TH73846A - กลิ่นรสชนิดใหม่, สารดัดแปลงกลิ่นรส, สารที่ให้รสชาติ, สารเพิ่มรส, ยูมาไมหรือสารให้รสหวานและ/หรือสารเพิ่มและการใช้ของมัน - Google Patents

กลิ่นรสชนิดใหม่, สารดัดแปลงกลิ่นรส, สารที่ให้รสชาติ, สารเพิ่มรส, ยูมาไมหรือสารให้รสหวานและ/หรือสารเพิ่มและการใช้ของมัน

Info

Publication number
TH73846A
TH73846A TH0401003040A TH0401003040A TH73846A TH 73846 A TH73846 A TH 73846A TH 0401003040 A TH0401003040 A TH 0401003040A TH 0401003040 A TH0401003040 A TH 0401003040A TH 73846 A TH73846 A TH 73846A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
chemical formula
edible
methyl
formula
ethyl
Prior art date
Application number
TH0401003040A
Other languages
English (en)
Inventor
วินเซนต์ คาร์โมฮูโซโด
แทคเดียน แคเธอลีน
เฉิน ชิง
ลี เชียตุ้ง
แอล อาดัมสกี้ เวอร์เนอร์ ซาร่า
กาย เซอร์แวนท์
วอลเลค เดวิด
เซา ชิง ทาง
กิวเบอร์เนเตอร์ นายเคลาส์
ฮาร์รีโรเจอร์ส นายแดเนียล
บาเกอร์ ฟาริด
รินโนวา มาร์เกต้า
ซอลเลอร์ มาร์ค
เทอร์เรนซ์ ฮอบสัน สตีเฟ่น
กี่ หมิง
ชิง อามี้
พี แพทรอน แอนดรูว์
Original Assignee
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายรุทร นพคุณ
เพิร์มเมนนิช อินคอร์ปอเรเต็ด
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายรุทร นพคุณ, เพิร์มเมนนิช อินคอร์ปอเรเต็ด filed Critical นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
Publication of TH73846A publication Critical patent/TH73846A/th

Links

Abstract

DC60 (02/11/47) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการค้นพบสารประกอบเอไมด์ที่ไม่มีเปปไตด์ที่ไม่มีเกิดขึ้น โดยธรรมชาติแน่นอน และอนุพันธุ์เอไมด์ ดังเช่น ออกซาลาไมด์, ยูเรีย และอะคริลลาไมด์ เป็นสารดัดแปลงกลิ่นรสและรสชาติที่เป็นประโยชน์ ดังเช่น กลิ่นรสหรือสารให้กลิ่นรส และ สารเพิ่มกลิ่นรสหรือรสชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารดัดแปลงรสชาติอร่อย (รสชาติ "ยูมาไม" ของ โมโนโซเดียมกลูตาเมต) หรือหวาน, สารให้กลิ่นรสอร่อยหรือหวาน และสารเพิ่มกลิ่นรสอร่อยหรือ หวาน สำหรับอาหาร, เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์หรือสารผสมที่สามารถรับประทานได้หรือเป็นยา รักษาโรคชนิดที่ถูกให้ทางปากชนิดอื่น การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการค้นพบสารประกอบเอไมด์ที่ไม่มีเปปไตด์ที่ไม่มีเกิดขึ้น โดยธรรมชาติแน่นอน และอนุพันธุ์เอไมด์ ดังเช่น ออกซาลาไมด์, ยูเรีย และอะคริลลาไมด์ เป็นสารดัดแปลงกลิ่นรสชาติที่เป็นประโยชน์ ดังเช่น กลิ่นรสหรือสารให้กลิ่นรส และ สารเพิ่มกลิ่นรสหรือรสชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารดัดแปลงรสชาติอร่อย (รสชาติ "ยูมาไม" ของ โมโนโซเดียมกลูตาเมต) หรือหวาน, สารให้กลิ่นรสอร่อยหรือหวาน และสารเพิ่มกลิ่นรสอร่อยหรือ หวาน สำหรับอาหาร, เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์หรือสารผสมที่สามารถรับประทานได้หรือเป็นยา รักษาโรคชนิดที่ถูกให้ทางปากชนิดอื่น

Claims (322)

แก้ไขใหม่ 28/6/2560 1. วิธีการสำหรับการปรับแต่งรสชาติอร่อยของผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยา รักษาโรคได้ที่ประกอบรวมด้วย การรวมผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ด้วยปริมาณการปรับแต่ง ของสารปรุงแต่งรสชาติอย่างน้อยหนึ่งชนิดของสารประกอบออกซาลาไมด์ หรือ เกลือที่ยอมรับได้ที่ สามารถรับประทานได้ของสารเหล่านี้, เพื่อก่อรูปผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษา โรคได้ที่ถูกปรับแต่ง; ที่ซึ่งสารประกอบออกซาลาไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง A คือ วงฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, เบนโซฟูรานิล, ไพร์โรล, เบนโซไธโอฟีน, พิเพอริดิล, ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล หรือ ไซโคลเฮพทิล, B คือ วงไพริดีน m และ n อย่างเป็นอิสระคือ 0,1,2 หรือ 3 R20 และ R40 คือ ไฮโดรเจน R50 คือ ไฮโดรเจน หรือเมทธิล R60 คือ -CH2- หรือ -CH2CH2- และ R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างเป็นอิสระจากหมู่ที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี หรือ สองหมู่ของ R70 ร่วมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- (เดิม) แก้ไข 01/12/2558 1. วิธีการสำหรับการปรับแต่งรสชาติอร่อยของผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยา รักษาโรคได้ที่ประกอบรวมด้วย การรวมผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ด้วยปริมาณการปรับแต่ง ของสารปรุงแต่งรสชาติอย่างน้อยหนึ่งชนิดของสารประกอบออกซาลาไมด์ หรือ เกลือที่ยอมรับได้ที่ สามารถรับประทานได้ของสารเหล่านี้, เพื่อก่อรูปผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษา โรคได้ที่ถูกปรับแต่ง; ที่ซึ่งสารประกอบออกซาลาไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง A คือ วงฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, เบนโซฟูรานิล, ไพร์โรล, เบนโซไธโอฟีน, พิเพอริดิล, ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล หรือ ไซโคลเฮพทิล, B คือ วงไพริดีน m และ n อย่างเป็นอิสระคือ 0, 1, 2 หรือ 3 R20 และ R40 คือ ไฮโดรเจน R50 คือ ไฮโดรเจน หรือ เมธิล R60 คือ –CH2- หรือ –CH2CH2-และ R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างเป็นอิสระจากหมู่ที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี หรือ สองหมู่ของ R70 ร่วมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี 2. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งอนุมูลไพริดิล-R80 มีโรงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) 3. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ ถูกปรับแต่ง คือ อาหารสำหรับการบริโภคของสัตว์ 4. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ ถูกปรับแต่ง คือ อาหารสำหรับการบริโภคของมนุษย์ 5. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ ถูกปรับแต่ง คือ องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการให้ทางปาก 6. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ ถูกปรับแต่ง คือ ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยช่องปาก 7. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสารประกอบออกซาลาไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถ รับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกปรับแต่งที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 0.01 ppm ถึง 30 ppm 8. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสารประกอบออกซาลาไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถ รับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกปรับแต่งที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 0.05 ppm ถึง 15 ppm 9. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสารประกอบออกซาลาไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถ รับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกปรับแต่งที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 0.1 ppm ถึง 5 ppm 8. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสารประกอบออกซาลาไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถ รับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกปรับแต่งที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 0.1 ppm ถึง 3 ppm 11. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสารละลายน้ำซึ่งประกอบรวมด้วยปริมาณการปรับแต่ง ของสารปรุงแต่งรสชาติของสารประกอบเอไมด์มีการชิมรสชาติตามการตัดสินโดยเสียงข้างมากของ คณะผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อยแปดคน 12. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสารละลายน้ำซึ่งประกอบรวมด้วยปริมาณการปรับแต่ง ของสารปรุงแต่รสชาติของสารประกอบเอไมด์ และโมโนโซเดียมกลูตาเมท 12 mM มีรสชาติที่ เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสารละลายน้ำควบคุมซึ่งประกอบรวมด้วยโมโนโซเดียมกลูตาเมท 12 mM, ตามที่ตัดสินโดยเสียงข้างมากของคณะผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อยแปดคน 13. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสารละลายน้ำซึ่งประกอบรวมด้วยปริมาณการปรับแต่ง ของสารปรุงแต่รสชาติของสารประกอบเอไมด์ และโมโนโซเดียมกลูตาเมท 12 mM มีรสชาติที่ เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสารละลายน้ำควบคุมซึ่งประกอบรวมด้วยโมโนโซเดียมกลูตาเมท 12 mM และอิโนซีนโมโนฟอสเฟต 100 (สูตร)M, ตามที่ตัดสินโดยเสียงข้างมากของคณะผู้ทดสองรสชาติอย่าง น้อยแปดคน 14. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสารละลายน้ำซึ่งประกอบรวมด้วยสารประกอบเอไมด์ 10 Ppm และโมโนโซเดียมกลูตาเมท 12 mM มีรสชาติที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสารละลายน้ำควบคุม ซึ่งประกอบรวมด้วยโมโนโซเดียมกลูตาเมทเพียงแค่นั้น, ตามที่ตัดสินโดยเสียงข้างมากของคณะผู้ ทดสอบรสชาติอย่างน้อยแปดคน 15. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ซึ่งประกอบรวมด้วยปริมาณการ ปรับแต่งของสารปรุงแต่งรสชาติอย่างน้อยหนึ่งชนิดของสารประกอบออกซาลาไมด์ หรือ เกลือที่ ยอมรับได้ที่สามารถรับประทานได้ของสารเหล่านี้, ที่ซึ่งสารประกอบออกซาลาไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง A คือ วงฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, เบนโซฟูรานิล, ไพร์โรล, เบนโซไธโอฟีน, พิเพอริดิล, ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล หรือ ไซโคลเฮพทิล, B วงไพริดีน m และ n อย่างเป็นอิสระคือ 0, 1, 2 หรือ 3 R50 คือ ไฮโดรเจน หรือ เมทธิล R60 คือ –CH2- หรือ –CH2CH2- R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างเป็นอิสระจากหมู่ที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, COOCH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี หรือ สองหมู่ของ R70 ร่วมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี 16. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประมานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิที่ 15 ที่ซึ่งอนุมูล ไพริดิล-R80 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) 17. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิที่ 15 ซึ่งเป็น องค์ประกอบสำหรับการบริโภคของมนุษย์ หรือ สัตว์ 18. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิที่ 15 ซึ่งเป็น อาหาร, เครื่องดื่ม หรือ ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยช่องปาก 19. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิที่ 15 ซึ่งเป็น องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการให้ทางปาก 20. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิที่ 15 ที่ซึ่ง สารประกอบออกซาลาไมด์มีอยู่ในความเข้มข้นตั้งแต่ 0.01 ppm ถึง 30 ppm 21. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิที่ 15 ที่ซึ่ง สารประกอบออกซาลาไมด์มีอยู่ในความเข้มข้นตั้งแต่ 0.05 ppm ถึง 15 ppm 22. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิที่ 15 ที่ซึ่ง สารประกอบออกซาลาไมด์มีอยู่ในความเข้มข้นตั้งแต่ 0.1 ppm ถึง 5 ppm 23. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิที่ 15 ที่ซึ่ง สารประกอบออกซาลาไมด์มีอยู่ในความเข้มข้นตั้งแต่ 0.1 ppm ถึง 3 ppm 24. สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง A มีหนึ่งสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) และแต่ละ R1 ถูกเลือกอย่างเป็นอิสระจากหมู่ที่ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี หรือ สองหมู่ของ R70 ร่วมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี หรือ เกลือที่ยอมรับได้ที่สามารถรับประทานได้ ของสารเหล่านี้ 25. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิที่ 24 ที่ซึ่งอนุมูล ไพริดิล-R80 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) 26. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิที่ 14 ที่มีสูตร N1-(2-เมทธอกซี-4-เมทธิลเบนซิล)-N2-(2-(5-เมทธิลไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ (N1-(2-methoxy-4-methylbenzyl)-N2-(2-(5-methylpyridin-2-yl)ethy)oxalamide) N1-(2-เมทธอกซี-4-เมทธิลเบนซิล)-N2-(2-(ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ (N1-(2- methoxy-4-methylbenzyl)-N2-(2-(pyridine-2-yl)ethyl)oxalamide) N1-(2,4-ไดเมทธอกซีเบนซิล)-N2-(2-(5-เมทธิลไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ (N1-(2, 4-dimethoxybenzyl)-N2-(2-(5-methylpyridin-2-yl)ethyl)oxalamide) N1-(2,4-ไดเมทธอกซีเบนซิล)-N2-(2-(5-ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ (N1-(2, 4-dimethoxybenzyl)-N2-(2-(pyridin-2-yl)ethyl)oxalamide) N1-(2,4-ไดเมทธอกซีเบนซิล)-N2-(2-(ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ (N1-(2, 4- dimethoxybenzyl)-N2-(2-(pyridin-2-yl)ethyl)oxalamide) และ N1-(2,3-ไดเมทธอกซี-เบนซิล)-N2-(2-ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ (N1-(2,3- dimethoxybenzyl)-N2-(2-(pyridin-2-yl)ethyl)oxalamide) หรือ เกลือที่ยอมรับได้ที่สามารถรับประทานได้ของสารเหล่านี้ --------------------------------------------------------------------
1. วิธีการสำหรับปรับลดรสชาติอร่อยของผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ ที่ประกอบด้วย a) การให้ที่อย่างน้อยหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือ ตัวริเริ่มของมัน และ b) การรวมผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันที่มี อย่างน้อยปริมาณปรับกลิ่นรสอร่อยของอย่างน้อยหนึ่งสารประกอบเอไมด์ที่ไม่ได้เกิด ขึ้นโดยธรรมชาติ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่าสามารถรับประทานได้ของมัน เพื่อ ก่อรูปผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ถูกดัดแปลง ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ R1 ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอน ที่มีอย่างน้อยสามอะตอมคาร์บอนและอาจเลือกหนึ่งถึงสิบ เฮทเทอโรอะตอมที่เลือกโดยอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, เฮโลเจน หรือ ฟอสฟอรัส และ ที่หนึ่งใน R2 และ R3 คือ H R2 และ R3 อื่น ประกอบด้วย เรซิดิวไฮโดรคาร์บอนที่มี อย่างน้อยสามอะตอมคาร์บอน และอาจเลือกหนึ่งถึงสิบเฮทเทอโรอะตอมที่เลือกโดยอิสระ จากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, เฮโลเจน หรือ ฟอสฟอรัส และ ที่สารประกอบเอไมด์มี น้ำหนักโมเลกุล 500 กรัมต่อโมล หรือน้อยกว่า
2. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการปรับลดกลิ่นรสอร่อยของ สารประกอบเอไมด์มีรสชาติอร่อยดังที่ตัดสินโดยคณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติ อย่างน้อย 8 คน
3. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการปรับกลิ่นรสอร่อยของ สารประกอบเอไมด์ และ 12 mM โมโนโซเดียมกลูตาเมต มีรสชาติอร่อยเพิ่มขึ้น ดังเปรียบเทียบกับสารละลายน้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วย 12 mM โมโนเซเดียม- กลูตาเมต ที่ตัดสินโดยคณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
4. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการปรับกลิ่นรสอร่อยของ สารประกอบเอไมด์ และ 12 mMโมโนโซเดียมกลูตาเมต มีรสชาติอร่อยเพิ่มขึ้น ดังเปรียบเทียบกับสารละลายน้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วย 12 mM โมโนเซเดียม- กลูตาเมต และ 100 มิวMอินโนซีนโมโนฟอสเฟต ที่ตัดสินโดยคณะให้คะแนนหลักที่มี อย่างน้อยผู้ทดสอบรสชาติที่เป็นมนุษย์แปดคน
5. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยประมาณ 10 ppm ของสารประกอบ เอไมด์ และประมาณ 12 mMโมโนโซเดียมกลูตาเมต มีกลิ่นรสอร่อยเพิ่มขึ้น ดังเปรียบเทียบ กับสารละลายน้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วยเพียงโมโนโซเดียมกลูตาเมต ที่ตัดสินโดย คณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
6. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือ อะโกนิสต์ความอร่อยสำหรับตัวรับ hT1R1/hT1R3
7. วิธีการของข้อถือสิทธิ 6 ที่สารประกอบเอไมด์มี EC50 สำหรับตัวรับ hT1R1/hT1T3 หรือ น้อยกว่าประมาณ 10 มิวM
8. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์ปรับการออกฤทธิ์อะโกนิสต์ของโมโนโซเดียม- กลูตาเมตสำหรับตัวรับ hT1R1/hT1R3
9. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์ เมื่อละลายในสารละลายน้ำที่ประกอบด้วย ประมาณ 1 มิวM ของสารประกอบเอไมด์ลด EC50 ที่สังเกตพบของโมโนโซเดียม- กลูตาเมตสำหรับตัวรับ hT1R1/hT1R3 ที่แสดงในเส้นเซลล์ HEK293-Gอัลฟา15 โดยที่ อย่างน้อย 50%
10. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถที่รับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงมีรสชาติอร่อยเพิ่มขึ้นดังเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยา รักษาโรคได้ปราศจากสารประกอบเอไมด์ ที่ตัดสินโดยคณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบ รสชาติอย่างน้อย 8 คน
11. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ วิธีการของ ข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือหรือสามารถแสดงเพื่อถูกพิจารณาโดยทั่วไปเป็น ความปลอดภัย
12. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์ เมื่อถูกรวมกับอาหารหนูและป้อนสู่หนู Crl:CD(SD)IGS BR ที่ความเข้มข้นประมาณ 100 มิลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักร่างกาย/วัน สำหรับ 90 วัน ทำให้ไม่มีผลที่เป็นพิษด้านตรงข้ามต่อหนู
13. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็น ยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงที่ความเข้มข้นจากประมาณ 0.01 ppm ถึงประมาณ 30 ppm
14. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็น ยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.05 ppm ถึงประมาณ 15 ppm
15. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็น ยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.1 ppm ถึงประมาณ 5 ppm
16. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็น ยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.1 ppm ถึงประมาณ 3 ppm
17. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ อาหารสัตว์บริโภค
18. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ อาหารมนุษย์บริโภค
19. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยลูกกวาด, ผลิตภัณฑ์ขนมอบ, ไอศครีม, ผลิตภัณฑ์ นม, อาหารว่างที่รสหวานและอร่อย, แท่งอาหารว่าง, ผลิตภัณฑ์แทนอาหารหลัก, อาหารพร้อมรับประทาน, ซุป, พาสต้า, บะหมี่, อาหารกระป๋อง, อาหารแซ่แข็ง, อาการรอบแห้ง, อาหารแช่เย็น, น้ำมันและไขมัน, อาหารเด็กอ่อน อาหารสำหรับทา
20. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงประกอบด้วยเนื้อ, ไก่, ปลา, ผัก, ธัญพืช หรือผลไม้ หนึ่งชนิดหรือมากกว่า
21. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ อาหารแช่แข็ง, อาหารที่ไม่ถูกปรุง, หรืออาหารที่ถูกปรุงอย่างสมบูรณ์หรือ บางส่วน
22. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ ซุป, ซุปที่ถูกขจัดน้ำหรือถูกทำให้ข้น หรือซุปแห้ง
23. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ อาหารว่าง
24. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ ผลิตภัณฑ์เสริมการปรุงอาหาร, ผลิตภัณฑ์ของสารละลายของอาหาร, ผลิตภัณฑ์ เพิ่มอาหาร, ซอสปรุงรส หรือของผสมของซอสปรุงรส
25. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ เค้ก, คุกกี้, พาย, ลูกวาด, หมากฝรั่ง, เจลาติน, ไฮศกรีม, เซอร์เบต, พุดดิ้ง, แยม, เจลลี่, น้ำสลัด, เครื่องปรุงรส, ธัญพืช, ผลไม้กระป๋อง หรือซอสผลไม้
26. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงดัดเครื่องดื่ม, ของผสมเครื่องดื่ม หรือสารเข้มข้มของเครื่องดื่ม
27. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ โซดา หรือน้ำผลไม้
28. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ เครื่องดื่ม-อัลกอฮอล์
29. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ สารผสม-ทางเภสัชกรรมสำหรับการให้ทางปาก
30. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ ผลิตภัณฑ์สุขภาพปาก
31. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ R1 และหนึ่งใน R2 และ R3 ถูกเลือกโดยอิสระจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยเอริลอัลคีนิล, เฮทเทอโรเอริลอัลคีนิล, เอริลอัลคิล, เฮทเทอโรเอริลอัลคิล, อัลคิล, อัลคอกซี-อัลคิล, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เอริล, เฮทเทอโรเอริล, -R4OH, -R4OR5, -R4CN, -R4CO2H, -R4CO2R5, -R4CO2R5, -R4SR5 และ -R4SO2R5 และ อนุพันธุ์ที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ของมันที่ประกอบด้วย 1, 2, 3 หรือ 4 คาร์บอนิล, หมู่อะมิโน, ไฮดรอกซิล หรือหมู่เฮโลเจน และที่ R4 และ R5 คือ C1-8 เรซิดิวไฮโดรคาร์บอน
32. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ R1 และหนึ่งใน R2 และ R3 ถูกเลือกโดยอิสระจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยเอริลอัลคีนิล, เฮทเทอโรเอริลอัลคีนิล, เอริลอัลคิล, เฮทเทอโรเอริลอัลคิล, อัลคิล, อัลคอกซี-อัลคิล, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เฮทเทอโรไซเคิล, เอริล และหมู่เฮเทอโรเอริล และอาจเลือกให้ถูกแทนที่อนุพันธุ์ของมันที่ประกอบด้วย 1, 2, 3 หรือ 4 คาร์บอนิล, หมู่อะมิโน, ไฮดรอกซิล หรือคลอรีน หรือหมู่ฟลูออรีน
33. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีน้ำหนักโมเลกุลจาก 175 ถึง 500 กรัมต่อโมล
34. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีน้ำหนักโมเลกุลจาก 200 ถึง 450 กรัมต่อโมล
35. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีน้ำหนักโมเลกุลจาก 225 ถึง 400 กรัมต่อโมล
36. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีน้ำหนักโมเลกุลจาก 250 ถึง 350 กรัมต่อโมล
37. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ R1 และหนึ่งใน R2 และ R3 มีระหว่าง 3 และ 14 อะตอมคาร์บอน
38. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ R1 และหนึ่งใน R2 และ R3 มีระหว่าง 4 และ 12 อะตอมคาร์บอน
39. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ R1 และหนึ่งใน R2 และ R3 มีระหว่าง 4 และ 10 อะตอมคาร์บอน
40. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ log10 ของสัมประสิทธิการแบ่งเป็นส่วนของสารประกอบเอไมด์ ระหว่าง n-ออกทานอล และน้ำน้อยกว่า 5.0
41. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ R1 มีระหว่าง 3 และ 16 อะตอมคาร์บอน และ 0, 1, 2, 3, 4 หรือ 5 เฮทเทอโรอะตอมที่เลือกจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, ฟลูออรีน และคลอรีน
42. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่หนึ่งใน R2 หรือ R3 มีระหว่าง 3 และ 16 อะตอมคาร์บอน และ 0, 1, 2, 3, 4 หรือ 5 เฮทเทอโรอะตอมที่เลือกอย่างอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, ฟลูออรีน และคลอรีน
43. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่หนึ่งใน R2 หรือ R3 มีระหว่าง 4 และ 14 อะตอมคาร์บอน และ 0, 1, 2, 3, 4 หรือ 5 เฮทเทอโรอะตอมที่เลือกอย่างอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์
44. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่หนึ่งใน R2 หรือ R3 มีระหว่าง 5 และ 12 อะตอมคาร์บอน และ 0, 1, 2 หรือ 3 เฮทเทอโรอะตอมที่เลือกอย่างอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน และ ซัลเฟอร์
45. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ R1 มีระหว่าง 3 และ 16 อะตอมคาร์บอน และ 0, 1, 2, 3, 4 หรือ 5 เฮทเทอโรอะตอมที่เลือกจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, ฟลูออรีน หรือ คลอรีน และหนึ่งใน R2 หรือ R3 มีระหว่าง 5 และ 12 อะตอมคาร์บอน และ 0, 1, 2 หรือ 3 เฮทเทอโรอะตอมที่เลือกอย่างอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน และ ซัลเฟอร์
46. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่หนึ่งใน R2 หรือ R3 คือ เรซิดิวอินทรีย์ที่เป็นกิ่งหรือวงที่มีอะตอม คาร์บอนที่เชื่อมโดยตรงกับ (a) อะตอมไนโตรเจนของเอไมด์ และ (b) สองอะตอมคาร์บอน เพิ่มเติม และที่เรซิดิวอินทรีย์ที่เป็นกิ่งหรือวงประกอบด้วยอะตอมไฮโดรเจน, มากถึง 10 อะตอมคาร์บอนเพิ่มเติมที่อาจเลือก และจากศูนย์ถึงห้าเฮทเทอโรอะตอมที่เลือกอย่างอิสระ จากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, ฟลูออรีน และคลอรีน
47. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่หนึ่งใน R2 หรือ R3 มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ na และ nb ถูกเลือกโดยอิสระจาก 1, 2, 3 และแต่ละเรซิดิวของสารแทนที่ R2a หรือ R2b ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดเจน, เฮโลเจน, ไฮดรอกซี หรือ เรซิดิวที่มีคาร์บอน โดยอาจเลือก ที่มีจากศูนย์ถึงห้าเฮทเทอโรอะตอมถูกเลือกโดยอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์ และเฮโลเจน
48. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่หนึ่งใน R2 หรือ R3 เป็นอนุมูลอัลคิลที่เป็นกิ่งที่มีห้าถึง 12 อะตอมคาร์บอน
49. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่หนึ่งใน R2 หรือ R3 คือ วงไซโคลอัลคิลหรือไซโคลอัลคีนิลที่ ประกอบด้วย 5 ถึง 12 อะตอมคาร์บอนของวง ที่วงไซโคลอัลคิลหรือไซโคลอัลคีนิลสามารถ เลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2, 3 หรือ 4 ที่เลือกโดยอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไฮโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
50. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่หนึ่งใน R2 หรือ R3 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) ที่ Ar คือ ฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, ไธโอฟูรานิล หรือวงพรัยโรลิล, m คือ 0, 1, 2 หรือ 3, แต่ละ R2' ถูกเลือกโดยอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี และ R2a คือ ที่ เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยอัลคิล, อัลคอกซี-อัลคิล, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, -R4OH, -R4OR5, -R4CN, -R4CO2H, -R4CO2R5, -R4COR5, -R4SR5 และ -R4SO2R5 ที่ประกอบด้วย 1 ถึง 12 อะตอมคาร์บอน
51. วิธีการของข้อถือสิทธิ 50 ที่ Ar คือ ฟีนิล
52. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A ประกอบด้วยวงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่มี 5 หรือ 6 สมาชิก m คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4 แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากอัลคิล, อัลคอกซี, อัลคอกซี-อัลคิล, ไฮดรอกซีอัลคิล, OH, CN, CO2H, CO2R6, CHO, COR6, SR6, เฮโลเจน, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เอริล และเฮทเทอโรเอริล และ R6 คือ C1-C6 อัลคิล
53. วิธีการของข้อถือสิทธิ 52 ที่ A คือ วงฟีนิล หรือวงไพริดิล
54. วิธีการของข้อถือสิทธิ 52 ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3
55. วิธีการของข้อถือสิทธิ 53 ที่แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และ หมู่ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
56. วิธีการของข้อถือสิทธิ 55 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
57. วิธีการของข้อถือสิทธิ 55 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง ที่ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งหรือสอง สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, O2CCH3, CO2CH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
58. วิธีการของข้อถือสิทธิ 55 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน หรือวง 2,3- ไดไฮโดร-1H-อินดีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
59. วิธีการของข้อถือสิทธิ 55 ที่ R2 คือ วงฟีนิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งหรือสอง สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
60. วิธีการของข้อถือสิทธิ 55 ที่ R2 คือ กรดคาร์บอกซิลิกที่ถูกแทนที่ อัลฟา หรือ คาร์บอกซิลิกแอซิด โลเวอร์อัลคิลเอสเตอร์ที่ถูกแทนที่ อัลฟา
61. วิธีการของข้อถือสิทธิ 55 ที่ R2 คือ คาร์บอกซิลิกแอซิดโลเวอร์เมทธิลเอสเตอร์ที่ถูกแทนที่ อัลฟา
62. วิธีการของข้อถือสิทธิ 61 ที่ เรซิดิวคาร์บอกซิลิกแอซิดเอสเตอร์ที่ถูกแทนที่ อัลฟา สอดคล้องกับ พวกของกรดอะมิโน อัลฟา ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือเอสเตอร์ของมัน หรืออีแนนทิโอเมอร์ ตรงกันข้ามของมัน
63. วิธีการของข้อถือสิทธิ 52 ที่ A คือ โมโนไซคลิกเฮทเทอโรเอริล ที่แต่ละ R1' ถูกเลือก อย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และหมู่ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
64. วิธีการของข้อถือสิทธิ 52 ที่ A มีหนึ่งในสูตรต่อไปนี้ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SXH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
65. วิธีการของข้อถือสิทธิ 64 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรติกหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
66. วิธีการของข้อถือสิทธิ 52 ที่ A คือ ไบไซคลิกอะโรมาติกเฮเทอโรเอริลที่ถูกหลอม
67. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งฟีนิลหรือวงเฮทเทอโร- เอริล และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
68. วิธีการของข้อถือสิทธิ 67 ที่ m คือ 1 หรือ 2
69. วิธีการของข้อถือสิทธิ 52 ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
70. วิธีการของข้อถือสิทธิ 69 ที่ m คือ 1 หรือ 2
71. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูครเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ R1a และ R1b โดยอิสระคือไฮโดรเจน หรือโลเวอร์อัลคิล
72. วิธีการของข้อถือสิทธิ 71 ที่ R1a และ R1b โดยอิสระคือไฮโดรเจนหรือเมทธิล
73. วิธีการของข้อถือสิทธิ 72 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
74. วิธีการของข้อถือสิทธิ 71 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติกหรือ นอนอะโรมาติก และแต่ละ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
75. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ R1a และ R1b โดยอิสระคือไฮโดรเจน หรือโลเวอร์อัลคิล
76. วิธีการของข้อถือสิทธิ 75 ที่ R1a คือ โลเวอร์อัลคิล และ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
77. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A ประกอบด้วยวงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่มี 5 หรือ 6 สมาชิก m คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4 แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากอัลคิล, อัลคอกซี, อัลคอกซี-อัลคิล, ไฮดรอกซีอัลคิล, OH, CN, CO2H, CHO, COR6, CO2R6, SH, SR6, เฮโลเจน, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เอริล และเฮทเทอโรเอริล และ R5 คือ C1-C6อัลคิล B คือ วงเอริลหรือเฮเทอโรเอริลที่มี 5 หรือ 6 สมาชิก m' คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4 R2' ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยอัลคิล, อัลคอกซี, อัลคอกซี-อัลคิล, OH, CH, CO2H, CHO, COR6, CO2R6, SR6, เฮโลเจน, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เอริล, และ เฮทเทอโรเอริล และ R6 คือ C1-C6 อัลคิล
78. วิธีการของข้อถือสิทธิ 77 ที่ A คือ วงโมโนไซคลิกหรือไบไซคลิกที่ถูกหลอมของ ที่แต่ละ R1' และแต่ละ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และหมู่ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
79. วิธีการของข้อถือสิทธิ 78 ที่ A คือ วงโมโนคลิกเฮทเทอโรเอริล
80. วิธีการของข้อถือสิทธิ 78 ที่ A มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติกหรือ นอนอะโรมาติก และแต่ละ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และหมู่ไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
81. วิธีการของข้อถือสิทธิ 78 ที่อนุมูล (R1')m - A มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ R1a, และ R1b โดยอิสระคือไฮโดรเจน หรือโลเวอร์อัลคิล
82. วิธีการของข้อถือสิทธิ 78 ที่ A และ B คือ วงฟีนิลที่ถูกแทนที่
83. วิธีการของข้อถือสิทธิ 78 ที่ A คือ วงฟีนิลที่ถูกแทนที่ และ B คือ วงไซโคลเฮกซิลที่ถูกแทนที่
84. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A คือ วงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่มี 5 หรือ 6 สมาชิก m คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4 แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากอัลคิล, อัลคอกซี, อัลคอกซี-อัลคิล, OH, CN, CO2H, CO2R6, CHO, COR6, SR6, เฮโลเจน, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เอริล และ เฮทเทอโรเอริล
85. วิธีการของข้อถือสิทธิ 84 ที่สารประกอบเอไมด์มีน้ำหนักโมเลกุล 500 กรัมต่อโมล หรือ น้อยกว่า แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และหมู่ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
86. วิธีการของข้อถือสิทธิ 84 ที่ A คือ วงฟีนิล และ m คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4
87. วิธีการของข้อถือสิทธิ 84 ที่ m คือ 1 หรือ 2
88. วิธีการของข้อถือสิทธิ 87 ที่ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
89. วิธีการของข้อถือสิทธิ 86 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง หรือคาร์บอกซิลิกแอซิดโลเวอร์ เอสเตอร์ที่ถูกแทนที่ อัลฟา
90. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือ สารประกอบยูเรียที่มีสูตร (สูตรเคมี) R9 และหนึ่งหรือสองใน R7 และ R8 ประกอบด้วยเรซิดิวไฮโดรคาร์บอนที่มีอย่างน้อยสาม อะตอมคาร์บอน และอาจเลือกหนึ่งถึงสิบเฮทเทอโรอะตอมที่เลือกจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, เฮโลเจน หรือฟอสฟอริส และที่อาจเลือกหนึ่งใน R7 และ R8 คือไฮโดรเจน
91. วิธีการของข้อถือสิทธิ 90 ที่สารประกอบยูเรียมีสูตร 1-(2-คลอโรฟีนิล)-3-(เฮปเทน-4-อิล)ยูเรีย 1-(2,4-ไดคลอโรฟีนิล)-3-(1-ฟีนิลโพรพิล)ยูเรีย 1-(2,4-ไดเมทธอกซีฟีนิล)-3-(เฮปเทน-4-อิล)ยูเรีย 1-(2-ฟลูออโรฟีนิล)-3-(เฮปเทน-4-อิล)ยูเรีย 1-(4-ไอโซโพรพิลฟีนิล)-3-(2-(ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ยูเรีย หรือเกลือที่สามารถยอมรับได้ว่าสามารถรับประทานได้ของมัน
92. วิธีการของข้อถือสิทธิ 90 ที่หนึ่งใน R7 และ R8 คือไฮโดรเจน
93. วิธีการของข้อถือสิทธิ 92 ที่ R7 และ R8 รวมกันก่อรูปวงเฮทเทอโรไซคลิกหรือเฮทเทอโรเอริล ที่มี 5, 6 หรือ 7 อะตอมของวง ที่อาจถูกเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ ที่เลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
94. วิธีการของข้อถือสิทธิ 92 ที่ R9 และหนึ่งใน R7 และ R8 ถูกเลือกอย่างอิสระจากเอริลอัลคีนิล, เฮทเทอโรเอริลอัลคีนิล, เอริลอัลคิล, เฮทเทอโรเอริลอัลคิล, อัลคิล, อัลคอกซี-อัลคิล, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เอริล และ เฮทเทอโรเอริล แต่ละตัวซึ่งคาร์บอนที่มี หมู่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกโดยอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
95. วิธีการของข้อถือสิทธิ 92 ที่ R9 และหนึ่งใน R7 และ R8 ถูกเลือกอย่างอิสระจากเอริลอัลคิล, เฮทเทอโรเอริลอัลคิล, อัลคิล, ไซโคลอัลคิล, เอริล, เฮทเทอโรไซเคิล และเฮทเทอโรเอริล แต่ละตัวซึ่งอาจเลือกประกอบด้วยหนึ่งถึงห้าเฮทเทอโรอะตอมที่เลือกอย่างอิสระจาก ออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, คลอรีน และฟลูออรีน
96. วิธีการของข้อถือสิทธิ 92 ที่ R9 และหนึ่งใน R7 และ R8 ถูกเลือกอย่างอิสระจากอัลคิล, ฟีนิล, ไซโคลเฮกซิล หรือไพริดิล แต่ละตัวซึ่งอาจเลือกให้ประกอบด้วยหนึ่งถึงสี่สารแทนที่ที่เลือก อย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
97. วิธีการของข้อถือสิทธิ 92 ที่หนึ่งใน R7 และ R8 มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) และ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) และ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) และ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) และ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) และ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) และ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' เลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และ ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
98. วิธีการของข้อถือสิทธิ 97 ที่หนึ่งใน R7 และ R8 คือวงฟีนิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกโดยอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
99. วิธีการของข้อถือสิทธิ 97 ที่ R9 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
100. วิธีการของข้อถือสิทธิ 97 ที่ R9 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ B คือ ฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, ไธโอฟูรานิล, พรัยโรล, ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล หรือ วงปิเปอริดิล, m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี และ R9a ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยอัลคิล, อัลคอกซี- อัลคิล, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, -R4OH, -R4OR5 -R4CN, -R4CO2H, -R4CO2R5, -R4SOR5, -R4SR5 และ -R4SO2R5 ที่ประกอบด้วย 1 หรือ 12 อะตอม คาร์บอก
101. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือ สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ R10 และ R30 ถูกเลือกอย่างอิสระจากเรซิดิวไฮโดรคาร์บอนที่มีอย่างน้อยสาม อะตอมคาร์บอน และอาจเลือกให้หนึ่งถึงสิบเฮทเทอโรอะตอมที่เลือกโดยอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, เฮโลเจน หรือฟอสฟอรัส และ R20 และ R40 ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน และเรซิดิวไฮโดรคาร์บอนที่มีอย่างน้อยสาม อะตอมคาร์บอนและ อาจเลือกหนึ่งถึงสิงเฮทเทอโรอะตอมที่เลือกโดยอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์, เฮโลเจน, หรือฟอสฟอรัส
102. วิธีการของข้อถือสิทธิ 101 ที่ R20 และ R40 คือ ไฮโดรเจน
103. วิธีการของข้อถือสิทธิ 102 ที่ R10 และ R30 ถูกเลือกโดยอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย เอริลอัลคิล, เฮทเทอโรเอริลอัลคิล, ไซโคลอัลคิล-อัลคิล และเฮทเทอโรไซเคิล-อัลคิล ที่มีห้า ถึง 15 อะตอมคาร์บอน และที่แต่ละ R10 และ R30 สามารถเลือกประกอบด้วยหนึ่งถึง หนึ่งถึง สี่ สารแทนที่ที่เลือกโดยอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี หมู่ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
104. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือ สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A และ B โดยอิสระคือ เอริล, เฮทเทอโรเอริล, ไซโคลอัลคิล หรือเฮทเทอโรไซเคิล ที่ประกอบด้วย 5 ถึง 12 อะตอมของวง m และ n โดยอิสระคือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4-8, R20 และ R40 คือ ไฮโดรเจน, R50 คือ ไฮโดรเจน หรืออัลคิล หรือเรซิดิวอัลคิลที่ถูกแทนที่ ที่ประกอบด้วยหนึ่งถึงสี่ อะตอมคาร์บอน, R60 ไม่มีหรือคือ C1-C5 อัลคิลีน หรือ C1-C5อัลคิลีนที่ถูกแทนที่, R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, อัลคิล, อัลคอกซี, อัลคอกซี-อัลคิล, OH, SR9, เฮโลเจน, CH, NO, CO2R9, COR9, CONR9R10, NR9R10, NR9COR10, SOR9, SO2R9, SO2NR9R10, NR9SO2R10, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เอริล, เฮทเทอโรเอริล และเฮทเทอโรไซเคิล, R9 และ R10 ถูกเลือกอย่างอิสระจาก H, C1-C6อัลคิล, C3-C6ไซโคลอัลคิล และ C1-C6 อัลคีนิล
105. วิธีการของข้อถือสิทธิ 104 ที่ A และ B ถูกเลือกอย่างอิสระจากฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, เบนโซฟูรานิล, พรัยโรล, เบนโซไธโอฟีน, ปิเปอริดิล, ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล หรือ วงไซโคลเฮปทิล m และ n โดยอิสระคือ 0, 1, 2 หรือ 3 R20 และ R40 คือ ไฮโดรเจน, R50 คือ ไฮโดรเจนหรือเมทธิล, R60 คือ C1-C2 อัลคิลีน, R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
106. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือ สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A คือฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, พรัยโรล, ปิเปอริดิล, ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล หรือ วงไซโคลเฮปทิล m และ n โดยอิสระคือ 0, 1, 2 หรือ 3 R50 คือ ไฮโดรเจนหรือเมทธิล, P คือ 1 หรือ 2 และ R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี หรือสองใน R70 รวมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี
107. วิธีการของข้อถือสิทธิ 106 ที่ อนุมูลไพริดิล-R80 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
108. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือ สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ Ar1 คือ วงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่ถูกแทนที่ที่ประกอบด้วย ห้าถึง 12 อะตอมคาร์บอน, R50 คือ ไฮโดรเจนหรือเมทธิล, n คือ 0, 1, 2 หรือ 3 แต่ละ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
109. วิธีการของข้อถือสิทธิ 108 ที่ Ar1 คือ 2-, 3- หรือ 4-ฟีนิลที่ถูกแทนที่หนึ่งตำแหน่ง, 2,4-, 2,3-, 2,5, 2,6, 3,5- หรือ 3,6-ฟีนิลที่ถูกแทนที่สองตำแหน่ง, 3-อัลคิล-4-ฟีนิลที่ถูก แทนที่, ฟีนิลที่ถูกแทนที่สามตำแหน่งที่หมู่สารแทนที่ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี หรือสองในสารแทนที่รวมกันก่อรูปวงเมทธิลีน ไดออกซีบนวงฟีนิล
110. วิธีการของข้อถือสิทธิ 108 ที่ Ar1 คือ วงเฮทเทอโรเอริลที่ถูกแทนที่ที่ประกอบด้วย 5 ถึง 12 อะตอมคาร์บอน และที่หมู่สารแทนที่ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
111. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือ สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A คือ วงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่ถูกแทนที่ที่ประกอบด้วย ห้าถึง 12 อะตอมคาร์บอน, R50 คือ ไฮโดรเจนหรือเมทธิล, n คือ 0, 1, 2 หรือ 3 แต่ละ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
112. วิธีการของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบเอไมด์คือ สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m และ n โดยอิสระคือ 0, 1, 2 หรือ 3, และ R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, อัลคิล, อัลคอกซี, อัลคอกซี-อัลคิล, OH, SR9, เฮโลเจน, CN, NO2, CO2R9, COR9, CONR9R10, NR9R10, NR9COR10, SOR9, SO2R9, SO2NR9R10, NR9SO2R10, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอิลคีนิล, เอริล, เฮทเทอโรเอริล และเฮทเทอโรไซเคิล, R9 และ R10 ถูกเลือกอย่างอิสระจาก H, C1-C6อัลคิล, C3-C6ไซโคลอัลคิล และหมู่ C1-C6 อัลคีนิล
113. วิธีการของข้อถือสิทธิ 112 ที่ R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
114. วิธีการของข้อถือสิทธิ 113 ที่ อนุมูลไพริดิล-R80 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
115. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้และทางยาที่ถูกดัดแปลงโดยข้อถือสิทธิใด ๆ ของข้อถือสิทธิ ที่กล่าวมาแล้ว
116. วิธีการสำหรับเพิ่มรสชาติหวานของผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้และทางยาที่ประกอบ ด้วย a) การให้ที่อย่างน้อยหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือ ตัวริเริ่มของมัน และ b) การรวมผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันกับ ที่มีอย่างน้อยปริมาณปรับกลิ่มรสหวานของอย่างน้อยหนึ่งสารประกอบเอไมด์ที่ไม่ได้ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่าสามารถรับประทานได้ของมัน เพื่อ ก่อรูปผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลง ที่สารประกอบเอไมด์มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) ที่ A คือ วงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่มี 3 หรือ 12 อะตอมของวง m คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4 แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย C1-C4อัลคิล, C1-C4เฮโลอัลคิล, C1-C4เฮโลอัลคอกซี, C1-C4 อัลคอกซิล, C1-C4 อัลคอกซี-อัลคิล, C1-C4ไฮดรอกซี-อัลคิล, OH, NH2, NHR6, NR62, CN, CO2H, CO2R6, CHO, COR6, SH, SR6 และเฮโลเจน ที่ R6 คือ C1-C4 อัลคิล R2 ประกอบด้วยอัลคิลที่เป็นกิ่งหรือไซโคลอัลคิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งถึงสี่ สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากอัลคิล, อัลคอกซี, อัลคอกซี-อัลคิล, ไฮดรอกซีอัลคิล, OH, NH2, NHR6, NR62, CN, CO2H, CO2R6, CHO, COR6, SH, SR6, เฮโลเจน, อัลคีนิล, ไซโคลอัลคิล, ไซโคลอัลคีนิล, เอริล และเฮทเทอโรเอริล และ R6 คือ C1-C4อัลคิล และ ที่สารประกอบเอไมค์มีน้ำหนักโมเลกุล 500 กรัมต่อโมลหรือน้อยกว่า
117. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงมีรสชาติหวานกว่าผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้และทางยาของการควบคุมที่ไม่ ประกอบด้วยสารประกอบเอไมด์ ที่ตัดสินโดยคณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติ อย่างน้อย 8 คน
118. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการทดสอบความหวานของ สารให้ความหวานที่รู้จักเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยซูโครส, ฟรุกโตส, กลูโคส, อีริไธรทอล, ไอโซมัลต์, แลคไททอล, แมนนิทอล, ซอร์บิทอล, ไซลิทอล, เทอร์พีนอยด์ธรรมชาติที่รู้จัก, ฟลาวินอยด์ หรือสารให้ความหวานที่เป็นโปรตีน, แอสพาร์แทม, แซคคาริน, อะซีซัลแฟม- เด, ไซคลาเมต, ซูคราโลส และอะลิแทม และปริมาณที่ดัดแปลงกลิ่นรสหวานของ สารประกอบเอไมด์มีรสชาติหวานกว่าสารละลายน้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วย ปริมาณการทดสอบความหวานของสารให้ความหวานที่รู้จัก ที่ตัดสินโดยคณะให้คะแนนหลัก ที่มีอย่างน้อยผู้ทดสอบรสชาติที่เป็นมนุษย์แปดคน
119. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการดัดแปลงกลิ่นรสหวาน ของสารประกอบเอไมด์ และประมาณ 6 กรัม/100 มิลลิลิตรของซูโครสมีรสชาติหวานกว่า สารละลายน้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วย 6 กรัม/100 มิลลิตรของซูโครส ที่ตัดสินโดย คณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทอดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
120. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการดัดแปลงกลิ่นรสหวาน ของสารประกอบเอไมด์ และประมาณ 6% กรัม/100 มิลลิลิตรของ 50:50 ของของผสมของ ซูโครสและฟรุกโตส มีรสชาติหวานกว่าสารละลายน้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วย 6% กรัม/100 มิลลิลิตรของ 50:50 ของของผสมของซูโครสและฟรุกโตส ที่ตัดสินโดยคณะ ให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
121. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการดัดแปลงกลิ่นรสหวาน ของสารประกอบเอไมด์ และประมาณ 1.6 mM ของแอสพาร์แทม มีรสชาติหวานกว่า สารละลายน้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วยประมาณ 1.6 mM ของแอสพาร์แทม ที่ตัดสิน โดยคณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
122. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการดัดแปลงกลิ่นรสหวาน ของสารประกอบเอไมด์ และประมาณ 1.5 mM ของอะชีชูแฟม-เค มีรสชาติหวานกว่า สารละลายน้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วยประมาณ 1.5 mM ของอะซีซูแฟม-เค ที่ตัดสิน โดยคณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
123. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการดัดแปลงกลิ่นรสหวาน ของสารประกอบเอไมด์ และประมาณ 10 mM ของไซคลาเมต มีรสชาติหวานกว่าสารละลาย น้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วยประมาณ 10 mM ของไซคลาเมต ที่ตัดสินโดยคณะให้ คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
124. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการดัดแปลงกลิ่นรสหวาน ของสารประกอบเอไมด์ และประมาณ 0.4 mM ของชูคราโลส มีรสชาติหวานกว่าสารละลาย น้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วยประมาณ 0.4 mM ของชูคราโลส ที่ตัดสินโดยคณะให้ คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
125. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารละลายน้ำที่ประกอบด้วยปริมาณการดัดแปลงกลิ่นรสหวาน ของสารประกอบเอไมด์ และประมาณ 0.2 mM ของอะลิแทม มีรสชาติหวานกว่าสารละลาย น้ำของการควบคุมที่ประกอบด้วยประมาณ 0.2 mM ของอะลิแทม ที่ตัดสินโดยคณะให้ คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
126. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้และทางยาที่ถูกดัดแปลงมีรส ชาติหวานกว่าดังเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้และทางยากที่เตรียม ปราศจากสารประกอบเอไมด์ ที่ตัดสินโดยคณะให้คะแนนหลักที่มีผู้ทดสอบรสชาติอย่างน้อย 8 คน
127. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์ปรับการเชื่อมของสารให้ความหวานที่เลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยซูโครส, ฟรุกโตส, กลูโคส, อีริไธรทอล, ไอโซมัลต์, แลคไททอล, แมนนิทอล, ซอร์บิทอล, ไซลิทอล, เทอร์พีนอยด์ธรรมชาติที่รู้จัก, ฟลาวินอยด์ หรือ สารให้ความหวานที่เป็นโปรตีน, แอสพาร์แทม, แชคคาริน, อะซีซัลแฟม-เค, ไซคลาเมต, ซูคราโลส, อะลิแทม หรืออีริไธรทอล แก่ตัวรับ hT1T2/hT1R3 ที่แสดงในเส้นเซลล์ HEK 293-Gอัลฟา15
128. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์มี EC50 สำหรับเชื่อม ตัวรับ hT1T2/hT1R3 ที่แสดงในเส้นเซลล์ HEK293-Gอัลฟา15 หรือน้อยกว่าประมาณ 10 มิวM
129. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์มี EC50 สำหรับเชื่อม ตัวรับ hT1T2/hT1R3 ที่แสดงในเส้นเซลล์ HEK293-Gอัลฟา15 หรือน้อยกว่าประมาณ 5 มิวM
130. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์มี EC50 สำหรับเชื่อม ตัวรับ hT1T2/hT1R3 ที่แสดงในเส้นเซลล์ HEK293-Gอัลฟา15 หรือน้อยกว่าประมาณ 2 มิวM
131. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์มี EC50 สำหรับเชื่อม ตัวรับ hT1T2/hT1R3 ที่แสดงในเส้นเซลล์ HEK293-Gอัลฟา15 หรือน้อยกว่าประมาณ 1 มิวM
132. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์ไม่เป็นสารประกอบเปปไตด์
133. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์สามารถยอมรับได้ว่าสามารถรับประทานได้
134. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์คือหรือสามารถถูกกำหนดเพื่อพิจารณา โดยทั่วไปเป็นความปลอดภัยสำหรับการใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารจำเพาะที่ความเข้มข้นจำเพาะ ในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
135. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์ เมื่อรวมกับอาหารหนูและให้อาหารแก่หนู Crl:CD(SD)IGS BR ที่ความเข้มข้นประมาณ 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักร่างกาย/ วัน สำหรับ 90 วัน ทำให้ไม่มีผลที่เป็นพิษในทางตรงกันข้ามต่อหนู
136. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือ เป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.001 ppm ถึงประมาณ 100 ppm
137. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมค์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือ เป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.1 ppm ถึงประมาณ 10 ppm
138. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือ เป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.05 ppm ถึงประมาณ 15 ppm
139. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือ เป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.1 ppm ถึงประมาณ 5 ppm
140. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือ เป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.1 ppm ถึงประมาณ 3 ppm
141. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ อาหารสัตว์บริโภค
142. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ อาหารมนุษย์บริโภค
143. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยลูกกวาด, ผลิตภัณฑ์ขนมอบ, ไอศกรีม, ผลิตภัณฑ์นม, อาหารว่างที่มีรสหวานและอร่อย, แท่งอาหารว่าง, ผลิตภัณฑ์แทนอาหารหลัก, อาหารพร้อมรับประทาน, ซุป, พาสต้า, บะหมี่, อาหารกระป๋อง, อาหารแช่แข็ง, อาหารรอบแห้ง, อาหารแช่เย็น, น้ำมันและไขมัน, อาหารเด็กอ่อน อาหารสำหรับทา
144. วิธีการของข้อถือสิทธิ 142 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงประกอบด้วยหนึ่งสิ่งหรือมากกว่าของเนื้อ, ไก่, ปลา, ผัก, ธัญพืช หรือผลไม้
145. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ อาหารแช่แข็ง, อาหารที่ไม่ถูกปรุง หรืออาหารที่ถูกปรุงอย่างสมบูรณ์หรือ บางส่วน
146. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ ซุป, ซุปที่ถูกขจัดน้ำหรือถูกทำให้เข้มข้น หรือซุปแห้ง
147. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ อาหารว่าง
148. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วงในการปรุงอาหาร, ผลิตภัณฑ์ของสารละลายอาหาร, ผลิตภัณฑ์ของการเพิ่มอาหาร, ซอสปรุงรส หรือของผสมของซอสปรุงรส
149. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ เค้ก, คุกกี้, พาย, ลูกอม, หมากฝรั่ง, เจลาติน, ไอศกรีม, เซอร์เบต, พุดดิ้ง, แยม, เจลลี่, น้ำสลัด, เครื่องปรุงรสอื่น ๆ, ธัญพืช, ผลไม้กระป๋อง หรือซอสผลไม้
150. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ เครื่องดื่ม, ของผสมเครื่องดื่ม หรือสารเข้มข้นของเครื่องดื่ม
151. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ โซดา หรือน้ำผลไม้
152. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ เครื่องดื่มอัลกอฮอล์
153. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ สารผสมทางเภสัชกรรมที่มุ่งหมายสำหรับการใช้ทางปาก
154. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกคือ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพปาก
155. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่แต่ละ R1' และแต่ละสารแทนที่ทางเลือกของ R2 ถูกเลือก อย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และหมู่ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
156. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ A คือ วงเอริลที่ประกอบด้วย 6 ถึง 12 คาร์บอนของวง
157. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ A คือ วงแนพธิล
158. วิธีการของข้อถือสิทธิ 116 ที่ A คือ วงฟีนิล
159. วิธีการของข้อถือสิทธิ 158 ที่ m คือ 1, 2, 3 หรือ 4
160. วิธีการของข้อถือสิทธิ 159 ที่แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
161. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
162. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี, ไตรฟลูออโรเมทธอกซี, ฟีนิล และไพริดิล
163. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ วงไซโคลอัลคิลหรือไซโคลอัลคีนิลที่มี 3 ถึง 10 อะตอมคาร์บอนของวง อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระ จากกลุ่มที่ประกอบด้วย NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, C1-C4อัลคิล, C1-C4เฮโลอัลคิล, C1-C4อัลคอกซี, C1-C4เฮโลอัลคอกซี, ไฮดรอกซี และเฮโลเจน
164. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล, ไซโคลเฮปทิล หรือ วงไซโคลออกทิล อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
165. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ ไซโคลเฮกซิล อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่เมทธิล
166. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
167. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ 1-อินแดน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
168. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
169. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่แต่ละ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
170. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
171. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
172. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ วง1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
173. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ วง (R)-1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
174. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ R2 คือ วง (R)-1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
175. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ A คือ โมโนไซคลิกเฮทเทอโรเอริล
176. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ A มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
177. วิธีการของข้อถือสิทธิ 160 ที่ A มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) ที่ R1' คือ ไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, O2CCH3, SH, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
178. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี, ไตรฟลูออโรเมทธอกซี, ฟีนิล และไพริดิล
179. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
180. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 คือ ไซโคลอัลคิลหรือไซโคลอัลคีนิล ที่มี 3 ถึง 10 อะตอมคาร์บอนของวง อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระ จากกลุ่มที่ประกอบด้วย C1-C4อัลคิล, C1-C4เฮโลอัลคิล, C1-C4อัลคอกซี, C1-C4เฮโล อัลคอกซี, ไฮดรอกซี และเฮโลเจน
181. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 คือ ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล, ไซโคลเฮปทิล หรือ ไซโคลออกทิล อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
182. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 คือ ไซโคลเฮกซิล, อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่เมทธิล
183. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
184. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 คือ 1-อินแดน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
185. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
186. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่แต่ละ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, O2CCH3, SH, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี หรือไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
187. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
188. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
189. วิธีการของข้อถือสิทธิ 176 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
190. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้และทางยาถูกผลิตโดยกระบวนการของข้อหนึ่งของ ข้อถือสิทธิ 116-189
191. วิธีการสำหรับเพิ่มรสชาติหวานของผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้และทางยาที่ได้ประกอบ ด้วย a) การให้ที่อย่างน้อยหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือ ตัวริเริ่มของมัน และ b) การรวมผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมัน กับที่อย่างน้อยปริมาณปรับลดกลิ่นรสหวานของอย่างน้อยหนึ่งสารประกอบเอไมด์ที่ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่าสามารถรับประทานได้ของมัน เพื่อก่อรูปผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลง ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A คือ วงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่มี 3 หรือ 12 อะตอมของวง m คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4 แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูอออโรเมทธอกซี และ R2 คือ วงฟีนิล อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิ, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี และ ที่สารประกอบเอไมด์มีน้ำหนักโมเลกุล 500 กรัมต่อโมลหรือน้อยกว่า
192. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือ เป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.001 ppm ถึงประมาณ 100 ppm
193. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่สารประกอบเอไมด์มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือ เป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงในความเข้มข้นจากประมาณ 0.1 ppm ถึงประมาณ 10 ppm
194. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาได้ที่ถูก ดัดแปลงถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ลูกกวาด, ผลิตภัณฑ์ขนมอบ, ไอศกรีม, ผลิตภัณฑ์นม, อาหารว่างที่มีรสหวานและอร่อย, แท่งอาหารว่าง, ผลิตภัณฑ์แทนอาหารหลัก, อาหารพร้อมรับประทาน, ซุป, พาสต้า, บะหมี่, อาหารกระป๋อง, อาหารแช่แข็ง, อาหารอบแห้ง, อาหารแช่เย็น, น้ำมันและไขมัน, อาหารเด็กอ่อน อาหารสำหรับทา
195. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ เค้ก, คุกกี้, พาย, ลูกอม, หมากฝรั่ง, เจลาติน, ไอศกรีม, เซอร์เบต, พุดดิ้ง, แยม, เจลลี่, น้ำสลัด, เครื่องปรุงรสอื่น ๆ, ธัญพืช, ผลไม้กระป๋อง หรือซอสผลไม้
196. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ เครื่องดื่ม, ของผสมเครื่องดื่ม หรือสารเข้มข้นของเครื่องดื่ม
197. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ โซดา หรือน้ำผลไม้
198. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ เครื่องดื่มอัลกอฮอล์
199. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ สารผสมทางเภสัชกรรมที่มุ่งหมายสำหรับการให้ทางปาก
200. วิธีการของข้อถือสิทธิ 191 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูก ดัดแปลงคือ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพปาก
201. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงผลิตโดยวิธีการของ ข้อถือสิทธิ 191-201
202. วิธีการสำหรับปรับลดรสชาติหวานของผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้และทางยาที่ ประกอบด้วย a) การให้ที่อย่างน้อยหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือ ตัวริเริ่มของมัน และ b) การรวมผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมัน กับที่อย่างน้อยปริมาณปรับลดกลิ่นรสหวานของอย่างน้อยหนึ่งสารประกอบยูเรียที่ไม่ได้ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่าสามารถรับประทานได้ของมัน เพื่อ ก่อรูปผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลง ที่สารประกอบยูเรียมีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m และ n โดยอิสระคือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' และ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจาก ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และ ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
203. วิธีการของข้อถือสิทธิ 202 ที่ n คือ 0
204. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ผลิตโดยวิธีการของข้อถือสิทธิ 202
205. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ที่ประกอบด้วย อย่างน้อยปริมาณการปรับกลิ่นรสอร่อยของอย่างน้อยสารประกอบเอไมด์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดย ธรรมชาติ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A ประกอบด้วยวงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่มี 5 หรือ 6 สมาชิก m คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4 แต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี และ R2 ประกอบด้วยระหว่าง 4 และ 14 อะตอมคาร์บอน และ 0, 1, 2, 3, 4 หรือ 5 เฮทเทอโรอะตอมที่เลือกอย่างอิสระจากออกซิเจน, ไนโตรเจน, ซัลเฟอร์
206. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 205 ที่ A คือ วงฟีนิล
207. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 205 ที่ m คือ 1, 2 หรือ 3
208. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 205 ที่ R2 คือ Ca-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
209. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 205 ที่ R2 คือ กรดคาร์บอกซิลิกที่ถูกแทนที่ อัลฟา หรือ คาร์บอกซิลิกแอซิดโลเวอร์อัลคิล เอสเตอร์ที่ถูกแทนที่ อัลฟา
210. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 205 ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ R1a และ R1b โดยอิสระคือไฮโดรเจนหรือเมทธิล
211. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 210 ที่ R2 คือ C3-C10อัลคิลที่เป็นกิ่ง
212. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 210 ที่ R2 คือ กรดคาร์บอกซิลิกที่ถูกแทนที่ อัลฟา หรือ คาร์บอกซิลิกแอซิดไลเวอร์อัลคิล เอสเตอร์ที่ถูกแทนที่ อัลฟา
213. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 210 ที่ A คือ โมโนไซคลิกเฮทเทอโรเอริลที่มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) และ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4 และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และ ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
214. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 213 ที่ R2 คือ C3-C10อัลคิลที่เป็นกิ่ง
215. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้หรือตัวริเริ่มของมันของข้อถือสิทธิ 213 ที่ R2 คือ กรดคาร์บอกซิลิกที่ถูกแทนที่ อัลฟา หรือ คาร์บอกซิลิกแอซิดโลเวอร์อัลคิล เอสเตอร์ที่ถูกแทนที่ อัลฟา
216. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ อาหารสัตว์- บริโภค
217. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงถูกเลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยลูกกวาด, ผลิตภัณฑ์ขนมอบ, ไอศกรีม, ผลิตภัณฑ์นม, อาหารว่างที่มีรสหวาน และอร่อย, แท่งอาหารว่าง, ผลิตภัณฑ์แทนอาหารหลัก, อาหารพร้อมรับปรทาน, ซุป, พาสต้า, บะหมี่, อาหารกระป๋อง, อาหารแช่แข็ง, อาหารอบแห้ง, อาหารแช่เย็น, น้ำมันและ ไขมัน, อาหารเด็กอ่อน อาหารสำหรับทา
218. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ประกอบด้วย เนื้อ, ไก่, ปลา, ผัก, ธัญพืช หรือผลไม้ หนึ่งชนิดหรือมากกว่า
219. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 คือ อาหารแช่แข็ง, อาหารที่ไม่ถูกปรุง, หรืออาหารที่ถูกปรุงอย่างสมบูรณ์หรือบางส่วน
220. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 คือ ซุป, ซุปที่ถูก ขจัดน้ำหรือถูกทำให้ข้น หรือซุปแห้ง
221. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถรับประทานได้หรือเป็นยารักษาโรคที่ถูกดัดแปลงคือ อาหารว่าง
222. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานได้หรือเป็นยารักษาโรคที่ถูกดัดแปลงคือ ผลิตภัณฑ์เสริมการปรุงอาหาร, ผลิตภัณฑ์ของสารประกอบของอาหาร, ผลิตภัณฑ์การเพิ่มอาหาร, ซอสปรุงรส หรือ ของผสมของซอสปรุงรส
223. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานได้หรือเป็นยารักษาโรคที่ถูดดัดแปลงคือ เค้ก, คุกกี้, พาย, ลูกกวาด, หมากฝรั่ง, เจลาติน, ไอศกรีม, เชอร์เบต, พุดดิ้ง, แยม, เจอลี่, น้ำสลัด, เครื่องปรุงรส, ธัญพืช, ผลไม้กระป๋อง หรือซอสผลไม้
224. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถรับประทานได้หรือเป็นยารักษาโรคที่ถูกดัดแปลงคือ เครื่องดื่ม, ของผสมเครื่องดื่ม หรือสารเข้มข้นของเครื่องดื่ม
225. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ โซดา หรือน้ำผลไม้
226. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ เครื่องดื่มอัลกอฮอล์
227. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ สารผสมทางเภสัชกรรม สำหรับการให้ทางปาก
228. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 205 ที่ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ ผลิตภัณฑ์สุขภาพปาก
229. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานเป็นยารักษโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมันที่ประกอบด้วย อย่างน้อยปริมาณที่ปรับกลิ่นรสความอร่อยของอย่างน้อยหนึ่งสารประกอบออกซาลาไมด์ หรือเกลือที่สามารถยอมรับได้ว่ารับประทานได้ของมัน ที่สารประกอบออกซาลาไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A และ B โดยอิสระคือ เอริล, เฮเทอโรเอริล, ไซโคลอัลคิล หรือเฮทเทอโรไซเคิล ที่ ประกอบด้วย 5 ถึง 12 อะตอมของวง m และ n โดยอิสระคือ 0, 1, 2, 3 หรือ 4-8, R50 คือ ไฮโดรเจนหรืออัลคิลที่ประกอบด้วยหนึ่งถึงสี่อะตอมคาร์บอน, R60 ไม่หรือคือ C1-C5 อัลคิลีน R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี หรือสองใน R70 รวมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี
230. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 229 ที่ A และ B โดย อิสระคือ ฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, เบนโซฟูรานิล, พรัยโรล, เบนโซไธโอฟีน, ปิเปอริดิล, ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล หรือวงไซโคลเฮปทิล m และ n โดยอิสระคือ 0, 1, 2 หรือ 3, R50 คือ ไฮโดรเจนหรือเมทธิล, R60 คือ -CH2- หรือ -CH2CH2-
231. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 230 ที่ B คือ วงไพริดีนที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
232. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสทิธิ 231 ที่อนุมูลไพริดิล- R80 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
233. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 229 ที่สารประกอบ- เอไมด์คือ สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A คือ วงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่ถูกแทนที่ที่ประกอบด้วย ห้าถึง 12 อะตอมคาร์บอน, m และ n คือ 0, 1, 2 หรือ 3, แต่ละ R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยที่เลือกโดยอิสระจาก ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี หรือสองใน R70 รวมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี
234. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 233 ที่ A คือ 2-, 3- หรือ 4-ฟีนิลที่ถูกแทนที่หนึ่งตำแหน่ง, 2,4-, 2,3-, 2,5, 2,6, 3,5- หรือ 3,6-ฟีนิลที่ถูก แทนที่สองตำแหน่ง, 3-อัลคิล-4-ฟีนิลที่ถูกแทนที่, ฟีนิลที่ถูกแทนที่สามตำแหน่ง ที่หมู่ R70 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี หรือสองใน R70 รวมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี
235. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 233 ที่ A คือ วงเฮทเทอโร-เอริลที่ถูกแทนที่ที่ประกอบด้วย 5 ถึง 12 อะตอมคาร์บอน และที่หมู่สารแทนที่ ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซิ, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, HNCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร-เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
236. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 233 ที่ A มีหนึ่งใน สูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากที่เลือกโดยอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และ ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
237. สารประกอบออกซาลาไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A และ B คือ วงเอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่ถูกแทนที่ที่ประกอบด้วยสามถึงสิบสอง อะตอมคาร์บอนของวง m และ n โดยอิสระคือ 0, 1, 2 หรือ 3 แต่ละ R70 และ R80 ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี หรือ สองใน R70 รวมกันก่อรูปวงเมทธิลีนไดออกซี หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน
238. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 237 ที่ B คือ วงไพริดิล
239. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 237 ที่อนุมูลไพริดิล-R80 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
240. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 238 ที่ A คือ วงฟีนิล
241. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 240 ที่ B คือ วงไพรินิล
242. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 240 ที่อนุมูลไพริดิล-R80 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
243. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 237 ที่ A มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
244. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 243 ที่ B คือ วงไพรินิล
245. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 244 ที่อนุมูลไพริดิล-R80 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
246. สารประกอบออกซาลาไมด์ของข้อถือสิทธิ 237 ที่มีสูตร N1-(2-เมทธอกซี-4-เมทธิลเบนซิล)-N2-(2-(5-เมทธิลไพริดิน-2-อิล)เอทธิล) ออกซาลาไมด์ N1-(2-เมทธอกซี-4-เมทธิลเบนซิล)-N2-(2-(ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ N1-(2,4-ไดเมทธอกซีเบนซิล)-N2-(2-(5-เมทธิลไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ N1-(2,4-ไดเมทธิลเบนซิล)-N2-(2-(ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ N1-(2,4-ไดเมทธอกซีเบนซิล)-N2-(2-(ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ N1-(2,4-ไดเมทธอกซี-เบนซิล)-N'-(2-ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ออกซาลาไมด์ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน
247. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ที่ประกอบอย่าง น้อยปริมาณที่ปรับกลิ่นรสหวานที่อย่างน้อยหนึ่งสารประกอบเอไมด์ที่ไม่ปรากฏโดยธรรมชาติ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน ที่สารประกอบเอไมด์มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A คือ วงฟีนิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ หรือคือวงเฮทเทอโรเอริลที่มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี และ ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง หรือไซโคลเฮกซิล, เตตราไฮโดรแนพธิลีน หรือหมู่อินดานิล อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
248. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
249. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 คือ วงไซโคลเฮกซิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
250. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 คือ ไซโคลเฮกซิล, อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่เมทธิล
251. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
252. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 คือ 1-อินดานิลที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2 ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และ ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
253. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติกหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
254. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) R2' คือ ไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
255. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
256. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
257. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
258. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 คือ วง (R)-1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
259. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ R2 คือ วง (R)-1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
260. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลง คือ อาหารมนุษย์บริโภค
261. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลง ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยลูกกวาด, ผลิตภัณฑ์ขนมอบ, ไอศกรีม, ผลิตภัณฑ์นม, อาหารว่างที่มีรสหวานและอร่อย, แท่งอาหารว่าง, ผลิตภัณฑ์แทนอาหารหลัก, อาหารพร้อมรับประทาน, ซุป, พาสต้า, บะหมี่, อาหารกระป๋อง, อาหารแช่แข็ง, อาหารอบแห้ง, อาหารแช่เย็น, น้ำมันและไขมัน, อาหารเด็กอ่อน อาหารสำหรับทา
262. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ประกอบด้วย หนึ่งสิ่งหรือมากกว่าของเนื้อ, ไก่, ปลา, ผัก, ธัญพืช หรือผลไม้
263. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ประกอบด้วย อาหารแช่แข็ง, อาหารที่ไม่ถูกปรุง หรืออาหารที่ถูกปรุงอย่างสมบูรณ์หรือบางส่วน
264. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่คือ ซุป, ซุปที่ถูกขจัดน้ำหรือถูกทำให้เข้มข้น หรือซุปแห้ง
265. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ อาหารว่าง
266. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วย ในการปรุงอาหาร, ผลิตภัณฑ์ของสารละลายอาหาร, ผลิตภัณฑ์ของการเพิ่มอาหาร, ซอสปรุงรส หรือของผสมของซอสปรุงรส
267. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ เค้ก, คุกกี้, พาย, ลูกอม, หมากฝรั่ง, เจลาติน, ไอศกรีม, เซอร์เบต, พุดดิ้ง, แยม, เจลลี่, น้ำสลัด, เครื่องปรุงรสอื่น ๆ, ธัญพืช, ผลไม้กระป๋อง หรือซอสผลไม้
268. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ เครื่องดื่ม, ของผสมเครื่องดื่ม หรือสารเข้มข้นของเครื่องดื่ม
269. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ โซดา หรือน้ำผลไม้
270. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ เครื่องดื่มอัลกอฮอล์
271. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ สารผสมทางเภสัชกรรมที่ มุ่งหมายสำหรับการใช้ทางปาก
272. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ของข้อถือสิทธิ 247 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ถูกดัดแปลงคือ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพปาก
273. สารประกอบเอไมด์ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ A คือ วงฟีนิลหรือวงเฮทเทอโรเอริลที่มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี และ ที่ R2 คือ (a) C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง หรือ (b) ไซโคลเฮกซิล, เตตราไฮโดรแนพธิลีน หรือ หมู่อินดานิล อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี หรือเกลือที่สามารถยอมรับได้ว่ารับประทานได้ของมัน
274. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 273 ที่ R2 คือ C3-C10อัลคิลที่เป็นกิ่ง
275. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 273 ที่ A คือ วงฟีนิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
276. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 273 ที่ A คือ วงไพริดิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
277. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 273 ที่ A คือ วงเฮทเทอโรเอริลที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ R1' คือ ไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
278. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 คือ วงไซโคลเฮกซิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
279. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่วงไซโคลเฮกซิลถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่เมทธิล
280. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
281. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 คือ 1-อินดานิลที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2 ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
282. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติกหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
283. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่แต่ละ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล,ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
284. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
285. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
286. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
287. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 275 ที่ R2 คือ วง (R)-1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดร- แนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
288. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่ R2 คือ วงไซโคลเฮกซิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
289. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่วงไซโคลเฮกซิลถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่เมทธิล
290. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
291. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่ R2 คือ 1-อินดานิลที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติกหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
292. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่ R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติกหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล,ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล,เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
293. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่แต่ละ R2' ถูกเลือกอย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี
294. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
295. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่ R2 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
296. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 มี R2 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
297. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 277 ที่ R2 คือ วง (R)-1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดร- แนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
298. สารประกอบเอไมด์ที่มีสูตร 3-คลอโร-2-ไฮดรอกซี-N-(2-เมทธิล-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล) เบนซาไมด์, 3-คลอโร-2-ไฮดรอกซี-N-(5-เมทธอกซี-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล) เบนซาไมด์, (R)-3-คลอโร-2-ไฮดรอกซี-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)เบนซาไมด์, 3-คลอโร-2-ไฮดรอกซี-N-(5-ไฮดรอกซี-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล) เบนซาไมด์, 3-คลอโร-2-ไฮดรอกซี-N-(4-เมทธิล-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล) เบนซาไมด์, 3-คลอโร-2-ไฮดรอกซี-N-(6-เมทธอกซี-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล) เบนซาไมด์, 3-คลอโร-2-ไฮดรอกซี-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)เบนซาไมด์, 2,3-ไดไฮดรอกซี-N-(2-เมทธิล-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)เบนซาไมด์ 2-ไฮดรอกซี-N-(2-เมทธิล-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)เบนซาไมด์ 2,3-ไดไฮดรอกซี-N-(5-เมทธอกซี-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)เบนซาไมด์, (S)-2,6-ไดเมทธิล-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)เบนซาไมด์, N-(5,7-ไดเมทธิล-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)-3-เมทธิลไอโซซาโซล-4- คาร์บอกซาไมด์, 3-เมทธิล-N-(2-เมทธิล-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)ไอโซซาโซล-4- คาร์บอกซาไมด์, 3-เมทธิล-N-(4-เมทธิล-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)ไอโซซาโซล-4- คาร์บอกซาไมด์, N-(5-เมทธอกซี-1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)-3-เมทธิลไอโซซาโซล-4- คาร์บอกซาไมด์, (R)-5-โบรโม-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)นิโคตินาไมด์, (R)-3-เมทธิล-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)ไอโซซาโซล-4- คาร์บอกซาไมด์, (S)-5-โบรโม-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)นิโคตินาไมด์ (R)-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)ฟูราน-3-คาร์บอกซาไมด์, (R)-5-เมทธิล-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)ไอโซซาโซล-4- คาร์บอกซาไมด์, (R)-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)ฟูราน-3-คาร์บอกซาไมด์, 3-เมทธิล-N-(1,2,3,4-เตตราไฮโดรแนพธาลีน-1-อิล)ไอโซซาโซล-4-คาร์บอกซาไมด์, N,(3,3-ไดเมทธิลบิวเทน-2-อิล)-2,3,5,6-เตตราฟลูออโร-4-เมทธิลเบนซาไมด์, 2,3,5,6-เตตราฟลูออโร-4-เมทธิล-N-(3-เมทธิลบิวเทน-2-อิล)เบนซาไมด์, 2,3,5,6-เตตราฟลูออโร-4-เมทธิล-N-(2-เมทธิลไซโคลเฮกซิล)เบนซาไมด์, N-(2-เมทธิลไซโคลเฮกซิล)-3-(ไตรฟลูออโรเมทธอกซี)เบนซาไมด์, 3-คลอโร-5-ฟลูออโร-N-(2-เมทธิลไซโคลเฮกซิล)เบนซาไมด์, (R)-N-(3,3-ไดเมทธิลบิวเทน-2-อิล)-2,3,5,6-เตตราฟลูออโร-4-เมทธิลเบนซาไมด์, 4-ฟลูออโร-N-(2-เมทธิลไซโคลเฮกซิล)-3-(ไตรฟลูออโรเมทธิล)เบนซาไมด์ (S)-2,3,5,6-เตตราฟลูออโร-4-เมทธิล-N-(3-เมทธิลบิวเทน-2-อิล)เบนซาไมด์, 2,5-ไดคลอโร-N-(2-เมทธิลไซโคลเฮกซิล) เบนซาไมด์, 3,5-ไดคลอโร-2,6-ไดเมทธอกซี-N-(2-เมทธิลไซโคลเฮกซิล)เบนซาไมด์ หรือ 2,6-ไดเมทธิล-N-(2-เมทธิลไซโคลเฮกซิล) เบนซาไมด์ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน
299. สารประกอบยูเรียที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ R7 คือ เอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่ประกอบด้วยสามถึงสิบอะตอมคาร์บอนของวง ซึ่งอาจ เลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกโดยอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, CO2CH3, SEt, SCH3, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี และ R9 คือ C3-C10อัลคิลที่เป็นกิ่ง หรือไซโคลเฮกซิล, เตตราไฮโดรแนพธาลีน หรือหมู่อินดานิล อาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกโดยอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน
300. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 299 ที่ R7 คือ วงฟีนิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
301. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 300 ที่ R9 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
302. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 300 ที่ R9 คือ วงไซโคลเฮกซิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
303. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 302 ที่ R9 คือ วงไซโคลเฮกซิลถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่เมทธิล
304. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 302 ที่ R9 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
305. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 299 ที่ R2 คือ 1-อินดานิลที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R9 ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และ ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
306. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 299 ที่ R9 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R9 สามารถถูกก่อพันธะกับทั้งวงอะโรมาติกหรือ นอนอะโรมาติก และถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโร- เมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี
307. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 299 ที่ R9 คือ วง 1-(1,2,3,4)เตตราไฮโดรแนพธาลีน ที่มีสูตร (สูตรเคมี)
308. สารประกอบเอไมด์ของข้อถือสิทธิ 299 ที่ R7 คือ วงเฮเทอโรเอริลที่มีหนึ่งในสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R1' ถูกเลือกอย่างอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และ ไตรฟลูออโรเมทธอกซี
309. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 308 ที่ R9 คือ C3-C10 อัลคิลที่เป็นกิ่ง
310. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 308 ที่ R9 คือ วงไซโคลเฮกซิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
311. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 308 ที่วงไซโคลเฮกซิลถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 หมู่เมทธิล
312. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 308 ที่ R9 มีสูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี)
313. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ที่ประกอบด้วย อย่างน้อยปริมาณที่ปรับกลิ่นรสอร่อยของอย่างน้อยหนึ่งสารประกอบของข้อถือสิทธิ 299- 312
314. สารประกอบยูเรียที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ R7 คือ เอริลหรือเฮทเทอโรเอริลที่ประกอบด้วยสามถึงสิบอะตอมคาร์บอนของวง ซึ่งอาจ เลือกให้ถูกแทนที่ด้วย 1, 2 หรือ 3 สารแทนที่ที่เลือกโดยอิสระจากไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโร- เมทธอกซี และ R9 มีโครงสร้าง (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ที่ R9' คือ ไฮโดรเจน, C1-C10อัลคิล, B คือ ฟีนิล, ไพริดิล, ฟูรานิล, ไธโอฟูรานิล, พรัยโรล, ไซโคลเพนทิล, ไซโคลเฮกซิล หรือวงปิเปอริดิล, m คือ 0, 1, 2 หรือ 3 และแต่ละ R2' ถูก เลือกโดยอิสระจากไฮโดรเจน, ไฮดรอกซี, ฟลูออโร, คลอโร, NH2, NHCH3, N(CH3)2, COOCH3, SCH3, SEt, เมทธิล, เอทธิล, ไอโซโพรพิล, ไวนิล, ไตรฟลูออโรเมทธิล, เมทธอกซี, เอทธอกซี, ไอโซโพรพอกซี และไตรฟลูออโรเมทธอกซี หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน
315. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 314 ที่ R7 คือ วงฟีนิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ และ B คือ ฟีนิล หรือไพริดิล
316. สารประกอบของข้อถือสิทธิ 314 ที่ R7 คือ วงฟีนิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ และ B คือและ ไซโคลเฮกซิลที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่
317. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ หรือตัวริเริ่มของมัน ที่ประกอบด้วย อย่างน้อยปริมาณการปรับกลิ่นรสอร่อยของอย่างน้อยหนึ่งสารประกอบของข้อถือสิทธิ 314
318. สารประกอบเอไมด์ที่มีสูตร (R)-เมทธิล 2-(3-คลอโร-4-เมทธอกซีเบนซามิโด)-4-เมทธิลเพนทาโนเอต, 4-เมทธอกซี-3-เมทธิล-N-(5-เมทธิลเฮกเซน-3-อิล)เบนซาไมด์, N-(เฮปเทน-4-อิล)-2-เมทธิลเบนโซ[d][1,3]ไดออกโซล-5-คาร์บอกซาไมด์, (S)-เมทธิล-4-เมทธิล-2-(4-เมทธิล-3-(เมทธิลไธโอ)เบนซามิโด)เพนทาโนเอต, 4-เมทธอกซี-3-เมทธิล-N-(2-เมทธิลเฮปเทน-4-อิล)เบนซาไมด์, N-(เฮปเทน-4-อิล)-6-เมทธิลเบนโซ[d][1,3]ไดออกโซล-5-คาร์บอกซาไมด์, 3,4-ไดเมทธิล-N-(2-เมทธิลเฮกเซน-3-อิล)เบนซาไมด์, (R)-เมทธิล 4-เมทธิล-2-(5-เมทธิลเบนโซฟูราน-2-คารืบอกซามิโด)เพนทาโนเอต, N-(เฮกเซน-3-อิล)-4-เมทธอกซี-3-เมทธิลเบนซาไมด์, N-(เฮปเทน-3-อิล)-3-เมทธิล-4-(เมทธิลไธโอ)เบนซาไมด์, N-(เฮปเซน-3-อิล)-3-เมทธิล-4-(เมทธิลไธโอ)เบนซาไมด์, เมทธิล 2-(3-คลอโร-4-เมทธอกซีเบนซามิโด)เฮกซาโนเอต, 3,4-ไดเมทธิล-N-(2-เมทธิลเฮปเทน-4-อิล)เบนซาไมด์, N-(เฮกเซน-3-อิล)-3,4-ไดเมทธิลเบนซาไมด์, N-(เฮปเซน-4-อิล)-3,4-ไดเมทธิลเบนซาไมด์, (R)-เมทธิล-4-เมทธิล-2-(4-(เมทธิลไธโอ)เบนซามิโด)เพนทาโนเอต, 4-เอทธอกซี-N-(เฮปเทน-4-อิล)-3-เมทธิลเบนซาไมด์, 3,4-ไดเมทธิล-N-(5-เมทธิลเฮกเซน-3-อิล)เบนซาไมด์, (R)-เมทธิล 4-เมทธิล-2-(4-ไวนิลเบนซามิโด)เพนทาโนเอต, 4-เมทธอกซี-3-เมทธิล-N-(2-เมทธิลเฮกเซน-3-อิล)เบนซาไมด์, N-(เฮปเทน-4-อิล)เบนโซ[d][1,3]ไดออกโซล-5-คาร์บอกซาไมด์, (R)-เมทธิล 2-(เบนโซ[d][1,3]ไดออกโซล-6-คาร์บอกซามิโด)-4-เมทธิลเพนทาโนเอต, (R)-N-(1-เมธอกซี-4-เมทธิลเพนเทน-2-อิล)-3,4-ไดเมทธิลเบนซาไมด์, (R)-เมทธิล-2-(2,3-ไดเมทธิลฟูราน-5-คาร์บอกซามิโด)-4-เมทธิลเพนทาโนเอต หรือ 4-เมทธอกซี-N-(1-เมทธอกซีเมทธิล-3-เมทธิล-บิวทิล)-3-เมทธิล-เบนซาไมด์, หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน
319. สารประกอบเอไมด์ที่มีสูตร N-(เฮปเทน-4-อิล)เบนโซ[d][1,3]ไดออกโซล-5-คาร์บอกซาไมด์ หรือ N-(2,4-ไดเมทธอกซี-เบนซิล)-N'-(2-ไพริดิน-2-อิล-เอทธิล)-ออกซาลาไมด์ หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน
320. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ที่ประกอบด้วยสารประกอบของ ข้อถือสิทธิ 319 ที่ความเข้มข้นระหว่างประมาณ 0.01 ถึงประมาณ 10 ppm
321. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้ของข้อถือสิทธิ 320 ที่ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประทานหรือเป็นยารักษาโรคได้คือ อาหารมนุษย์บริโภค
322. สารประกอบยูเรียที่มีสูตร 1-(2-คลอโรฟีนิล)-3-(เฮปเทน-4-อิล)ยูเรีย, 1-(2,4-ไดคลอโรฟีนิล)-3-(1-ฟีนิลโพรพิล)ยูเรีย, 1-(2,4-ไดเมทธอกซีฟีนิล)-3-(เฮปเทน-4-อิล)ยูเรีย, 1-(2-ฟลูออโรฟีนิล)-3-(เฮปเทน-4-อิล)ยูเรีย, 1-(4-ไอโซโพรพิลฟีนิล)-3-(2-(ไพริดิน-2-อิล)เอทธิล)ยูเรีย, หรือเกลือที่สามารถยอมรับว่ารับประทานได้ของมัน
TH0401003040A 2004-08-06 กลิ่นรสชนิดใหม่, สารดัดแปลงกลิ่นรส, สารที่ให้รสชาติ, สารเพิ่มรส, ยูมาไมหรือสารให้รสหวานและ/หรือสารเพิ่มและการใช้ของมัน TH73846A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH73846A true TH73846A (th) 2005-12-22

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
RU2006106919A (ru) Новые ароматизирующие вещества, модификаторы вкуса, соединения придающие вкус, усилители вкуса, соединения придающие вкус "умами" или сладкий вкус, и/или усилители и их применение
ES2640453T3 (es) Procesos para preparar composiciones saborizantes sólidas
CN106213416B (zh) 用于减小或消除苦味的化合物、组合物和方法
AU2011239447B2 (en) Compounds, compositions, and methods for reducing or eliminating bitter taste
WO2006084184B1 (en) Molecules comprising linked organic moieties as flavor modifiers for comestible compositions
US20180132516A1 (en) Positive allosteric modulators of sweet taste
MX2010009696A (es) Derivados de isosorbide y su uso como modificadores de sabor condimentadores e intensificadores de sabor.
CN103998028B (zh) 用于减小或消除苦味的化合物、组合物和方法
WO2020201446A1 (en) Mogroside compounds and uses thereof
US20240036041A1 (en) Kokumi taste enhancement and related screening methods
JP2023533893A (ja) オーラルケア製品における望ましくない味覚ノートの減少
WO2023224812A1 (en) Unsaturated fatty acids and their use to modify taste
US20250204564A1 (en) Taste modifying compositions and uses thereof
EP4492988A1 (en) Saturated fatty acids and their use to modify taste
CA3128907A1 (en) Positive allosteric modulators of sweet taste
EP4661972A1 (en) Taste-modifying compositions and uses thereof
WO2025136675A1 (en) Method for selecting sweeteners
WO2025073683A1 (en) Flavanone compounds and their use as flavor modifiers
WO2024177901A1 (en) Flavanone compounds and their use as flavor modifiers
AU2018204580A1 (en) Novel flavors, flavor modifiers, tastants, taste enhancers, umami or sweet tastants, and/or enhancers and use thereof
MXPA06001509A (en) Novel flavors, flavor modifiers, tastants, taste enhancers, umami or sweet tastants, and/or enhancers and use thereof