-เมธิลสไทรีน, 4-เมธิลส ไทรีน, 2-t-บิวทิลสไทรีน และของผสมของสิ่งดังกล่าว และ เลือก E จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไวนิล,แอลลิล,แอคริโออิล, เมธาครโลอิล, 4-ไวนิลเบนโซอิล, t-บิวเทนิล, I-โพรเพนิล, ไอ โซบิว เทนิล และของผสมของสิ่งดังกล่าว 11.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 10 ซึ่งได้เลือกหน่วยแมโครโ มดนเมอร์ C ดังกล่าวจากกลุ่มที่ประกอบด้วยแอคริโลอิล, เมธาคริโลอิลหรือโพลิเมอร์ ซึ่งมี 2-,3- หรือ 4-ไวนิลเบน ซิลอยู่ตอนปลายของโพลิ (n-บิวทิลแอคริเลท), โพลิ(โดเดคิล แอคริเลท), โพลิ(2-เอธิลเฮกซิลแอคริเลท), โพลิ(2-เอธิล บิวทิลแอคริเลท), โพลิ(n-เอธิลแอคริเลท), โพลิ(n-เฮพทิลแอค ริเลท), โพลิ(n-เฮกซิลแอคริเลท), โพลิ(ไอโซ-บิวทิลแอค ริเลท), โพลิ(ไอโซ-เดคิลแอคริเลท), โพลิ(ไอโซ-โพรพิลแอค ริเลท), โพลิ(3-เมธิลบิวทิลแอคริเลท), โพลิ(2-เมธิลเพนทิล แอคริเลท), โพลิ(โนนิลแอคริเลท), โพลิ(ออคทิลแอคริเลท), โพ ลิ(โพรพิลแอคริเลท), โพลิ(2-เอธิลเฮกซิลเมธาคริเลท), โพ ลิ(ไทร เดคิลเมธาคริเลท), โพลิ(เฮกซิลเมธาคริเลท), โพลิ(เดคิล เมธาคริเลท), โพลิ(ออคทิลเมธาคริเลท), โพลิ(ออคทาเดคิเมธาค ริเลท), โพลิ(โดเดคิลเมธาคริเลท), โพลิ(n-เพนทิลเมธาค ริเลท), โพลิ(ไอโซบิวทิลีน) ไพล(ไอโซพรีน), ไฮโดรจิเนเทคโพ ลิ (1,2-บิวทาไดอิน), ไฮโดรจีเนเทคโพลิ(1,4-บิวทาไดอิน), ไฮโดรจิเนทโพลิ(ไอโซพรีน), โพลิ(1,2-บิวทาไดอิน), โพ ลิ(1-บิวทีน), โพลิ(5-เมธิล-1-เฮกซีน) โพลิ(6-เมธิล-1-เฮพ ทีน), โพลิ(4,4-ไดเมธิล-1-เพนทีน), โพลิ(ไอโซ-บิวทิลไวนิล อีเธอร์), โพลิ(4-t-บิวทิล-ไวนิลเบนซีน-โค-2-เอธิลไวนิลเบน ซีน-โค-ออคทิล[เมธาคริเลท] และของผสมของสิ่งดังกล่าว 12.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งได้เลือกกรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อนจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยซัลโฟเนทของกรดไขมัน, คาร์บอกซิเลทของ กรดไขมัน โพลิคาร์บอกซิเลท, อนุพันธ์ของสารดังกล่าว เกลือ ของสารดังกล่าวและของผสมของสารดังกล่าว 13.สารผสมสำหรบการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ซึ่งกรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อนนั้น คือคาร์บอก ซิเลทของกรดไขมัน 14.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งได้เลือกกรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อนนั้นจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยกรด 2-เอธิลเฮกซาโนอิค,กรดปาล์มมิทิค, กรดสเทียริค, กรดโอเลอิค, กรดลิโนเลอิค, กรดเบเฮนิค, เกลือ ของสารดังกล่าวและของผสมของสารดังกล่าว 15.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งได้เตรียมโคโพลิเมอร์ของสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ นั้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลายแบบรวมกันของหน่วย A,B และ C ดังกล่าวที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนักสัมพันธ์ต่อไปนี้ a. หน่วย A ซึ่งไม่ชอบน้ำดังกล่าวจากประมาณ 40% ถึง ประมาณ 80% b. หน่วย B ซึ่งชอบน้ำดังกล่าวจาก 5% ถึงประมาณ 30% และ c. หน่วย C ซึ่งไม่ชอบน้ำดังกล่าวจากประมาณ 5% ถึงประมาณ 40% ซึ่งหน่วย C ดังกล่าวมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิงน้ำ หนักจากประมาณ 5,000 ถึงประมาณ 30,000 16.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 15 ซึ่งได้เลือกส่วนประกอบจำพวกตัวละลายระเหยง่ายชนิดไม่ ชอบน้ำดังกล่าวจากกลุ่มที่ประกอบด้วย C7-C14 ไฮโดรคาร์บอน แบบกิ่งซึ่งระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ, ซิลิโคนซึ่งระเหยง่าย ชนิดไม่ชอบน้ำและของสารดังกล่าว 17.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 16 ซึ่งได้เลือกส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ ชอบน้ำดังกล่าวจากกลุ่มที่ประกอบด้วยเฮกซาเมธิลไดไซลอกเซน, ไอโซโดเดเคน, ไซโคลเมไธโคนและของผสมของสารดังกล่าว 18.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 17 ซึ่งนอกจากนี้ประกอบด้วยพาหะซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยมูส เจล โลชั่น ครีม ขี้ผึ้ง โทนิค สเปรย์ แอโรซอล แชม พู ผลิตภัณฑ์ปรับสภาพ ผลิตภัณฑ์นวดผมสบู่ก้อน โลชั่นทามือ และทาตัวมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวหน้าแท่งเจลแข็ง 19.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งสารผสมดังกล่าวนอกจากนี้ ประกอบด้วยสารลดแรงตึงผิว สังเคราะห์จากประมาณ 10% ถึง 30% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 21.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 20 ซึ่งสารผสมนั้นคือแชมพู 22.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิ 18 ซึ่งสารผสมดังกล่าวนอกจากนี้ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ทางเภสัช กรรมซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์รักษาสิว สารออกฤทธิ์ระงับปวด สารออกฤทธิ์แก้คัน สารออกฤทธิ์ทำให้ชา สารออกฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ สารออกฤทธิ์กันแดด สารออกฤทธิ์ ทำให้ผิวคล้ำโดยไม่ต้องถูกแดด สารออกฤทธิ์ฟอกสีผิว สารออก ฤทธิ์ขจัดรังแค สารออกฤทธิ์ต้านการขับเหงื่อ สารออกฤทธิ์ ขจัดกลิ่นและของผสมของสิ่งดังกล่าว 23.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วย C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งไม่ชอบน้ำที่สามารถเกิดโคโพ ลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B หน่วยแม โครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า C) พาหะซึ่งไม่สามารถผสมกันกับส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลาย ระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้น ละลายได้หรือกระจายได้ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหย ง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ 24.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 23 ซึ่งมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นที่มีความเข้มข้นจาก ประมาณ 5% ถึง ประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น 25.วิธีบำรุงผมโดยการใช้ปริมาณที่ปลอดภัยและประสิทธิผลของ สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 26.วิธีบำรุงผิวโดยการใช้ประมาณที่ปลอดภัยและประสิทธิผล ของสารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 27.วิธีเตรียมสารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนเกี่ยวกับ a) การเตรียมโคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเ มอร์ของหน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกน หลักนั้นที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบ น้ำต่ออยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเ มอร์หลายแบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดย น้ำหนักสัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วย C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งไม่ชอบน้ำที่สามารถเกิดโคโพ ลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B หน่วยแม โครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) การเกิดสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์กับกรดไขมัน ซึ่ง อัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรดไขมัน นั้นคือจาก ประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ c) การละลายหรือการกระจายสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ในส่วน ประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำซึ่งมีจุด เดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารามิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์ เซนติเมตร ) 1/2 หรือต่ำกว่า 28.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นที่มีความเข้มข้นจาก ประมาณ 5% ถึง ประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น 29.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่งก่อนการผสม ประกอบด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A จากประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำ หนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A นั้นคือโมโนเ มอร์ชนิดไม่ชอบน้ำหรือของผสมของโมโนเมอร์ดังกล่าว หน่วยโ มโนเมอร์ A นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้น คือโมโนเมอร์ชนิดชอบน้ำซึ่งโมโนเมอร์ชนิดชอบน้ำนั้นอย่าง น้อย 1% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นมีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมี ไนโตรเจนอย่างน้อย 1 หมู่ หน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิด โคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วย C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งไม่ชอบน้ำที่สามารถเกิดโคโพ ลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B หน่วยแม โครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือกระจายได้ ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ 30.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นที่มีความเข้มข้นจาก ประมาณ 5% ถึง ประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น 31.สารผสมสำหรับช่วยจัดแต่งทรงผมและปรับสภาพผมซึ่งประกอบ ด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ที่ประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วย C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งไม่ชอบน้ำที่สามารถเกิดโคโพ ลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B หน่วยแม โครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือกระจายได้ ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระบบง่ายชนิดไม่ชอบน้ำและซึ่ง ผสมของสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นและส่วนประกอบจำพวกตัว ทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำมีความหนึดสูงกว่าประมาณ 5,000 เซ็นติพอยส์ 32.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาผม ซึ่งประกอบด้วย I) ส่วนประกอบสำหรับช่วยจัดแต่งทรงผมและปรับสภาพผมซึ่ง ประกอบด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ที่ประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วย C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งไม่ชอบน้ำที่สามารถเกิดโคโพ ลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B หน่วยแม โครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือกระจายได้ ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระบบง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ ซึ่งผสม ของสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นและส่วนประกอบจำพวกตัวทำ ละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำมีความหนึดสูงกว่าประมาณ 5,000 เซ็นติพอยส์ II) พาหะซึ่งไม่สามารถผสมกันกับส่วนประกอบตัว ทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ 33.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลที่ประกอบด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ที่ประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยแมโคโ มโนเมอร์ C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งมีโพลิไซลอกเซน ที่สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโ มโนเมอร์ B หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุล เฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือกระจายได้ ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระบบง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ 34.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ33 ซึ่งมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์นั้นที่มีความเข้มข้นจากประมาณ 5% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น 35.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 34 ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B ดังกล่าวไม่ อิ่มตัวแบบเอธิลีนและซึ่งหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นมีสูตร ทั่วไป X(Y)nSi(R)3-m(Z)m ซึ่ง X คือ หมู่ไวนิลซึ่งไม่สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B Y คือ หมู่เชื่อมต่อชนิดไดเวเลนท์ R คือ ไฮโดรเจน, C1-C4 แอลคิล, แอริลที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C4 แอลคิล หรือ C1-C4 แอลคอกซิ Z คือส่วนไซลอกเซนโพลิเมอร์ชนิดโมโนเวเลนท์ซึ่งมีน้ำหนัก โมเลกุลเฉลี่ยเชิงจำนวนอย่างน้อย 1500 ที่จำเป็นต้องไม่มี ปฏิกิริยาภายใต้ภาวะการเกิดโคโพลิเมอร์และยื่นออกจากแกนไว นิลโพลิเมอร์นั้น หลังการเกิดโพลเมอร์ n คือ 0 หรือ 1 และ m คือ จำนวนเต็มจาก 1 ถึง 3 36.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 35 ซึ่งได้เลือกหน่วย A ชนิดไม่ชอบน้ำนัน จากกลุ่มที่ ประกอบด้วยเอสเทอร์ของกรดแอลคริลิค, เอสเทอร์ของกรดเมธาคริ ลิค, สารประกอบไวนิล, สารประกอบไวนิลิดีน, ไฮโดรคาร์บอนไม่ อิ่มตัว C1-C18 แอลกอฮอล์เอสเทอร์ของกรดอินทรีย์ และ แอนไฮไดรด์ของกรดอินทรีย์ และของผสมของสารดังกล่าว 37.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 36 ซึ่งได้เลือกหน่วย A ชนิดไม่ชอบน้ำนั้น จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย t-บิวทิลแอคริเลท, t-บิวทิลเมธาคริเลท, t-บิวทิลสไทรีน, 2-เอธิลเฮกซิลเมธาคริเลทและของผสมของสาร ดังกล่าว 38.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ37 ซึ่งได้เลือกหน่วย B ชนิดชอบน้ำนั้น จากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยไดแอลคิลอะมิโนแอคริเลท, ไดแอลคิลอะมิโนเมธาคริเลท,ได แอลคิลอะมิโนแอลคิลแอคริแลมีด, ไดแอลคิลอะมิโนแอลคิลเมธาค ริแลมีด, เกลือกรดของสารดังกล่าว , เกลือแบบรวมตัวประเภทค วอเทอร์นารีของ สารดังกล่าวและของผสมของสารดังกล่าว 39.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ38 ซึ่งได้เลือกหน่วย B ชนิดชอบน้ำดังกล่าวจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วย N,N-ไดแอลคิลอะมิโนเอธิลแอคริเลท, N,N-ไดแอลคิลอะมิโน เอธิลเมธาคริเลท, N,N-ไดแอลคิลอะมิโนโพรพิลแอคริแลมีด, N,N-ไดแอลคิลอะมิโนโพรพิลเมธาคริแลมีด,N,N-ไดแอลคิลอะมิโน โพรพิลแอคริแลมีด, N,N-ไดแอลคิลอะมิโนโพรพิลเมธาคริแล มีด,เกลือกรดของสารดังกล่าว, เกลือแบบรวมตัวประเภทควอเทอร์ นารีของสารดังกล่าวและของผสมของสารดังกล่าว 40.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 39 ซึ่งหน่วย C ที่มีโพลิไซลอกเซนนั้น มีสูตรซึ่งเลือกจาก กลุ่มต่อไปนี้ที่ประกอบด้วย สูตรเคมี หรือ สูตรเคมี หรือ สูตรเคมี ซึ่ง S คือ 0,1,2,3,4,5 หรือ 6, m คือ 1,2 หรือ 3, p คือ 2,3,4,5 หรือ 6, R1 คือไฮโดรเจน, ไฮดรอกซิล, แอลคิลขนาดเล็ก,แอลคอก ซิ,แอลคิลอะมิโน,แอริลหรือแอลคิลแอริล, R2 คือ C1-C6แอลคิลหรือ C7-C10แอลคิลแอริล n คือ 1,2,3 หรือ 4, X คือ สูตรเคมี ซึ่ง R3 คือไฮโดรเจนหรือ -COOH; R4 คือ ไฮโรเจน,เมธิล -CH2COOH: คือ สูตรเคมี R5, R6 และ R7 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันคือแอลคิลขนาดเล็ก,แอล คอกซิ,แอลคิลอะมิโน,แอริล,แอลคิลแอริล,ไฮโดรเจนหรือไฮดรอก ซิล และ r คือจำนวนเต็มจากประมาณ 20 ถึงประมาณ 675 41.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 40 ซึ่งหน่วย C ที่มีโพลิไซลอกเซนนั้นมีสูตร สูตรเคมี ซึ่ง m คือ 1,p คือ 0, q คือ 3, R1 คือเมธิล, X คือ สูตรเคมี ซึ่ง R3 คือ ไฮโดรเจน, R4 คือเมธิล, และ Z คือ สูตรเคมี R5, R6 และ R7 ทุกหมู่คือเมธิล และ r คือ จำนวนเต็มจาก ประมาณ 100 ถึงประมาณ 325 42.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งได้เลือกกรดไขมัน สำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อนจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยซัลโฟเนทของกรมไขมัน,คาร์บอกซิเลทของกรด ไขมัน,โพลิคาร์บอกซิเลท, อนุพันธ์ของสารดังกล่าว,เกลือของ สารดังกล่าวและของผสมของสารดังกล่าว 43.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 42 ซึ่งได้เลือกกรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อนนั้นจาก กลุ่มที่ประกอบด้วย 2-เอธิลเฮกซาโนอิค,กรดปาล์มมิทิค, กรดสเทียริค, กรดโอเลอิค, กรดลิโนเลอิค, กรดเบเฮนิค, เกลือ ของสารดังกล่าวและของผสมของสารดังกล่าว 44.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 43 ซึ่งได้เตรียมโคโพลิเมอร์ของสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ นั้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลายแบบรวมกันของหน่วย A,B และ C ดังกล่าวที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนักสัมพันธ์ต่อไปนี้ a. หน่วย A ซึ่งไม่ชอบน้ำดังกล่าวจากประมาณ 40% ถึง ประมาณ 80% b. หน่วยC ซึ่งชอบน้ำ จาก 5% ถึงประมาณ 30% และ c. หน่วย C ซึ่งมีโพลิไซลอกเซน จากประมาณ 5% ถึงประมาณ 40% ซึ่งหน่วย C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิงจำนวนจาก ประมาณ 5,000 ถึงประมาณ 30,000 45.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 44 ซึ่งได้เลือกส่วนประกอบจำพวกตัวละลายระเหยง่ายชนิดไม่ ชอบน้ำนั้น จากกลุ่มที่ประกอบด้วย C7-C14 ไฮโดรคาร์บอนแบบ กิ่งซึ่งระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ, ซิลิโคนซึ่งระเหยง่ายชนิด ไม่ชอบน้ำและของผสมของสารดังกล่าว 46.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งได้เลือกส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ ชอบน้ำดังกล่าวจากกลุ่มที่ประกอบด้วยเฮกซาเมธิลไดไซลอกเซน, ไอโซโดเดเคน, ไซโคล เมไธโคน และของผสมของสารดังกล่าว 47.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 46 ซึ่งนอกจากนี้ประกอบด้วยพาหะซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยมูส เจล โลชั่น ครีม ขี้ผึ้ง โทนิค สเปรย์ แอโรซอล แชม พู ผลิตภัณฑ์ปรับสภาพ ผลิตภัณฑ์นวดผมสบู่ก้อน โลชั่นทามือ และทาตัวมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวหน้าแท่งเจลแข็ง 48.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 47 ซึ่งสารผสมดังกล่าวนอกจากนี้ ประกอบด้วยสารลดแรงตึงผิว สังเคราะห์จากประมาณ 10% ถึงประมาณ 30% โดยน้ำหนัก 49.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 48 ซึ่งได้เลือกสารลดแรงตึงผิวสังเคราะห์นั้นจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยแอลคิลซัลเฟท,เอธอกซิเลเทคแอลคิลซัลเฟทและของผสม ของสารดังกล่าว 50.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 49 ซึ่งสารผสมนั้นคือแชมพู 51.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 47 ซึ่งสารผสมนั้น นอกจากนี้ประกอบด้วยสารปรับสภาพที่มี 52.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 51 ซึ่งสารผสมนั้นคือผลิตภัณฑ์ปรับสภาพ 53.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิ 47 ซึ่งสารผสมนั้น นอกจากนี้ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ทางเภสัช กรรม ซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์รักษาสิว สารออกฤทธิ์ระงับปวด สารออกฤทธิ์แก้คัน สารออกฤทธิ์ทำให้ชา สารออกฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ สารออกฤทธิ์กันแดด สารออกฤทธิ์ ทำให้ผิวคล้ำโดยไม่ต้องถูกแดด สารออกฤทธิ์ฟอกสีผิว สารออก ฤทธิ์ขจัดรังแค สารออกฤทธิ์ต้านการขับเหงื่อ สารออกฤทธิ์ ขจัดกลิ่นและของผสมของสิ่งดังกล่าว 54.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลีเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น แมโคโมโนเมอร์ C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งมีโพลีเซลอกเซนที่สามารถ เกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิง จำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า และ C) พาหะซึ่งไม่สามารถผสมกันกับส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลาย ระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือกระจายได้ ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ 55.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นที่มีความเข้มข้นจาก ประมาณ 5% ถึง ประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น 56.วิธีบำรุงผมโดยการใช้ปริมาณที่ปลอดภัยและประสิทธิผลของ สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 47 57.วิธีทำความสะอาดผมโดยการใช้ปริมาณที่ปลอดภัยและ ประสิทธิผลของสารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 50 58.วิธีจัดแต่งทรงผมและช่วยให้ผมอยู่ทรงโดยการใช้ปริมาณ ที่ปลอดภัยและประสิทธิผลของสารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 52 59.วิธีบำรุงผิวโดยการใช้ปริมาณที่ปลอดภัยและประสิทธิผล ของสารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 53 60.วิธีเตรียมสารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนเกี่ยวกับ a) การเตรียมโคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเ มอร์ของหน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกน หลักนั้นที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบ น้ำต่ออยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเ มอร์หลายแบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดย น้ำหนักสัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วย C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งมีโพลิไซลอกเซนที่สามารถ เกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโมโนเมอร์ B หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเชิง จำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) การเกิดสารเชิงซ้อนของหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนของ หน่วยโมโนเมอร์ B ของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรดไขมัน ซึ่งอัตรา ส่วนน้ำหนักของโคโพลีเมอร์นั้นกรดไขมันนั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ c) การละลายหรือการกระจายสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ในส่วน ประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำซึ่งมีจุด เดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารามิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์ เซนติเมตร ) 1/2 หรือต่ำกว่า 61.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 60 ซึ่งมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นที่มีความเข้มข้นจาก ประมาณ 5% ถึง ประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น 62.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลซึ่งก่อนการผสม ประกอบด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ที่ประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยแมโคโ มโนเมอร์ C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งมีโพลิไซลอกเซน ที่สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโ มโนเมอร์ B หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุล เฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือกระจายได้ ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระบบง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ 63.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาส่วนบุคคลตามข้อถือสิทธิข้อ 62 ซึ่งมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นที่มีความเข้มข้นจาก ประมาณ 5% ถึง ประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น 64.สารผสมสำหรับช่วยจัดแต่งทรงและปรับสภาพผมซึ่งประกอบ ด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ที่ประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยแมโคโ มโนเมอร์ C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งมีโพลิไซลอกเซน ที่สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโ มโนเมอร์ B หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุล เฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือกระจายได้ ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระบบง่ายชนิดไม่ชอบน้ำและ ซึ่ง ของผสมของสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นและส่วนประกอบจำพวก ตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำมีความหนึดสูงกว่าประมาณ 5,000 เซ็นติพอยส์ 65.สารผสมสำหรับการดูแลรักษาผมซึ่งประกอบด้วย I) ส่วนประกอบสำหรับช่วยจัดแต่งทรงผมและปรับสภาพผมซึ่ง ประกอบด้วย A) สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ที่ประกอบด้วย a) โคโพลิเมอร์ที่มีแกนหลักซึ่งเกิดจากโคโพลิเมอร์ของ หน่วยซ้ำของโมโนเมอร์ A และ โมโนเมอร์ B ซึ่งแกนหลักนั้น ที่เลือกได้คือมีหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C ชนิดไม่ชอบน้ำต่อ อยู่ซึ่งโคโพลิเมอร์นั้นเตรียมขึ้นโดยการเกิดโพลิเมอร์หลาย แบบรวมกันของหน่วย A, B และ C ที่มีอัตราร้อยละโดยน้ำหนัก สัมพันธ์ต่อไปนี้ i) หน่วยโมโนเมอร์ A ซึ่งไม่ชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 10% ถึงประมาณ 99% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ A สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเ มอร์ B และหน่วยแมโคโมโนเมอร์ C ii) หน่วยโมโนเมอร์ B ซึ่งชอบน้ำ 1 ชนิดหรือมากกว่าจาก ประมาณ 1% ถึงประมาณ 40% โดยน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยโมโนเมอร์ B นั้นสามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโ มโนเมอร์ A และหน่วยแมโครโมโนเมอร์ C และซึ่งหน่วยโมโนเ มอร์ B อย่างน้อยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น เลือกจากหน่วยโมโนเมอร์ B ที่มีหมู่ฟังค์ชันซึ่งมีไนโตรเจน อย่างน้อย 1 หมู่ และ iii) หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C 1 ชนิด หรือมากกว่าจาก 0 ถึง ประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ของโคโพลิเมอร์นั้น ซึ่งหน่วยแมโคโ มโนเมอร์ C นั้นคือหน่วยแมโครโมโนเมอร์ซึ่งมีโพลิไซลอกเซน ที่สามารถเกิดโคโพลิเมอร์กับหน่วยโมโนเมอร์ A และหน่วยโ มโนเมอร์ B หน่วยแมโครโมโนเมอร์ C นั้นมีน้ำหนักโมเลกุล เฉลี่ยเชิงจำนวนประมาณ 1,500 ถึงประมาณ 50,000 และ b) กรดไขมันสำหรับทำให้เกิดสารเชิงซ้อน ซึ่งกรดไขมันนั้น เกิดสารเชิงซ้อนกับหมู่ฟังค์ชันที่มีไนโตรเจนหน่วยโมโนเ มอร์ B นั้น ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของโคโพลิเมอร์นั้นต่อกรด ไขมัน นั้นคือจากประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 1:1 และ B) ส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำสำหรับ สารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์ซึ่งมีจุดเดือดที่ 1 บรรยากาศ ประมาณ 260 องศาเซลเซียล หรือต่ำกว่า และโซลูบิลิทีพารา มิเตอร์ประมาณ 8.5 (แคลอรี/ลูกบาศก์เซนติเมตร ) 1/2 หรือ ต่ำกว่า และ ซึ่งสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นละลายได้หรือกระจายได้ ในส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลายระบบง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ ซึ่งของ ผสมของสารเชิงซ้อนของโคโพลิเมอร์นั้นและส่วนประกอบจำพวกตัว ทำละลายระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำมีความหนึดสูงกว่าประมาณ 5,000 เซ็นติพอยส์ และ II) พาหะซึ่งไม่สามารถผสมกันกับส่วนประกอบจำพวกตัวทำละลาย ระเหยง่ายชนิดไม่ชอบน้ำ (ข้อถือสิทธิ 65 ข้อ, 24 หน้า, รูป)
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH32363A true TH32363A (th) | 1999-03-02 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| AU2002320641B9 (en) | Water-in-oil emulsions comprising vinyl polymers carrying acidic groups in side chains, compositions, and methods | |
| AU2002319793B2 (en) | Water-in-oil emulsions comprising vinyl polymers carrying ethylene oxide groups in side chains, compositions and methods | |
| JP3174060B2 (ja) | 熱可塑性エラストマー性コポリマーとそれを含有したヘア及びスキンケア組成物 | |
| JP2004512399A (ja) | レオロジー改質性共重合体組成物 | |
| EP1147138A1 (en) | Hydrophilic ampholytic polymer | |
| WO2000068282A1 (en) | Conditioning/styling terpolymers | |
| JP3665936B2 (ja) | シリコングラフト接着性ポリマーを含有するヘアスタイリング用組成物 | |
| EP1037929B1 (en) | Non-aqueous, heterogeneous polymerization process and reaction product obtained thereby | |
| JPH0517324A (ja) | 整髪剤用樹脂組成物 | |
| US20020172655A1 (en) | Cosmetic-use polymer, cosmetic employing same, and method of preparing same | |
| KR20000068433A (ko) | 개인용 관리 조성물 | |
| WO1993014024A1 (en) | Hair care compositions | |
| US6737049B1 (en) | Cationic polymers and their use | |
| JP3620162B2 (ja) | 毛髪化粧料組成物 | |
| EP0977540A1 (en) | Personal care compositions containing graft polymers | |
| KR20000068434A (ko) | 개인용 관리 조성물 | |
| US20060165638A1 (en) | Compositions comprising at least one copolymer (a) and at least one copolymer (b) and use thereof in cosmetic preparations | |
| JP3620164B2 (ja) | 毛髪化粧料組成物 | |
| JP3620165B2 (ja) | 毛髪化粧料組成物 | |
| JP4129940B2 (ja) | 毛髪化粧料用基剤を用いた毛髪化粧料 | |
| JP3919025B2 (ja) | 毛髪セット剤組成物 | |
| JPH10175829A (ja) | 乳化型毛髪セット剤組成物 | |
| JPH07149617A (ja) | 整髪剤用基剤 | |
| JPH10265345A (ja) | 毛髪化粧料 | |
| JP2001039834A (ja) | 毛髪化粧料用基剤及びそれを用いた毛髪化粧料 |