TH70901A - น้ำมันปลาที่มีโปรไฟล์ของกรดไขมันที่ถูกเปลี่ยนแปลง, วิธีการของการผลิตสิ่งเดียวกันนี้ และการใช้ของสิ่งเหล่านี้ - Google Patents
น้ำมันปลาที่มีโปรไฟล์ของกรดไขมันที่ถูกเปลี่ยนแปลง, วิธีการของการผลิตสิ่งเดียวกันนี้ และการใช้ของสิ่งเหล่านี้Info
- Publication number
- TH70901A TH70901A TH401001592A TH0401001592A TH70901A TH 70901 A TH70901 A TH 70901A TH 401001592 A TH401001592 A TH 401001592A TH 0401001592 A TH0401001592 A TH 0401001592A TH 70901 A TH70901 A TH 70901A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- weight
- fatty acids
- fish
- acid
- total fatty
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (23/07/47) การประดิษฐ์นี้จัดให้มีน้ำมันปลาธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยโปรไฟล์ของกรดไขมัน ที่ถูกเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะใช้ได้ ตัวอย่างเช่น เป็นสารเสริมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ในรูปลักษณ์หนึ่ง , การประดิษฐ์นี้จะเกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับการได้รับมาของน้ำมันปลา ที่มีโปรไฟล์ของกรดไขมันที่ถูกเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ โดยเฉพาะ น้ำมันที่มีกรดไขมันที่มี สำคัญทางด้านคุณค่าทางโภชนาการ เช่น กรดอะแรคซิโดนิก , กรดไอโดซาเพนทาอีโนอิก และกรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก วิธีการจะประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) การให้อาหารปลา ด้วยสารผสม ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด เพื่อที่จะให้ได้รับระดับที่ถูก เปลี่ยนแปลงของกรดไขมันที่เกิดจากภายในร่างกาย และ/หรือ ที่ไม่ได้เกิดจากภายในร่างกาย ในปลาดังกล่าว , และ (b) การสกัดน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยระดับที่ถูกเปลี่ยนแปลงของ กรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดจากปลาดังกล่าว การประดิษฐ์ยังเกี่ยวข้องกับวิธีการของ การทำให้บริสุทธิ์ของสารผสม ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดโดยการให้ สารผสมที่หนึ่งเป็นอาหารให้กับปลา และการสกัดสารผสมที่สอง ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมัน อย่างน้อยหนึ่งชนิดจากปลาดังกล่าว รูปลักษณะเพิ่มเติมของการประดิษฐ์จะเกี่ยวข้องกับ วิธีการของการเตรียมไตรกลีเซอไรด์ , วิธีการของการเพาะเลี้ยงปลา , และการใช้ของสารผสม ตามการประดิษฐ์สำหรับการเตรียมของสารเสริมสำหรับการควบคุมอาหาร , สารโภชนาการ และ/หรือ เป็นสารเติมแต่งของอาหาร/อาหารสัตว์ การประดิษฐ์ยังเกี่ยวข้องกับน้ำมันที่ สามารถได้รับมาโดยวิธีการของการประดิษฐ์ , เกี่ยวข้องกับปลา ซึ่งประกอบด้วยระดับที่ ถูกเปลี่ยนแปลงของกรดอะแรคซิโดนิก , กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก , รวมทั้ง น้ำมันจากปลา ซึ่งประกอบด้วยระดับที่เปลี่ยนแปลงของ กรดไขมันเหล่านี้ การประดิษฐ์นี้จัดให้มีน้ำมันปลาธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยโปรไฟล์ของกรดไขมัน ที่ถูกเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะใช้ได้ ตัวอย่างเช่น เป็นสารเสริมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ในรูปลักษณ์หนึ่ง, การประดิษฐ์นี้จะเกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับการได้รับมาของน้ำมันปลา ที่มีโปรไฟล์ของกรดไขมันที่ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ โดยเฉพาะ น้ำมันทีมีกรดไขมันที่มี สำคัญทางด้านคุณค่าทางโภชนาการ เช่น กรดอะแรคซิโดนิก, กรดไอโดซาเพนทาอีโนอิก และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก วิธีการจะประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) การให้อาหารปลา ด้วยสารผสม ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด เพื่อที่จะให้ได้รับระดับที่ถูก เปลี่ยนแปลงของกรดไขมันที่เกิดจากภายในร่างกาย และ/หรือ ที่ไม่ได้เกิดจากภายในร่างกาย ในปลาดังกล่าว, และ b) การสกัดน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยระดับที่เปลี่ยนแปลงของ กรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดจากปลาดังกล่าว การประดิษฐ์ยังเกี่ยวข้องกับวิธีการของ การทำให้บริสุทธื์ของสารผสม ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดโดยการให้ สารผสมที่หนึ่งเป็นอาหารให้กับปลา และการสกัดสารผสมที่สอง ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมัน อย่างน้อยหนึ่งชนิดจากปลาดังกล่าว รูปลักษณะเพิ่มเติมของการประดิษฐ์จะเกี่ยวข้องกับ วิธีการของการเตรียมไตรกลีเซอไรด์, วิธีการของการเพาะเลี้ยงปลา , และการใช้ของสารผสม ตามการประดิษฐ์สำหรับการเตรียมของสารเสริมสำหรับการควบคุมอาหาร , สารโภชนาการ และ/หรือ เป็นสารเติมแต่งของอาหาร/อาหารสัตว์ การประดิษฐ์ยังเกี่ยวข้องกับน้ำมันที่ สามารถได้รับมาโดยวิธีการของการประดิษฐ์ , เกี่ยวข้องกับปลา ซึ่งประกอบด้วยระดับที่ ถูกเปลี่ยนแปลงของกรดอะแรคซิโดนิก , กรดไอโดซาเพนทาอีโนอิก และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก , รวมทั้ง น้ำมันจากปลา ซึ่งประกอบด้วยระดับที่เปลี่ยนแปลงของ กรดไขมันเหล่านี้
Claims (72)
1. วิธีการของการผลิตน้ำมัน ซึ่งวิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของ : a) การให้อาหารปลาด้วยสารผสม ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่ได้เกิดจาก ภายในร่างกายอย่างน้อยหนึ่งชนิด , หรือ ระดับที่ไม่ได้เกิดจากภายในร่างกายของกรดไขมันที่ เกิดจากภายในร่างกายอย่างน้อยหนึ่งชนิด เพื่อที่จะได้รับระดับที่เปลี่ยนแปลงของกรดไขมันที่ เกิดจากภายในร่างกาย และ/หรือ ที่ไม่ได้เกิดจากภายในร่างกาย ในปลาดังกล่าว ; b) การสกัดน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยระดับที่เปลี่ยนแปลงของกรดไขมัน อย่างน้อยหนึ่งชนิดจากปลาดังกล่าว , หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ถูกให้เป็นอาหารกับ ปลา คือ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง และ/หรือ กรดไขมันที่อิ่มตัว
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ถูกให้เป็น อาหารกับปลา คือ ชนิดที่เหมื่อนกัน หรือ แตกต่างกัน จากกรดไขมัน ซึ่งระดับที่เกิดจากภายใน ร่างกายของพวกมันถูกเปลี่ยนแปลง
4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่1 ถึง 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด ที่ถูกให้เป็นอาหารปลา คือ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งชนิดโอเมกา-3 หรือ โอเมกา-6 , หรือ ของผสมของสิ่งเหล่านี้
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 4 ซึ่งกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งจะถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยกรดอะแรคชิโดนิก กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก
6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งกรดไขมันที่อิ่มตัวจะถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย กรดคาพริลิก (C8:0) , กรดคาพริก (C10:0) หรือ กรดลอริก (C12:0)
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมที่ถูกให้เป็นอาหาร กับปลา จะประกอบด้วยส่วนประกอบหนึ่งชนิด หรือ มากกว่านั้น ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วยกรดไขมันอิสระ หรือ กลีเซอรอสเอสเทอร์ของสิ่งเหล่านี้ , ไตรกลีเซอไรด์ , ส่วนไขมันของ สารผสมอาหารสัตว์ และ/หรือ อาหาร, น้ำมันปลา, น้ำมันจากพืชผัก, น้ำมัน จากจุลินทรีย์ , เซลล์ หรือ ส่วนของเซลล์ของจุลินทรีย์ และบร็อธจากการหมัก
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิดในปลา, หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนแปลงใน : ปริมาณของกรดอะแรคชิโดนิกไปเป็นระดับของอย่างน้อย 1% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด, และ/หรือ ปริมาณของกรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด, และ/หรือ ปริมาณของกรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิดในปลา, หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนแปลงใน : ปริมาณของกรดอะแรคชิโดนิกไปเป็นระดับของอย่างน้อย 1% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ ปริมาณของกรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ ปริมาณของกรดโคโคซาเฮกซาอีโนอิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด 10 วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิดในปลา , หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนแปลงใน : ปริมาณของกรดอะแรคชิโดนิกไปเป็นระดับของอย่างน้อย 1% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด, และ ปริมาณของกรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย
10% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด, และ ปริมาณของกรดโคโคซาเฮกซาอีโนอิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
11 วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิดในปลา , หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนแปลงใน : ปริมาณของกรดอะแรคชิโดนิกไปเป็นระดับของอย่างน้อย 1% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด, และ ปริมาณของกรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด, และ/หรือ ปริมาณของกรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
12. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิดในปลา , หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยการให้อาหารปลา ด้วยสารผสม ซึ่งส่วนไขมันของสารผสมอาหารสัตว์ดังกล่าวจะประกอบด้วย : กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 2% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกอย่างน้อย 7% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดไอโคซาเฮกซาอีโนอิกย่างน้อย 9% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
13. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิดในปลา , หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยการให้อาหารปลา ด้วยสารผสม ซึ่งส่วนไขมันของสารผสมอาหารสัตว์ดังกล่าวจะประกอบด้วย : กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 2% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกอย่างน้อย 7% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิกย่างน้อย 9% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
14. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิดในปลา, หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยการให้อาหารปลา ด้วยสารผสม ซึ่งส่วนไขมันของสารผสมอาหารสัตว์ดังกล่าวจะประกอบด้วย : กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 2% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด ,และ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกอย่างน้อย 7% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิกย่างน้อย 9% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
15. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิดในปลา, หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยการให้อาหารปลา ด้วยสารผสม ซึ่งส่วนไขมันของสารผสมอาหารสัตว์ดังกล่าวจะประกอบด้วย : กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 2% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกอย่างน้อย 7% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิกย่างน้อย 9% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
16. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งยังประกอบด้วยขั้นตอนของ : c) การกำหนดระดับของกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดในน้ำมันใน ขั้นตอน b) ; d) การปรับปริมาณของกรดไขมันของสารผสมอาหารสัตว์ในขั้นตอน a) ในการตอบสนองต่อระดับดังกล่าวของกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด ; e) การให้อาหารกับปลาที่ยังคงมีอยู่ด้วยสารผสมอาหารสัตว์ที่ได้รับการปรับ แล้วดังกล่าว ; f) การทำซ้ำขั้นตอน c-e กระทั่งโปรไฟล์ของกรดไขมันที่ถูกเปลี่ยนแปลง ในน้ำมันถูกได้รับมา
17. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันในปลา ดังกล่าว หรือไนน้ำดังกล่าว ถูกเปลี่ยนแปลงในปริมาณของกรดอะแรคชิโดนิกไปเป็น ระดับอย่างน้อย 1.5% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , ที่นิยมอย่างน้อย 2% โดยน้ำหนัก ของกรดไขมันทั้งหมด เช่น อย่างน้อย 3% โดยน้ำหนัก , 5% โดยน้ำหนัก , 7% โดยน้ำหนัก 10% โดยน้ำหนัก หรือ สูงกว่านี้อีก เช่น อย่างน้อย 15% โดยน้ำหนัก , 20% โดยน้ำหนัก หรือ 30% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
18. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งน้ำมันจะมีปริมาณของ กรดไขมันชนิดโอเมกา-3 อย่างน้อย 26% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , ที่นิยมมากกว่า อย่างน้อย 28% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด เช่นอย่างน้อย 30% โดยน้ำหนักของ กรดไขมันทั้งหมด , 32% โดยน้ำหนัก , 34% โดยน้ำหนัก , 36% โดยน้ำหนัก หรือ แม้แต่ อย่างน้อย 40% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
19. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งปริมาณของกรดไขมันของ กรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดในน้ำมัน จะถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นระดับที่สูงกว่าระดับของ กรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดดังกล่าวในน้ำมันที่ได้รับมาจากปลาดังกล่าวก่อนการให้อาหาร ปลาดังกล่าวด้วยสารผสมอาหารสัตว์ดังกล่าว และซึ่งระดับของกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด ดังกล่าวในสารผสมอาหารสัตว์ดังกล่าว จะสูงกว่าระดับของกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด ดังกล่าวในน้ำมัน ที่สามารถได้รับมาจากปลาดังกล่าวก่อนการให้อาหารปลาดังกล่าวด้วย สารผสมอาหารสัตว์ดังกล่าว
20. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งปลาจะถูกให้อาหารตลอด ช่วงเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เช่น อย่างน้อย 12 สัปดาห์ , อย่างน้อย 25 สัปดาห์ เช่น สูงถึง 2 ปี
21. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมอาหารสัตว์จะ ประกอบด้วยอย่างน้อย 5% โดยน้ำหนักของไขมัน เช่น อย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของไขมัน, เช่น อย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของไขมัน ,เช่น อย่างน้อย 20% โดยน้ำหนักของไขมัน, เช่น อย่างน้อย 25% โดยน้ำหนักของไขมัน, เช่น อย่างน้อย 30% โดยน้ำหนักของไขมัน
22. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งปลาจะเป็นสมาชิกของ กาดิดี สปีชีส์ หรือ สปีชีส์อื่นๆ ซึ่งเก็บสะสมไขมันไว้ในตับ
23. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งส่วนลำตัวของปลา คือ ตับปลา
24. วิธีการของการทำให้บริสุทธ์ของสารผสม ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันอย่างน้อย หนึ่งชนิด ซึ่งวิธีการประกอบด้วยขั้นตอนของ : a) การให้สารผสมที่หนึ่งเป็นอาหารกับปลา ; b) การสกัดสารผสมที่สอง ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด จากปลาดังกล่าว , หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้
25. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ซึ่งสารผสมที่หนึ่งประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่ได้ เกิดจากภายในร่างกายอย่างน้อยหนึ่งชนิด, หรือ ระดับที่ไม่ได้เกิดจากภายในร่างกายของ กรดไขมันที่เกิดจากภายในร่างกายอย่างน้อยหนึ่งชนิด
26. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 หรือ 25 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมที่หนึ่งจะ ประกอบด้วย ARA
27. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 26 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมที่หนึ่งจะ ประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง และ/หรือ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว
28. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 27 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมที่หนึ่งจะ ประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งชนิดโอเมกา-3 หรือ โอเมกา-6, หรือ ของผสมของสิ่งเหล่านี้
29. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 28 ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ประกอบอยู่ใน สารผสมที่หนึ่ง จะถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยกรดอะแรคชิโดนิก , กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก และกรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก
30. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 29 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมที่สองจะ ประกอบด้วย ปริมาณของกรดอะแรคชิโดนิกในระดับของอย่างน้อย 1% โดยน้ำหนัก ของกรดไขมันทั้งหมด ,และ/หรือ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกไปเป็นระดับอย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของ กรดไขมันทั้งหมด, และ/หรือ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก ในระดับอย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของ กรดไขมันทั้งหมด
31. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 30 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมที่สองจะมี ปริมาณของกรดไขมันชนิดโอเมกา-3 อย่างน้อย 26% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , ที่นิยมมากกว่า อย่างน้อย 28% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด เช่น อย่างน้อย 30% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , 32% โดยน้ำหนัก , 34% โดยน้ำหนัก , 36% โดยน้ำหนัก หรือ แม้แต่อย่างน้อย 40% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
32. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 31 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งปลาจะถูกให้อาหารตลอด ช่วงเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ , ที่นิยม อย่างน้อย 12 สัปดาห์ , ที่นิยมมากกว่า อย่างน้อย 18 สัปดาห์ , ที่นิยมที่สุด อย่างน้อย 22 สัปดาห์
33. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 32 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งปลาจะเป็นสมาชิกของ กาดิดี สปีชีส์ (สปีชีส์อื่นที่สามารถใช้ได้)
34. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 33 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งส่วนลำตัวของปลา คือ ตับปลา, อวัยวะภายในท้องของปลา, กล้ามเนื้อของปลา หรือ ส่วนลำตัวส่วนอื่นๆ
35. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมที่หนึ่งประกอบด้วย ส่วนประกอบหนึ่งชนิด หรือ มากกว่า ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยกรดไขมันอิสระ , ไตรกลีเซอไรด์ , ส่วนไขมันของสารผสมอาหารสัตว์ และ/หรือ อาหาร , น้ำมันจากพืชผัก , น้ำมันจากจุลินทรีย์ , เซลล์ หรือ ส่วนของเซลล์ของจุลินทรีย์ และบร็อธจากการหมัก
36. วิธีการของการเตรียมไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งประกอบด้วยการให้สารผสม ซึ่ง ประกอบด้วยกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดเป็นอาหารให้กับปลา และการสกัดออกจากปลา ดังกล่าวของไตกลีเซอไรด์ดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันดังกล่าว
37. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 36 ที่กรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ถูกให้เป็นอาหาร กับปลาคือ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง และ/หรือ กรดไขมันที่อิ่มตัว
38. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 36 ถึง 37 ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ถูกให้เป็น อาหารกับปลา คือ กรดไขมันที่ได้เกิดจากภายในร่างกาย , หรือ ระดับที่ไม่ได้เกิดจากภายใน ร่างกายของกรดไขมันที่เกิดจากภายในร่างกาย
39. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 36 ถึง 38 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด ที่ถูกให้เป็นอาหารกับปลา คือ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งชนิดโอเมกา-3 หรือ โอเมกา-6 หรือ ของผสมของสิ่งเหล่านี้
40. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 39 ซึ่งกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งจะถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยกรดอะแรคชิโดนิก, กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก
41. วิธีการของการเพาะเลี้ยงปลา ซึ่งวิธีการดังกล่าวประกอบด้วยการให้อาหารปลา ด้วยสารผสม ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันที่ได้เกิดจากภายในร่างกายอย่างน้อยหนึ่งชนิด , หรือ ระดับที่ไม่ได้เกิดจากภายในร่างกายของกรดไขมันทีเกิดจากภายในร่างกายอย่างน้อยหนึ่งชนิด , และด้วยวิธีนี้จะเปลี่ยนแปลงระดับของกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดในปลาดังกล่าว, หรือ ส่วนลำตัวของปลาเหล่านี้
42 วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ถูกให้เป็นอาหาร กับปลา คือ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง
43 วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 42 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ ถูกให้เป็นอาหารกับปลา คือ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งชนิดโอเมกา-3 หรือ โอเมกา-6 , หรือ ของผสมของสิ่งเหล่านี้
44. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 43 ซึ่งกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง จะถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยกรดอะแรคชิโดนิก , กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอีก
45. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 44 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมัน อย่างน้อยหนึ่งชนิดจะถูกเปลี่ยนแปลงใน : ปริมาณของกรดอะแรคชิโดนิก ไปเป็นระดับของอย่างน้อย 1% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด ,และ/หรือ ปริมาณของกรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกไปเป็นระดับอย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ ปริมาณของกรดโคโคซาเฮกซาอีโนอิกไปเป็นระดับอย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
46. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 45 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมัน อย่างน้อยหนึ่งชนิดจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยการให้อาหารปลาด้วยสารผสม ซึ่งส่วนไขมัน ของสารผสมอาหารสัตว์ดังกล่าวจะประกอบด้วย : กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 2% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกอย่างน้อย 7% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิกย่างน้อย 9% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
47.วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 46 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งระดับของกรดไขมันจะถูก เปลี่ยนแปลงในปริมาณของกรดอะแรคชิโดนิก ไปเป็นระดับอย่างน้อย 1.5% โดยน้ำหนักของ กรดไขมันทั้งหมด , ที่นิยมอย่างน้อย 2% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด เช่น อย่างน้อย 3% โดยน้ำหนัก , 5% โดยน้ำหนัก , 7% โดยน้ำหนัก , 10% โดยน้ำหนัก หรือ สูงกว่านี้อีก เช่น อย่างน้อย 15% โดยน้ำหนัก , 20% โดยน้ำหนัก หรือ 30% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
48. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 47 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งมีปริมาณของกรดไขมันชนิด โอเมกา-3 คือ อย่างน้อย 26% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , ที่นิยมมากกว่า อย่างน้อย 28% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด เช่น อย่างน้อย 30% โดยน้ำหนักของกรดไขมัน- ทั้งหมด, 32% โดยน้ำหนัก, 34% โดยน้ำหนัก, 36% โดยน้ำหนัก หรือ แม้แต่อย่างน้อย 40% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
49 . วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 48 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งปลาจะถูกให้อาหารตลอด ช่วงเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ , ที่นิยม อย่างน้อย 12 สัปดาห์ , ที่นิยมมากกว่า อย่างน้อย 18 สัปดาห์ , ที่นิยมที่สุด อย่างน้อย 22 สัปดาห์
50 . วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 49 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งปลาจะถูกให้อาหารด้วย สารผสม ซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อย 5% โดยน้ำหนักของไขมัน เช่น อย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของไขมัน , เช่น อย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของไขมัน , เช่น อย่างน้อย 20% โดยน้ำหนักของไขมัน , เช่น อย่างน้อย 30% โดยน้ำหนักของไขมัน
51. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 50 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารผสมที่ถูกให้เป็น อาหารกับปลา จะประกอบด้วยส่วนประกอบหนึ่งชนิด หรือมากกว่า ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย กรดไขมันอิสระ , โมโนกลีเซอไรด์ , ไดกลีเซอไรด์ , ไตรกลีเซอไรด์ , ส่วนไขมันของสารผสมอาหารสัตว์ และ/หรือ อาหาร, น้ำมันจากพืชผัก , น้ำมันจากจุลินทรีย์ , เซลล์ หรือ ส่วนของเซลล์ของจุลินทรีย์ และบร็อธจากการหมัก
52. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 50 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งปลาจะเป็นสมาชิกของ กาดิดี สปีชีส์
53 ปลาที่สามารถได้รับมาโดยวิธีการที่ถูกนิยมในตามข้อถือสิทธิที่ 41 ถึง 52 ข้อใดข้อหนึ่ง
54. ปลา ซึ่งประกอบด้วย : กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 1% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกอย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิกย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
55. น้ำมันที่สามารถได้รับมาจากวิธีการที่ถูกนิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 23 ข้อใดข้อหนึ่ง
56. น้ำมันปลา ซึ่งประกอบด้วย กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 1% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิกอย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , และ/หรือ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิกย่างน้อย 15% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
57. น้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 56 ที่ถูกได้รับมาจากกาดิดี สปีชีส์
58. น้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 56 หรือ 57 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ถูกได้รับมาจากตับปลา
59. น้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 56 หรือ 58 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งน้ำมันจะประกอบด้วย กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 1.5 % โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , ที่นิยม กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 2% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด , เช่น กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 3% โดยน้ำหนัก , 5% โดยน้ำหนัก , 7% โดยน้ำหนัก, 10 % โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด หรือ ที่สูงกว่าอีก เช่น กรดอะแรคชิโดนิกอย่างน้อย 15 % โดยน้ำหนัก, 20% โดยน้ำหนัก หรือ 30% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
60. น้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 56 ถึง 59 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งน้ำมันจะประกอบด้วย กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิกอย่างน้อย 16% โดยน้ำหนัก , ที่นิยมมากกว่า อย่างน้อย 17% โดยน้ำหนัก , ที่นิยมากกว่า อย่างน้อย 18% โดยน้ำหนัก, ที่นิยมมากกว่าอีก อย่างน้อย 19% โดยน้ำหนัก , ที่นิยมากกว่าอีก อย่างน้อย 20% โดยน้ำหนัก, ที่นิยมที่สุด อย่างน้อย 21% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
61. น้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 56 ถึง 60 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารสกัดจะประกอบด้วย กรดไอโดซาเพนทาอีโนอิกอย่างน้อย 11 % โดยน้ำหนัก , ที่นิยม อย่างน้อย 12 % โดยน้ำหนัก , ที่นิยมากกว่า อย่างน้อย 13% โดยน้ำหนักของกรดไขมัน
62. น้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 56 ถึง 61 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีปริมาณของกรดไขมันชนิด โอเมกา-3 อย่างน้อย 26% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด, ที่นิยมมากกว่า อย่างน้อย 28% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด เช่น อย่างน้อย 30 โดยน้ำหนักของกรดไขมัน- ทั้งหมด, 32% โดยน้ำหนัก, 34% โดยน้ำหนัก, 36% โดยน้ำหนัก หรือ แม้แต่อย่างน้อย 40% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
63. น้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 56 หรือ 62 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งอัตราส่วนระหว่าง DHA และ ARA คือ อย่างน้อย 0.2 , เช่น 0.3-1.0 อย่างเช่น 0.5-0.75 และปริมาณของ EPA จะต่ำกว่า 10% โดยน้ำหนักของกรดไขมันทั้งหมด
64. น้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 56 หรือ 63 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งยังประกอบด้วยกรดไขมัน และ/หรือ ไตรกลีเซอร์ไรด์ที่มีต้นกำเนิดจากสัตว์ , พืชผัก และ/หรือ จุลทรีย์
65. วิธีการของการใช้สัตว์ทะเลเป็นโรงงานที่มีชีวิตสำหรับการผลิตของน้ำมัน ซึ่งวิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของ : a) การให้กับสัตว์ทะเลดังกล่าวด้วยสารผสม ซึ่งส่วนไขมันของสารผสมดังกล่าวจะ ประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่ได้เกิดจากภายในร่างกายอย่างน้อยหนึ่งชนิด , หรือ ระดับที่ไม่ได้ เกิดจากภายในร่างกายของกรดไขมันที่เกิดจากภายในร่างกายอย่างน้อยชนิด ; b) การสกัดน้ำมันออกจากสัตว์ทะเลอย่างน้อยหนึ่งชนิดดังกล่าว , หรือ ส่วนลำตัวของ สัตว์ทะเลเหล่านี้
66. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 65 ซึ่งสัตว์ทะเล คือ ปลา
67. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 66 ซึ่งปลา คือ ของกาดิดี สปีชีส์
68. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 65 ถึง 67 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งกรดไขมันอย่างน้อยหนึ่งชนิด คือ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง
69. สารผสม ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันที่ถูกนิยามในข้อถือสิทธิที่ 55 ถึง 64 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ถูกผสมตามสูตรเป็นสารโภชนาการ , สารเสริมสำหรับการควบคุมอาหาร , ส่วนผสมอาหาร ที่มีการทำหน้าที่ หรือ เป็นสารเติมแต่งของอาหาร/อาหารสัตว์
70. สารผสมตามข้อถือสิทธิที่ 69 ที่ถูกผสมตามสูตรเป็นสูตรสำหรับทารก
71. การใช้ของน้ำมันตามข้อถือสิทธิที่ 55 หรือ 64 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือ สารผสมตาม ข้อถือสิทธิที่ 69 หรือ 70 สำหรับการเตรียมของสารโภชนาการ , สารเสริมสำหรับการควบคุม อาหาร , เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการทำหน้าที่ หรือ เป็นสารเติมแต่งของอาหาร/อาหารสัตว์
72. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 70 ซึ่งสารโภชนาการ , สารเติมแต่งอาหาร หรือ สารเสริมสำหรับการควบคุมอาหาร คือ สำหรับการสนับสนุนการพัฒนาด้านการเจริญเติบโต ของทารกของมนุษย์
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH70901A true TH70901A (th) | 2005-10-06 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Ljubojević et al. | Interactive effects of dietary protein level and oil source on proximate composition and fatty acid composition in common carp (Cyprinus carpio L.) | |
| Nobrega et al. | Dietary supplementation of Aurantiochytrium sp. meal, a docosahexaenoic-acid source, promotes growth of Nile tilapia at a suboptimal low temperature | |
| Póti et al. | Effect of micro-alga supplementation on goat and cow milk fatty acid composition | |
| Inhamuns et al. | EPA and DHA quantification in two species of freshwater fish from Central Amazonia | |
| Ugoala et al. | Comparison of fatty acids profile of some freshwater and marine fishes | |
| JP2008131949A (ja) | 飼鳥肉の風味、軟らかさ、および全消費者嗜好性の改善法 | |
| Njembe et al. | Effect of the dietary combination of flaxseed and Ricinodendron heudelotii or Punica granatum seed oil on the fatty acid profile of eggs | |
| Hossain et al. | High DHA algae meal as cost-effective alternative to high DHA fish oil in finisher feed for sobaity sea bream (Sparidentex hasta) | |
| US20070226814A1 (en) | Fish Food for Aquatic Farms, Based on Fermented Polyunsaturated Fatty Acids | |
| Evaris et al. | Effect of dietary inclusion of purslane (portulaca oleracea l.) on yolk omega-3 fatty acids content, egg quality and productive performance of rhode island red hens | |
| Senadheera et al. | Effects of dietary α-linolenic acid (18: 3n− 3)/linoleic acid (18: 2n− 6) ratio on growth performance, fillet fatty acid profile and finishing efficiency in Murray cod | |
| Bača et al. | Effect of adding prefermented cereal product containing gamma-linolenic acid to broiler feed on production indicators and fatty acid profile of chicken breast | |
| Suloma et al. | Fatty acid composition of Nile Tilapia Oreochromis niloticus muscles: a comparative study with commercially important tropical freshwater fish in Philippines | |
| JPH0551271B2 (th) | ||
| Hoseini et al. | Chemical composition and fatty acids profile of farmed big head carp (Hypophthalmichthys nobilis) and grass carp (Ctenopharyngodon idella) føilet | |
| JP7057911B2 (ja) | ブリの養殖方法 | |
| Hoffman et al. | The influence of different dietary lipids on the growth and body composition of the African... | |
| Trullàs et al. | Vegetable re-esterified oils in diets for rainbow trout: Effects on fatty acid digestibility | |
| JP2010284086A (ja) | 鶏卵、鶏卵の生産方法および改良方法、ならびに採卵鶏用飼料 | |
| Bederska-Lojewska et al. | Metabolism of arachidonic acid, its concentration in animal products and influence on inflammatory processes in the human body: a review/Metabolizm kwasu arachidonowego, jego stezenie w produktach zwierzecych i wplyw na procesy zapalne w organizmie czlowieka-artykul przegladowy | |
| Krejčí-Treu et al. | Effect of vegetable oil fortified feeds on the content of fatty acids in breast and thigh muscles in broiler chickens | |
| GRIGOROVA et al. | The effect of biomass from green algae of Chlorella genus on the biochemical characteristics of table eggs | |
| KR20100097568A (ko) | Schizochytrium mangrovei MM103(KCTC 11117BP)를 이용한 Docosahexanoic acid(DHA)함유 계육 및 계란 생산방법 | |
| Živković et al. | Seasonal variations in the chemical composition and fatty acid composition of selected fish species from the Danube river | |
| Kralik et al. | The effect of feeding laying hen conventional and omega-3 enriched diet on fatty acid profiles in egg yolk lipids |