TH58307B - กระบวนการสำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป - Google Patents

กระบวนการสำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป

Info

Publication number
TH58307B
TH58307B TH801001333A TH0801001333A TH58307B TH 58307 B TH58307 B TH 58307B TH 801001333 A TH801001333 A TH 801001333A TH 0801001333 A TH0801001333 A TH 0801001333A TH 58307 B TH58307 B TH 58307B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
calcium carbonate
natural calcium
reactive
process under
formula
Prior art date
Application number
TH801001333A
Other languages
English (en)
Other versions
TH102924B (th
TH102924A (th
Inventor
กันเทนไบน์ นายดาเนียล
อี เกอราร์ด นายดาเนียล
เอซี เกน นายแพทริค
ชอลคอพพ์ นายโยอาคิม
Original Assignee
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์ นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์ นายรุทร นพคุณ
นายรุทร นพคุณ
ออมย่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์ นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์ นายรุทร นพคุณ, นายรุทร นพคุณ, ออมย่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี filed Critical นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
Publication of TH102924B publication Critical patent/TH102924B/th
Publication of TH102924A publication Critical patent/TH102924A/th
Publication of TH58307B publication Critical patent/TH58307B/th

Links

Abstract

DC60 (06/03/60) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือ สารคัดหลั่งออกจากตัวกลางแอคเควียส โดยการเติมแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำ ปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว (surface-reacted natural calcium carbonate) หรือสารแขวนลอยแอคเควียส ซึ่งประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วและซึ่งมี pH มากว่า 6.0 ซึ่งวัดที่ 20 องศาเซลเซียส, เข้าไปยังตัวกลาง, ที่ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วคือ ผลิตภัณฑ์ปฏิกิริยาของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติกับคาร์บอนไดออกไซด์และกรดหนึ่งชนิด หรือมากกว่า, การใช้ประโยชน์ของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว สำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป, รวมทั้ง การรวมกันของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วและคาร์บอนกัมมันต์ สำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป แก้ไข 06/03/2560 การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือ สารคัดหลั่งออกจากตัวกลางแอคเควียสโดยการเติมแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำ ปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว (surface-reacted natural calcium carbonate) หรือสารแขวนลอยแอคเควียส ซึ่งประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วและซึ่งมี pH มากกว่า 6.0 ซึ่งวัดที่ 20 ํC, เข้าไปยังตัวกลาง, ที่ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วคือ ผลิตภัณฑ์ปฏิกิริยาของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติกับคาร์บอนไดออกไซด์และกรดหนึ่งชนิด หรือมากกว่า, การใช้ประโยชน์ของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว สำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป, รวมทั้ง การรวมกันของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วและคาร์บอนกัมมันต์ สำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป ------------------------------------------------------------------------- การประดิษฐ์นี้กี่ยวข้องกับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือ สารคัดหลั่งออกจากตัวกลางแอคเควียส โดยการเติมแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำ ปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว(surface-reacted natural calcium carbonate)หรือสารแขวนลอยแอคเควียสซึ่ง ประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิรยาที่พื้นผิวแล้วและซึ่งมี pH มากว่า 6.0 ซึ่งวัดที่ 20 ํC,เข้าไปยังตัวกลาง,ที่ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วคือ ผลิตภัณฑ์ปฏิกิริยาของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติกับคาร์บอนไดออกไซด์และกรดหนึ่งชนิดหรือ มากกว่า,การใช้ประโยชน์ของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว สำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป,รวมทั้ง การรวมกันของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วคาร์บอนกัมมันต์ สำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป

Claims (23)

แก้ไข 06/03/2560 1. กระบวนการสำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือ สารคัดหลั่ง (EDCs) ออกจากตัวกลางแอคเควียส, ที่ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำ ปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วหรือสารแขวนลอยแอคเควียสซึ่งประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่าน การทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วและซึ่งมี pH มากกว่า 6.0 ซึ่งวัดที่ 20 ํC, ได้นำมาสัมผัสกับตัวกลาง ที่มี EDC, ที่ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วคือผลิตภัณฑ์ปฏิกิริยาของ แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติกับคาร์บอนไดออกไซด์และกรดหนึ่งชนิดหรือมากกว่า ที่ซึ่งคาร์บอน ไดออกไซด์ถูกทำให้เกิดขึ้น ณ ที่เดิม โดยการทรีตด้วยกรด และ/หรือ ถูกจัดส่งจากแหล่งภายนอก 2. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 1, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติ ที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วถูกเตรียมขึ้นเป็นสารแขวนลอยแอคเควียสซึ่งมี pH มากกว่า 6.5, ที่ควรใช้คือ มากกว่า 7.0 และที่ควรใช้มากที่สุดคือ 7.5. ซึ่งวัดที่ 20 ํC 3. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 2, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า แคลเซียมคาร์บอเนต ธรรมชาติถูกเลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยหินอ่อน, แคลไซท์ (calcite), ชอล์ก และ โดโลไมท์ (dolomite), หินปูน และของผสมของมัน 4. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า กรดมี pKa ที่ 25 ํC 2.5 หรือน้อยกว่า 5. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 4, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า กรดถูกเลือกมาจากกลุ่มซึ่ง ประกอบรวมด้วยกรดไฮโดรคลอริก, กรดซัลฟิวริก, กรดซัลฟิวรัส, ไฮโดรเจนซัลเฟตไอออน, กรด ฟอสฟอริก, กรดอ็อกซาลิค (oxalic acid) และของผสมของมัน 6. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติถูกทำปฏิกิริยากับกรดและ/หรือคาร์บอนไดออกไซด์โดยมีอย่างน้อย ที่สุดหนึ่งซิลิเกต และ/หรือ ซิลิกา, อะลูมิเนียม ไฮดรอกไซด์, อะลูมิเนตของโลหะแอลคาไลเอิร์ธ, แมกนีเซียม ออกไซด์, หรือของผสมของมันอยู่ด้วย 7. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 6, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า อย่างน้อยที่สุดหนึ่งซิลิเกตถูก เลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยอะลูมิเนียม ซิลิเกต, แคลเซียม ซิลิเกต และซิลิเกตของโลหะ แอลคาไล 8. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วมีพื้นที่ผิวจำเพาะตั้งแต่ 5 m2/g ถึง 200 m2/g, ที่ควรใช้คือ 20 m2/g ถึง 80 m2/g และที่ควรใช้มากกว่าคือ 30 m2/g ถึง 60 m2/g, ซึ่งวัดโดยใช้ ไนโตรเจนและวิธี BET ตาม ISO 9277 9. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วมีเส้นผ่าศูนย์กลางเม็ดเฉลี่ย d50 ตั้งแต่ 0.1 ถึง 50 (สูตร)m, ที่ควรใช้คือ ตั้งแต่ 0.5 ถึง 25 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากกว่าคือ 0.8 ถึง 20 (สูตร)m, โดยเฉพาะ 1 ถึง 10 (สูตร)m, ซึ่งวัดตามวิธีการตกตะกอน 10. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า สารแขวนลอยแอคเควียสของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วถูกทำ ให้คงสภาพด้วยสารทำให้เกิดการกระจายตัว (dispersants) หนึ่งชนิดหรือมากกว่า 11. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า ใช้ แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วในรูปผง และ/หรือ ในรูปของ แกรนูล (granules) 12. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า เติม แคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วในปริมาณ (ซึ่งคิดโดยน้ำหนัก) 102 ถึง 109 เท่า ของมวลของ EDCs, ที่ควรใช้คือ 2 •104 ถึง 106 และที่ควรใช้มากที่สุดคือ 104 ถึง 3•105 13. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า ทำการ ปรับ pH ของตัวกลางแอคเควียสที่มี EDCs จนได้ค่า > 6, ที่ควรใช้มากกว่าคือ > 6.5, ที่ควรใช้มากกว่า คือ >7 ก่อนการเติมแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว 14. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า EDCs ถูกเลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยฮอร์โมนภายในกาย (endogenous hormones) ซึ่งรวมถึง 17(สูตร)-เอสทราไดออล (E2), เอสโทรน (E1), เอสไตรออล (E3), เทสโทสเทอโรน หรือไดไฮโดรเทสโท สเทอโรน; ฮอร์โมนพืชและรา ซึ่งรวมถึง (สูตร)-ซิโทสเทอรอล, เจนิสทีน, ดาอิดซีน หรือซีแรลีออน; ยา ซึ่งรวมถึง 17(สูตร)-เอไธนิลเอสทราไดออล (EE2), เมสทรานอล (ME), ไดเอธิลสทิลเบสทรอล (DES), และสารเคมีอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึง 4-โนนิล ฟีนอล (NP), 4-เทอร์ท-อ็อคนิล ฟีนอล (OP), บิสฟีนอล เอ (BPA), ไตรบิวทิลทิน (TBT), เมธิลเมอร์คิวรี, ฟธาเลต, PAK หรือ PCB 15. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเติม คาร์บอนกัมมันต์เข้าไปเพิ่มยังตัวกลางแอคเควียส 16. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 15, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า เติมคาร์บอนกัมมันต์เข้าไปยัง ตัวกลางแอคเควียสก่อนการเติมแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว 17. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 15 หรือ 16, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า อนุภาคคาร์บอนกัมมันต์มีขนาดเม็ด 0.1 (สูตร)m ถึง 5mm, ที่ควรใช้คือ 10 (สูตร)m ถึง 2 mm, 0.1 mm ถึง 0.5 mm, ซึ่งรวมถึง 0.3 mm 18. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 15 ถึง 17, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า อัตราส่วนน้ำหนักของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วต่อ คาร์บอนกัมมันต์ คือ ตั้งแต่ 1:1 ถึง 100:1, ที่ควรใช้มากกว่าคือ ตั้งแต่ 5:1 ถึง 80:1, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10:1 ถึง 70:1 หรือ 20:1 ถึง 50:1, ซึ่งรวมถึง 30:1 หรือ 40:1 19. การใช้ของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วดังกำหนดไว้ ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 1 ถึง 14 สำหรับการนำเอา EDCs ออกจากตัวกลางแอคเควียส 20. การใช้ตามข้อถือสิทธิ 19, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า ใช้แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วร่วมกับคาร์บอนกัมมันต์ดังกำหนดไว้ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 15 ถึง 18 21. การใช้สิ่งรวมของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว ดังกำหนดไว้ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 1 ถึง 14 และคาร์บอนกัมมันต์ดังกำหนดไว้ในข้อหนึ่ง ข้อใดของข้อถือสิทธิ 15 ถึง 18 สำหรับการนำเอา EDCs ออกจากตัวกลางแอคเควียส 22. คอมโพสิตแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วดังกำหนดไว้ ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 1 ถึง 14 และ EDCs หนึ่งชนิดหรือมากกว่าที่ถูกนำออกจากตัวกลาง แอคเควียส 23. คอมโพสิตตามข้อถือสิทธิ 22 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วยคาร์บอนกัมมันต์ดังกำหนดไว้ ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 15 ถึง 18 --------------------------
1. กระบวนการสำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสาร คัดหลั่ง (EDCs)ออกจากตัวกลางแอคเควียส,ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำ ปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วหรือสารแขวนลอยแอคเควียสซึ่งประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่าน การทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วและซึ่งมี pH มากกว่า 6.0 ซึ่งวัดที่ 20 ํC,ได้นำมาสัมผัสกับตัวกลางที่มี EDC,ที่ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วคือผลิตภัณฑ์ปฏิกิริยาของแคลเซียม คาร์บอเนตธรรมชาติกับคาร์บอนไดออกไซด์และกรดหนึ่งชนิดหรือมากว่า ที่ซึ่ง คาร์บอนไดออกไซด์ถูกทำให้เกิดขึ้น ณ ที่เดิม โดยการกระทำด้วยกรด และ/หรือ ถูกจัดส่งจากแหล่ง ภายนอก
2. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 1, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วเตรียมขึ้นเป็นสารแขวนลอยในน้ำซึ่งมี pH มากกว่า 6.5, ที่ควรใช้คือ มากกว่า 7.0 และที่ควรใช้มากที่สุดคือ 7.5, ซึ่งวัดที่ 20 ํC.
3. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 2, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นแคลเซียมคาร์บอเนต ธรรมชาติเลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยหินอ่อน, แคลไซท์, ชอล์ก และ โดโลไมท์, หินปูน และของผสมสารเหล่านั้น.
4. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นกรดมี Pka ที่ 25 ํC 2.5 หรือน้อยกว่า
5. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 4, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นกรดเลือกมากจากกลุ่มซึ่งประกอบ รวมด้วยกรดไฮโดรคลอริก,กรดซัลฟิวริก,กรดซัลฟิวรัส,ไฮโดรซัลเฟต,กรดฟอสฟอริก, กรดอ็อกซาลิค (oxalic acid) และของผสมสารเหล่านั้น.
6. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือาสิทธิก่อนหน้า,ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นแคลเซียม คาร์บอเนตธรรมชาติทำปฏิกิริยากับกรดและ/หรือคาร์บอนไดออกไซด์โดมีอย่างน้อยที่สุดหนึ่ง ซิลิเกตและ/หรือซิลิกา,อะลูมิเนียม ไฮดรอกไซด์,อะลูมิเนตของโลหะแอลคาไลเอิร์ธ,แมกนีเซียม ออกไซด์,หรือของผสมของสารเหล่านั้นร่วมอยู่ด้วย.
7. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 6, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้น อย่างน้อยที่สุดหนึ่งซิลิเกตเลือกมา จากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยอะลูมิเนียม ซิลิเกต,แคลเซียม ซิลิเกต และซิลิเกตของโลหะแอลคาไล.
8. กระบวนการตามข้อถือสิทธิตามข้อใดข้อกหนึ่งก่อนหน้า,ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นแคลเซียม คาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วมีพื้นผิวจำเพาะตั้งแต่ 5 m2/ ถึง 200 m2/g ที่ควรใช้คือ 20m3/g ถึง 80 m2/g และที่ควรใช้มากกว่าคือ 30 m2/g ถึง 60 m2/g,ซึ่งวัดโดยใช้ ไนโตรเจนและวิธี BET ตาม ISO 9277.
9. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้น แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วมีเส้นผ่าศูนย์กลางเม็ดเฉลี่ย d50 ตั้งแต่ 0.1 ถึง 50 (สูตร)m,ที่ควรใช้คือ ตั้งแต่ 0.5 ถึง 25 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากกว่า 0.8 ถึง 20 (สูตร)m,โดยเฉพาะ 1 ถึง 10 (สูตร)m, ซึ่งวัดตามวิธีการตกตะกอน.
10. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า,ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นสาร แขวนลอยแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วในน้ำทำให้คงสภาพด้วย สารทำให้เกิดการกระจายตัว (dispersants) หนึ่งชนิดหรือมากกว่า.
11. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า,ซึ่งมีลักษณะเฉพาะในนั้นใช้ แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วในรูปผงและ/หรือในรูปของแกรนูล.
12. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า,ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้น เติม แคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วในปริมาณ (ซึ่งคิดโดยน้ำหนัก) 102 ถึง 109 เท่า มวลของ EDCs,ที่ควรใช้คือ 2-104 ถึง 106 และที่ควรใช้มากที่สุดคือ 104 ถึง 3-105
13. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า,ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้น ทำการ ปรับ pH ของตัวกลางที่เป็นน้ำที่มีสารเหมือนน้ำมันดิน (picth) จนได้ค่า >6,ที่ควรใช้มากกว่าคือ >6.5,ที่ควรใช้มากกว่าคือ >7 ก่อนการเติมแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่ พิ้นผิวแล้ว
14. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า,ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้น EDCs เลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยฮอร์โมนภายในกาย (endogenous hormones) เช่น 17 (สูตร)-เอสทรา ไดออล (E2), เอสโทรน (E1),เอสไตรออล (E2), เทสโทสเทอโรน หรือ ไดไฮโดรเทสโทสเทอโรน; ฮอร์โมนพืชและรา เช่น (สูตร)-ซิโทสเทอรอล,เมสทรานอล (ME), ไดเอธิลสทิลเบสทรอล (DES), และ สารเคมีอุตสาหกรรม เช่น 4-โนนิล ฟีนอล (NP),4-เทอร์ท-อ็อคทิล ฟีนอล (OP),บิสฟีนอล เอ (BPA), ไตรบิวทิลทิน (TBT),เมธิลเมอร์คิวรี, ฟธาเลต,PAK หรือ PCB.
15. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิก่อนหน้า, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นเติม คาร์บอนกัมมันต์เข้าไปยังตัวกลางที่เป็นน้ำ
16. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 15, ซึ่งลักษณะในนั้นเติมคาร์บอนกัมมันต์เข้าไปยัง ตัวกลางที่เป็นน้ำก่อนการเติมแคลเซียมคาร์บอเนตที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว
17. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 15 หรือ 16, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้น อนุภาคคาร์บอนกัมมันต์มีขนาด 0.1 (สูตร)m ถึง 5mm, ที่ควรใช้คือ 10 (สูตร)m ถึง 2 mm, 0.1 mm ถึง 0.5 mm, ดังเช่น 0.3 mm
18. กระบวนการตามข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 15 ถึง 17, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะในนั้น อัตราส่วนน้ำหนักของแคลเซียมคาร์บอนธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วต่อ คาร์บอนกัมมันต์ คือ ตั้งแต่ 1:1 ถึง 100:1, ที่ควรใช้มากกว่าคือ ตั้งแต่ 5:1 ถึง 80:1, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10:1 ถึง 70:1หรือ 20:1 ถึง 50:1, ดังเช่น 30:1 หรือ 40:1
19. การใช้ประโยชน์ของแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้ว ดังกำหนดไว้ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทะ 1 ถึง 14 สำหรับการนำเอา EDCs ออกจากตัวกลางที่เป็น น้ำ.
20. การใช้ประโยชน์ตามข้อถือสิทธิ 19, ซึ่งลักษณะเฉพาะในนั้นใช้แคลเซียมคาร์บอเนต ธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วร่วมกับคาร์บอนกัมมันต์ดังกำหนดไว้ในข้อหนึ่งข้อใด ของข้อถือสิทธิ 15 ถึง 18.
21. การรวมกันของแคลเซียมคาร์บอนเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วดังกำหนด ไว้ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 1 ถึง 14 และคาร์บอนดกัมมันต์ดังกำหนดไว้ในข้อหนึ่งข้อใดของ ข้อถือสิทธิ 15 ถึง 18 สำหรับการนำเอา EDCs ออกจากตัวกลางที่เป็น
22. สารประกอบแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่ผ่านการทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวแล้วดังกำหนด ไว้ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 1 ถึง 14 และ EDCs หนึ่งชนิดหรือมากกว่านำออกจากตัวกลางที่ เป็นน้ำ.
23. สารประกอบตามข้อถือสิทธิ 22 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยคาร์บอนกัมมันต์ดังกล่าวไว้ ในข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 15 ถึง 18
TH801001333A 2008-03-19 กระบวนการสำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป TH58307B (th)

Publications (3)

Publication Number Publication Date
TH102924B TH102924B (th) 2010-07-30
TH102924A TH102924A (th) 2010-07-30
TH58307B true TH58307B (th) 2017-10-16

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
HRP20100311T1 (hr) Postupak za uklanjanje spojeva endokrine razgradnje
CN100567159C (zh) 一种制备超细轻质碳酸钙的方法
Oguz Removal of phosphate from aqueous solution with blast furnace slag
JP5584290B2 (ja) 弱酸を用いる表面反応炭酸カルシウムの調製方法、得られた生成物およびその使用
CN103476879B (zh) 具有防腐蚀性能的涂料组合物
KR101411250B1 (ko) 표면-반응된 탄산칼슘의 제조 방법 및 그 탄산칼슘의 용도
CN101343155B (zh) 碳化养护废弃物制成的再生骨料
Bassioni et al. Effect of different parameters on caustic magnesia hydration and magnesium hydroxide rheology: A review
RU2009138750A (ru) Способ очистки воды
RU2010101105A (ru) Реагирующий с поверхности карбонат кальция в комбинации с гидрофобным адсорбентом для обработки воды
KR20170008261A (ko) 인산칼슘 반응물의 제조 방법, 얻어진 반응물 및 액체 유출물의 정제에서의 그의 용도
JP6199698B2 (ja) 酸性排ガスの処理方法、及び排ガス処理剤
EP3090991B1 (en) Phosphorus and calcium collection method
KR101741561B1 (ko) 폐정수슬러지 기반 비드형 흡착여재 및 그 제조방법
KR20090107063A (ko) 중금속으로 오염된 물질의 처리방법
KR20200100218A (ko) 보크사이트잔사물에 생석회를 혼합하여 활성 산화칼슘을 다량 함유한 고형분의 알칼리 폐산중화제를 제조하고 황산폐산을 중화한 중화물은 시멘트 응결지연제등 산업용 소재로 활용하는 방법
JP5656298B2 (ja) 複合水酸化マグネシウム、その製造方法および吸着剤
JP5306739B2 (ja) 消石灰及びその製造方法
FR2930893A1 (fr) Procede de traitement d'un solide amiante
TH102924A (th) กระบวนการสำหรับการนำเอาสารประกอบที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือสารคัดหลั่งออกไป
EP2874953A1 (en) A process for removal of hydrogen peroxide from an aqueous solution
JPH0657354B2 (ja) 砒素及び珪素の同時除去法
KR20220078138A (ko) 폐수 처리를 위한 pH 조절용 조성물 및 이를 이용한 폐수 처리 방법
WO2007021646A2 (en) Treatment of high sulfate containing quicklime
KR20100059029A (ko) 유기성오니용 고화제