TH61971A - การผลิตเอธานอลจากวัตถุดิบประเภทลิกโนเซลลูโลส - Google Patents

การผลิตเอธานอลจากวัตถุดิบประเภทลิกโนเซลลูโลส

Info

Publication number
TH61971A
TH61971A TH101004361A TH0101004361A TH61971A TH 61971 A TH61971 A TH 61971A TH 101004361 A TH101004361 A TH 101004361A TH 0101004361 A TH0101004361 A TH 0101004361A TH 61971 A TH61971 A TH 61971A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
solvent
fermentation
ethanol
raw materials
tube
Prior art date
Application number
TH101004361A
Other languages
English (en)
Inventor
เทศสีแดง นายธีระพล
Original Assignee
เทศสีแดง นายธีระพล
Filing date
Publication date
Application filed by เทศสีแดง นายธีระพล filed Critical เทศสีแดง นายธีระพล
Publication of TH61971A publication Critical patent/TH61971A/th

Links

Abstract

DC60 (14/01/45) วิธีการผลิตเอธานอลจากวัตถุดิบประเภทลิกโนเซลลูโลสอย่างต่อเนื่อง โดยย่อยวัตถุดิบให้เป็น น้ำตาลด้วยกรดเจือจางร่วมกับโซลเว้นท์ที่อุณหภูมิสูงภายในท่อปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส สารละลายภายหลัง ออกจากท่อปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสแล้วถูกลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการลดความดัน และเข้าสู่เครื่อง ระเหยโซลเว้นท์ที่มีประสิทธิภาพสูง แล้วตามด้วยเครื่องแยกโซลเว้นท์ชนิดแผ่นเยื่อ ไอของโซลเว้นท์ที่ ระเหยถูกเก็บกลับด้วยวิธีการที่เหมาะสมเพื่อนำมาใช้ใหม่ และนำสารละลายน้ำตาลที่ได้ไปหมักให้เป็น เอธานอลอย่างต่อเนื่องโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการใช้น้ำตาลเพนโตส และเฮกโซส ซึ่งถูกตรึง อยู่ในสารรองรับภายในท่อหมักชนิดฟลูอิดไดซ์เบด มีการควบคุมอุณหภูมิของน้ำหมักอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการระเหยธานอลบางส่วนออกจากน้ำหมักในระหว่างขั้นตอนการหมักเพื่อลดผลกระทบของเอธา นอล สารละลายที่ผ่านการหมักแล้วรวมทั้งไอของเอธานอลที่ระเหยออกจากน้ำหมักในระหว่างการหมัก ถูกส่งไปกลั่นแยกเอธานอลต่อไป วิธีการผลิตเอธานอลจากวัตถุดิบประเภทลิกโนเซลลูโลสอย่างต่อเนื่อง โดยย่อยวัตถุดิบให้เป็น น้ำตาลด้วยกรดเจือจางร่วมกับโซลเว้นท์ที่อุณหภูมิสูงภายในท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิส สารละลายภายหลัง ออกจากท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิสแล้วถูกลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการลดความดัน และเข้าสู่เครื่อง ระเหยโซลเว้นท์ที่มีประสิทธิภาพสูง แล้วตามด้วยเครื่องแยกโซลเว้นท์ชนิดแผ่นเยื่อ ไอของโซลเว้นท์ที่ ระเหยถูกเก็บกลับด้วยวิธีการที่เหมาะสมเพื่อนำมาใช้ใหม่ และนำสารละลายน้ำตาลที่ได้ไปหมักให้เป็น เอธานอลอย่างต่อเนื่องโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการใช้น้ำตาลเพนโตส และเฮกโซส ซึ่งถูกตรึง อยู่ในสารรองรับภายในท่อหมักชนิดฟลูอิดไดซ์เบด มีการควบคุมอุณหภูมิของน้ำหมักอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการระเหยธานอลบางส่วนออกจากน้ำหมักในระหว่างขั้นตอนการหมักเพื่อลดผลกระทบของเอธา นอล สารละลายที่ผ่านการหมักแล้วรวมทั้งไอของเอธานอลที่ระเหยออกจากน้ำหมักในระหว่างการหมัก ถูกส่งไปกลั่นแยกเอธานอลต่อไป

Claims (37)

1. วิธีการผลิตเอธานอลอย่างต่อเนื่องจากวัตถุดิบประเภทลิกโนเซลลูโลส ประกอบด้วย - การปฏิบัติการต่อวัตถุดิบก่อนการย่อยให้เป็นน้ำตาล การย่อยวัตถุดิบโดยป้อนวัตถุดิบและ สารละลายกรด-โซลเว้นท์-น้ำ ที่มีอุณหภูมิสูงเข้าสู่ท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิสอย่างต่อเนื่อง และมีการย่อยสลายวัตถุดิบให้เป็นน้ำตาลประเภทเพนโตสและเฮกโซล ซึ่งจะทำ ปฎิกิริยากับโซลเว้นท์ได้สารประกอบเชิงซ้อนที่คงตัว - การลดอุณหภูมิของสารละลายที่ออกจากท่อปฎิกิริยาปฎิกิริยาไฮโดรไลซิสอย่างรวดเร็วโดยใช้ถัง ระเหยแบบพริบตา การแยกโซลเว้นท์ออกจากสารละลายโดยให้ไหลเข้าถังระเหยโซล เว้นท์ เพื่อระเหยโซลเว้นท์ออกจากสารละลายและเปลี่ยนสารประกอบเชิงซ้อนให้กลับ เป็นน้ำตาล และโซลเว้นท์ แล้วให้สารละลายเข้าสู่เครื่องแยกแบบแผ่นเยื่อเพื่อแยกโซล เว้นท์ที่เหลืออยู่ออกจากสารละลาย - การนำโซลเว้นท์ที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ในการย่อยวัตถุดิบ -การนำสารอาหารที่มีน้ำตาลซึ่งได้จากการย่อยวัตถุดิบไปหมักเอธานอล
2. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่การป้อนวัตถุดิบเป็นการป้อนเข้าสู่ด้านบน ของท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิส ในขณะที่สารละลายกรดและโซลเว้นท์ที่ใช้ย่อยสลายวัตถุดิบถูกป้อนเข้า ทางด้านล่าง
3. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่การป้อนวัตถุดิบเป็นการป้อนเข้าสู่ด้านล่าง ของท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิส ในขณะที่สารละลายกรดและโซลเว้นท์ที่ใช้ย่อยสลายวัตถุดิบถูกป้อนเข้า ทางด้านล่างเช่นเดียวกัน
4. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 2 โดยที่การป้อนวัตถุดิบใช้เครื่องป้อนวัตถุดิบ เครื่องที่ 1 ซึ่งมีสกรูเป็นตัวพาวัตถุดิบให้เคลื่อนที่ โดยให้มีการดึงอากาศออกจากวัตถุดิบภายในเครื่องป้อน แล้วผสมวัตถุดิบที่ดึงอากาศออกแล้วนี้กับสารละลายโซลเว้นท์ และส่งต่อเข้าเครื่องป้อนวัตถุดิบเครื่องที่ 2 ซึ่งมีสกรูเป็นตัวพาวัตถุดิบให้เคลื่อนที่ หรือเป็นปั๊มชนิดความดันสูง และมีการปล่อยโซลเว้นท์ส่วนเกิน ให้ไหลออกทางผนังของเครื่องป้อนวัตถุดิบ ส่วนวัตถุดิบไหลต่อเข้าสู่ท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิส
5. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 2 โดยที่วัตถุดิบมีการผสมกับโซลเว้นท์ในถังกวน แล้วจึงถูกส่งเข้าสู่เครื่องไล่โซลเว้นท์แบบท่อ 2 ชั้น ด้วยปั้มชนิดความดันสูง จากนั้นวัตถุดิบไหลต่อเข้าสู่ ท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิส ส่วนโซลเว้นท์ที่ถูกไล่ออกนั้นถูกส่งกลับเข้าถังกวน
6. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 3 โดยที่การป้อนวัตถุดิบใช้เครื่องป้อนวัตถุดิบ เครื่องที่ 1 ซึ่งให้มีการดึงอากาศออกจากวัตถุดิบภายในเครื่องป้อนแล้วผสมวัตถุดิบที่ดึงอากาศออกแล้วนี้ กับสารละลายโซลเว้นท์ และส่งต่อเข้าเครื่องป้อนวัตถุดิบเครื่องที่ 2 ซึ่งมีสกรูเป็นตัวพาวัตถุดิบให้เคลื่อน ที่ หรือเป็นปั๊มชนิดความดันสูง วัตถุดิบไหลต่อเข้าสู่ท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิส
7. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 3 โดยที่วัตถุดิบมีการผสมกับโซลเว้นท์ในถังกวน จากนั้นป้อนวัตถุดิบและโซลเว้นท์เข้าสู่ท่อปฎิกิริยาไฮโดรไลซิสด้วยปั๊มชนิดความดันสูง
8. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 4, 5, 6 และ 7 โดยที่ปั๊มชนิดความดันสูงเป็นชนิด ไดอะแฟรม หรือชนิดลูกสูบ หรือชนิดสกรู
9. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 5 โดยที่เครื่องไล่โซลเว้นท์มีลักษณะเป็นท่อ 2 ชั้น ท่อชั้นในมีรูพรุนขนาดเล็กสามารถกั้นวัตถุดิบไม่ให้ลอดออกไป แต่ยอมให้โซลเว้นท์ไหลผ่านออกสู่ท่อ ชั้นนอกได้
10. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่โซลเว้นท์ที่ใช้เลือกจากอะซีโตนหรือสาร ประเภทคีโตน
11. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่กรดที่ใช้เลือกจาก กรดซัลฟูริค หรือ กรดฟอสฟอริค หรือกรดไฮโดรคลอริค
12. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่เครื่องระเหยโซลเว้นท์มีลักษณะเป็นท่อ วางในแนวนอน ภายในแบ่งเป็นหลายห้อง ให้สารละลายไหลล้นจากห้องหนึ่งไปยังห้องถัดไป และมีท่อ ให้ความร้อนวางอยู่เครื่องระเหยในแนวนอน มีท่อทางออกของไอโซลเว้นท์ต่อจากผนังด้านบนหลาย แห่งตลอดความยาวของเครื่องระเหยโซลเว้นท์ โดยมีการใช้พัดลมดูดไอโซลเว้นท์ออก
13. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่เครื่องระเหยโซลเว้นท์มีลักษณะเป็นท่อ วางในแนวตั้ง ภายในประกอบด้วยถาดหลายชั้นวางเรียงจากบนลงล่าง ให้สารละลายไหลล้นจากถาดบน ลงถาดล่าง และมีท่อให้ความร้อนวางอยู่ในเครื่องระเหยในแนวตั้ง มีท่อทางออกของไอโซลเว้นท์ต่อจาก ผนังด้านข้างหลายแห่งตลอดความยาวของเครื่องระเหยโซลเว้นท์ โดยมีการใช้พัดลมดูดไอโซลเว้นท์ออก
14. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ไอโซลเว้นท์ที่ระเหยออกจากเครื่องระเหย โซลเว้นท์ถูกเพิ่มความดันรวมทั้งอุณหภูมิ เพื่อนำมาใช้เป็นสารให้ความร้อนในเครื่องระเหยโซลเว้นท์
15. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่การนำไอโซลเว้นท์กลับมาใช้ใหม่ใช้วิธี การควบแน่นในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งใช้น้ำหล่อเย็นที่มีอุณหภูมิระหว่าง 28-30 องศาเซลเซียส ตามด้วยการควบแน่นในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนที่ใช้น้ำหล่อเย็นที่มีอุณหภูมิระหว่าง 2-6 องศา เซลเซียส ตามด้วยการดูดซับในถังดูดซับจนอิ่มตัว แล้วใช้ไอน้ำไล่โซลเว้นท์ที่ดูดซับอยู่บนสารดูดซับ ออก จากนั้นควบแน่นไอโซลเว้นท์และไลน้ำที่ออกมาจากถังดูดซับในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งใช้ น้ำหล่อเย็นที่มีอุณหภูมิระหว่าง 28-30 องศาเซลเซียส
16. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 15 โดยที่สารที่ใช้ดูดซับไอโซลเว้นท์เลือกจากถ่าน กัมมันต์ หรือโมเลคิวลาร์ซีฟ
17. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 1 โดยที่การหมักเอธานอลประกอบด้วยขั้นตอน ย่อยๆ 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ - ขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 เป็นการหมักเพื่อให้น้ำตาลเฮกโซสใกล้หมักจากสารอาหาร โดย ใช้ท่อหมักชนิดฟลูอิดไดซ์เบดที่บรรจุสารรองรับซึ่งมีจุลินทรีย์ถูกตรึงอยู่ภายใน และต่อ ท่อหมักเป็นแบบอนุกรมจำนวนหลายท่อหมัก - ขั้นตอนการหมักส่วนที่ 2 เป็นการระเหยเอธานอลในสารอาหารที่ได้จากขั้นตอนการหมัก ส่วนที่ 1 ออกจากสารอาหารโดยการเพิ่มอุณหภูมิของสารอาหารไห้มีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส ภายใต้ความดันที่สูงกว่าบรรยากาศโดยใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความ ร้อนจำนวน 2 เครื่องโดยเครื่องที่ 1 ใช้ในการเพิ่มอุณหภูมิขั้นต้น และเครื่องที่ 2 ใช้ในการ เพิ่มอุณหภูมิให้ได้ระดับตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จากนั้นลดความดันและอุณหภูมิลง อย่างรวดเร็วโดยใช้ถังระเหยแบบพริบตา ทำให้สารอาหารดือดและเอธานอลบางส่วน ระเหยเป็นไอออกมาเพื่อลดระดับความเข้มข้นของเอธานอลในสารอาหารลง แล้วลด อุณหภูมอต่อไปโดยให้ไหลสวนทางกับสารอาหารที่มาจากขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 ภาย ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเครื่องที่ 1 ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วลดอุณหภูมิต่อไป โดยใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเครื่องที่ 3 ให้เหลืออุณหภูมิระหว่าง 28-30 องศา เซลเซียส - ขั้นตอนการหมักส่วนที่ 3 เป็นการหมักน้ำตาลเพนโตสและน้ำตาลเฮกโซสที่เหลืออยู่ใน สารอาหาร โดยใช้ท่อหมักชนิดฟลูอิดไดซ์เบดที่บรรจุสารรองรับซึ่งมีจุลินทรีย์ถูกตรึงอยู่ ภายใน และต่อท่อหมักเป็นแบบอนุกรมจำนวนหลายท่อหมัก
18. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 และขั้นตอนการหมัก ส่วนที่ 3 ใช้ท่อหมักต่อกันแบบอนุกรม จำนวน 2-5 ท่อหมัก สำหรับในแต่ละขั้นตอนการหมัก
19. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 และขั้นตอนการหมัก ส่วนที่ 3 ใช้ท่อหมักต่อกันแบบอนุกรม จำนวน 3 ท่อหมัก สำหรับในแต่ละขั้นตอนการหมัก
20. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ให้สารอาหารที่ออกจากท่อหมักที่ 1 และท่อหมัก ถัดไปจนถึงท่อหมักที่อยู่ก่อนหน้าท่อหมักสุดท้ายในขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 และ ขั้นตอนการ หมักส่วนที่ 3 ไหลผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อลดอุณหภูมิ และมีการวนกลับของสาร อาหารบางส่วนกลับเข้าสู่ท่อหมัก ในขณะที่น้ำหมักส่วนที่เหลือไหลเข้าสู่ท่อหมักที่อยู่ถัดไป
21. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 20 โดยที่อุณหภูมิของสารอาหารภายหลังออกจากเครื่องแลก เปลี่ยนความร้อนในช่วง 28-30 องศาเซลเซียส
22. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 20 โดยที่อุณหภูมิของสารอาหารภายหลังออกจากเครื่องแลก เปลี่ยนความร้อนมีค่าเป็น 30 องศาเซลเซียส
23. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่อุณหภูมิของสารอาหารภายหลังออกจากท่อหมักมี ค่าอยู่ในช่วง 35-40 องศาเซลเซียส
24. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ท่อหมักสุดท้ายในขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 และ ท่อหมักสุดท้ายในขั้นตอนการหมักส่วนที่ 3 ไม่มีการไหลวนกลับของสารอาหารเข้าสู่ท่อหมักดัง กล่าว
25. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่มีการแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากสาร อาหารโดยใช้ถังแยกก๊าซ
26. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 25 โดยที่การควบคุมระดับสารอาหารในถังแยกก๊าซทำโดย ใช้อุปกรณ์วัดและควบคุมระดับที่ส่งสัญญาณควบคุมการเปิดวาล์วที่ทางออกของถังแยกก๊าซ
27. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ในขั้นตอนการหมักส่วนที่ 2 นั้น สารอาหารที่ได้ จากขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 ถูกเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นเป็นระหว่าง 130-140 องศาเซลเซียส
28. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ความเข้มข้นของน้ำตาลเฮกโซลในสารอาหารที่ ออกจากท่อหมักสุดท้ายของขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 มีค่าระหว่าง 5-10 กรัมต่อลิตร
29. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ความเข้มข้นของน้ำตาลเฮกโซลในสารอาหารที่ ออกจากท่อหมักสุดท้ายของขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 มีค่า 10 กรัมต่อลิตร
30. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ความเข้มข้นของน้ำตาลเพนโตสในสารอาหารที่ ออกจากท่อหมักสุดท้ายของขั้นตอนการหมักส่วนที่ 3 มีค่าระหว่าง 5-10 กรัมต่อลิตร
31. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ความเข้มข้นของน้ำตาลเพนโตสในสารอาหารที่ ออกจากท่อหมักสุดท้ายของขั้นตอนการหมักส่วนที่ 3 มีค่า 5 กรัมต่อลิตร
32. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 30 และ 31 โดยที่มีระบบวัดและควบคุมความเข้มข้นของน้ำ ตาลเพนโตสในสารอาหารที่ออกจากท่อหมักสุดท้ายของขั้นตอนการหมักส่วนที่ 3 โดยการส่ง สัญญาณควบคุมอัตราการไหลของสารอาหารที่เข้าสู่ขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1
33. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่จุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักเลือกจากยีสต์ในกลุ่มต่อ ไปนี้ได้แก่ Saccharomyces sp., Candidae sp., Pachysolen tannophilus , Pichia Stipitis และ แบคทีเรียชนิด Zymomonas mobilis
34. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 33 โดยที่ใช้ยีสต์ชนิด Saccharomyces cerevisae ในการ หมักในขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 และ ใช้ยีสต์ชนิด Candida shehatae ในการหมักในขั้นตอนการ หมักส่วนที่ 3
35. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 33 โดยที่ใช้แบทีเรียชนิด Zymomonas mobilis ในการหมัก ในขั้นตอนการหมักส่วนที่ 1 และ ใช้ยีสต์ชนิด Candida shehatae ในการหมักในขั้นตอนการหมัก ส่วนที่ 3
36. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 33 โดยที่ใช้ยีสต์ Candida shehatae ในการหมักในขั้น ตอนการหมักส่วนที่ 1 และขั้นตอนการหมักส่วนที่ 3
37. วิธีการตามที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 17 โดยที่สารรองรับที่ใช้ในการตรึงจุลินทรีย์ เลือกจากสาร รองรับประเภทแคลเซียมแอลจิเนท หรือ โปตัสเซียมคาราจีแนน หรือโพลีอะครีลาไมด์
TH101004361A 2001-10-26 การผลิตเอธานอลจากวัตถุดิบประเภทลิกโนเซลลูโลส TH61971A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH61971A true TH61971A (th) 2004-05-10

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US8211679B2 (en) Process for producing ethanol
ES2834325T3 (es) Gestión de productos en procesos de conversión biológica
Kumar et al. Fermentative ethanol production from Madhuca indica flowers using immobilized yeast cells coupled with solar driven direct contact membrane distillation with commercial hydrophobic membranes
CN101648847B (zh) 燃料乙醇与食用酒精复合工艺
CN102676589B (zh) 一种发酵偶联气提的生产和分离纯化丁醇的方法
KR20100100838A (ko) 발효시 개선된 탄소 포집 방법
CN101538532B (zh) 一种外环流气提式膜生物反应器
CN1298859C (zh) 燃料乙醇生产方法
JPS638754B2 (th)
JPS6043117B2 (ja) 連続発酵による揮発性有機化合物、とくにエタノ−ルの製造方法
CN102741388B (zh) 一种生产和获取乙醇的方法及装置
CN104877889A (zh) 发酵耦合蒸汽渗透原位分离挥发性有机物的方法及装置
CN103555560A (zh) 一种丙酮丁醇发酵偶联分离纯化制备丁醇的装置和方法
CN102791868A (zh) 在发酵过程中获得乙醇的方法
CN101130791B (zh) 一种利用甜高粱秸秆固态发酵制备酒精的设备和方法
WO2010070716A1 (ja) エタノール製造方法及び装置
CN103582787B (zh) 太阳能辅助的挥发性发酵产物的生产工艺
CN115093936B (zh) 一种处理有机废弃物的联产氢气、有机酸和生物炭的设备
RU2230788C2 (ru) Способ непрерывного получения этилового спирта
CN2910939Y (zh) 一种乙醇生产装置
CN217025893U (zh) 一种葡萄酒酒精蒸馏装置
JPS6225986A (ja) 二酸化炭素とエタノ−ルの製造方法および製造装置
CN102994573B (zh) 利用活性炭原位吸附在线分离提纯发酵液中丁醇、丙酮和乙醇的方法
CN1896253A (zh) 无蒸馏过程的乙醇生产工艺
CN102757984A (zh) 一种生物质发酵耦合渗透汽化分离生产丁醇的方法