TH43227C3 - cDNA โคลน ที่ทำให้ติดเชื้อได้ของไวรัสกลุ่มอาการโรคเกี่ยวกับการสืบพันธ์และการหายใจของสุกร (PRRS) สายพันธ์อเมริกาเหนือ และการใช้ cDNA โคลนนี้ - Google Patents
cDNA โคลน ที่ทำให้ติดเชื้อได้ของไวรัสกลุ่มอาการโรคเกี่ยวกับการสืบพันธ์และการหายใจของสุกร (PRRS) สายพันธ์อเมริกาเหนือ และการใช้ cDNA โคลนนี้Info
- Publication number
- TH43227C3 TH43227C3 TH9901004426A TH9901004426A TH43227C3 TH 43227 C3 TH43227 C3 TH 43227C3 TH 9901004426 A TH9901004426 A TH 9901004426A TH 9901004426 A TH9901004426 A TH 9901004426A TH 43227 C3 TH43227 C3 TH 43227C3
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- code
- virus
- north american
- converted
- prrs virus
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (28/12/55) การประดิษฐ์นี้ได้ให้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, รวมทั้ง พลาสมิด ; เวคเตอร์ของไวรัส ; และเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทรานสเฟ็คท์ ซึ่งประกอบด้วยลำดับ DNA ซึ่งเข้ารหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ ; และไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยเหตุนั้นด้วย การประดิษฐ์นอกจากนี้ได้ให้โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อที่ ถูกแยกออกมาซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือการประดิษ์ฐ์นี้ได้ให้ โมเลกุลโพลีนิ วคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ, เวคเตอร์ของไวรัส, และเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกท รานสเฟ็คท์ ซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่ทางพันธุกรรม; และไวรัส PRRS, สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่งทางพันธุกรรมที่ถูกเข้ารหัสโดยเหตุนั้นด้วย การ ประดิษฐ์นี้ได้ให้วัคซีนที่ประกอบด้วย พลาสมิด, โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ, เวคเตอร์ของไวรัส และ ไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือดังกล่าว, และวิธีการเกี่ยวกับการใช้วัคซีนเหล่านี้ในสุกรและใน สัตว์อื่น เช่นเดียวกันได้ให้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, เวคเตอร์ของไวรัส, และเซลล์ เจ้าบ้านที่ถูกทรานสเฟ็คท์ ซึ่งประกอบด้วยลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งเข้ารหัสเปปไทด์ของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ เวคเตอร์ของไวรัสและสายพันธ์เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทรานเฟ็คท์เหล่านี้เป็น ประโยชน์ในการให้เปปไทด์ที่จะทดแทนสำหรับลำดับที่มีรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของลำดับ DNA ซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่งทางพันธุกรรม เพื่อว่า ไวริออนซึ่งสามารถปฏิบัติการได้สามารถถูกก่อให้เกิดขึ้นได้ การประดิษฐ์นี้ได้ให้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา , รวมทั้ง พลาสมิด ; เวคเตอร์ของไวรัส ; และเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทรานสเฟ็คท์ ซึ่งประกอบด้วยลำดับ DNA ซึ่งเข้ารหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ ; และไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยเหตุนั้นด้วย การประดิษฐ์นอกจากนี้ได้ให้โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อที่ ถูกแยกออกมาซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือการประดิษ์ฐ์นี้ได้ให้ โมเลกุลโพลีนิ วคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออมา, โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ, เวคเตอร์ของไวรัส, และเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกท รานสเฟ็คท์ ซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่ทางพันธุกรรม ; และไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่งทางพันธุ์กรรมที่ถูกเข้ารหัสโดยเหตุนั้นด้วย การ ประดิษฐ์นี้ได้ให้วัคซีนที่ประกอบด้วย พลาสมิด, โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ, เวคเตอร์ของไวรัส และ ไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือดังกล่าว, และวิธีการเกี่ยวกับการใช้วัคซีนเหล่านี้ในสุกรและใน สัตว์อื่น เช่นเดียวกันได้ให้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, พาหะของไวรัส ,และเซลล์ เจ้าบ้านที่ถูกทรานสเฟ็คท์ ซึ่งประกอบด้วยลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งเข้ารหัสของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ เวคเตอร์ของไวรัสและสายพันธ์เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทรานเฟ็คท์เหล่านี้เป็น ประโยชน์ในการให้เปปไทด์ที่จะทดแทนสำหรับลำดับที่มีรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่งทางพันธุกรรม เพื่อว่า ไวริ ออนซึ่งสามารถปฏิบัติการได้สามารถถูกก่อให้เกิดขึ้นได้ สิทธิบัตรยา
Claims (7)
1. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาซึ่งประกอบ ด้วยหนึ่งลำดับนิวคลีโอไทด์ หรือมากกว่า ซึ่งแต่ละตัวเปลี่ยน เป็นรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยไวรัส PRRS สาย พันธ์ อเมริกาเหนือ, ที่ซึ่งลำดับจีโนมของไวรัส PRRS สาย พันธ์อเมริกาเหนือดังกล่าวเป็นเหมือนกันหรือ เป็นโฮโมโลกัส กับโมเลกุล RNA ที่สอดคล้องกับ SEQ ID NO : 1 2
2. เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทำให้ติดเชื้อซึ่งประกอบด้วยหนึ่ง ลำดับนิวคลีโอไทด์หรือมาก กว่า ซึ่งแต่ละตัวเปลี่ยนเป็น รหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกา เหนือ, ที่ซึ่งลำดับจีโนมของไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือดังกล่าวเป็นเหมือนกันหรือเป็นโฮโม โลกัสกับ โมเลกุล RNA ที่สอดคล้องกับ SEQ ID NO : 1 , ซึ่งเซลล์ที่ ถูกแปรสภาพสามารถแสดง ออกถึงหลายเปปไทด์หรื อเปปไทด์เดียวดัง กล่าว 2
3. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดไวริ ออนซึ่งสามารถปฏิบัติกร ได้ของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทาง พันธุกรรมแล้ว , ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยลำดับ RNA ที่สอด คล้องกับ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน เว้น แต่ซึ่งประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะหนึ่งลักษณะหรื อมาก กว่าในหนึ่งลำดับที่จัดเป็นรหัสเปปไทด์หรือมากกว่า , ซึ่ง วิธีการ ประกอบเพิ่มเติมด้วยการติดเชื้อเซลล์เจ้าบ้านที่ถูก ทำให้ติดเชื้อตามข้อถือสิทธิ 22 กับ โมเลกุล RNA ที่ติด เชื้อ , พลาสมิด หรือพาหะของไวรัส ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกา เหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้ว , ที่ซึ่งหลายเปปไทด์หรือเปปไทด์เดียวของไวรัส PRRS สาย พันธ์อเมริกาเหนือถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยลำดับเดียว หรือหลายลำดับนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว ของ เซลล์เจ้าบ้านที่ถูก ทำให้ติดเชื้อดังกล่าวประกอบด้วยเปปไทด์ของลำดับเดียวหรือ หลายลำดับที่จัด เป็นรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทาง พันธุ กรรมแล้วดังกล่าว 2
4. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดไวริ ออนซึ่งสามารถปฏิบัติการ ได้ของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทาง พันธุกรรมแล้ว , ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยลำดับ RNA ที่สอด คล้องกับ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน เว้น แต่ซึ่งประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะหนึ่งลักษณะหรือมาก กว่าในหนึ่งลำดับที่จัดเป็นรหัสเปปไทด์หรือมากกว่า , ซึ่ง วิธีการ ประกอบเพิ่มเติมด้วยการติดเชื้อเซลล์ที่เหมาะสม กับ โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ , พลาสมิด หรือ พาหะของไวรัส ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับ แต่งทางพันธุกรรมแล้ว และกับไวรัสผู้ช่วย ซึ่งแสดงออก ถึงเปปไทด์เดียวหรือหลายเปปไทด์ของไวรัส PRRS สายพันธ์ อ เมริกาเหนือถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยลำดับเดียวหรือหลายลำดับ ที่จัดเป็นรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยน แปลงลักษณะ ของไรวัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วดัง กล่าว , และ ซึ่งแยกไวริ ออน PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วที่ถูกแสดงออกโดย เซลล์นี้ออกจาก ไวรัสผู้ช่วยดังกล่าว 2
5. ไวรัสนิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้ว ซึ่ง สามารถนำมาซึ่งการตอบ สนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนกที่ได้รับวัคซีนนั้น , ซึ่ง ไวรัสนิโด ไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วถูกเตรียมขึ้น โดย การทำให้ได้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูก แยกออกมา ซึ่งประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็น รหัสไวรัสนิโดไวราเลสชนิดที่มี อยู่ตามธรรมชาติ , การเปลี่ยนแปลงลักษณะลำดับ DNA ทางพันธุ กรรมซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัสนิโดไวราเลสชนิดที่มีอยู่ตาม ธรรมชาติ เพื่อให้ได้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูก แยกออกมาซึ่งประกอบด้วยลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัสนิโคไว ราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุ กรรมแล้วที่ยังคงสามารถนำมาซึ่ง การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ในการต่อต้านการ ติดเชื้อโดย ไวรัสนิโดไวราเลสชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่ ได้ผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนก, และซึ่งแสดงออกถึงไวรัส นิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วจากโมเลกุลโพลีนิว คลีโอไทด์ที่ ถูกแยกออกมาที่ถูกทำให้ได้มานั้น 2
6. วิธีการสำหรับการเตรียมไวรัสนิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทาง พันธุกรรมแล้ว ซึ่ง สามารถนำมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ซึ่งป้องกันโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนกที่ได้ รับ วัคซีนนั้น , ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการทำให้ได้โมเลกุลโพลี นิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา ซึ่ง ประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็น รหัสไวรัสนิโดไว ราเลสชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ , การเปลี่ยน แปลงลักษณะลำดับ DNA ทางพันธุกรรมซึ่งเปลี่ยน เป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัสนิโดไว ราเลสชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อ ให้ได้โมเลกุลโพลีนิว คลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาซึ่งประกอบด้วยลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็น รหัสไวรัสนิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วที่ยังคง สามารถนำมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ ในการต่อต้านการติดเชื้อโดยไวรัส นิโดไวราเลสชนิดที่มีอยู่ ตามธรรมชาติที่ได้ผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนก, และซึ่ง แสดงออกถึง ไวรัสนิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วจาก โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาที่ถูก ทำให้ได้มา นั้น 2
7. วัคซีนสำหรับการป้องกันสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนกจาก การติดเชื้อไวรัสนิโดไว ราเลส ซึ่งประกอบด้วยไวรัสนิโดไว ราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้ว ตามข้อถือสิทธิ 25 ใน ปริมาณที่ได้ผลในการนำมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่ง ป้องกันโรคได้ในการต่อต้านไวรัส นิโดไวราเลสชนิดที่มีอยู่ ตามธรรมชาติที่ได้ผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรื อนกที่ได้รับ วัคซีนนั้น และ ตัวพาที่ยอมรับได้สำหรับการใช้ทางเภสัชกรรม และทางสัตวแพทย์ศาสตร์
Publications (3)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH51753A TH51753A (th) | 2002-07-02 |
| TH51753A3 TH51753A3 (th) | 2002-07-02 |
| TH43227C3 true TH43227C3 (th) | 2015-03-17 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Müller et al. | Research on infectious bursal disease—the past, the present and the future | |
| Briddon et al. | Universal primers for the PCR-mediated amplification of DNA β: a molecule associated with some monopartite begomoviruses | |
| Lewis et al. | An African swine fever virus ERV1-ALR homologue, 9GL, affects virion maturation and viral growth in macrophages and viral virulence in swine | |
| Yu et al. | Characterization of newly emerging Newcastle disease virus isolates from the People's Republic of China and Taiwan | |
| Cao et al. | Molecular characterization of seven Chinese isolates of infectious bursal disease virus: classical, very virulent, and variant strains | |
| Carrillo et al. | Genetic and phenotypic variation of foot-and-mouth disease virus during serial passages in a natural host | |
| Liu et al. | Cowpea mosaic virus-based systems for the production of antigens and antibodies in plants | |
| Li et al. | Evaluation of a genetically modified foot-and-mouth disease virus vaccine candidate generated by reverse genetics | |
| JP2017522907A5 (th) | ||
| Buzkan et al. | A new emaravirus discovered in Pistacia from Turkey | |
| JP2000501927A (ja) | 特に伝染性ネコ腹膜炎に対する、ネコヘルペスウイルス1型をベースとした組換え生ワクチン | |
| Tsugawa et al. | Virulence-associated genome mutations of murine rotavirus identified by alternating serial passages in mice and cell cultures | |
| Sun et al. | Genetic variability and phylogeny of current Chinese porcine epidemic diarrhea virus strains based on spike, ORF3, and membrane genes | |
| Suthar et al. | Identification of adult mouse neurovirulence determinants of the Sindbis virus strain AR86 | |
| Bányai et al. | Whole-genome sequencing of a green bush viper reovirus reveals a shared evolutionary history between reptilian and unusual mammalian orthoreoviruses | |
| Sun et al. | Sequence and analysis of genomic segment A and B of very virulent infectious bursal disease virus isolated from China | |
| Ma et al. | Mucosal vaccines for viral diseases: Status and prospects | |
| RU2018130683A (ru) | Аттенуированный вирус инфекционного бронхита | |
| Chen et al. | Immunity induced by recombinant attenuated IHNV (infectious hematopoietic necrosis virus)‐GN438A expresses VP2 gene‐encoded IPNV (infectious pancreatic necrosis virus) against both pathogens in rainbow trout | |
| JP2021505529A (ja) | ネコカリシウイルスワクチン | |
| Yang et al. | A single immunization with recombinant rabies virus (ERAG3G) confers complete protection against rabies in mice | |
| Balinda et al. | Phylogenetic analyses of the polyprotein coding sequences of serotype O foot-and-mouth disease viruses in East Africa: evidence for interserotypic recombination | |
| US7452542B2 (en) | Live attenuated coronavirus vaccines | |
| Kuo et al. | Evolution of infectious bronchitis virus in Taiwan: characterisation of RNA recombination in the nucleocapsid gene | |
| TH51753A3 (th) | cDNA โคลน ที่ทำให้ติดเชื้อได้ของไวรัสกลุ่มอาการโรคเกี่ยวกับการสืบพันธ์และการหายใจของสุกร (PRRS) สายพันธ์อเมริกาเหนือ และการใช้ cDNA โคลนนี้ |