TH67332B - การพิสูจน์ว่ากระแสข้อมูลเป็นตัวจริง - Google Patents

การพิสูจน์ว่ากระแสข้อมูลเป็นตัวจริง

Info

Publication number
TH67332B
TH67332B TH1201000496A TH1201000496A TH67332B TH 67332 B TH67332 B TH 67332B TH 1201000496 A TH1201000496 A TH 1201000496A TH 1201000496 A TH1201000496 A TH 1201000496A TH 67332 B TH67332 B TH 67332B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
data
value
cryptographic
stream
frame
Prior art date
Application number
TH1201000496A
Other languages
English (en)
Other versions
TH120427A (th
Inventor
เบิม เรย์โนลด์
ฮอมม์ แดเนียล
ซีกเลอร์ โธมัส
ชิลด์บาช โวล์ฟกัง
แว็ทซ์เค่ โอลิเวอร์
ชุก ไมเคิล
วอลเทอร์ มาร์ติน
โกรเชล อเล็กซานเดอร์
เฮอริช ฮอลเกอร์
Original Assignee
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ นางสาวสนธยา สังขพงศ์
นางสาวสนธยา สังขพงศ์
Filing date
Publication date
Application filed by นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ นางสาวสนธยา สังขพงศ์, นางสาวสนธยา สังขพงศ์ filed Critical นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
Publication of TH120427A publication Critical patent/TH120427A/th
Publication of TH67332B publication Critical patent/TH67332B/th

Links

Abstract

DC60 (07/02/55) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเทคนิคสำหรับพิสูจน์ว่ากระแสข้อมูลเป็นตัวจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการแทรกตัวระบุเข้าไปในกระแสข้อมูล เช่น กระแสบิตที่ใช้ระบบดอลบี้พัลส์, AAC หรือ HE AAC และการพิสูจน์และตรวจสอบกระแสข้อมูลว่าเป็นตัวจริงโดยขึ้นอยู่กับตัวระบุ ดังกล่าว วิธีการและระบบสำหรับเข้ารหัสกระแสข้อมูลซึ่งประกอบด้วยกรอบข้อมูลหลายอันจะถูก บรรยายไว้ วิธีการจะประกอบด้วยขั้นตอนในการสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับของกรอบข้อมูลที่เรียง ตามลำดับในจำนวน N อันและสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะ ประกอบด้วยสารสนเทศสำหรับทำให้ได้กระแสข้อมูล จากนั้นวิธีการก็จะแทรกค่าที่ใช้เข้ารหัสลับเข้าไป ในกระแสข้อมูลซึ่งอยู่หลังจากกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน (รูปที่ 1) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเทคนิคสำหรับพิสูจน์ว่ากระแสข้อมูลเป็นตัวจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการแทรกตัวระบุเข้าไปในกระแสข้อมูล เช่น กระแสบิตที่ใช้ระบบดอลบี้พัลส์, AAC หรือ HE AAC และการพิสูจน์และตรวจสอบกระแสข้อมูลว่าเป็นตัวจริงโดยขึ้นอยู่กับตัวระบุ ดังกล่าว วิธีการและระบบสำหรับเข้ารหัสกระแสข้อมูลซึ่งประกอบด้วยกรอบข้อมูลหลายอันจะถูก บรรยายไว้ วิธีการจะประกอบด้วยขั้นตอนในการสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับของกรอบข้อมูลที่เรียง ตามลำดับในจำนวน N อันและสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะ ประกอบด้วยสารสนเทศสำหรับทำให้ได้กระแสข้อมูล จากนั้นวิธีการก็จะแทรกค่าที่ใช้เข้ารหัสลับเข้าไป ในกระแสข้อมูลซึ่งอยู่หลังจากกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน (รูปที่ 1)

Claims (9)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :------25/04/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 5 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. วิธีการเข้ารหัสกระแสข้อมูล (100) ชํ่งประกอบรวมด้วยกรอบ\'ข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) โดยที่วิธีการจะประกอบรวมด้วย - การสร้าง (207, 208, 209, 210) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรยงตามลำดับ N อัน (112) และสารสนเทศเกี่ยวลับโครงแบบโดยใช้แฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสลับ โดยที่มี N > 1 โดยที่ สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะประกอบรวมด้วยสารสนเทศลำหรับเล่นแสดงกระแสข้อมูล (100) โดยที่ การสร้าง (207,208,209,210)ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรืยงตามลำดับ N อัน (112) จะ ประกอบรวมด้วยการสร้าง (208) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูลที่เรืยงตามลำดับ N อัน แต่ละกรอบ (112) แบบเวียนชํ้าโดยใช้สภาวะเริ่มด้นของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางจนกระทั่งค่าที่ใช้ เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) ถูกสร้างขึ้น โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่าง กลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) จะแสดงแทนค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรยง ตามลำดับ N อัน (112) โดยที่สภาวะเริ่มด้นของกรอบข้อมูลที่หนง (103) ของกรอบข้อมูลที่เรยงตามลำดับ N อัน(112)จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สภาวะเริ่มด้น ของกรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) แต่ละกรอบจากในบรรดากรอบข้อมูลที่เรืยงตามลำดับ N อัน (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูล (103, 104) ของกรอบข้อมูลที่เรยงตามลำดับ จำนวน N กรอบ (112)ซํ่งน่าหน้ากรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เรยงตามลำดับ N อัน(112);และ -การแทรก (205) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122)ของกรอบข้อมูลที่เรยงตามลำดับ N อัน (112)เข้าไป ยังกรอบ (106) ของกระแสข้อมูล (100) ที่ตามหลังกรอบข้อมูลที่เรยงตามลำดับ N อัน (112) 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนี้ง โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) จะถูกแทรกเป็น หน่วยประกอบกระแสข้อมูล ; และโดยที่หน่วยประกอบกระแสข้อมูล จะเป็นหน่วย ประกอบทางวากยสัมพันธ์ของกรอบข้อมูล (106) ของกระแสข้อมูล (100) และโดยที่กระแสข้อมูล (100) จะเป็นกระแส MPEG4-AAC หรือ MPEG2-AAC 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 2 ข้อใดข้อหนี้ง โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะประกอบ รวมด้วยอย่างน้อยหนี้งอย่างดังต่อไปนี้ : หน้า2ของจำนวน5หน้า - ส่วนบ่งชี้อัตราการสุ่มตัวอย่าง; - ส่วนบ่งชี้โครงแบบช่องสัญญาณของระบบเขียนรหัสเสียง; - ส่วนบ่งชี้จำนวนตัวอย่างในกรอบข้อมูล (101, 102, 103, 104, 105, 106) 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 3 ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งประกอบรวมด้วย - การเลือก N โดยที่ว่ากรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับ N อัน (112) จะครอบคลุมให้ใกล้เคียงกับ ความยาวนานที่ตัดสินกำหนดไว้ล่วงหน้าของสัญญาณที่สอดคล้องกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อถูก เล่นกลับด้วยโครงแบบที่เหมาะสม 5. วิธีการสำหรับทวนสอบกระแสข้อมูล (100) ที่ตัวถอดรหัส (414) โดยที่กระแสข้อมูล (100) จะประกอบรวมด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) และค่าที่ใช้เข้ารหัสสับ (122) ที่เกี่ยวเนื่องกับกรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับค่อนหน้า N อัน (112) โดยที่มี N >1โดยที่วิธีการ จะประกอบ รวมด้วย -การสร้าง (308) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองของกรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับ N อัน (112) และ สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบโดยใช้แฮชฟ้งก์ชันที่ใช้เข้ารหัสสับ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะ ประกอบรวมด้วยสารสนเทศสำหรับเล่นแสดงกระแสข้อมูล(100)โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสสับค่าที่ สองของกรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับ N อัน (112) จะประกอบรวมด้วยการสร้าง (208) ค่าที่ใช้เข้ารหัสสับ ค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับ N อันแต่ละกรอบ (112)แบบเวียนซํ้าโดยใช้ สภาวะเริ่มด้นของค่าที่ใช้เข้ารหัสสับระหว่างกลางจนกระทั่งค่าที่ใช้เข้ารหัสสับค่าที่สองระหว่างกลางของ กรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) ถูกสร้างขึ้น โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสสับค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูล ลำดับที่ N (105) จะแสดงแทนค่าที่ใช้เข้ารหัสสับค่าที่สองของกรอบข้อมูลที่เรยงตามลำดับ N อัน (112) โดยที่สภาวะเริ่มด้นของกรอบข้อมูลที่หนึ่ง (103)ของกรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับ N อัน (112) จะเป็น ค่าที่ใช้เข้ารหัสสับค่าที่สองระหว่างกลางของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สภาวะเริ่มด้นของกรอบ ข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105)ของกรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับ N อัน (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสสับ ค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูล (103, 104) ของกรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับ N อัน(112) ซึ่ง นำหน้ากรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เวียงตามลำดับ N อัน(112); - การดึง (307) ค่าที่ใช้เข้ารหัสสับ (122) จากกรอบข้อมูล (106) ของกระแสข้อมูล (100); และ - การเปรียบเทียบ (309) ค่าที่ใช้เข้ารหัสสับ (122) กับค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สอง หน้า 3 ของจำนวน 5 หน้า 6. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 5 โดยที่กระแสข้อมูล (100) จะเป็นกระแส MPEG4-AAC หรือ MPEG2-AAC โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) จะถูกดึงจากหน่วยประกอบกระแสข้อมูล ; และ โดยที่หน่วยประกอบกระแสข้อมูล จะเป็นหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์ของกรอบข้อมูล (106) ของกระแสข้อมูล (100) 7. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 5 หรือ 6 โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (112) จะถูกสร้างขึ้นโดยการ คำนวณค่า HMAC-MD5 (รหัสพสูจน์ยืนยันข้อความแฮช) เป็นเวอร์ชั่นดัดเศษของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ยาว ขึ้น และโดยที่การสร้าง (308) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองจะประกอบรวมดัวยการดัดเศษค่าที่ใช้เข้ารหัส ลับค่าที่สอง 8. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 7 โดยที่ความยาวของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะเท่ากับ 16, 24, 32, 48, 64, 80, 96 หรือ 112 บิต และโดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองจะถูกดัดเศษให้เป็นความยาวของค่าที่ใช้ เข้ารหัสลับ 9. กระแสข้อมูล (100) ซื่งประกอบรวมด้วยค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ที่ถูกสร้างขึ้นและแทรกตาม วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 4 ข้อใดข้อหนึ่ง 1 0. ตัวเข้ารหัส (404) ที่สามารถปฎิบํติการเพื่อเข้ารหัสกระแสข้อมูล (100) ชื่งประกอบรวมด้วย กรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) โดยที่ตัวเข้ารหัส (404) จะประกอบรวมด้วย ตัวประมวลผลที่สามารถปฎิบิติการเพื่อ -สร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรืยงตามลำดับ N อัน (112) และ สารสนเทศ เกี่ยวกับโครงแบบโดยใช้แฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสลับโดยที่มี N > 1 โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ จะประกอบรวมด้วยสารสนเทศลำหรับเล่นแสดงกระแสข้อมูล (11) โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรืยงตามลำดับ N อัน (112) จะประกอบรวมด้วยการสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ ระหว่างกลางของกรอบข้อมูลที่เรืยงตามลำดับ N อัน แต่ละกรอบ (112) แบบเวียนชํ้าโดยใช้สภาวะเริ่มด้น ของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางจนกระทั่งค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) ถูกสร้างขึ้น โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) จะแสดงแทน ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122)ของกรอบข้อมูลที่เรืยงตามลำดับ N อัน (112)โดยที่สภาวะเริ่มด้นของกรอบ ข้อมูลที่หนึ่ง (103) ของกรอบข้อมูลที่เรืยงตามลำดับ N อัน (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลาง ของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สภาวะเริ่มด้นของกรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของ หน้า4ของจำนวน5หน้า กรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูล (103, 104) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน(112) ซึ่งนำหน้ากรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบ1ข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน (112); และ - แทรกค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) เข้าไปในกรอบ (106) ของกระแสข้อมูล (100) ที่ตามหลังกรอบ ข้อมูลที่เรียงตามลำดับ Nอัน (112) 1 1. ตัวถอดรหัส (414) ที่สามารถปฎิบ้ติการเพื่อทวนสอบกระแส1ข้อมูล (100) ซึ่งประกอบรวม ด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) และค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ที่เกี่ยวเนื่องอับ กรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน ก่อนหน้านี้ (112) โดยที่มี N > 1 โดยที่ตัวถอดรหัส (414) จะประกอบ รวมด้วยตัวประมวลผสที่สามารถปฎิบ้ติการเพื่อ -สร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองของกรอบข้อมูลที่เรยงตามลำดับ N อัน (112)และสารสนเทศ เกี่ยวกับโครงแบบโดยใช้แฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสลับ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะประกอบรวม ด้วยสารสนเทศลำหรับเล่นแสดงกระแสข้อมูล (100) โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองของกรอบ ข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน (112) จะประกอบรวมด้วยการสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่าง กลางของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน แต่ละกรอบ (112) แบบเวียนซํ้าโดยใช้สภาวะเริ่มด้นของ ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางจนกระทั่งค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับ ที่ N (105) ถูกสร้างขึ้น โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) จะแสดงแทนค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองของกรอบข้อมูลที่เริ่ยงตามลำดับ N อัน (112) โดยที่สภาวะ เริ่มด้นของกรอบข้อมูลที่หนื่ง (103) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัส ลับค่าที่สองระหว่างกลางของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สภาวะเริ่มด้นของกรอบข้อมูลที่ ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน(112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สอง ระหว่างกลางของกรอบข้อมูล (103, 104) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน (112)ซึ่งนำหน้ากรอบ ข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน (112); - ดึงค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) จากกรอบข้อมูล (106) ของกระแสข้อมูล (100); และ - เปรียบเทียบค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) กับค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สอง 1 2. กล่องรับสัญญาณหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้หรือคอมพิวเตอร์ลำหรับถอดรหัส กระแสข้อมูล (100) ที่ได้รับมาซึ่งประกอบรวมด้วยสัญญาณเสียง โดยที่กล่องรับสัญญาณหรืออุปกรณ์ หน้า 5 ของจำนวน 5 หน้า อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้หรือคอมพิวเตอร์จะประกอบรวมด้วยตัวถอดรหัส (414) ตามข้อถือสิทธิ 11 สำหรับทวนสอบกระแสข้อมูล (100) ที่ได้รับมา 1 3. ระบบแพร่สัญญาณ (500) สำหรับส่งผ่านกระแสข้อมูล (100) ซึ่งประกอบรวมด้วย สัญญาณเสียง โดยที่ระบบแพร่สัญญาณ (500) ประกอบรวมด้วยตัวเข้ารหัส (404) ตามข้อถือสิทธิ 10 1 4. วิธีการสำหรับเชื่อมกระแสบิตที่หนึ๋งและที่สอง (501, 502) เข้าด้วยกันซํ่งแต่ละกระแส ประกอบรวมด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) และค่าที่ใช้เข้ารหัสสับ (122) ที่เกี่ยวเนื่องกับกรอบข้อมูล (101, 102, 103, 104, 105, 106) ในจำนวนที่กำหนดให้ โดยที่วิธีการจะ ประกอบรวมด้วย - การสร้างกระแสบิตที่เชื่อมเข้าด้วยกัน (505) จากกระแส\'บิตที่หนื่งและที่สอง (501, 502) โดยที่ กระแสบิตที่เชื่อมเข้าด้วยกัน (505) จะประกอบรวมด้วยอย่างน้อยส่วนหนื่งของกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) จากกระแสบิตที่หนื่งและที่สอง (501, 502) และประกอบรวมด้วยค่าที่ใช้ เข้ารหัสสับ (122) ที่ถูกสร้างขึ้นและแทรกตามวิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 4 ข้อใดข้อหนื่ง 1 5. ตัวต่อเข้า (504) ที่สามารถปฎิบํตการเพื่อเชื่อมกระแสบิตที่หนื่งและที่สอง (501, 502) เข้า ด้วยกันซึ่งแต่ละกระแสจะประกอบรวมด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) และค่าที่ใช้เข้ารหัสสับ (122) ที่เกี่ยวเนื่องกับกรอบข้อมูล (101, 102, 103, 104, 105, 106) ในจำนวนที่ กำหนดให้ โดยที่ตัวต่อเข้า (504) จะประกอบรวมด้วย - ตัวเข้ารหัส (404) ตามข้อถือสิทธิ 10 สำหรับเข้ารหัสกรอบข้อมูลลุ(ดท้ายของกระแสบิตที่หนื่ง (501) และกรอบข้อมูลที่หนื่งของกระแสบิตที่สอง (502) ------------ แก้ไข 14/03/2560 1. วิธีการเข้ารหัสกระแสข้อมูล (100) ซึ่งประกอบรวมด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) โดยที่วิธีการจะประกอบรวมด้วย - การสร้าง (207, 208, 209, 210) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ จำนวน N กรอบ (112) และสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบโดยใช้แฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสลับ โดยที่มี N > 1 โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะประกอบรวมด้วยสารสนเทศสำหรับเล่นแสดงกระแสข้อมูล (100) โดยที่การสร้าง (207, 208, 209, 210) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ จำนวน N กรอบ (112) จะประกอบรวมด้วยการสร้าง (208) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อ มูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบแต่ละกรอบ (112) แบบเวียนซ้ำโดยใช้สภาวะเริ่มต้นของค่าที่ใช้เข้า รหัสลับระหว่างกลางจนกระทั่งค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) ถูกสร้าง ขึ้น โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) จะแสดงแทนค่าที่ใช้เข้ารหัส ลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) โดยที่สภาวะเริ่มต้นของกรอบข้อมูลที่ หนึ่ง (103) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่าง กลางของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สภาวะเริ่มต้นของกรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) แต่ ละกรอบจากในบรรดากรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ ระหว่างกลางของกรอบข้อมูล (103, 104) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) ซึ่งนำ หน้ากรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112); และ - การแทรก (205) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) เข้าไปยังกรอบ (106) ของกระแสข้อมูล (100) ที่ตามหลังกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) จะถูกแทรกเป็น หน่วยประกอบกระแสข้อมูล ; และโดยที่หน่วยประกอบกระแสข้อมูล จะเป็นหน่วย ประกอบทางวากยสัมพันธ์ของกรอบข้อมูล (106) ของกระแสข้อมูล (100) และโดยที่กระแสข้อมูล (100) จะเป็นกระแส MPEG4-AAC หรือ MPEG2-AAC 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 2 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะประกอบ รวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งอย่างดังต่อไปนี้ : - ส่วนบ่งชี้อัตราการสุ่มตัวอย่าง; - ส่วนบ่งชี้โครงแบบช่องสัญญาณของระบบเขียนรหัสโสต; - ส่วนบ่งชี้จำนวนตัวอย่างในกรอบข้อมูล (101, 102, 103, 104, 105, 106) 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 3 ข้อใดข้อหนื่งซึ่งประกอบรวมด้วย - การเลือก N โดยที่ว่ากรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะครอบคลุมให้ ใกล้เคียงกับความยาวนานที่ตัดสินกำหนดได้ล่วงหน้าของสัญญาณที่สอดคล้องกันมากที่สุดเท่าที่จะ เป็นไปได้เมื่อถูกเล่นกลับด้วยโครงแบบที่เหมาะสม 5. วิธีการสำหรับทวนสอบกระแสข้อมูล (100) ที่ตัวถอดรหัส (414) โดยที่กระแสข้อมูล (100) จะประกอบรวมด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) และค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ที่เกี่ยวเนื่องกับกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับก่อนหน้าจำนวน N กรอบ (112) โดยที่มี N >1 โดยที่วิธีการ จะประกอบรวมด้วย - การสร้าง (308) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) และสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบโดยใช้แฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสสับ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับ โครงแบบจะประกอบรวมด้วยสารสนเทศสำหรับเล่นแสดงกระแสข้อมูล (100) โดยที่การสร้างค่าที่ใช้ เข้ารหัสลับค่าที่สองของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะประกอบรวมด้วยการสร้าง (208) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบแต่ละ กรอบ (112) แบบเวียนซ้ำโดยใช้สภาวะเริ่มต้นของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางจนกระทั่งค่าที่ใช้ เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) ถูกสร้างขึ้น โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ ค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) จะแสดงแทนค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองของ กรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) โดยที่สภาวะเริ่มต้นของกรอบข้อมูลที่หนึ่ง (103) ของ กรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของ สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สภาวะเริ่มต้นของกรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบ ข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบ ข้อมูล (103, 104) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) ซึ่งนำหน้ากรอบข้อมูลที่ ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112); - การดึง (307) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) จากกรอบข้อมูล (106) ของกระแสข้อมูล (100); และ - การเปรียบเทียบ (309) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) กับค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สอง 6. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 5 โดยที่กระแสข้อมูล (100) จะเป็นกระแส MPEG4-AAC หรือ MPEG2-AAC โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) จะถูกดึงจากหน่วยประกอบกระแสข้อมูล ; และโดย ที่หน่วยประกอบกระแสข้อมูล จะเป็นหน่วยประกอบทางวากยสัมพันธ์ของกรอบข้อมูล (106) ของกระแสข้อมูล (100) 7. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 5 หรือ 6 โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (112) จะถูกสร้างขึ้นโดยการ คำนวณค่า HMAC-MD5 (รหัสพิสูจน์ยืนยันข้อความแฮช) เป็นเวอร์ชั่นตัดเศษของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ยาว ขึ้น และโดยที่การสร้าง (308) ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองจะประกอบรวมด้วยการตัดเศษค่าที่ใช้เข้ารหัส ลับค่าที่สอง 8. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 7 โดยที่ความยาวของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะเท่ากับ 16, 24, 32, 48, 64, 80, 96 หรือ 112 บิต และโดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองจะถูกตัดเศษให้เป็นความยาวของค่าที่ใช้เข้า รหัสลับ 9. กระแสข้อมูล (100) ซึ่งประกอบรวมด้วยค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ที่ถูกสร้างขึ้นและแทรกตาม วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 4 ข้อใดข้อหนึ่ง 1 0. ตัวเข้ารหัส (404) ที่สามารถปฏิบัติการเพื่อเข้ารหัสกระแสข้อมูล (100) ซึ่งประกอบรวมด้วย กรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) โดยที่ตัวเข้ารหัส (404) จะประกอบรวมด้วยตัว ประมวลผลที่สามารถปฏิบัติการเพื่อ - สร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) และ สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบโดยใช้แฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสลับโดยที่มี N > 1 โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับ โครงแบบจะประกอบรวมด้วยสารสนเทศสำหรับเล่นแสดงกระแสข้อมูล (11) โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้า รหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะประกอบรวมด้วยการสร้างค่าที่ ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบแต่ละกรอบ (112) แบบเวียน ซ้ำโดยใช้สภาวะเริ่มต้นของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางจนกระทั่งค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลาง ของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) ถูกสร้างขึ้น โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูลลำดับ ที่ N (105) จะแสดงแทนค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) โดยที่สภาวะเริ่มต้นของกรอบข้อมูลที่หนึ่ง (103) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สภาวะเริ่มต้นของกรอบ ข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้า รหัสลับระหว่างกลางของกรอบข้อมูล (103, 104) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) ซึ่งนำหน้ากรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112); และ - แทรกค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) เข้าไปในกรอบ (106) ของกระแสข้อมูล (100) ที่ตามหลังกรอบ ข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) 1 1. ตัวถอดรหัส (414) ที่สามารถปฏิบัติการเพื่อทวนสอบกระแสข้อมูล (100) ซึ่งประกอบรวม ด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) และค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ที่เกี่ยวเนื่องกับ กรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบก่อนหน้านี้ (112) โดยที่มี N > 1 โดยที่ตัวถอดรหัส (414) จะ ประกอบรวมด้วยตัวประมวลผลที่สามารถปฏิบัติการเพื่อ - สร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) และ สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบโดยใช้แฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสลับ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะ ประกอบรวมด้วยสารสนเทศสำหรับเล่นแสดงกระแสข้อมูล (100) โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสกับค่าที่ สองของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะประกอบรวมด้วยการสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัส ลับค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบแต่ละกรอบ (112) แบบเวียน ซ้ำโดยใช้สภาวะเริ่มต้นของค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางจนกระทั่งค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่าง กลางของกรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) ถูกสร้างขึ้น โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของ กรอบข้อมูลลำดับที่ N (105) จะแสดงแทนค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ จำนวน N กรอบ (112) โดยที่สภาวะเริ่มต้นของกรอบข้อมูลที่หนึ่ง (103) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ จำนวน N กรอบ (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สภาวะเริ่มต้นของกรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) จะเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สองระหว่างกลางของกรอบข้อมูล (103, 104) ของกรอบข้อมูล ที่เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112) ซึ่งนำหน้ากรอบข้อมูลที่ตามหลังมา (104, 105) ของกรอบข้อมูลที่ เรียงตามลำดับจำนวน N กรอบ (112); - ดึงค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) จากกรอบข้อมูล (106) ของกระแสข้อมูล (100); และ - เปรียบเทียบค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) กับค่าที่ใช้เข้ารหัสลับค่าที่สอง 1 2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกปรับเพื่อดำเนินการบนตัวประมวลผลและดำเนินการขั้นตอนใน วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 8 ข้อใดข้อหนึ่งเมื่อดำเนินการบนอุปกรณ์คิดคำนวณ 1 3. สื่อจัดเก็บซึ่งประกอบรวมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกปรับเพื่อดำเนินการบนตัวประมวล ผลและเพื่อดำเนินการขั้นตอนในวิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 8 ข้อใดข้อหนึ่งเมื่อดำเนินการบนอุปกรณ์คิด คำนวณ 1 4. กล่องรับสัญญาณหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้หรือคอมพิวเตอร์สำหรับถอดรหัส กระแสข้อมูล (100) ที่ได้รับมาซึ่งประกอบรวมด้วยสัญญาณโสต โดยที่กล่องรับสัญญาณหรืออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้หรือคอมพิวเตอร์จะประกอบรวมด้วยตัวถอดรหัส (414) ตามข้อถือสิทธิ 11 สำหรับทวนสอบกระแสข้อมูล (100) ที่ได้รับมา 1 5. ระบบแพร่สัญญาณ (500) สำหรับส่งผ่านกระแสข้อมูล (100) ซึ่งประกอบรวมด้วยสัญญาณ โสต โดยที่ระบบแพร่สัญญาณ (500) ประกอบรวมด้วยตัวเข้ารหัส (404) ตามข้อถือสิทธิ 10 1 6. วิธีการสำหรับเชื่อมกระแสบิตที่หนึ่งและที่สอง (501, 502) เข้าด้วยกันซึ่งแต่ละกระแส ประกอบรวมด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) และค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ (122) ที่ เกี่ยวเนื่องกับกรอบข้อมูล (101, 102, 103, 104, 105, 106) ในจำนวนที่กำหนดให้ โดยที่วิธีการจะประกอบ รวมด้วย - การสร้างกระแสบิตที่เชื่อมเข้าด้วยกัน (505) จากกระแสบิตที่หนึ่งและที่สอง (501, 502) โดยที่ กระแสบิตที่เชื่อมเข้าด้วยกัน (505) จะประกอบรวมด้วยอย่างน้อยส่วนหนึ่งของกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) จากกระแสบิตที่หนึ่งและที่สอง (501, 502) และประกอบรวมด้วยค่าที่ใช้ เข้ารหัสลับ (122) ที่ถูกสร้างขึ้นและแทรกตามวิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 4 ข้อใดข้อหนึ่ง 1 7. ตัวต่อเข้า (504) ที่สามารถปฏิบัติการเพื่อเชื่อมกระแสบิตที่หนึ่งและที่สอง (501, 502) เข้าด้วย กันซึ่งแต่ละกระแสจะประกอบรวมด้วยกรอบข้อมูลหลายกรอบ (101, 102, 103, 104, 105, 106) และค่าที่ ใช้เข้ารหัสลับ (122) ที่เกี่ยวเนื่องกับกรอบข้อมูล (101, 102, 103, 104, 105, 106) ในจำนวนที่กำหนดให้ โดยที่ตัวต่อเข้า (504) จะประกอบรวมด้วย - ตัวเข้ารหัส (404) ตามข้อถือสิทธิ 10 สำหรับเข้ารหัสกรอบข้อมูลสุดท้ายของกระแสบิตที่หนึ่ง (501) และกรอบข้อมูลที่หนึ่งของกระแสบิตที่สอง (502) -------------------- 1. วิธีการเข้ารหัสกระแสข้อมูลซึ่งประกอบด้วยกรอบข้อมูลหลายอัน โดยที่วิธีการจะ ประกอบด้วย - การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับในจำนวน N อันและสารสนเทศ เกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะประกอบด้วยสารสนเทศสำหรับทำให้ได้กระแส ข้อมูล และ - การแทรกค่าที่ใช้เข้ารหัสลับเข้าไปในกระแสข้อมูลซึ่งอยู่หลังจากกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน 2. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 โดยที่วิธีการยังประกอบด้วย - การจัดกลุ่มกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับในจำนวน N อันเพื่อสร้างข้อความที่หนึ่ง และ - การจัดกลุ่มข้อความที่หนึ่งที่มีสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบเพื่อสร้างข้อความที่สอง โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะถูกสร้างจากข้อความที่สอง 3. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะประกอบด้วย-การสร้าง ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบที่เรียงตามลำดับ N อันอัน ใดอันหนึ่ง 4. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะประกอบด้วย - การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของกรอบที่เรียงตามลำดับ N อันแต่ละอันในลักษณะ เวียนซ้ำโดยใช้สภาวะเริ่มต้น โดยที่สภาวะเริ่มต้นเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับระหว่างกลางของการเวียนซ้ำ ก่อนหน้านี้ 5. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 4 โดยที่สภาวะเริ่มต้นของการเวียนซ้ำที่หนึ่งเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัส ลับระหว่างกลางของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ 6. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 5 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่จำนวนกรอบ N จะมากกว่าหนึ่งอัน 7. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 6 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่กรอบข้อมูลจะเป็นกรอบวีดิทัศน์ และ/หรือเสียง 8. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 7 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่กรอบข้อมูลจะเป็นกรอบที่ใช้ ระบบดอลบี้พัลส์, AAC หรือ HE-AAC 9. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 8 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ จะประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้อย่างน้อยสิ่งหนึ่ง - ส่วนบ่งชี้อัตราการสุ่มตัวอย่าง - ส่วนบ่งชี้โครงแบบช่องสัญญาณของระบบเข้ารหัสเสียง - ส่วนบ่งชี้จำนวนตัวอย่างในกรอบข้อมูล 1 0. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะถูกสร้างขึ้น โดยใช้ค่าหลักและแฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสลับ 1 1. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 10 โดยที่ขั้นตอนในการสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะประกอบด้วย - การคำนวณค่า HMAC-MD5 ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับในจำนวน N อันและสารสนเทศ เกี่ยวกับโครงแบบ 1 2. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 11 โดยที่ขั้นตอนในการสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะประกอบด้วย - การตัดยอดค่า HMAC-MD5 เพื่อให้ได้ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับ 1 3. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 12 โดยที่ค่า HMAC-MD5 จะถูกตัดยอดเป็น 16, 24, 32, 48, 64, 80, 96 หรือ 112 บิต 1 4. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 13 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับของกรอบข้อมูล ที่เรียงตามลำดับ N อันจะถูกแทรกเข้าไปในกรอบข้อมูลถัดไป 1 5. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 14 ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งยังประกอบด้วย - การแทรกส่วนบ่งชี้การปรับจังหวะซึ่งอยู่หลังจากรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน โดยที่ส่วน บ่งชี้การปรับจังหวะจะบ่งชี้ว่าค่าที่ใช้เข้ารหัสลับได้ถูกแทรกเข้า 1 6. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ - กระแสข้อมูลจะเป็นกระแส MPEG4-AAC หรือ MPEG2-AAC และ - ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับถูกแทรกในรูปองค์ประกอบกระแสข้อมูล 1 7. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 16 โดยที่องค์ประกอบกระแสข้อมูล จะถูกแทรกตรง ปลายของกรอบก่อนองค์ประกอบ 1 8. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 16 หรือ 17 โดยที่เนื้อหาขององค์ประกอบกระแสข้อมูล จะถูกเรีงให้ตรงกับขอบเขตไบท์ของกระแสข้อมูล 1 9. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 18 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ขั้นตอนสำหรับสร้างและแทรกค่า ที่ใช้เข้ารหัสลับจะถูกทำซ้ำสำหรับบล็อกหลายอันของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน 2 0. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 19 โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับของบล็อกของกรอบข้อมูลที่เรียง ตามลำดับ N อันจะถูกสร้างบนล็อกของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อันซึ่งประกอบด้วยค่าที่ใช้ เข้ารหัสลับของบล็อกก่อนหน้านี้ของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน 2 1. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 20 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย - การเลือก N โดยที่กรอบที่เรียงตามลำดับ N อันจะครอบคลุมให้ใกล้เคียงกับความยาวนาน ที่กำหนดไว้แล้วของสัญญาณที่สอดคล้องกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อถูกเล่นโครงแบบ ที่เหมาะสม 2 2. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 21 ซึ่งประกอบด้วย - การเลือก N โดยที่ความยาวนานที่กำหนดไว้แล้วไม่มากเกิน 2 3. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 21 หรือ 22 โดยที่ความยาวนานที่กำหนดไว้แล้วอยู่ที่ 0.5 วินาที 2 4. วิธีการดังระบุุในข้อถือสิทธิ 7 ซึ่งยังประกอบด้วย - การโต้ตอบกับวีดิทัศน์และ/หรือเครื่องเข้ารหัสเสียงของกระแสข้อมูล 2 5. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 24 โดยที่การโต้ตอบกับวีดิทัศน์และ/หรือเครื่องเข้ารหัสเสียง ของกระแสข้อมูลจะประกอบด้วย - การตั้งอัตราบิตสูงสุดสำหรับวีดิทัศน์และ/หรือเครื่องเข้ารหัสเสียง โดยที่อัตราบิตของกระแส ข้อมูลที่ประกอบด้วยค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจะไม่มากเกินค่าที่ตัดสินกำหนดไว้แล้ว 2 6. วิธีการสำหรับตรวจสอบกระแสข้อมูลที่เครื่องถอดรหัส โดยที่กระแสข้อมูลจะประกอบด้วย กรอบข้อมูลหลายอันและค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ความคู่มากับกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับที่นำหน้ามาใน จำนวน N อัน โดยที่วิธีการจะประกอบด้วย - การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจากกระแสข้อมูล และ - การเปรียบเทียบค่าที่ใช้เข้ารหัสลับกับค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สอง 2 7. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 26 ซึ่งยังประกอบด้วย - การดึงกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อันเพื่้อสร้างข้อความที่หนึ่ง - การจัดกลุ่มข้อความที่หนึ่งที่มีสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบเพื่อสร้างข้อความที่สอง โดยที่ค่าที่่ใช้เข้ารหัสลับที่สองจะถูกสร้างจากข้อความที่สอง 2 8. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 26 โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สองจะประกอบด้วย - การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สองระหว่างกลางของกรอบที่เรียงตามลำดับ N อันอันใดอันหนึ่ง 2 9. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 26 โดยที่การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สองจะประกอบด้วย - การสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สองระหว่างกลางของกรอบที่เรียงตามลำดับ N อันแต่ละอัน ในลักษณะเวียนซ้ำโดยใช้สภาวะเริ่มต้น โดยที่สภาวะเริ่มต้นเป็นค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สองระหว่างกลาง ของการเวียนซ้ำก่อนหน้านี้ 3 0. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 29 โดยที่สภาวะเริ้มต้นของการเวียนซ้ำที่หนึ่งจะเป็นค่าที่ใช้ เข้ารหัสลับที่สองระหว่างกลางของสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ 3 1. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 26 ถึง 30 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่กระแสข้อมูลจะประกอบด้วย กรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อันหลายอันและค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ควบคู่มาและโดยที่วิธีการยัง ประกอบด้วยขั้นตอนในการ - ตัดสินกำหนดจำนวน N ในรูปจำนวนกรอบระหว่างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่มาตามหลังสองค่า 3 2. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 26 ถึง 31 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับได้ถูกสร้างขึ้น ที่เครื่องเข้ารหัสที่สอดคล้องกันจากกรอบข้อมูลที่เรีงตามลำดับ N อัน และสารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบ ตามวิธีการที่สอดคล้องกับวิธีการที่ถูกใช้สำหรับสร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สอง 3 3. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 32 โดยที่ - ค่าที่ใช้เข้ารหัสลับและค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สองจะถูกสร้างขึ้นโดยใช้ค่าหลักที่มีลักษณะพิเศษ เฉพาะและแฮชฟังก์ชันที่ใช้เข้ารหัสลับที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ 3 4. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 26 ถึง 33 ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งยังประกอบด้วย - การตั้งตัวบ่งชี้ถ้าค่าที่ใช้เข้ารหัสลับสอดคล้องกับค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สอง และ - การจัดให้มีการบ่งชี้ด้วยภาพถ้ามีการตั้งตัวบ่งชี้ 3 5. วิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 26 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งยังประกอบด้วย - การลบตัวบ่งชี้ถ้าค่าที่ใช้เข้ารหัสลับไม่สอดคล้องกับค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สองหรือถ้าไม่มีค่าที่ใช้ เข้ารหัสลับที่สามารถจะถูกดึงจากกระแสข้อมูล 3 6. กระแสข้อมูลซึ่งประกอบด้วยค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ถูกสร้างและแทรกตามวิธีการดังระบุ ในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 25 ข้อใดข้อหนึ่ง 3 7. เครื่องเข้ารหัสที่สามารถใช้ได้กับการเข้ารหัสกระแสข้อมูลซึ่งประกอบด้วยกรอบข้อมูล หลายอัน โดยที่เครื่องเข้ารหัสจะประกอบด้วยตัวประมวลผลที่สามารถใช้ได้กับการ - สร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับในจำนวน N อันและสารสนเทศ เกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับโครงแบบจะประกอบด้วยสารสนเทศสำหรับทำให้ได้กระแส ข้อมูล และ - แทรกค่าที่ใช้เข้ารหัสเข้าไปในกระแสข้อมูลซึ่งอยู่หลังจากกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับ N อัน 3 8. เครื่องถอดรหัสที่สามารถใช้ได้กับการตรวจสอบกระแสข้อมูลซึ่งประกอบด้วยกรอบข้อมูล หลายอันและค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ควบคู่มากับกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับที่นำหน้ามาในจำนวน N อัน โดยที่เครื่องถอดรหัสจะประกอบด้วยตัวประมวลผลที่สามารถใช้ได้กับการ - สร้างค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สองของกรอบข้อมูลที่เรียงตามลำดับในจำนวน N อันและสารสนเทศ เกี่ยวกับโครงแบบ โดยที่สารสนเทศเกี่ยวกับ โครงแบบจะประกอบด้วยสารสนเทศสำหรับทำให้ได้ข้อมูล - ดึงค่าที่ใช้เข้ารหัสลับจากกระแสข้อมูล และ - เปรียบเทียบค่าที่ใช้เข้ารหัสลับกับค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่สอง 3 9. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกปรับสำหรับดำเนินการบนตัวประมวลผลและสำหรับดำเนินการ ขั้นตอนวิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 35 ข้อใดข้อหนึ่งเมื่อดำเนินการบนอุปกรณ์คิดคำนวณ 4 0. สื่อจัดเก็บซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกปรับสำหรับดำเนินการบนตัว ประมวลผลและสำหรับดำเนินการขั้นตอนวิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 35 ข้อใดข้อหนึ่งเมื่อถูก ดำเนินการบนอุปกรณ์คิดคำนวณ 4
1. ผลิตภัณฑ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วยคำสั่งที่ดำเนินการได้สำหรับดำเนินวิธีการ ดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 35 ข้อใดข้อหนึ่งเมื่อดำเนินการบนคอมพิวเตอร์ 4
2. กล่องรับสัญญาณสำหรับถอดรหัสกระแสข้อมูลที่ได้รับซึ่งประกอบด้วยสัญญาณเสียง โดยที่กล่องรับสัญญาณจะประกอบด้วยเครื่องถอดรหัสตามข้อถือสิทธิ 38 สำหรับตรวจสอบกระแส ข้อมูลที่ได้รับ 4
3. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้สำหรับถอดรหัสกระแสข้อมูลที่ได้รับซึ่งประกอบด้วย สัญญาณเสียง โดยที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้จะประกอบด้วยเครื่องถอดรหัสตามข้อถือสิทธิ 38 สำหรับตรวจสอบกระแสข้อมูลที่ได้รับ 4
4. คอมพิวเตอร์สำหรับถอดรหัสกระแสข้อมูลที่ได้รับซึ่งประกอบด้วยสัญญาณเสียง โดยที่ คอมพิวเตอร์จะประกอบด้วยเครื่องถอดรหัสตามข้อถือสิทธิ 38 สำหรับตรวจสอบกนะแสข้อมูลที่ได้รับ 4
5. ระบบแพร่สัญญาณสำหรับส่งผ่านกระแสข้อมูลซึ่งประกอบด้วยสัญญาณเสียง โดยที่ระบบ แพร่สัญญาณและประกอบด้วยเครื่องเข้ารหัสตามข้อถือสิทธิ 37 4
6. วิธีการสำหรับเชื่อมกระแสบิตที่หนึ่งและที่สองเข้าด้วยกัน โดยที่แต่ละกระแสจะ ประกอบด้วยกรอบข้อมูลหลายอันและค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ควบคู่มากับจำนวนของกรอบข้อมูลที่ กำหนดให้ โดยที่วิธีการจะประกอบด้วย - การสร้างกระแสบิตที่เชื่อมเข้าด้วยกันจากกระแสบิตที่หนึ่งและที่สอง โดยที่กระแสบิตที่เชื่อม เข้าด้วยกันจะประกอบด้วยอย่างน้อยส่วนหนึ่งของกรอบข้อมูลหลายอันจากกระแสบิตที่หนึ่งและที่สอง และประกอบด้วยค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ถูกสร้างและแทรกตามวิธีการดังระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 35 ข้อใดข้อหนึ่ง 4
7. ตัวฟั่นต่อที่สามารถใช้ได้กับการเชื่อมกระแสบิตที่หนึ่งและที่สองเข้าด้วยกัน โดยที่แต่ละ กระแสจะประกอบด้วยกรอบข้อมูลหลายอันและค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ควบคู่มากับจำนวนของกรอบข้อมูล ที่กำหนดให้ โดยที่ตัวฟั่นต่อจะประกอบด้วย - เครื่องเข้ารหัสตามข้อถือสิทธิ 37 สำหรับเข้ารหัสกรอบสุดท้ายของกระแสบิตที่หนึ่งและกรอบ ที่หนึ่งของกระแสบิตที่สอง 4
8. ตัวฟั่นต่อดังระบุในข้อถือสิทธิ 47 ซึ่งยังประกอบด้วย - หน่วยส่งต่อสำหรับส่งต่อกรอบและค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ควบคู่มาของกระแสบิตที่หนึ่งและ ที่สองซึ่งไม่ได้ถูกถอดรหัสและเข้ารหัส 4
9. ตัวฟั่นต่อดังระบุในข้อถือสิทธิ 47 หรือ 48 ซึ่งยังประกอบด้วย เครื่องถอดรหัสตามข้อถือสิทธิ 38 สำหรับถอดรหัสกรอบสุดท้ายของกระแสบิตที่หนึ่ง, กรอบ ที่หนึ่งของกระแสบิตที่สองและค่าที่ใช้เข้ารหัสลับที่ควบคู่มาสำหรับตัดสินกำหนดสภานภาพที่เชื่อถือได้ ของกระแสบิตที่หนึ่งและที่สอง และ หน่วยควบคุมซึ่งทำให้เครื่องเข้ารหัสสามารถแทรกค่าที่ใช้เข้ารหัสลับเข้าไปในส่วนหนึ่งของ กระแสบิตก็ต่อเมื่อกระแสบิตที่หนึ่งและที่สองที่สอดคล้องกันถูกพิสูจน์ว่าเป็นตัวจริง
TH1201000496A 2010-08-06 การพิสูจน์ว่ากระแสข้อมูลเป็นตัวจริง TH67332B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH120427A TH120427A (th) 2013-01-28
TH67332B true TH67332B (th) 2019-01-09

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
TWI501580B (zh) 資料串流的鑑別
JP6608436B2 (ja) エンコーダ、デコーダ、及び部分的データ暗号化を用いる方法
CN110868287B (zh) 一种认证加密密文编码方法、系统、装置及存储介质
CN105162588B (zh) 一种媒体文件加解密方法和装置
US20150372820A1 (en) Metadata transcoding
EP2352251A1 (en) Content decoding apparatus, content decoding method and integrated circuit
Wong et al. Embedding compression in chaos-based cryptography
US8571209B2 (en) Recording keys in a broadcast-encryption-based system
CN108924099A (zh) 加密方法、加密装置、加密性能分析方法及装置
CN102801530A (zh) 一种基于声音传输的认证方法
CN101409813A (zh) 防止和识别图像篡改的图像编码方法
JP2006191534A5 (th)
CN110929291A (zh) 一种存取文本文件的方法、装置和计算机可读存储介质
EP2268020A1 (en) Protection of audio or video data in a playback device
CN109600620A (zh) 视频文件保护方法
CN110035319B (zh) 一种音视频数据的加密、解密方法、装置及播放设备
US10380358B2 (en) MPEG transport frame synchronization
CN114422209A (zh) 一种数据处理的方法、装置及存储介质
CN108540481B (zh) 一种音频文件的在线播放方法及装置
KR102315560B1 (ko) 랜덤오라클 모델에서 공개키 암호로부터 동등성테스트가 가능한 공개키 암호로의 변환 기술
TH67332B (th) การพิสูจน์ว่ากระแสข้อมูลเป็นตัวจริง
CN112242970B (zh) 一种数据分割加密安全加固方法及装置
TH120427A (th) การพิสูจน์ว่ากระแสข้อมูลเป็นตัวจริง
Wu et al. A flexible and lightweight user‐demand DRM system for multimedia contents over multiple portable device platforms
KR101584220B1 (ko) 암호화 데이터 정렬 유지를 위한 인코딩 방법