TH65686A - โครงสร้างที่ถูกพับอย่างถูกต้องแม่นยำ,มีความแข็งแรงสูง,มีความทนต่อความล้าและวิธีการผลิตโครงสร้างดังกล่าว - Google Patents
โครงสร้างที่ถูกพับอย่างถูกต้องแม่นยำ,มีความแข็งแรงสูง,มีความทนต่อความล้าและวิธีการผลิตโครงสร้างดังกล่าวInfo
- Publication number
- TH65686A TH65686A TH301004677A TH0301004677A TH65686A TH 65686 A TH65686 A TH 65686A TH 301004677 A TH301004677 A TH 301004677A TH 0301004677 A TH0301004677 A TH 0301004677A TH 65686 A TH65686 A TH 65686A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- sheet
- bending
- bend
- along
- incisions
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (11/12/46) กรรมวิธีสำหรับการออกแบบและผลิตโครงสร้างที่ถูกพับอย่างถูกต้องแม่นยำ, มีความ แข็งแรงสูง, มีความทนต่อความล้าและแผ่นวัสดุสำหรับกรรมวิธีดังกล่าว เทคนิคต่างๆ จะรวมถึง วิธีการสำหรับงอแผ่นวัสดุ (541) อย่างถูกต้องแม่นยำตามแนวการงอ (543) และแผ่นวัสดุที่ถูกจัด ทำให้มีโครงสร้างที่จะกำหนดขอบเขตให้กับการงอ อย่างเช่น รอยกรีดหรือร่อง (542) ได้รับการเปิด เผยในที่นี้ วิธีการจะรวมถึงขั้นตอนของการออกแบบและจากนั้นจึงสร้างรอยกรีดหรือร่อง (542) ที่ ทอดไปในแนวยาวในลักษณะที่แยกกันโดยอาศัยแผ่นวัสดุบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอ (543) ตรงระยะระหว่างยอดโค้งของรอยกรีด (J) ที่น้อยกว่าขนาดความหนาของแผนภาพ (541) รอยกรีดหรือร่อง (542) จะมีขนาดของระยะที่แยกออกจากกันซึ่งน้อยกว่า 0.3 เท่าโดยประมาณของ ขนาดความหนาของแผ่นวัสดุเพื่อให้มีการงอแผ่นวัสดุ (541) อย่างถูกต้องแม่นยำ พื้นที่รอยต่อใน การงอจะมีโครงแบบและการกำหนดทิศทางที่จะเพิ่มความแข็งแรงและความทนต่อความล้าได้มาก ยิ่งขึ้นและในลักษณะที่พึงประสงศ์มากที่สุดนั้น รอยกรีดหรือส่วนโค้งจะถูกนำมาใช้โดยจะทำให้ขอบ ของปากของรอยกรีด (540) ถูกประกบเข้าไปและถูกรองรับไว้บนผิวหน้าของลิ้น (555) ของวัสดุที่ เป็นแผ่นบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดหรือส่วนโค้ง (542) นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผย เกี่ยวกับการใช้แผ่นวัสดุที่มีรอยกรีด (541) ในการผลิตโครงสร้างที่เป็นสามมิติที่หลากหลายและ ปรับปรุงเทคนิคการออกแบบและการสร้างให้ดีขึ้นอีกด้วย กรรมวิธีสำหรับการออกแบบและผลิตโครงสร้างที่ถูกพับอย่างถูกต้องแม่นยำ, มีความ แข็งแรงสูง, มีความทนต่อความล้าและแผ่นวัสดุสำหรับกรรมวิธีดังกล่าว เทคนิคต่างๆ จะรวมถึง วิธีการสำหรับงอแผ่นวัสดุ (541) อย่างถูกต้องแม่นยำตามแนวการงอ (543) และแผ่นวัสดุที่ถูกจัด ทำให้มีโครงสร้างที่จะกำหนดขอบเขตให้กับการงอ อย่างเช่น รอยกรีดหรือร่อง (542) ได้รับการเปิด เผยในที่นี้ วิธีการจะรวมถึงขั้นตอนของการออกแบบและจากนั้นจึงสร้างรอยกรีดหรือร่อง (542) ที่ ทอดไปในแนวยาวในลักษณะที่แยกกันโดยอาศัยแผ่นวัสดุบนด้วนที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอ (543) ตรงระยะระหว่างยอดโค้งของรอยกรีด (J) ที่น้อยกว่าขนาดความหนาของแผนภาพ (541) รอยกรีดหรือร่อง (542) จะมีขนาดของระยะที่แยกออกจากกันซึ่งน้อยกว่า 0.3 เท่าโดยประมาณของ ขนาดความหนาของแผ่นวัสดุเพื่อให้มีการงอแผ่วัสดุ (541) อย่างถูกต้องแม่นยำ พื้นที่รอยต่อใน การงอจะมีโครงแบบและการกำหนดทิศทางที่จะเพิ่มความแข็งแรงและความทนต่อความล้าได้มาก ยิ่งขึ้นและในลักษณะที่พึงประสงศ์มากที่สุดนั้น รอยกรีดหรือส่วนโค้งจะถูกนำมาใช้โดยจะทำให้ขอบ ของปากของรอยกรีด (540) ถูกประกบเข้าไปและถูกรองรับไว้บนผิวหน้าของลิ้น (555) ของวัสดุที่ เป็นแผ่นบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดหรือส่วนโค้ง (542) นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผย เกี่ยวกับการใช้แผ่นวัสดุที่มีรอยกรีด (541) ในการผลิตโครงสร้างที่เป็นสามมิติที่หลากหลายและ ปรับปรุงเทคนิคการออกแบบและการสร้างให้ดีขึ้นอีกด้วย
Claims (168)
1. แผ่นวัสดุที่ถูกจัดทำขึ้นมาเพื่อให้งอไปตามแนวการงอซึ่งประกอบด้วย แผ่นวัสดุที่มีรอยกรีดมากกว่าหนึ่งแห่งที่ถูกเจาะทะลุโดยที่รอยกรีดดังกล่าว อย่างน้อยสองแห่งถูกกำหนดตำแหน่งให้อยู่บนด้านตรงข้ามของแนวการงอที่ต้องการโดยมีระยะ ระหว่างยอดโค้งของรอยกรีดน้อยกว่า 0.3 เท่าโดยประมาณของขนาดความหนาของแผ่นวัสดุ ดังกล่าว
2. แผ่นวัสดุตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวมีการสร้างรอยกรีดยาวไว้อย่างน้อยสองแห่งซึ่งถูกกำหนด ตำแหน่งให้อยู่ใกล้กับแนวการงอในตำแหน่งที่ถูกจัดให้อยู่ตามแนวยาวโดยสัมพันธ์กันตามแนวการ งอโดยที่รอยกรีดแต่ละแห่งจะมีส่วนปลายของรอยกรีดพร้อมด้วยส่วนปลายของรอยกรีดที่อยู่ติดกัน คู่หนึ่งบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอที่ทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งมีแกนของพื้นที่ รอยต่อตามแนวยาวที่ขวางกับแนวการงอ
3. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ - ส่วนปลายที่อยู่ติดกันตามแนวยาวของรอยกรีดจะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อใน แนวการงอที่ทอดผ่านแนวการงอและ - พื้นที่รอยต่อในการงอถูกจัดทำให้มีขนาดความกว้างน้อยที่สุดระหว่าง ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 4.0 เท่าของความหนาของแผ่นวัสดุ
4. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ ส่วนปลายของรอยกรีดดังกล่าวมีลักษณะเป็นแนวโค้งและจะโค้งออกจากแนว การงอ
5. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวถูกกำหนดตำแหน่งให้มีระยะเท่ากันและอยู่บนด้านตรงข้าม กันของแนวการงอดังกล่าวและรอยกรีดเหล่านี้ก็จะถูกกำหนดตำแหน่งให้มีความสัมพันธ์ในลักษณะ ที่ซ้อนทับกันตามแนวยาวเพื่อให้แกนของพื้นที่รอยต่อตามแนวยาวของพื้นที่รอยต่อในการงอทอด ยาวออกไปในลักษณะที่ทำมุมเฉียงกับแนวการงอ
6. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ การประกบกันของขอบกับผิวหน้าจะเกิดขึ้นโดยเริ่มต้นที่จุดศูนย์กลางตาม แนวยาวของแนวการงอและทอดไปตลอดความยาวทั้งหมดของรอยกรีดดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่ใน ระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว
7. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 4 โดยที่ รอยกรีดเหล่านี้มีลักษณะที่สมมาตรกันรอบจุดศูนย์กลางตามแนวยาวของมัน
8. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ รอยกรีดแต่ละแห่งมีส่วนปลายและส่วนปลายของรอยกรีดที่อยู่ติดกันตามแนว ยาวจะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในแนวการงอที่ทอดผ่านแนวการงอซึ่งมีลักษณะสมมาตรกันตามแกน ของพื้นที่รอยต่อในแนวยาว
9. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ รอยกรีดแต่ละแห่งมีส่วนปลายและส่วนปลายของรอยกรีดที่อยู่ติดกันตามแนว ยาวจะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในแนวการงอที่ทอดผ่านการงอซึ่งมีลักษณะที่ไม่สมมาตรกันตาม แกนของพื้นที่รอยต่อตรงกลาง
10. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวมีความยาวแตกต่างกันออกไปตามแนวการงอดังกล่าว
11. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวเกิดจากรอยกรีดที่เป็นแนวโค้งมากกว่าหนึ่งแห่งซึ่งมีปลาย โค้งซึ่งถูกกำหนดตำแหน่งให้สลับกันไปบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอและถูกเลื่อน ตำแหน่งออกไปในแนวยาวตามแนวการงอดังกล่าวโดยที่รอยกรีดที่เป็นแนวโค้งดังกล่าวมีลักษณะ โค้งนูนในทิศที่หันเข้าหาแนวการงอและทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งมีแกนของพื้นที่รอยต่อที่ ยื่นออกไปในลักษณะที่เฉียงกับแนวการงอ
12. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 11 โดยที่ แผ่นวัสดุถูกจัดทำให้มีรอยกรีดที่ซ้อนทับกันตามแนวยาวมากกว่าหนึ่งคู่ซึ่งถูก กำหนดตำแหน่งให้อยู่ห่างจากแนวการงอเป็นระยะที่เท่ากันทางด้านข้างเพื่อทำให้เกิดแกนของ พื้นที่รอยต่อที่ถูกกำหนดทิศให้อยู่ในแนวเฉียง
13. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 12 โดยที่ แกนของพื้นที่รอยต่ออยู่ในแนวเฉียงกับแนวการงอในทิศที่เอียงไปในด้านตรงข้าม
14. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 1 โดยที่ - รอยกรีดแต่ละแห่งมีส่วนปลายและส่วนปลายของรอยกรีดที่อยู่ติดกันตาม แนวยาวก็จะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งมีแกนของพื้นที่รอยต่อตามแนวยาวที่ทอดผ่านแนว การงอไปในแนวเฉียงและ - แกนของพื้นที่รอยต่อดังกล่าวอยู่ในแนวเฉียงกับแนวการงอในทิศเดียวกัน เพื่อให้มีการเปลี่ยนตำแหน่งไปในลักษณะที่สัมพันธ์กันตามแนวการงอของส่วนต่างๆ ของแผ่นวัสดุ บนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอเมื่อมีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว
15. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 1 โดยที่ - แผ่นวัสดุดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นโดยแผ่นวัสดุที่จะเปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะ ยึดหยุ่นเฉพาะในระหว่างที่มีการงอเท่านั้นและ - รอยกรีดดังกล่าวถูกวางโครงแบบเพื่อกำหนดให้พื้นที่รอยต่อในการงอทำมุม เฉียงซึ่งมีขนาดเล็กพอที่จะป้องกันไม่ให้แผ่นวัสดุดังกล่าวเกิดการเปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ ขึ้นรูปได้
16. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวถูกวางโครงแบบเพื่อให้ขอบของแผ่นวัสดุไปตามด้านใด ด้านหนึ่งของรอยกรีดเพื่อประกอบเข้าไปและเลื่อนไปตามผิวหน้าของแผ่นวัสดุในอีกด้านหนึ่งของ รอยกรีดระหว่างที่มีการงอ
17. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 2 โดยที่ รอบกรีดดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยมีโครงแบบที่จะลดแรงเค้นตรงส่วนปลายของ รอยกรีด
18. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 1 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวถูกยึดติดในสภาพที่ขดเป็นวง
19. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 18 โดยที่ พื้นที่รอยต่อในการงอมีขนาดความกว้างระหว่างประมาณ 0.7 ถึงประมาณ 2.5 เท่าของความหนาของแผ่นวัสดุ
20. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ - แผ่นวัสดุดังกล่าวมีรอยกรีดมากกว่าหนึ่งแห่งซึ่งถูกกำหนดตำแหน่งให้อยู่ ตามแนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวในตำแหน่งที่ทำให้ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบ เข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอแต่ละแนวจากจำนวนมากกว่าหนึ่งแนวและ - แผ่นวัสดุดังกล่าวถูกงอไปตาามแนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวเพื่อให้เกิด โครงสร้างที่เป็นสามมิติ
21. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 20 โดยที่ โครงสร้างที่เป็นสามมิติดังกล่าวคือคานเหลี่ยม
22. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 20 โดยที่ โครงสร้างที่เป็นสามมิติดังกล่าวคือคานเหลี่ยมที่มีตัวค้ำยันแบบไขว้กัน
23. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 20 โดยที่ โครงสร้างที่เป็นสามมิติดังกล่าวคือตัวโครงสำหรับส่วนประกอบทางไฟฟ้า
24. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 20 โดยที่ โครงสร้างที่เป็นสามมิติดังกล่าวคือโครงผนัง
25. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 20 โดยที่ โครงสร้างที่เป็นสามมิติดังกล่าวคือรูปแบบที่มีการพับเป็นรูปทรงต่างๆ
26. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 20 โดยที่ โครงสร้างที่เป็นสามมิติดังกล่าวคือแผงที่เป็นลอนหยัก
27. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 20 โดยที่ โครงสร้างที่เป็นสามมิติดังกล่าวคือเสาที่เป็นลอนหยัก
28. แผ่นว้สดุสำหรับงอไปตามแนวการงอที่ต้องการซึ่งประกอบด้วย แผ่นวัสดุที่มีการสร้างโครงสร้างสำหรับทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอไว้ มากกว่าหนึ่งชุดโดยที่โครงสร้างสำหรับทำให้เกิดให้กับพื้นที่รอยต่อดังกล่าวถูกกำหนดตำแหน่ง เพื่อทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงออย่างน้ยหนึ่งแห่งในแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยมีแกนของพื้นที่รอย ต่อตามแนวยาวที่ถูกกำหนดทิศและตำแหน่งให้ทอดผ่านแนวการงอดังกล่าวและโครงสร้างสำหรับ ทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อถูกวางโครงแบบและกำหนดตำแหน่งให้สามารถงอแผ่นวัสดุดังกล่าวได้ตาม แนวการงอโดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขนาดจุลภาคของวัสดุดังกล่าวเพียงเล็กน้อย
29. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 28 โดยที่ โครงสร้างสำหรับทำให้เกิดให้กับพื้นที่รอยต่อดังกล่าวคือรอยกรีดที่ถูกสร้าง ขึ้นให้ทะลุแผ่นวัสดุดังกล่าว
30. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 29 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวมีระยะที่แยกออกจากกันและระยะหว่างยอดโค้งของรอย กรีดที่ทำให้ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของ รอยกรีดระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว
31. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 28 โดยที่ โครงสร้างสำหรับทำให้เกิดให้กับพื้นที่รอยต่อดังกล่าวคืร่องที่ถูกจัดทำให้มี ความลึกที่ไม่ทะลุแผ่นวัสดุดังกล่าว
32. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 31 โดยที่ ร่องดังกล่าวคือร่องโค้งยาว
33. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 32 โดยที่ ร่องโค้งดังกล่าวมีด้านที่โค้งนูนซึ่งหันเข้าแนวการงอ
34. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 31 โดยที่ ร่องดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นบนด้านเดียวกันของแผ่นวัสดุ
35. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธที่ 28 โดยที่ โครงสร้างสำหรับทำให้เกิดให้กับพื้นที่รอยต่อจะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อที่มี ขนาดความกว้างที่เพิ่มขึ้นในทั้งสองทิศตามแกนของพื้นที่รอยต่อในแนวยาวตามจุดกึ่งกลางของ ความยาวของพื้นที่รอยต่อ
36. แผ่นวัสดุที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้งออย่างถูกต้องแม่นยำไปตามแนวการงอซึ่ง ประกอบด้วย - แผ่นวัสดุที่เป็นของแข็งซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ขึ้นรูปได้ และยืดหยุ่นได้โดยมีรอยกรีดที่มีส่วงนปลายที่ถูกปิดไว้ซึ่งทอดยาวออกไปจำนวนมากกว่าหนึ่งแห่ง อยู่ภายในซึ่งถูกกำหนดตำแหน่งให้มีความสัมพันธ์แบบปลายต่อปลายซึ่งอยู่ตามบริเวณใกล้กับ ด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอและ - รอยกรีดแต่ละแห่งมีส่วนปลายของรอยกรีดที่ห่างออกจากแนวการงอโดยที่ ส่วนปลายที่อยู่ติดกันตามแนวยาวหลายคู่จะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอที่ทอยาวออกไปใน แนวเฉียงตัดกับแนวการงอดังกล่าว
37. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวถูกกำหนดตำแหน่งให้อยู่บนด้านที่สลับกันของแนวการงอ และส่วนปลายของรอยกรีดดังกล่าวจะเป็นแนวโค้งและจะโค้งออกจากแนวการงอเพื่อทำให้เกิด พื้นที่รอยต่อที่ถูกกำหนดทิศให้อยู่ในแนวเฉียงโดยเยื้องออกไปในทิศที่สลับกันตามแนวการงอ
38. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวเป็นแนวโค้งและมีด้านที่โค้งนูนซึ่งหันเข้าหาแนวการงอ
39. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ พื้นที่รอยต่อในการงอถูกกำหนดทิศเพื่อให้มีทั้งการบิดและการงอในระหว่างที่ มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว
40. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ พื้นที่รอยต่อในการงอมีขนาดความกว้างมากกว่าขนาดความหนาของแผ่น วัสดุดังกล่าว
41. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ พื้นที่รอยในการงอมีขนาดความหนาเพิ่มขึ้นเมื่อพื้นที่รอยต่อในการงออยู่ ห่างจากแนวการงอ
42. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ รอยกรีดมากกว่าหนึ่งแห่งจะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอมากกว่าหนึ่งแผ่น ที่ทอดผ่านแนวการงอโดยทำมุมเฉียงกับแนวการงอดังกล่าวซึ่งเยื้องออกไปในทิศตรงข้าม
43. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 42 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวคือแผ่นวัสที่มีคุณสมบัติเหมือนกันในทุกทิศทาง
44. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 42 โดยที่ พื้นที่รอยต่อในการงอมากกว่าหนึ่งแผ่นถูกทำให้เยื้องออกไปเพื่อให้ทอดผ่าน แนวการงอในทิศเดียวกัน
45. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 42 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวคือแผ่นวัสดุที่ไม่มีคุณสมบัติเหมือนกันในทุกทิศทาง
46. แผ่นวัสดุตามที่มีนิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวถูกกำหนดตำแหน่งเป็นระยะที่เท่ากันเป็นส่วนใหญ่บนด้านที่ อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอเพื่อให้สามารถงอพื้นที่รอยต่อในการงอรอบจุดหมุนเสมือนซึ่งทับอยู่ บนแนวการงอเป็นส่วนใหญ่ได้และโดยที่ระยะทางตามแนวขวางระหว่างรอยกรีดที่ตัดกัยแนวการ งอจะมีค่าโดยประมาณที่ไม่เกินความหนาของแผ่นวัสดุดังกล่าว
47. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ รอยกรีดถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้ทำหน้าที่ร่วมกับพื้นที่รอยต่อในการงอเพื่อเปลี่ยน ตำแหน่งของแผ่นวัสดุดังกล่าวบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดให้หลุดจากสภาพที่ประกอบกัน ในขณะที่กำลังทำการงอแผ่นวัสดุดังกล่าวให้เสร็จสมบูรณ์
48. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวคือแผ่นโลหะที่ถูกแอโนไดซ์
49. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ รอยกรีดแต่ละแห่งมีส่วนปลายที่เป็นรูปโค้งตรงส่วนปลายที่อยู่ตรงข้ามกันของ รอยกรีดดังกล่าวและส่วนปลายที่เป็นรูปโค้งถูกจัดทำให้โค้งไปในทิศที่ห่างออกจากแนวการงอ
50. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 49 โดยที่ ส่วนปลายที่เป็นรูปโค้งจะทอดยาวออกไปสิ้นสุดตรงส่วนปลายของเขตที่มีการ เปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ขึ้นรูปได้ของพื้นที่รอยต่อในการงอเป็นอย่างน้อย
51. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวซึ่งทำให้เกิดรอยกรีดได้ถูกอัดให้ออกไปด้านนอก
52. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวมีรูปทรงโค้งและลิ้นบนด้านที่โค้งนูนของรอยกรีดอย่างน้อย หนึ่งแห่งจะถูกเปลี่ยนตำแหน่งทางด้านข้างให้ออกจากกระนาบของแผ่นวัสดุดังกล่าวก่อนที่จะมีการ งอแผ่นวัสดุเพื่อเอียงทิศของการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว
53. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 และมีการจัดทำจุดขัดถู, รอยยุบ, เค้าโครงภายนอก, ช่องเปิด, ครีบ, แถบยื่นและร่องอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ในแผ่นวัสดุดังกล่าว
54. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ทะลุผ่านแผ่นวัสดุโดนทำมุมเฉียงกับ ระนาบของแผ่นวัสดุ
55. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวคือแผ่นวัสดุหล่อที่มีชิ้นงานหล่อของรอยกรีดอยู่ภายใน
56. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ แผ่นวัสดุที่ทำให้เกิดรอยกรีดได้ถูกดำเนินการในลักษณะดังต่อไปนี้อย่างน้อย หนึ่งอย่างคือ: ถูกเซาะ,ถูกขัดด้วยไฟฟ้า,ถูกกัดรอยด้วยตัวทำละลาย, ถูกแอโนไดซ์, ถูกปรับสภาพ เพื่อลดความการกัดกร่อนและถูกชุบด้วยไฟฟ้า
57. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ ชั้นที่เป็นอิลาสโตเมอร์ซึ่งเชื่อมติดเข้ากับแผ่นวัสดุจะขวางกับแนวการงอ
58. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 57 โดยที่ ชั้นที่เป็นอิลาสโตเมอร์ดังกล่าวมีการตกแต่ง
59. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 57 โดยที่ ชั้นที่เป็นอิลาสโตเมอร์ดังกล่าวมีการสะท้อนแสง
60. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่างคือวัสดุที่กลับคืนรูปทรงเดิมได้ซึ่งถูกกระตุ้นด้วยความร้อน
61. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ บนแผ่นวัสดุดังกล่าวมีแถบกาวติดอยู่
62. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 และ แถบปกป้องของวัสดุที่ถูกยึดติดเข้ากับแผ่นวัสดุดังกล่าวตามแนวการงอ
63. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 62 โดยที่ แถบปกป้องดังกล่าวถูกยึดติดเข้ากับด้านที่แผ่นวัสดุดังกล่าวจะถูกงอออกไป
64. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 63 โดยที่ แถบปกป้องดังกล่าวถูกยึดติดเข้ากับด้านที่แผ่นวัสดุดังกล่าวจะถูกงอเข้ามา
65. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้งอไปตามแนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวซึ่ง แต่ละแนวมีรอยกรีดมากกว่าหนึ่งแห่งตามแนวดังกล่าวซึ่งถูกวางโครงแบบไว้เพื่อให้ขอบและผิว หน้าของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการ งอแผ่นวัสดุดังกล่าว
66. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 65 โดยที่ แนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวดังกล่าวถูกกำหนดตำแหน่งและทิศทางเพื่อให้ สามารถสร้างโครงสร้างปิดที่มีลักษณะกลวงขึ้นมาได้เมื่อมีการพับแผ่นวัสดุดังกล่าว
67. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 66 โดยที่ แนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวดังกล่าวถูกกำหนดตำแหน่งบและเพื่อให้สามารถ สร้างคานโค้งกลวงขึ้นมาได้เมื่อมีการพับแผ่นวัสดุดังกล่าว
68. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 65 โดยที่ แนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวดังกล่าวถูกกำหนดตำแหน่งและทิศทางเพื่อให้ สามารถสร้างโครงสร้างที่เป็นที่เป็นลอนยักขึ้นมาได้เมื่อมีการพับแผ่นวัสดุดังกล่าว
69. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่ ขอบของแผ่นวัสดุถูกจัดทำขึ้นมาเพื่อให้สอดรับกับพื้นผิวที่เป็นรูปโค้ง
70. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 69 โดยที่ ของของแผ่นวัสดุถูกจัดทำให้สอดรับกับพื้นผิวทรงกระบอกและโครงสร้างปิด ที่มีลักษณะกลวงดังกล่าวคือโครงสร้างรูปหลายเหลี่ยมที่สร้างขึ้นโดยใช้พื้นผิวที่เป็นระนาบของแผ่น วัสดุดังกล่าวมากกว่าหนึ่งด้านซึ่งอยู่ระหว่างแนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวดังกล่าว
71. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 65 โดยที่ แผ่นวัสดุถูกจัดทำเพิ่มเติมให้มีแถบยึดติดมากกว่าหนึ่งอันตามแนวการงอ มากกว่าหนึ่งแนวดังกล่าว
72. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 71 โดยที่ แถบยึดติดดังกล่าวมีช่องรับตัวยึดติดอยู่ภายใน
73. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 71 โดยที่ แถบยึดติดดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นในลักษณะที่ยื่นผ่านช่วงยึดติดที่ถูกจัดเตรียมไว้ ในแผ่นวัสดุที่สองเพื่อยืดแผ่นวัสดุที่สองดังกล่าวเข้ากับแผ่นวัสดุที่กำหนดให้เป็นแผ่นที่หนึ่ง
74. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 65 โดยที่ - แนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวจะมีลักษณะที่ขนานกันเป็นหลักและเว้นช่วงห่าง จากกันเป็นระยะที่เท่ากันและแผ่นวัสดุถูกงอให้มีภาคตัดขวางเป็นรูปซิกแซ็กและ - แผ่นวัสดุที่มีลักษณะส่วนใหญ่เป็นระนาบจำนวนสองแผ่นถูกยึดติดเข้ากับ ด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแผ่นวัสดุดังกล่าวเพื่อให้มีชุดชิ้นส่วนประกอบที่เป็นลอนหยักของแผ่นวัสดุ หลายแผ่น
75. คานกลวงซึ่งประกอบด้วย - แผ่นวัสดุที่หนึ่งซึ่งถูกจักทำขึ้นเพื่อให้งอไปตามแนวการงอแผ่นวัสดุที่หนึ่ง จำนวนมากกว่าหนึ่งแนวโดยที่แผ่นวัสดุที่หนึ่งดังกล่าวมีการสร้างรอยกรีดไว้มากกว่าหนึ่งแห่งที่ ทะลุผ่านแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยอยู่ในตำแหน่งใกล้แนวการงอแผ่นวัสดุที่หนึ่งแต่ละแนวและรอย กรีดดังกล่าวถูกวางโครงแบบเพื่อให้เกิดการงอและแผ่นวัสดุที่หนึ่งจะถูกงอไปตามแนวการงอแผ่น วัสดุที่หนึ่ง - แผ่นวัสดุที่สองซึ่งถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้งอไปตามแนวการงอแผ่นวัสดุที่สอง จำนวนมากกว่าหนึ่งแนวโดยที่แผ่นวัสดุที่สองดังกล่าวมีการสร้างรอยกรีดไว้มากกว่าหนึ่งแห่งที่ทะลุ ผ่านแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยอยู่ในตำแหน่งใกล้กับแนวการงอแผ่นวัสดุที่สองแต่ละแนวและรอยกรีด ดังกล่าวถูกวางโครงแบบเพื่อให้เกิดการงอและแผ่นวัสดุที่สองจะถูกงอไปตามแนวการงอแผ่นวัสดุที่ สองและ - แผ่นวัสดุที่หนึ่งและแผนวัสดุที่สองถูกยึดติดเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้คานกลวง
76. คานกลวงตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 75 โดยที่ รอยกรีดในแผ่นวัสดุที่หนึ่งและรอยกรีดในแผ่นวัสดุที่สองถูกวางโครงแบบเพื่อ ให้ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีด ระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว
77. คานกลวงตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 76 โดยที่ รอยกรีดในแผ่นวัสดุที่หนึ่งและรอยกรีดในแผ่นที่สองมีลักษณะเป็นรูปโค้ง
78. คานกลวงตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 75 โดยที่ แผ่นวัสดุที่หนึ่งและแผ่นวัสดุที่สองถูกวางโครงแบบและยึดติดเข้าด้วยกันเพื่อ ให้ได้คานกลวงที่เป็นรูปโค้ง
79. คานกลวงตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 75 โดยที่ - แผ่นวัสดุที่หนึ่งมีการสร้างรอยกรีดไว้ในตำแหน่งที่จะทอดยาวออกไปตาม ด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอคู่หนึ่งซึ่งขนานกันเป็นส่วนใหญ่ของแผ่นวัสดุที่หนึ่ง - แผ่นวัสดุที่สองมีการสร้างรอยกรีดไว้ในตำแหน่งที่จะทอดยาวออกไปตาม ด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอคู่หนึ่งซึ่งขนานกันเป็รส่วนใหญ่ของแผ่นวัสดุที่สอง
80. คานกลวงตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 79 โดยที่ - แผ่นวัสดุที่หนึ่งมีรอยบากมากกว่าหนึ่งร่องที่ทอดยาวจากขอบที่อยู่ตรงข้าม กันของแผ่นวัสดุที่หนึ่งไปยังตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับแนวการงอคู่ดังกล่าวของแผ่นวัสดุที่หนึ่งดังกล่าว และ - แผ่นวัสดุที่สองมีรอยบากมากกว่าหนึ่งร่องที่ทอดยาวจากขอบที่อยู่ตรงข้าม กันของแผ่นวัสดุที่สองไปยังตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับแนวการงอคู่ดังกล่าวของแผ่นวัสดุที่สองดังกล่าว
81. คานกลวงตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 80 โดยที่ แผ่นวัสดุที่หนึ่งและแผ่นวัสดุที่สองแต่ละแผ่นถูกงอเพื่อให้มีภาคตัดขวางเป็น รูปตัว U และถูกยึดติดเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้คานเหลี่ยมกลวงที่มีสี่ด้าน
82. คานกลวงตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 81 โดยที่ แผ่นวัสดุที่หนึ่งและแผ่นวัสดุที่สองถูกงอให้โค้งไปในแนวยาวตามแนวการงอ และถูกยึดติดเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้คานเหลี่ยมกลวงโค้งที่มีสี่ด้าน
83. คานกลวงตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 82 โดยที่ - รอยบากในแผ่นวัสดุที่หนึ่งและแผ่นวัสดุที่สองมีลักษณะเป็นรูปขนมพายและ - แผ่นวัสดุที่หนึ่งและแผ่นวัสดุที่สองถูกยึดติดเข้าด้วยกัยโดยตัวยึดมากกว่า หนึ่งตัว
84. คานเหลี่ยมที่มีตัวค้ำยันแบบไขว้กันซึ่งประกอบด้วย แผ่นวัสดุที่ถูฏจัดทำขึ้นเพื่อให้งอไปตามแนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวโดยที่แผ่น วัสดุดังกล่าวมีการสร้างรอยกรีดไว้มากกว่าหนึ่งแนวให้ทะลุผ่านโดยอยู่ในตำแหน่งใกล้กับแนวการ งอดังกล่าวแต่ละแนวและรอยกรีดดังกล่าวถูกวางโครงแบบไว้เพื่อให้สามารถงอแผ่นวัสดุดังกล่าว เป็นคานเหลี่ยมได้โดยมีส่วนที่อยู่บนแผ่นวัสดุสำหรับเป็นตัวค้ำยันแบบไขว้กันจำนวนอย่างน้อยสอง ส่วนซึ่งถูกกำหนดตำแหน่งให้อยู่ภายในคานดังกล่าวเมื่องอให้เป็นรูปสามมิติโดยที่ส่วนที่อยู่บนแผ่น วัสดุสำหรับเป็นตัวค้ำยันแบบไขว้กันดังกล่าวจะยื่นออกไประหว่างมุมที่อยู่ตรงข้ามกันซึ่งสลับกันใน แนวแยงของคานเหลี่ยมดังกล่าว
85. แผงรองพื้นที่เป็นลอนหยักต่อเนื่องซึ่งประกอบด้วย แผ่นวัสดุซึ่งถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้งอไปตามแนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวโดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวมีการสร้างรอยกรีดให้ทะลุผ่านแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยอยู่ในตำแหน่งใกล้กับแนว การงอดังกล่าวแต่ละแนวและรอยกรีดดังกล่าวถูกวางโครงแบบเพื่อให้สามารถงอแผ่นวัสดุดังกล่าว เป็นแผงรองพื้นที่เป็นลอนหยักซึ่งมีส่วนที่เป็นแผ่นกรอบนอกที่อยู่ชิดกับบริเวณทั้งตามด้านบนสุด และด้านล่างสุดของแผงรองพื้นดังกล่าวเมือถูกงอให้เป็นรูปสามมิติเพื่อให้มีพื้นผิวของแผงรองพื้นที่ ต่อเนื่องและส่วนที่เป็นแผ่นโครงตั้งมากกว่าหนึ่งส่วนระหว่างส่วนที่เป็นแผ่นกรอบนอกที่อยู่ชิดกัน ดังกล่าว
86. ตัวโครงสำหรับรองรับส่วนประกอบต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย - แผ่นวัสดุซึ่งถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้งอไปตามแนวการงิมากกว่าหนึ่งแนวโดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวมีการสร้างรอยกรีดไว้มากกว่าหนึ่งแห่งที่ทะลุผ่านแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยอยู่ใน ตำแหน่งใกล้กับแนวการงอดังกล่าวและรอยกรีดดังกล่าวถูกวางโครงแบบเพื่อให้เกิดตัวโครง - ส่วนประกอบอย่างน้อยหนึ่งชิ้นที่ถูกยึดติดเข้ากับแผ่นวัสดุดังกล่าวและ - แผ่นวัสดุซึ่งถูกงอไปตามแนวการงอเพื่อให้ปิดหุ้มแผ่นวัสดุดังกล่าวไว้ อย่างน้อยเป็นบางส่วน
87. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุเพื่อให้งอไปตามแนวการงอซึ่งประกอบ ด้วยขั้นตอนดังนี้ - การวางโครงร่างในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นสามมิติให้เป็นสองมิติบน แผ่นวัสดุซึ่งมีแนวการงออย่างน้อยหนึ่งแนวและ - การสร้างรอยกรีดไว้มากกว่าหนึ่งแห่งที่ทะลุผ่านแผ่นวัสดุดังกล่าวซึ่งถูก กำหนดตำแหน่งให้สัมพันธ์กับแนวการงอและถูกวางโครงแบบเพื่อให้สามารถงอได้ตามแนวการงอ โดยให้ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอย กรีดดังกล่าวระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว
88. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 87 โดยที่ ระหว่างขั้นตอนการสร้างจะมีการสร้างรอยกรีดขึ้นมาเป็นรอยกรีดที่เป็นแนว โค้งสลับกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอโดยด้านที่โค้งนูนของรอยกรีดเป็นแนวโค้งจะ อยู่ใกล้กับแนวการงอมากที่สุด
89. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 87 โดยที่ ระหว่างขั้นตอนการสร้างจะมีการสร้างรอยกรีดแต่ละรอยให้มีส่วนปลายของ รอยกรีดห่างออกจากแนวการงอโดยที่ส่วนปลายของรอยกรีดคู่หนึ่งซึ่งอยู่ติดกันในแนวยาวบนด้าน ที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอจะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งทอดผ่านแนวการงอและ ระหว่างขั้นตอนการสร้างก็จะมีการสร้างรอยกรีดที่มีการกำหนดขนาดให้กับระยะที่แยกออกจากกัน และระยะระหว่างยอดโค้งของรอยกรีดตามแนวขวางซึ่งทำให้แผ่นวัสดุประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่ อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอ
90. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับงอตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 89 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดโดยที่ส่วนปลายของรอย กรีดดังกล่าวจะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอที่ทอดผ่านแนวการงอไปในแนวเฉียง
91. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 89 และ ขั้นตอนของการทำให้พื้นที่ภาคตัดขวางของพื้นที่รอยต่อในการงอมีขนาด ต่างกันออกไปโดยการเปลี่ยนระยะระหว่างยอดโค้งของรอยกรีดอย่างน้อยหนึ่งแผ่งและตำแหน่ง ของรอยกรีดตามแนวการงอ
92. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับงอตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 87 และขั้นตอนของ ก่อนถึงขั้นตอนการสร้างจะมีการเลือกแผ่นวัสดุแข็งที่เปลี่ยนรูปทรงได้ใน ลักษณะยึดหยุ่นและขึ้นรูปได้เพื่อสร้างรอยกรีด
93. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับงอตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 87 โดยที่ - ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดแต่ละแห่งไว้ใน ตำแหน่งที่ซ้อนทับกันไปในแนวตามแนวการงอและ - การสร้างรอยกรีดแต่ละแห่งให้มีส่วนปลายที่เป็นแนวโค้งตรงส่วนปลายแต่ละ แห่งของรอยกรีดเพื่อทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอที่ทอดยาวออกไปในแนวเฉียงระหว่างส่วน ปลายของรอยกรีดที่อยู่ติดกันตามแนวยาว
94. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับตามที่นิยามในข้อถือสิทธิทธิที่ 93 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดให้เยื้องระยะออกไปทาง ด้านข้างบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอโดยมีส่วนที่เป็นระนะลื่นไหลตรงกลางที่ขนานกับ แนวการงอเป็นส่วนใหญ่
95. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับงอตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 94 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดให้มีระยะที่แยกออกจาก กันซึ่งทำให้ขอบที่อยู่บนด้านใดด้านหนึ่งของรอยกรีดบนผิวหน้าของอีกด้านหนึ่งของรอยกรีด สามารถเลื่อนได้ระหว่างที่มีการงอเพื่อให้ขอบเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่รองรับผิวหน้าของแผ่นวัสดุ บนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอ
96. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับงอตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 95 และขึ้นตอนของ การงอแผ่นวัสดุรอบจุดหมุนเสมือนซึ่งอยู่ตรงแนวกับแนวการงอเพื่อให้พื้นที่ รอยต่อในการงอมีการเปลี่ยนรูปทรงในลักษณะที่ขึ้นรูปได้และยืดหยุ่นได้หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการ สร้างแล้ว
97. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับงอตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 87 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดตามที่นิยามไวเในข้อถือ สิทธิที่ 87 ไว้มากกว่าหนึ่งแห่งด้านที่อยู่ตรงข้ามกันแนวการงอตามความยาวทั้งหมดของ แนวการงอดังกล่าวเป็นหลัก
98. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับงอตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 87 และขั้นตอนของ การงอแผ่นวัสดุตามแนวการงอหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการสร้างแล้ว
99. วิธีการสร้างแผ่นวัสดุสำหรับงอตามแนวการงอซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ การสร้างโครงสร้างสำหรับทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในกางอไว้มากกว่าหนึ่งชุด ในแผ่นวัสดุซึ่งถูกกำหนดตำแหน่งให้สัมพันธ์กับแนวการงอเพื่อทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอ อย่างน้อยหนึ่งแห่งในแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยมีแกนของพื้นที่รอยต่อตามแนวยาวที่ถูกกำหนดทิดให้ ทอดผ่านแนวการงอดังกล่าวโดยที่โครงสร้างสำหรับทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อดังกล่าวถูกวางโครงแบบ และกำหนดตำแหน่งให้ขอบและผิวหน้าของวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันเพื่อใหสามารถงอแผ่น วัสดุดังกล่าวไปตามแนวการงอได้
100. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 99 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างโครงสร้างสำหรับทำให้เกิดพื้นที่ รอยต่อให้เป็นรอยกรีดทะลุผ่านแผ่นวัสดุ
101. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 100 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดให้มีขนาดของระยะที่ แยกออกจากกันและระยะระหว่างยอดโค้งของรอยกรีดที่จะทำให้ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุ ดังกล่าวประกบเข้าด้วยกับบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว
102. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 99 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างโครงสร้างสำหรับทำให้เกิดพื้น ที่รอยต่อให้เป็นร่องที่มีความลึกที่ไม่ทะลุผ่านแผ่นวัสดุดังกล่าว
103. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 102 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างร่องดังกล่าวขึ้นมาเป็นร่องที่โค้ง ยาวออกไป
104. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 103 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างร่องโค้งให้มีด้านที่โค้งนูนซึ่งหัน เข้าหาแนวการงอ
105. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 102 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการจัดทำร่องขึ้นมาในด้านเดียวกันของ แผ่นวัสดุ
106. วิธีการตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 99 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างโครงสำหรับทำให้เกิดพื้นที่ รอยต่อให้เป็นรอยกรีดที่เป็นแนวโค้งซึ่งทำให้เกิดลิ้นบนด้านที่เป็นรูปโค้งเว้าของรอยกรีดที่เป็นแนว โค้งดังกล่าวซึ่งถูกย้ายตำแหน่งออกไปจากระนาบของแผ่นวัสดุก่อนที่จะมีการงอ
107. วิธีการสร้างรอยกรีดให้กับแผ่นวัสดุสำหรับงอไปตามแนวการงอซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนของ - การเลือกแผ่นวัสดุแข็งสำหรับสร้างรอยกรีดและ - การสร้างรอยกรีดไว้มากกว่าหนึ่งรอยตามแนวการงอที่ต้องการโดยมี รอยกรีดสลับกันไปตามแนวการงอโดยถูกกำหนดตำแหน่งให้อยู่บนด้านที่สลับกันของแนวการงอ ดังกล่าวและระหว่างขั้นตอนการสร้างก็จะมีการสร้างบริเวณตรงกลางให้กับรอยกีดแต่ละแห่งให้มี ลักษณะที่สำคัญคือขนานไปกับแนวการงอและเยื้องไปทางด้านข้างจากแนวการงอดังกล่าวและมี ส่วนปลายของรอยกรีดที่เป็นแนวโค้งอยู่บนส่วนปลายแต่ละข้างของรอยกรีดที่โค้งออกไปจากแล้ว การงอเพื่อที่รอยกรีดที่เป็นแนวโค้งคู่ที่อยู่ติดกันจะได้ทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอที่ทอดผ่าน แนวการงอไปในแนวเฉียงโดยที่พื้นที่รอยต่อดังกล่าวจะมีขนาดความกว้างเพิ่มขึ้นทั้งสองด้สนที่มี ขนาดความกว้างน้อยที่สุด
108. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยใช้ชุดอุปกรณ์สำหรับตัดด้วยเลเซอร์เพื่อ สร้างรอยกรีดที่มีความกว้างของระยะที่แยกออกจากกันซึ่งถูกกำหนดขนาดให้แผ่นวัสดุประกบเข้า ด้านกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอ
109. วิธีการในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยใช้ชุดอุปกรณ์สำหรับตัดด้วยการฉีดน้ำ เพื่อสร้างรอยกรีดที่มีความกล้างของระยะที่แยกออกจากกันซึ่งถูกกำหนดขนาดให้แผ่นวัสดุประกบ เข้าด้วยกันบนด้สนที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอ
110. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 107 และขั้นตอนของ การงอแผ่นวัสดุตามแนวการงอหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการสร้างดังกล่าว
111. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ - ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดให้มีขนาดของระยะที่ แยกออกจากกันและระยะระหว่างยอดโค้งของรอยกรีดตามแนวขวางซึ่งจะทำให้ขอบของแผ่นวัสดุ บนด้านหนึ่งของรอยกรีดมาประกบเข้ากับผิวหน้าของแผ่นวัสดุบนอีกด้านหนึ่งของแผ่นวัสดุดังกล่าว ในลักษณะที่เลื่อนได้และ - ขั้นตอนการงิถูกดำเนินการโดยการงอแผ่นวัสดุรอบจุดหมุนเสมือนซึ่งอยู่ ตรงกับแนวการงอเป็นส่วนใหญ่เพื่อให้ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุดังกล่าวซึ่งประกบเข้าด้วยกันใน ลักษณะที่เลื่อนได้ทำให้พื้นที่รอยต่อในการงอมีการเปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ขึ้นรูปและยึดหยุ่นได้
112. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 111 โดยที่ - ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดไว้ตามแนวการงอ มากกว่าหนึ่งแนวที่มาตัดกันและ - ขั้นตอนการงอถูกดำเนินการโดยการงอแผ่นวัสดุให้เป็นโครงสร้างสามมิติ ซึ่งมีพื้นที่ระนาบที่มาตัดกันสามแห่งที่ยื่นออกไปในลักษณะที่ชิดกันและขั้นตอนของ - การนำพื้นที่ระนาบที่มาตัดกันทั้งสามแห่งมายึดติดเข้าด้สนกันเพื่อให้ได้ โครงสร้างที่มั่นคง
113. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 111 และขั้นตอนของ การทำให้วัสดุเข้าไปอุดอยู่ในรอยกรีดซึ่งจะทำให้มีจุดเชื่อทต่อที่ถูกปิดผนึก ไว้ตรงแนวการงอหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการงอแล้ว
114. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 113 โดยที่ ฃั้นตอนการทำให้วัสดุเข้าไปอุดดังกล่าวถูกดำเนินการโดย (a) การเชื่อม (b) การเชื่อมด้วยโลหะประสาน (c) การบัดกรี (d) การตอกตะเข็บและ (e) การอุดด้วยกาว
115. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 111 และขั้นตอนของ การงอแผ่นวัสดุดังกล่าวคือสภาพเติมหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการงอแล้ว
116. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการจัดเตรียมพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งมี แกนของพื้นที่รอยต่อตามแนวยาวซึ่งทำมุมกับแนวการงอประมาณ 45 ํ และทำมุมประมาณ 135 ํ ตรงส่วนปลายที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีด
117. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการเลือกขนาดความกว้างให้กับพื้นที่ รอยต่อในการงอซึ่งจะทำให้มีแรงในปริมาณที่ต้องการในการงอแผ่นวัสดุ
118. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการเลือกขนาดความกล้าวที่น้อยที่สุดให้ กับพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งมีค่ามากกว่าความหนาของแผ่นวัสดุที่กำลังถูกงอ
119. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการเลือกขนากความกว้างที่น้อยที่สุดให้ กับพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งมีค่าน้อยกว่าความหนาของแผ่นวัสดุที่กำลังถูกงอ
120. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการเลือกขนาดกว้างที่น้อยที่สุดให้ กันพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งมีอยู่ในช่วงประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 4 เท่าของความหนาของแผ่น วัสดุที่กำลังถูกงอ
121. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 120 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการเลือกความกว้างที่น้อยที่สุดของพื้นที่ รอยต่อในการงอให้มีค่าระหว่าง 0.7 ถึง 2.5 เท่าของความหนาของแผ่นวัสดุที่กำลังถูกงอ
122. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนของการเลือกแผ่นวัสดุและการสร้างรอยกรีดมากกว่าหนึ่งแห่งถูก ดำเนินการเพื่อให้มีเฉพาะการเปลี่ยนรูปทรงแบบยืดหยุ่นได้ของแผ่นวัสดุระหว่างที่มีการงอ
123. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการในลักษณะที่ทำให้ขอบและผิวหน้าของแผ่น วัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันในลักษณะที่เลื่อนไปมาบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดโดยที่ การประกบเข้าด้วยกันในลักษณะเลือกไปมาดังกล่าวจะเป็นส่วนต่อเนื่องจากจุดศูนย์กลางตามแนว ยาวของรอยกรีดไปยังส่วนปลายของรอยกรีดในขณะที่พื้นที่รอยต่อในการงอถูกบิดและงอ
124. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ระหว่างขั้นตอนการสร้างนั้น ความกว้างที่น้อที่สุดของพื้นที่รอยต่อในการ งอ, ระนะทางของรอยกรีดแต่ละแห่งจากแนวการงอและความกว้างของรอยกรีดแต่ละแห่งจะถูก เลือกมาเพื่อให้แนวการงอมีความแข็งแรงตามที่ต้องการสำหรับส่วนประกอบและความหนาของ แผ่นวัสดุดังกล่าวและแรงที่มีมากระทำกับแนวการดังกล่าวระหว่างที่ใช้งาน
125. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ระหว่างขั้นตอนการสร้างนั้น ระยะจากรอยกรีดแต่ละแห่งไปยังแนวการงอจะ มีค่าน้อยกว่าความหนาของแผ่นวัสดุดังกล่าว
126. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 107 โดยที่ ระหว่างขั้นตอนการสร้างรอยกรีดนั้น รอยกรีดดังกล่าวจะถูกสร้างขั้นมา โดยให้มีลักษณะทางเรขาคณิตที่มีแนวโน้มที่จะลดแรงเค้นตกค้างในแผ่นวัสดุตรงจุดสิ้นสุดรอยกรีด ดังกล่าว
127. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 110 โดยที่ - ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดไว้ตามแนวการงอ มากกว่าหนึ่งแนวที่มีการจัดเรียงเพื่อให้ได้คานเหลี่ยมที่มาตัวค้ำยันแบบไขว้กันเมื่อนำมางอและ - ระหว่างขั้นตอนการงอ จะมีการงอแผ่นวัสดุให้เป็นคานเหลี่ยมที่มีตัวค้ำยัน แบบไขว้กันดังกล่าว
128. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 110 โดยที่ - ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดตามแนวการงอ มากกว่าหนึ่งแนวที่มาการจัดเรียงเพื่อให้ได้แผงรองพื้นที่เป็นลอนหยักตค่อเนื่องเมื่อนำมางอและ - ระหว่างขั้นตอนการงอ จะมีการงอแผ่นวัสดุให้เป็นแผงรองพื้นที่เป็นลอน หยักต่อเนื่องดังกล่าว
129. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 110 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดไว้ตามแนวการงอมาก กว่าหนึ่งแนวที่มีการจัดเรียงเพื่อให้ได้ตัวโครงรองรับส่วนประกอบเมื่อนามางอและ - ระหว่างขั้นตอนการงอจะมีการงอแผ่นวัสดุให้เป็นตัวโครงรองรับส่วน ประกอบดังกล่าว
130. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 110 โดยที่ - ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดตามแนวการงอ มากกว่าหนึ่งแนวที่มีการจัดเรียงเพื่อให้ได้โครงผนังเมื่อนำมางอและ - ระหว่างขั้นตอนการงอ จะมีการงอแผ่นวัสดุให้เป็นโครงผนังดังกล่าว
131. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 110 โดยที่ - ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดตามแนวการงอ มากกว่าหนึ่งแนวที่มีการจัดเรียงเพื่อให้ไต้บันได้เมื่อนำมองอและ - ระหว่างขั้นตอนการงอ จะมัการงอแผ่นวัสดุให้เป็นบันไดดังกล่าว
132. วิธีการสร้างโครงสร้างสามมิติซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ - การสร้างโครงสร้างเพื่อให้งอได้สะดวกจำนวนมากกว่าหนึ่งชุดในแผ่นวัสดุ โดยที่โครงสร้างเพื่อให้งอได้สะดวกจำนวนมากกว่าหนึ่งชุดดังกล่าวถูกวางโครงแบบและกำหนด ตำแหน่งให้สัมพันธ์กับแนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวเพื่อให้สามารถงอแผ่นวัสดุได้ตามแนวการงอ - การงอแผ่นวัสดุตามแนวการงอที่หนึ่ง - การงอแผ่นวัสดุตามแนวการงอเพิ่มเติมอีกอย่างน้อยหนึ่งแนวจนกระทั่ง บริเวณสองแห่งของแผ่นวัสดุดังกล่าวเข้ามาชิดกันและ - การเชื่อมต่อส่วนที่อยู่ชิดกันสองส่วนของแผ่นวัสดุเพื่อให้ได้โครงสร้างที่ เป็นสามมิติที่แข็งเกร็งสำหรับรองรับโหลดซึ่งสามารถรองรับโหลดสามมิติได้
133. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 132 โดยที่ ระหว่างขั้นตอนการสร้างจะมีการสร้างโครงสร้างเพื่อให้งอได้สะดวกดังกล่าว ให้เป็นรอยกรีดที่มีระยะที่แยกออกจากกันซึ่งทำให้ขอบสัมผัสกับผิวหน้าระหว่างขั้นตอนของการงอ
134. วิธีการออกแบบโครงร่างสร้างสามมิติซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ - การวางโครงร่างของโครงสร้างเพื่อให้งอได้สะดวกมากกว่าหนึ่งชุดในระบบ CAD ซึ่งจะถูกนำมาใส่ลงไปในแผ่นวัสดุโดยที่โครงสร้างเพื่อให้งอได้สะดวกมากกว่าหนึ่งชุดดังกล่าว ถูกวางโครงแบบและกำหนดตำแหน่งให้สัมผัสพันธ์กับแนวการงอมากกว่าหนึ่งแนวเพื่อให้สามารถงอ แผ่นวัสดุไปตามแนวการงอได้และ - การสร้างโครงสร้างเพื่อให้งอได้สะดวกดังกล่าวในแผ่นวัสดุดังกล่าวให้มี ลักษณะเหมือนกับวิธีที่ใช้ในการวางโครงร่างให้กับโครงสรต้างดังกล่าวบนระบบ CAD ดังกล่าวใน ลักษณะที่เมื่อมีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าวไปตามแนวการงออย่างน้อยสองแนวก็จะทำให้บริเวณสอง แห่งบนแผ่นวัสดุดังกล่าวเข้ามาชิดกันและบริเวณที่ชิดกันดังกล่าวก็อาจถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันได้ เพื่อให้ได้โดยโครงสร้างสามมิติที่แข็งเกร็งสำหรับรองรับโหลดที่สามารถรองรับโหลดได้สามมิติ
135. วิธีการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ - การวางโครงร่างให้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ในสองมิติโดยที่ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวจะถูกทำขึ้นจากแผ่นวัสดุแข็งที่ถูกพับและ - การออกแบบโครงแบบของรอยกรีดอย่างน้อยสองแห่งและการกำหนด ตำแหน่งให้กับรอยกรีดเหล่านี้ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นบนแผ่นวัสดุแข็งโดยที่รอยกรีดแต่ละแห่งถูกกำหนด ตำแหน่งให้อยู่ในตำแหน่งที่เยื้องออกไปทางด้านข้างบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอที่ ต้องการและจะถูกย้อยตำแหน่งไปตามแนวยาวให้สัมพันธ์กับรอยกรีดอีกแห่งหนึ่งตามแนวการงอ โดยที่รอยกรีดดังกล่าวจะถูกวางโครงแบบเพื่อให้ขอบแข็งของแผ่นวัสดุแข็งดังกล่าวประกบเข้าด้วย กันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุแข็งดังกล่าว
136. วิธีการทำผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยขั้นตอนของ - การวางโครงร่างให้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ในสองมิติบนแผ่นวัสดุ - การออกแบบโครงแบบของรอยกรีดที่ทอดยาวออกไปอย่างน้อยสองแห่ง ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นในแผ่นวัสดุที่รอยกรีดดังกล่าวแต่ละแห่งจะเยื้องออกไปทางด้านข้างบนด้านที่ อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอที่ต้องการและถูกย้ายตำแหน่งไปตามแนวยาวให้สัมพันธ์กับรอยกรีด อีกแห่งหนึ่งตามแนวการงอโดนที่รอยกรีดดังกล่าวจะถูกวางโครงแบบเพื่อให้ขอบแข็งของแผ่นวัสดุ ดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว - การสร้างรอยกรีดไว้ในแผ่นวัสดุตามที่ออกแบบและกำหนดตำแหน่งไว้และ - การงอแผ่นวัสดุตามแนวการงอเพื่อให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
137. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 136 และมรขั้นตอนเพิ่มเติมคือ ก่อนถึงขั้นตอนการงอจะการมีขนส่งแผ่นวัสดุที่สร้างขึ้นไปในสภาพที่แบนราบ เพื่องแผ่นวัสดุดังกล่าวในตำแหน่งที่อยู่ไกล
138. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 136 และมีขั้นตอนเพิ่มเติมคือ การงอแผ่นวัสดุในตำแหน่งที่อยู่ไกลรอบจุดหมุนเสมือนที่อยู่ตรงกับแนวการ งอเพื่อให้แผ่นวัสดุมีการเปลี่ยนรูปทรงไปตามแนวการงอและทำให้ขอบแข็งของแผ่นวัสดุประกบ เข้าด้วยกัน
139. วิธีการพับแผ่นวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมือนกันในทุกทิศทางตามแนวพับซึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนของ - การสร้างส่วนโค้งมากกว่าหนึ่งส่วนบนแผ่นวัสดุโดยที่ส่วนโค้งดังกล่าว แต่ละส่วนจะทำให้มีเขตที่ถูกเชื่อมต่อมากกว่าหนึ่งเขตระหว่างส่วนปลายของส่วนโค้งดังกล่าวโดยที่ ส่วนโค้งดังกล่าวถูกเว้นระยะห่างในลักษณะที่สมมาตรกันตามแนวยาวบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของ แนวพับซึ่งเขตที่ถูกเชื่อมต่อดังกล่าวจะทำให้มีพื้นที่รอยต่อที่ทอดขวางแนวพับในลักษณะที่เป็น แนวเฉียงและ - การพับแผ่นวัสดุตามแนวพับดังกล่าว
140. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 139 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างส่วนโค้งเพื่อให้เกิดพื้นที่รอยต่อ ที่ถูกจัดแนวให้ตรงกันในทิศตรงข้ามตามแนวพับเพื่อที่ระนาบของแผ่นวัสดุบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกัน ของแนวพับจะได้ไม่เลื่อนออกไปเมื่อแผ่นวัสดุดังกล่าวถูกพับไปตามแนวพับดังกล่าว
141. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 139 โดยที่ - ระหว่างขั้นตอนการสร้างจะมีการสร้างส่วนโค้งขี้นมาเพื่อให้มีเขตที่ถูก เชื่อมต่อเป็นแนวเฉียงขวางกับแนวพับในทิศเดียวกันและ - ระหว่างขั้นตอนการงอ จะมีการปล่อยให้แผ่นวัสดุบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกัน ของแนวพับเ0ลื่อนออกไปในอนวยาวตามพับดังกล่าว
142. แผ่นวัสดุที่ถูกจัดทำเพื่อให้งอไปตามแนวการงอซึ่งประกอบ แผ่นวัสดุที่มีพื้นที่รอยต่อในการงออย่างน้อยสองแผ่นซึ่งถูกสร้างขั้นให้ทอด ผ่านแนวการงอดังกล่าวโดยที่พื้นที่รอยต่อดังกล่าวจะมีขนาดความกว้างน้อยที่สุดตรงบริเวณใกล้กับ แนวการงอและจะมีความขนาดกว้างเพิ่มขึ้นเมื่อพื้นที่รอยต่อดังกล่าวทอดห่างจากด้านทั้งสองของ ขนาดความกว้างที่น้อยที่สุดดังกล่าวและโดยที่พื้นที่รอยต่อดังกล่าวถูกกำหนดตำแหน่งให้สัมพันธ์ กับแนวการงอที่ต้องการและถูกวางโครงแบบเพื่อให้พื้นที่รอยต่อดังกล่าวมีการเปลี่ยนรูปทรงไปใน ลักษณะที่ขึ้นรูปได้ตรงแนวการงอเมื่อมีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าวไปตามแนวการงอดังกล่าว
143. วิธีการงอแผ่นวัสดุที่ไม่แตกร้าวตามแนวการงอซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ - การสร้างส่วนโค้งมากกว่าหนึ่งส่วนที่เชื่อมต่อบนแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยที่ ส่วนโค้งแต่ละส่วนจะทำให้เกิดเขตที่เชื่อมต่อกันและเขตที่ไม่เชื่อมต่อกันในแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยที่ ส่วนโค้งดังกล่าวถูกเว้นระยะห่างในแนวยาวไปตามแนวการงอดังกล่าวโดยที่เขตที่เชื่อมต่อกัน ดังกล่าวทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อที่ขวางกับแนวการงอดังกล่าวโดยที่เขตที่เชื่อมต่อกันดังกล่าวจะทำ ให้เกิดพื้นที่รอยต่อที่ขวางกับแนวการงอดังกล่าวและโดยที่เขตที่ไม่เชื่อมต่อกันดังกล่าวจะมีแถบ ยื่นที่มีลักษณะเอียงซึ่งจะยังคงมีสภาพที่ค่อนข้างจะเบี่ยงเบนไปในทิศที่เอียงลงสู่ด้านล่างหรือขึ้นไป ด้านบนทิศใดทิศหนึ่งจากแผ่นวัสดุดังกล่าวในขณะที่งอโดยที่แถบยื่นดังกล่าวจะช่วยทำให้เริ่มมีการ ประกอบเข้าด้วยกันอย่างถูกต้องระหว่างขอบของเขตที่ไม่เชื่อมต่อกันดังกล่าวตลอดความยาวของ แนวการงอดังกล่าวในขณะที่งอและ - การงอแผ่นวัสดุดังกล่าวไปตามแนวการงอดังกล่าวในลักษณะที่ระนาบของ แผ่นวัสดุดังกล่าวจะเลื่อนไปในลักษณะที่สัมพันธ์กับอีกระนาบหนึ่งดังกล่าวของแผ่นวัสดุดังกล่าว ตามแนวการงอดังกล่าว
144. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 143 โดยที่การเอียงในลักษณะเบี่ยงเบน ดังกล่าวของแถบยื่นอุปกรณ์ปรับแรงดึงดังกล่าวจะป้องกันไม่ให้แถบยื่นดังกล่าวเลื่อนไปมาตรง บริเวณที่อยู่ใต้หรือเหนือผิวหน้าด้านตรงข้ามของแผ่นวัสดุดังกล่าวซึ่งจะทำให้กรรมวิธีการงอดังกล่าว ยังคงครบถ้วนสมบูรณ์
145. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 44 โดยที่การงอดังกล่าวจะกระทำใน ทิศตรงกันข้ามกันจากแถบยื่นที่ถูกเอียงไปในลักษณะเบี่ยงเบนดังกล่าว
146. วิธีการเตรียมแผ่นวัสดุที่มีการเปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะยืดหยุ่นเท่านั้นเพื่อ ให้พับได้ตามแนวการงอซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของการสร้างส่วนโค้งที่มีรัศมีขนาดใหญ่มากกว่า หนึ่งส่วนที่เชื่อมต่อกันบนแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยที่ส่วนโค้งดังกล่าวแต่ละส่วนจะทำให้มีเขตที่เชื่อมต่อ กันและเขตที่ไม่เชื่อมต่อกันในแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยที่เมื่อส่วนโค้งดังกล่าวถูกเว้นระยะห่างใน ลักษณะที่สมมาตรกันไปในแนวยาวแนวการงอดังกล่าวและโดยที่เขตที่เชื่อมต่อกันดังกล่าวทำ ให้เกิดพื้นที่รอยต่อขึ้นมาโดยขวางกับแนวการงอดังกล่าวและโดยที่แนวการงอดังกล่าวไปสิ้นสุดที่ พื้นผิวที่ว่างเปล่าซึ่งประกอบด้วยขอบภายนอกและขอบภายใน
147. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 146 โดยที่พื้นผิวที่ว่างเปล่าดังกล่าวคือขอบภายนอก โดยที่แนวการงอดังกล่าวไปสิ้นสุดในบริเวณต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง a. ขอบภายนอกตรงขอบที่ตั้งฉากหรือใกล้กับขอบที่ตั้งฉากกับแนวการงอ ดังกล่าว b. ส่วนที่ขาดช่วงของเขตที่ไม่เชื่อมต่อกันที่ทอดขวางแนวการงอดังกล่าว ใกล้กับขอบสำหรับงอโดยมีพื้นที่รอยต่ออยู่ระหว่างส่วนที่ขาดช่วงดังกล่าวและขอบสำหรับงอ ดังกล่าวโดยที่แนวการงอดังกล่าวจะตั้งฉากหรือเกือบจะตั้งฉากกับแนวการงอดังกล่าว c. มุมที่ตามหลักแล้วจะไม่ตั้งฉากกับแนวการงอดังกล่าวโดยที่มุมของแนว การงอจะถุกนำมาใช้เป็นขอบของพื้นที่รอยต่อที่เป็นจุดสิ้นสุด d. ขอบสำหรับงอภายนอกของพื้นที่รอยต่ออยู่ใกล้กับมุมรัศมีโดยที่ส่วนโค้ง สุดท้ายดังกล่าวถูกหมุนเพื่อให้ได้พื้นที่รอยต่อดังกล่าวตรงขอบสำหรับงอดังกล่าวและ e. ส่วนโค้งที่เป็นจุดสิ้นสุดซึ่งถูกหมุนไปยังอีกด้านหนึ่งของแนวการงอ ดังกล่าวเพื่อให้ทับกันพอดีกันแนวโค้งของมุมรัศมีและทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในขั้นสุดท้ายของแนว การงอดังกล่าวตามมา
148. วิธีการงอแผ่นวัสดุที่ไม่แตกร้าวอย่างถูกต้องแม่นยำซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน ของ การงอแผ่นวัสดุดังกล่าวในลักษณะที่เมื่อมีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าวจนแนว การงอที่ความคมในระดับที่กำหนด โครงสร้างขนาดจุลภาคของวัสดุดังกล่าวก็จะการเปลี่ยนแปลง ไปน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับการงอแผ่นวัสดุดังกล่าวจนมีความคมในระดับเดียวกันนี้โดยใช้ เทคนิคในการงอตามที่ใช้กันมาโดยทั่วไป
149. วิธีการออกแบบชิ้นส่วนที่ทำจากแผ่นวัสดุที่ไม่แตกร้าวสำหรับงอไปตาม แนวการงอซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ การวางเค้าโครงให้กับพื้นที่รอยต่อในการงออย่างน้อยสองแผ่นในลักษณะที่ เว้นระยะห่างจากกันและอยู่ในแนวเฉียงตามแนวการงอที่กำหนดในแผ่นวัสดุดังกล่าวในลักษณะที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวจะถูกทำให้เปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ขึ้นรูปได้โดยการบิดและงอแผ่นวัสดุ ดังกล่าวโดยจะสามารถงอได้ง่ายขึ้นและเพิ่มความแข็งแรงให้กับวัสดุดังกล่าวตามแนวการงอ
150. วิธีการทำเครื่องจักรซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ การทำส่วนประกอบชิ้นหนึ่งของเครื่องจักรโดยที่ส่วนประกอบดังกล่าวทำจาก แผ่นวัสดุแข็งที่เปลี่ยนรูปทรงได้ในลักษณะยืดหยุ่นและขึ้นรูปได้โดยวิธีการที่ประกอบด้วยขั้นตอน ของ a. การสร้างรอยกรีดยาวสองแห่งให้ทะลุผ่านแผ่นวัสดุโดยที่รอยกรีดแต่ละ แห่งจะเยื้องออกไปทางด้านข้างบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอที่ต้องการและถูกเปลี่ยน ตำแหน่งไปในแนวยาวโดยสัมพันธ์กับรอยกรีดอีกแห่งหนึ่งตามแนวการงอดังกล่าวโดยที่รอยกรีด ดังกล่าวจะมีขนาดความกว้างของระยะที่แยกออกจากกันซึ่งจะทำให้ขอบแข็งของแผ่นวัสดุดังกล่าว มาประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดดังกล่าวในระหว่างการงอและ b. การงอแผ่นวัสดุดังกล่าวรอบจุดหมุนเสมือนที่ตรงกับแนวการงอดังกล่าว เพื่อให้แผ่นวัสดุดังกล่าวมีการเปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ขึ้นรูปและยือหยุ่นได้ตามแนวการงอ ดังกล่าวและทำให้ขอบแข็งดังกล่าวประกอบเข้าด้วยกันและ การนำส่วนประกอบทั้งหมดที่จำเป็นมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อให้เสร็จสิ้น การทำเครื่องจักรดังกล่าว
151. วิธีการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ - การวางโครงร่างให้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ในสองมิติโดยที่ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวจะถูกทำขึ้นจากแผ่นวัสดุแข็งที่มีการเปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ยืดหยุ่นและขึ้นรูปได้ - การออกแบบรอยกรีดยาวอย่างน้อยสองแห่งในแผ่นวัสดุโดยที่รอยกรีด แต่ละแห่งจะเยื้องออกไปทางด้านข้างบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอที่ต้องการและถูก เปลี่ยนตำแหน่งไปในแนวยาวโดยสัมพันธ์กับรอยกรีดอีกแห่งหนึ่งตามแนวการงอดังกล่าวโดยที่ รอยกรีดดังกล่าวจะมีขนาดความกว้างของระยะที่แยกออกจากกันซึ่งจะทำให้ขอบแข็งของแผ่นวัสดุ ดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดดังกล่าวระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุ ดังกล่าว
152. วิธีการออกแบบโครงหุ้มซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ 1) การวางโครงร่างในการออกแบบของโครงหุ้มดังกล่าวในสองมิติโดยที่ โครงหุ้มดังกล่าวจะทำจากแผ่นวัสดุแข็งที่เปลี่ยนรูปทรงได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและขึ้นรูปได้ 2) การสร้างรอยกรีดยาวอย่างน้อยสองแห่งในแผ่นวัสดุโดยที่รอยกรีดแต่ละ แห่งจะเยื้องออกไปทางด้านข้างบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอที่ต้องการและถูกเปลี่ยน ตำแหน่งไปในแนวยาวโดยสัมพันธ์กับรอยกรีดอีกแห่งหนึ่งตามแนวการงอดังกล่าวโดยที่รอยกรีด ดังกล่าวจะมีขนาดความกว้างของระยะที่แยกออกจากกันซึ่งจะทำให้ขอบแข็งของแผ่นวัสดุดังกล่าว ประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดดังกล่าวระหว่างที่มีการงอ 3) ดำเนินการซ้ำตามขั้นตอนที่ 2 ตามจำนวนครั้งที่ต้องใช้กับจำนวนแนว การงอที่อยู่ในโครงหุ้มดังกล่าว
153. วิธีการของการทำโครงหุ้มขึ้นมาจากแผ่นวัสดุแข็งที่เปลี่ยนรูปทรงได้ใน ลักษณะที่ยืดหยุ่นและขึ้นรูปได้ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ 1) การสร้างรอยกรีดยาวอย่างน้อยสองแห่งให้ทะลุผ่านแผ่นวัสดุโดยที่รอย กรีดแต่ละแห่งจะเยื้องออกไปทางด้านข้างบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของแนวการงอที่ต้องการและถูก เปลี่ยนตำแหน่งไปในแนวยาวโดยสัมพันธ์กับรอยกรีดอีกแห่งหนึ่งตามแนวการงอดังกล่าวโดยที่ รอยกรีดดังกล่าวจะมีขนาดความกว้างของระยะที่แยกออกจากกันและขนาดของระยะระหว่างยอด โค้งของรอยกรีดซึ่งทำให้ขอบแข็งของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกัน ของรอยกรีดดังกล่าวระหว่างที่มีการงอ 2) ดำเนินการซ้ำตามขั้นตอนที่ 1 ตามจำนวนครั้งที่ต้องใช้กับจำนวนแนว การงอที่อยู่ในโครงหุ้มดังกล่าวและ 3) การงอแผ่นวัสดุดังกล่าวรอบจุดหมุนเสมือนของมันซึ่งอยู่ตรงแนวกับ แนวการงอดังกล่าวแต่ละแนวเพื่อให้แผ่นวัสดุดังกล่าวมีการเปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ขึ้นรูปและ ยืดหยุ่นได้ตามแนวการงอดังกล่าวแต่ละแนวและขอบแข็งดังกล่าวสามารถประกบเข้าด้วยกันได้
154. วิธีการทำชิ้นส่วนที่ทำจากแผ่นวัสดุที่ไม่แตกร้าวสำหรับงอไปตามแนวการงอ ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ การสร้างพื้นที่รอยต่อในการงออย่างน้อยสองแผ่นให้มีการเว้นระยะห่าง จากกันและเป็นแนวเฉียงตามแนวการงอที่กำหนดในแผ่นวัสดุดังกล่าวในลักษณะที่แผ่นวัสดุดังกล่าว ถูกทำให้เปลี่ยนรูปทรงไปในลักษณะที่ขึ้นรูปได้โดยการดำเนินการทั้งบิดและงอเมื่อมีการงอแผ่นวัสดุ ดังกล่าวโดยที่การงอจะทำให้ง่ายขึ้นและเพิ่มความแข็งแรงให้กับวัสดุดังกล่าวตามแนวการงอ
155. แผ่นวัสดุที่สร้างขึ้นเพื่อให้งอไปตามแนวการงอโดยประกอบด้วย แผ่นวัสดุที่มีการสร้างรอยกรีดให้ทะลุผ่านและถูกกำหนดตำแหน่งให้อยู่ใกล้ กับแนวการงอที่ต้องการและพื้นที่รอยต่อในการงอซึ่งอยู่ที่ส่วนปลายแต่ละแห่งของรอยกรีดดังกล่าว โดยที่พื้นที่รอยต่อในการงอดังกล่าวถูกวางโครงแบบเพื่อให้สามารถงอแผ่นวัสดุดังกล่าวได้ตาม แนวการงอในลักษณะที่ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ ตรงข้ามกันของรอยกรีดดังกล่าวระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุทั้งหมดเป็นหลัก
156. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 155 โดยที่ ด้านหนึ่งของพื้นที่รอยต่อในการงอแผ่นหนึ่งถูกกำหนดขอบเขตโดยขอบ ของแผ่นวัสดุดังกล่าว
157. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 156 โดยที่ รอยกรีดดังกล่าวมีส่วนปลายที่เป็นรูปโค้งตรงส่วนปลายแต่ละแห่งและส่วน ปลายข้างหนึ่งและขอบของแผ่นวัสดุดังกล่าวก็จะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอที่ทอดยาวออกไป ในแนวเอียง
158. แผ่นวัสดุตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 155 โดยที่ แผ่นวัสดุดังกล่าวได้ถูกงอไปตามแนวการงอ
159. วิธีการงอแผ่นวัสดุที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้งอไปตามแนวการงอซึ่งประกอบ ด้วยขั้นตอนของ การสร้างรอยกรีดให้ทะลุผ่านแผ่นวัสดุโดยที่รอยกรีดดังกล่าวถูกกำหนด ตำแหน่งให้สัมพันธ์กับแนวการงอที่ต้องการและถูกวางโครงแบบเพื่อให้มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าว ไปตามแนวการงอโดยให้ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุทั้งหมดเป็นหลัก
160. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 159 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดที่มีส่วนปลายซึ่งส่วน ปลายดังกล่าวแต่ละแห่งจะกำหนดขอบเขตให้กับด้านหนึ่งของพื้นที่รอยต่อในการงอที่ทอดผ่าน แนวการงอไปในแนวเฉียง
161. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 159 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดไว้ในบริเวณใกล้กับ ขอบของแผ่นวัสดุเพื่อให้ขอบและส่วนปลายที่เป็นแนวโค้งของแผ่นวัสดุดังกล่าวกำหนดขอบเขตให้ กับพื้นที่รอยต่อในการงอ
162. วิธีการออกแบบแผ่นวัสดุสำหรับงอไปตามแนวการงอซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน ของ การวางโครงร่างให้กับรอยกรีดบนแผ่นวัสดุโดยที่รอยกรีดดังกล่าวถูก กำหนดตำแหน่งให้สัมพันธ์กับแนวการงอที่ต้องการและถูกวางโครงแบบเพื่อให้เกิดโครงสร้างขึ้น มาบนแผ่นวัสดุดังกล่าวโดยที่พื้นที่รอยต่อในการงอตรงส่วนปลายแต่ละข้างของรอยกรีดถูกวาง แนวเพื่อให้ขอบและผิวหน้าของแผ่นวัสดุดังกลาวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของ รอยกรีดระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าวระหว่างที่มีการงอแผ่นวัสดุดังกล่าวทั้งหมดเป็นหลัก
163. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 162 โดยที่ ขั้นตอนการวางโครงร่างดังกล่าวถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดดังกล่าว ขึ้นมาให้มีส่วนปลายซึ่งส่วนปลายดังกล่าวแต่ละแห่งจะทำให้เกิดพื้นที่รอยต่อในการงอที่ทอดผ่าน แนวการงอไปในแนวเฉียงในทิศที่เยื้องออกไปในด้านตรงข้ามซึ่งจะเบนเข้ามาจากรอยกรีดดังกล่าว บนด้านที่อยู่ไกลของแนวการงอ
164. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 163 โดยที่ ขั้นตอนการสร้างดังกล่าวถูกดำเนินการโดยการสร้างรอยกรีดขึ้นมาเป็นรอย กรีดที่เป็นแนวโค้งโดยมีด้านที่เป็นรูปโค้งนูนอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับแนวการงอมากที่สุด
165. วิธีการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ - การวางโครงร่างในการออกแบบผลิตภัณฑ์ในสองมิติโดยที่ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวจะถูกทำขึ้นจากแผ่นวัสดุแข็งที่ถูกพับและ - การออกแบบโครงแบบของรอยกรีดที่จะสร้างขึ้นมาในแผ่นวัสดุแข็งและ กำหนดตำแหน่งให้กับรอยกรีดดังกล่าวโดยที่รอยกรีดดังกล่าวจะถูกกำหนดตำแหน่งให้เยื้องออก ไปทางด้านข้างตามแนวการงอที่ต้องการโดยที่รอยกรีดดังกล่าวที่จะถูกวางโครงแบบเพื่อให้ขอบ แข็งของแผ่นวัสดุดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดระหว่างที่มีการงอ แผ่นวัสดุแข็งดังกล่าว
166. วิธีการออกแบบแผ่นวัสดุที่ไม่แตกร้าวเพื่อให้ถูกงอไปตามแนวการงอซึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนของ การวางโครงร่างให้กับรอยกรีดและพื้นที่รอยต่อในการงอบนส่วนปลายแต่ละ ข้างของรอยกรีดบนแผ่นวัสดุในลักษณะที่เมื่อมีการงอแผ่นวัสดุให้ทำมุมของความคมตามที่กำหนด ในแนวการงอ โครงสร้างขนาดจุลภาคของแผ่นวัสดุดังกล่าวก็จะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากเมื่อ เปรียบเทียบกับการงอแผ่นวัสดุให้มีมุมของความคมที่เท่ากันโดยใช้เทคนิคในการงอตามที่ใช้กันมา โดยทั่วไป
167. วิธีการตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิที่ 166 และขั้นตอนของ - การสร้างแผ่นวัสดุให้มีรอยกรีดและพื้นที่รอยต่อในการงอและ - การงอแผ่นวัสดุไปตามแนวการงอ
168. วิธีการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ - การวางโครงร่างในการออกแบบของผลิตภัณฑ์ในสองมิติโดยที่ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวจะถูกทำขึ้นจากแผ่นวัสดุแข็งที่ถูกพับและ - การออกแบบโครงแบบและการกำหนดตำแหน่งให้กับรอยกรีดที่จะถูก สร้างขึ้นมาในแผ่นวัสดุแข็งโดยที่รอยกรีดดังกล่าวจะถูกกำหนดตำแหน่งให้เยื้องออกไปทางด้าน ข้างตามแนวการงอที่ต้องการโดยที่รอยกรีดดังกล่าวที่จะถูกวางโครงแบบเพื่อให้ขอบแข็งของแผ่น วัสดุแข็งดังกล่าวประกบเข้าด้วยกันบนด้านที่อยู่ตรงข้ามกันของรอยกรีดดังกล่าวระหว่างที่มีการงอ แผ่นวัสดุแข็งดังกล่าว
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH65686A true TH65686A (th) | 2004-12-20 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| US6877349B2 (en) | Method for precision bending of sheet of materials, slit sheets fabrication process | |
| US9764539B2 (en) | Forming method for a honeycomb structure | |
| US8481143B2 (en) | Thick curved honeycomb core with minimal forming | |
| US7222511B2 (en) | Process of forming bend-controlling structures in a sheet of material, the resulting sheet and die sets therefor | |
| AU2001283574B2 (en) | Method for precision bending of a sheet of material and slit sheet therefor | |
| JP6430379B2 (ja) | 材料のシートを支持構造体に折り畳むための装置 | |
| KR20070112414A (ko) | 정밀하게 폴딩된 고강도 내피로성 구조체 및 이를 위한시트 | |
| JPH0471581B2 (th) | ||
| RU2099133C1 (ru) | Плоский структурный элемент, выполненная из него набивка и устройство для проведения массообменных и/или теплообменных процессов | |
| JP7178405B2 (ja) | 静的混合装置及び製造方法 | |
| US20210394954A1 (en) | Mesh container and method for producing a mesh container | |
| JP4625075B2 (ja) | 蒸留カラム | |
| KR102389221B1 (ko) | 비정형 평판부재 구조체, 비정형 평판부재 구조체용 조인트 및 비정형 평판부재 구조체용 조인트의 제조방법 | |
| JP2022523370A (ja) | 向流接触デバイス | |
| US5964528A (en) | Method of operating a mass exchange column, a heat exchange column or a static mixer using a packing composed of flat structural elements | |
| JP6827702B2 (ja) | 中空構造板および中空構造板の製造方法 | |
| RU2762029C1 (ru) | Способ изготовления многослойной несущей поверхности с дискретным заполнителем | |
| JP2005524535A (ja) | 三次元金属構造体の製造方法 | |
| EP1408242B1 (en) | Method for building cellular sandwich structure assemblies | |
| TWI305737B (en) | Precision-folded, high strength, fatigue-resistant structures, therefor and methods for their manufacturer | |
| JPH07214305A (ja) | 角パイプ部材の溶接結合構造 | |
| AU2015227542A1 (en) | A honeycomb structure and a forming method thereof | |
| JP2005343091A (ja) | 表紙部材およびその製造方法 | |
| TH79879A (th) | กระบวนการสำหรับขึ้นรูปโครงสร้างควบคุมการโค้งงอในแผ่นวัสดุ แผ่นวัสดุที่ได้ และชุดดายสำหรับสิ่งนั้น |