TH75852A - การอ่อนฤทธิ์แบบมีฤทธิ์เสริมของไวรัสปากอักเสบเป็นตุ่มพอง เวคเตอร์ของมันและสารผสมทางการสร้างภูมิคุ้มกันของมัน - Google Patents
การอ่อนฤทธิ์แบบมีฤทธิ์เสริมของไวรัสปากอักเสบเป็นตุ่มพอง เวคเตอร์ของมันและสารผสมทางการสร้างภูมิคุ้มกันของมันInfo
- Publication number
- TH75852A TH75852A TH501001648A TH0501001648A TH75852A TH 75852 A TH75852 A TH 75852A TH 501001648 A TH501001648 A TH 501001648A TH 0501001648 A TH0501001648 A TH 0501001648A TH 75852 A TH75852 A TH 75852A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- gene
- mutation
- virus
- mutations
- protein
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกว้างๆ กับการอ่อนฤทธิ์แบบมีฤทธิ์เสริมของไวรัสปากอักเสบเป็น ตุ่มพอง (VSV) โดยเฉพาะยิ่งขึ้น การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการระบุของชนิดการกลายรวมซึ่งทำ ให้การฤทธิ์เสริมต่อการเกิดโรคของเวคเตอร์ VSV ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอ่อนลงและสารผสมการ สร้างภูมิคุ้มกันของมัน การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกว้างๆ กับการอ่อนฤทธิ์แบบมีฤทธิ์เสริมของไวรัสปากอักเสบเป็น ตุ่มพอง (VSV) โดยเฉพาะยิ่งขึ้น การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการระบุของชนิดการกลายรวมซึ่งทำ ให้การฤทธิ์เสริมต่อการเกิดโรคของเวคเตอร์ VSV ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอ่อนลงและสารผสมการ สร้างภูมิคุ้มกันของมัน
Claims (144)
1.ไวรัสปากอักเสบเป็นตุ่มพองที่ถูกปรับแต่งพันธุกรรม (VSV) ซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อยสอง ชนิดต่างกันของการกลายในจีโนมของมัน การกลายถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยการกลายที่ ไวต่ออุณหภูมิ (ts) การกลายเฉพาะจุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G-สเต็ม การกลาย ยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการ แทรกยัน G และการกลายการลบยีน โดยที่สองการกลายทำให้ความสามารก่อโรคอ่อนฤทธิ์แบบ มีฤทธิ์เสริม
2. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ความสามารถก่อนโรคถูกนิยามต่อไปเป็นความสามารถในการ ทำให้เกิดโรคเส้นประสาท
3. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูกตัดการกลายแบบ สับเปลี่ยนยีน N
4. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 3 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบของ กรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง
5. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 3 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดนยีน G ที่ถูกตัดมีการลบของ กรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง
6. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 3 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดนยีน G ที่ถูกตัดมีโดเมนหาง ไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยอะมิโนหนึ่งชุด
7. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 3 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีโดเมนหาง ไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยอะมิโนเก้าชุด
8. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 3 โดยที่ยีน N ถูกสับเปลี่ยนสู่ 3'-PNMGL-5' หรือ 3'-PMNGL-5' สัมพันธ์กับ VSV จีโนม 3'-NPMGL-5' ประเภทไวล์ด โดยที่ N คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสนิวคลีโอ แคพซิดโปรตีน P คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสฟอสฟอโปรตีน M คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสเมทริกส์ โปรตีน G คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไกลไคโปรตีนการแนบติดและ L คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัส RNA โพลีเมอเรสโปรตีนขึ้นกับ RNA
9. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 3'- PNMG(ct-1)L-5', 3'-PMNG(ct-9)L-5', 3'-NPMG(ct-1)L-5' และ 3'-PMNG(ct-9)L-5' โดยที่ N คือยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสนิวคลีโอแคพซิดโปรตีน P คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสฟอสฟอโปรตีน M คือยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสเมทริกซ์โปรตีน G(ct-1) คือ G คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไกลโคโปรตีนการแนบติดที่มี การลบของกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแบ่ดชุดหลัง G(ct-9) คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไกลโปรตีน การแนบติดที่มีการลบของกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลังและ L คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัส RNA โพลีเมอเรสโปรตีนขึ้นกับ RNA
10. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 9 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-PMNG(ct-9)L-5'
11. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 9 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-PMNG(ct-1)L-5'
12. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 9 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดย ที่การกลายคือการกลาย ts การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายเป็นยีน M นอน-ไซโตพาติก การ ลบยีน การแทรกยีน G หรือการกลายเฉพาะจุด
13. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ VSV ที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส-เว็บสเตอร์ อายุ 4 สัปดาห์มี LD50 มากกว่า VSV ประเภทไวล์ดที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส- เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์ 100 เท่า
14. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ VSV ที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส-เว็บสเตอร์ อายุ 4 สัปดาห์มี LD50 มากกว่า VSV ประเภทไวล์ดที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส- เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์ 1,000 เท่า
15. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ VSV ที่ถูกฉีดในกะโหลก แก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส-เว็บสเตอร์ อายุ 4 สัปดาห์มี LD50 มากกว่า VSV ประเภทไวล์ดที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส- เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์ 1,000 เท่า
16. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ VSV ที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส-เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์มี LD50 มากกว่า VSV ประเภทไวล์ดที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส- เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์ 100,000 เท่า
17. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูกตัดและการกลายเป็นยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก
18. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 17 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ ของกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง
19. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 17 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ ของกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง
20. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 17 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยหนึ่งอะมิโนเก้าชุด
21. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 17 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยอะมิโนเก้าชุด
22. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 17 โดยที่การกลายแบบนอน-ไซโตพาติกของยีน M (M(ncp) คือการ กลายของเมไทโอนีน 33 และเมไทโอนีน 51 ของยีน M
23. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 17 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายของ 3'-NP M(ncp)G(ct-1)L-5' หรือ 3'-NP M(ncp)G(ct-9)L-5'
24. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 17 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลาย ts การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายสับเปลี่ยนยีน การกลาย การลบยืน การกลายการแทรกยีน การกลายการแทรกยีน G การกลาย G-สเต็ม หรือการกลาย เฉพาะจุด
25. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน ts N (N(ts)) และการกลายยีน ts L(L(ts))
26. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายของ 3'N(ts)PMGL(ts)-5'
27. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลายเฉพาะจุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G -สเต็ม การกลาย ยืน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการ แทรกยีน G และการกลายการลบยืน
28. VSV ของข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่หนึ่งชนิดของการกลายคือการลาย G-สเต็ม
29. เวคเตอร์ VSV ที่ถูกปรับแต่งทางพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อยสองชนิดต่างกันของการ กลายในจีโนมของมัน การกลายถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยการกลาย ts การกลายเฉพาะ จุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G-สเต็ม การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การ กลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการแทรกยีน G และการกลายการลบ ยืน และอย่างน้อยหนึ่งลำดับ RNA แปลกปลอมที่ถูกแทรกเข้าไปในหรือการแทนที่บริเวณของ จีโนม VSV ที่ไม่จำเป็นสำหรับการถ่ายแบบ โดยที่สองการกลายทำให้การอ่อนฤทธิ์ความสามารถ ก่อโรค VSV แบบมีฤทธิ์เสริม
30. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 29 โดยที่ความสามารถก่อโรคถูกนิยามต่อไปเป็นความสามารถใน การทำให้เกิดโรคเส้นประสาท
31.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 29 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกนิยามเป็นกรอบการอ่านเปิด (ORF)
32. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 29 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูกตัดและการกลาย แบบสับเปลี่ยนยีน N
33. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ กรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง
34.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ กรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง
35. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนหนึ่งชุด
36. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกประกอบด้วยกรออะมิโนเก้าชุด
37.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่ยีน N ถูกสับเปลี่ยนเป็น 3'-PNMGL-5' หรือ 3'-PMNGL- 5' สัมพันธ์กับจีโนม VSV ประเภทไวล์ด 3'-NPMGL-5' โดยที่ N คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสนิวคลีโอ แคพชิดโปรตีน P คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสฟอสฟอโปรตีน M คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสเมทริกส์ โปรตีน G คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไกลโคโปรตีนการแนบติดและ L คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัส RNA โพลีเมอเรสโปรตีนขึ้นกับ RNA
38. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายที่เลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย 3'-PNMG(c1-1)L-5'3'-PNMG(ct-9)L-5' 3'-PMNG(ct-1)L-5' และ 3'-PMNG(ct-9)L-5' โดย ที่ N คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสนิวคลีโอแคพซิดโปรตีน P คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสฟอสฟอโปรตีน M คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสเมทริกส์โปรตีน G(ct-1) คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไกลโคโปรตีนการแนบติดที่ มีการลบของกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง G(ct-9) คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไกล โปรตีนการแนบติดที่มีการลบกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง และ L คือยีนที่เปลี่ยนเป็น รหัส RNA โพลีเมอเรสโปรตีนที่พึ่งพา RNA
39. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 38 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-PMNG(ct-1)L-5'
40.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 38 โดยที่จีโนมทีถูกกลายคือ 3'-PMNG(ct-1)L-5'
41.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 38 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายการลบ ยีน การกลายการแทรกยีน หรือการกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก
42.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่ VSV ที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส- เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์มี LD50 มากกว่า VSV ประเภทไวล์ดที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมีย พันธุ์สวิส-เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์ 100 เท่า
43. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่ VSV ที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส- เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์มี LD50 มากกว่า VSV ประเภทไวล์ดที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมีย พันธุ์สวิส-เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์ 1,000 เท่า
44. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่ VSV ที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส- เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์มี LD50 มากกว่า VSV ประเภทไวล์ดที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมีย พันธุ์สวิส-เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์ 10,000 เท่า
45.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่ VSV ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส-เว็บสเตอร์ อายุ 4 สัปดาห์มี LD50 มากกว่า VSV ประเภทไวล์ดที่ถูกฉีดในกะโหลกแก่หนูตัวเมียพันธุ์สวิส- เว็บสเตอร์อายุ 4 สัปดาห์ 100,000 เท่า
46.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 32 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยยีน HIV, ยีน HTLV, ยีน SIV, ยีน RSV, ยีน PIV ยีน HSV, ยีน CMV, ยีนของไวรัสเอพสเตน-บาร์ร, ยีนของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์, ยีนของไวรัสโรคคางทูม, ยีนของไวรัสโรคหัด, ยีนของไวรัส ไข้หวัดใหญ่, ยีนโปลิโอไวรัส, ยีนไรโนไวรัส, ยีนของไวรัสตับอักเสบ A, ยีนของไวรัสตับเอกเสบ B, ยีนของไวรัสตับอักเสบ C, ยีนของไวรัสนอร์วอล์ค, ยีนโทกาไวรัส, ยีนอัลฟาไวรัส, ยีนของไวรัสโรค หัดเยอรมัน, ยีนของไวรัสโรคกลัวน้ำ, ยีนของไวรัสมาร์เบิร์ก, ยีนของไวรัสอีโบลา, ยีนของไวรัส พาพิลโลมา, ยีนของไวรัสโพลีโอมา, ยีนเมแทบนิวโมไวรัส, ยีนโคโรไวรัส, ยีน ไวบริโอโซเลอรา, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสนิวมอเนีย, ยีน-สเตร็ปโตตอคคัสไพโอจีเนส, ยีน เฮลิโดแบคเตอร์ไพโลริ, ยืน สเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย, ยีน นิสเซเรียเมนิงจิติดิส, ยีน นิสเรียโกโนเรีย, ยีน คอไรน์ แบคทีเรียดิพที่เรีย, ยีน โคลสไตรเดียมเททานิ, ยีน บอร์ดีเทลลาเปอร์ทัสซิส, ยีน ฮีโมฟิลัส, ยีน ชลาไมเดีย, ยีน เอสเชอริเชียโคไล, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไซโคคีน, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปตัว ช่วย T, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทป CTL, ยืนที่เปลี่ยนเป็นรหัสตัวเสริมและยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัส ปัจจัยร่วม
47. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 46 โดยที่ยีน HIV ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย gag, env, pol, vif, nef, tat, vpr, rev หรือ vpu
48. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 47 โดยที่ยีน HIV คือ gag
49. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 48 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-gag1-PNMG(ct-1)L-5', 3'-gag1- PNMG(ct-9)L-5', 3'-gag1-PMNG(ct-1)L-5', 3'-gag1-PMNG(ct-9)L-5', 3'-pNMG(ct-1)L-gag5-5',3'- PNMG(ct-9)L-gag5-5',3'-PMNG(ct-1)L-gag5-5', หรือ 3'-PMNG(ct-9)L-gag5-5'
50. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 29 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูกตัดและการกลาย ยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก
51. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 50 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการ ลบของกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง
52. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 50 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมี โดเมนหางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยหนึ่งอะมิโนหนึ่งชุด
53. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 50 โดยที่การกลายแบบนอน-ไซโตพาติกของยีน M ( M(ncp)) คือ การกลายของเมไทโอนีน 33 และเมไทโอนีน 51 ของยีน M
54. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 50 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายของ 3'-NPM(ncp)G(ct-1)L-5' หรือ 3'-NPM(ncp)G(ct-9)L-5'
55. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 50 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G- สเต็ม การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายการแทรกยีน G และการกลายการลบยีน
56. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 50 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยยีน HIV, ยีน HTLV, ยีน SIV , ยีน RSV, ยีน PIV, ยีน HSV, ยีน CMV, ยีนของไวรัสเอพสเตน-บาร์ร, ยีนของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์, ยีนของไวรัสโรคคางทูม, ยีนของไวรัสโรคหัด, ยีนของไวรัส ไข้หวัดใหญ่, ยีนโปลิโอไวรัส, ยีนไรโนไวรัส, ยีนของไวรัสตับอักเสบ A, ยีนของไวรัสตับอักเสบ B, ยีนของไวรัสตับอักเสบ C, ยีนของไวรัสนอร์วอล์ค, ยีนโทกาไวรัส, ยีนอัลฟาไวรัส, ยีนของไวรัสโรค หัดเยอรมัน, ยีนของไวรัสโรคกลัวน้ำ, ยีนของไวรัสมาร์เบิร์ก, ยีนของไวรัสอีโบลา, ยีนของไวรัส พาพิลโลมา, ยีนของไวรัสโพลีโอมา, ยีนเมแทบนิวโมไวรัส, ยีนโคโรนาไวรัส, ยีน ไวบริโอโซเลอรา, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสนิวมอเนีย, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสไพโอจีเนส, ยีน เฮลิโคแบคเตอร์ไพโอริ, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย, ยีน นิสเซเรียเมนิงจิติดิส, ยีน นิสเซเรียโกโนเรีย, ยีน คอไรน์ แบคที่เรียดิพทีเรีย, ยีน โคลสไตรเดียมเททานิ, ยีน บอร์ดีเทลลาเปอร์ทัสซิส, ยีน ฮีโมฟิลัส, ยีน ชลาไมเดีย, ยีน เอสเชอริเชียโคไล, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไซโคดีน, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปตัว ช่วย T, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทป CTL, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสตัวเสริมและยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัส ปัจจัยร่วม
57. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 56 โดยที่ยีน HIV ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย gag, env, pol, vif, nef, tat, vpr, rev,หรือ vpu
58. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 56 โดยที่ยีน HIV คือ
59. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 58 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-gag1-NPM(ncp)G(ct-1)L-5', 3'-gag1- NPM(ncp)G(ct-9)L-5', 3'-NPM(ncp)G(ct-1)gag5-5', หรือ 3'-NPM(ncp)G(ct-9)gag5-5'
60. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 29 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน ts N (N(ts)) และการกลาย ยีน ts L (L(ts))
61. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิ 60 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายของ 3'-N(ts)PMGL(ts)-5'
62. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 60 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่กลายคือการกลายเฉพาะจุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G-สเต็ม การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาดิก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการ แทรกยีน G และการกลายการลบยีน
63. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 60 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยยีน HIV, ยีน HTLV, ยีนSIV, ยีนRSV, ยีนPIV, ยีน HSV, ยีน CMV, ยีนของไวรัสเอพสเตน-บาร์ร, ยีนของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์, ยีนของไวรัสโรคคางทูม, ยีนของไวรัสโรคหัด, ยีนของไวรัส ไข้หวัดใหญ่, ยีนโปลิโอไวรัส, ยีนไรโนไวรัส, ยีนของไวรัสตับอักเสบ A, ยีนของไวรัสตับอักเสบ B, ยีนของไวรัสตับอักเสบ C, ยีนของไวรัสนอร์วอล์ค, ยีนโทกาไวรัส, ยีนอัลฟาไวรัส, ยีนของไวรัสโรค หัดเยอรมัน, ยีนของไวรัสโรคกลัวน้ำ, ยีนของไวรัสมาร์เบิร์ก, ยีนของไวรัสอีโบลา, ยีนของไวรัส พาพิลโลมา, ยีนของไวรัสโพลีโอมา, ยีนเมแทบนิวโมไวรัส, ยีนโคโรนาไวรัส, ยีน ไวบริโอโซเลอรา, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสนิวมอเนีย, ยีนสเตร็ปโตคอคคัสไพโอจีเนส, ยีนเฮลีโตแบคเตอร์ไพโอริ ยีน สเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย, ยีน นิสเซเรียเมนิงจิติดิส, ยีน นิสเซเรียโกโนเรีย, ยีน คอไรน์ แบคทีเรียดิพทีเรีย, ยีน โคลสไตรเดียมเททานิ, ยีน บอร์ดีเทลลาเปอร์ทัสซิส, ยีน ฮีโมฟิลัส, ยีน ชลาไมเดีย, ยีน เอสเชอริเซียโคไล, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไซโตคีน, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปตัว ช่วย T, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทป CTL, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสตัวเสริมและยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัส ปัจจัยร่วม
64. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 63 โดยที่ยืน HIV ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย gag, env, pol, vif, nef, tat, vpr, revหรือ vpu
65. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 64 โดยที่ยีน HIV คือ gag
66. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 64 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-gag1-N(ts)PMGL(ts)L-5' และ 3'- N(ts)PMGL(ts)L-gag5-5'
67. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 29 โดยที่สองการกลายเวคเตอร์คือการกลาย G-สเต็ม G(stem) และ การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน
68. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 67 โดยที่จีโนมของเวคเตอร์ที่ถูกกลายคือ 3'-gag1-NPMG(stem)L-5'
69. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 68 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลายเฉพาะจุด การกลาย ts การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการแทรก ยีน G และการกลายการลบยีน
70.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 67 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยยีน HIV, ยีน HTLV, ยีน SIV, ยีน RSV, ยีน PIV, ยีน HSV, ยีน CMV, ยีนของไวรัสเอพสเตน-บาร์ร, ยีนของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์, ยีนของไวรัสโรคคางทูม, ยีนของไวรัสโรคหัด, ยีนของไวรัส ไข้หวัดใหญ่, ยีนโปลิโอไวรัส, ยีนไรโนไวรัส, ยีนของไวรัสตับอักเสบ A, ยีนของไวรัสตับอักเสบ B, ยีนของไวรัสตับอักเสบ C, ยีนของไวรัสนอร์วอล์ค, ยีนโทกาไวรัส, ยีนอัลฟาไวรัส, ยีนของไวรัสโรค หัดเยอรมัน, ยีนของไวรัสโรคกลัวน้ำ, ยีนของไวรัสมาร์เบิร์ก, ยีนของไวรัสอีโบลา, ยีนของไวรัส พาพิลโลมา, ยีนของไวรัสโพลีโอมา, ยีนเมแทบนิวโมไวรัส, ยีนโคโรนาไวรัส, ยืน ไวบริโอโชเลอรา, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสนิวมอเนีย, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสไพโอจีเนส, ยีน เฮลิโคแบคเตอร์ไพโลริ ยีน สเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย, ยีน นิสเซเรียเมจิติดิส, ยีน นิสเซเรียโกโนเรีย, ยีน คอไรน์ แบคทีเรียติพทีเรีย, ยีน โคลสไตรเดียมเททานิ, ยีน บอร์ดีเทลลาเปอร์ทัสซิส, ยีน ฮีโมฟิลัส, ยีน ชลาไมเดีย, ยีน เอสเชอริเชียโคไล, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไซโตดีน, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปตัว ช่วย T, ยินที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทป CTL, ยีนที่เปลี่นเป็นรหัสตัวเสริมและยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัส ปัจจัยร่วม
71. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันซึ่งประกอบด้วยขนาดยาที่สร้างภูมิคุ้มกันของเวคเตอร์ VSV ที่ถูก ปรับแต่งทางพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อยสองชนิดต่างกันของการกลายในจีโนมของมัน การกลายถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลายแบบ สับเปลี่ยนยีน การกลาย G-สเต็ม การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการแทรกยีน G และการกลายการลบยีน และอย่างน้อย หนึ่งลำดับ RNA แปลกปลอมที่ถูกแทรกเข้าไปในหรือการแทนที่บริเวณของจีโนม VSV ที่ไม่ จำเป็นสำหรับการถ่ายแบบ โดยที่สองการกลายทำให้การอ่อนฤทธิ์ความสามารถก่อโรค VSV แบบมีฤทธิ์เสริม
72. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่ความสามารถก่อโรคถูกนิยามต่อไป เป็นความสามารถในการทำให้เกิดโรคเส้นประสาท
73. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกนิยามเป็นกรอบ การอ่านเปิด (ORF)
74. สารผสมการสร้างถูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูก ตัดและการกลายแบบสับเปลี่ยนยีน N
75. สารผสมสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 74 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง
76. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 74 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง
77. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 74 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ทีถูกตัดมีมีโดเมนหางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนหนึ่งชุด
78. สารผสมการสร้างถูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 74 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีมีโดเมนหางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนเก้าชุด
79. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 74 โดยที่ยีน N ถูกสับเปลี่ยนเป็น 3'-PNMGL-5' หรือ 3'-PMNGL-5' สัมพันธ์กับจีโนม VSV ประเภทไวล์ด 3'-NPMGL-5' โดยที่ N คือยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสนิวคลีโอแคพซิดโปรตีน P คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสฟอสฟอโปรตีน M คือยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสเมทริกส์โปรตีน G คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไกลโคโปรตีนการแนบติดและ L คือยืน ที่เปลี่ยนเป็นรหัส RNA โพลีเมอเรสโปรตีนขึ้นกับ RNA
80. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 74ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายที่เลือกได้ จากกลุ่มที่ประกอบด้วย '-PNMGct-1)L-5' 3'-PNMG(ct-9)L-5' 3'-PMNG(ct-1)L-5' และ 3'-PMNG(ct-9)L-5' โดยที่ N คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสนิวคลีโอแคพซิดโปรตีน P คือยีนที่เปลี่ยนเป็น รหัสฟอสฟอโปรตีน M คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสเมทริกส์โปรตีน G(ct-1) คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไกล โคโปรตีนการแนบติดที่มีการลบของกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง G(ct-9) คือยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสไกลโปรตีนการแนบติดที่มีการลบกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง และ L คือยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัส RNA โพลีเมอเรสโปรตีนพึ่งพา RNA
81.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 80 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-PNMG(ct-1)L-5'
82.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 80 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-PNMG(ct-1)L-5'
83.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 80 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการ กลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายการลบยีน การกลายการแทรกยีน หรือการกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก
84.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกเลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยยีน HIV, ยีน HTLV, ยีน SIV, ยีน PIV, ยีน HSV, ยีน CMV, ยีนของ ไวรัสเอพสเตน-บาร์ร, ยีนของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์, ยีนของไวรัสโรคคางทูม, ยีนของไวรัส โรคหัด, ยีนของไวรัสไข้หวัดใหญ่, ยีนโปลิโอไวรัส, ยีนไรโนไวรัส, ยีนของไวรัสตับอักเสบ A, ยีน ของไวรัสตับอักเสบ B, ยีนของไวรัสตับอักเสบ C, ยีนของไวรัสนอร์วอล์ค, ยีนโทกาไวรัส, ยีนอัลฟาไวรัส, ยีนของไวรัสโรคหัดเยอรมัน, ยีนของไวรัสโรคกลัวน้ำ, ยีนของไวรัสมาร์เบิร์ก, ยีน ของไวรัสอีโบลา, ยีนของไวรัสพาพิลโลมา, ยีนของไวรัสโพลีโอมา, ยีนเมแทบนิวโมไวรัส, ยีนโคโร นาไวรัส, ยีน ไวบริโอโซเลอรา, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสนิวมอเนีย, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสไพโอจีเนส, ยีน เฮลิโคแบคเตอร์ไพโลริ, ยีน สเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย, ยีน นิสเซเรียเมนิงจิติดิส, ยีน นิส เซเรียโกโนเรีย, ยีน คอไรน์แบคทีเรียดิพทีเรีย, ยีน โคลสไตรเดียมเททานิ, ยีน บอร์ดีเทลลาเปอร์ ทัสซิส, ยีน ฮีโมฟิลัส, ยีน ชลาไมเดีย, ยีน เอสเชอริเชียโคไล, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไซโตคีน, ยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปตัวช่วย T, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทป CTL, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสตัวเสริม และยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสปัจจัยร่วม
85. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 84 โดยที่ยีน HIV ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย gag, env, pol, vif, nef, tat, vpr, rev, หรือ vpu
86.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 85 โดยที่ยีน HIV คือ gag
87.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 86 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-gag1-PNMG(ct- 1)L-5', 3'-gag1-PNMG(ct-9)L-5', 3'-gag1-PMNG(ct-1)L-5', 3'-gag1-PMNG(ct-9)L-5', 3'-PNMG(ct-1)L- gag5-5', 3'-PNMG(ct-9)L-gag5-5', 3'-PMNG(ct-1)L-gag5-5' หรือ 3'-PMNG(ct-9)L-gag5-5'
88. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่สารผสมถูกให้โดยทางที่เลือกได้จาก กลุ่มที่ประกอบด้วยในหลอดเลือดดำ ในผิวหนัง ใต้ผิวหนัง ในกล้ามเนื้อ ในเยื่อบุช่องท้อง ปาก ไส้ ตรงในจมูก กระพุ้งแก้ม ช่องคลอดและภายนอกร่างกาย
89. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูก ตัดและการกลายยืน M แบบนอน-ไซโตพาติก
90. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 89 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบของกรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง
91. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 89 โดยที่โปรตีน G ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีโดเมนหางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยหนึ่งอะมิโนหนึ่งชุด
92. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 89 โดยที่การกลายแบบนอน-ไซโตพาติกของ ยีน M (M(ncp)) คือการกลายของเมไทโอนีน 33 และเมไทโอนีน 51 ของยีน M
93. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายของ 3'- NPM(ncp)G(ct-1)L-5' หรือ 3'-NPM(ncp)G(ct-9)L-5'
94. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการ กลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลายแบบ สับเปลี่ยนยืน การกลาย G-สเต็ม การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายการแทรกยีน G และการ กลายการลบยีน
95. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 89 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกเลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยยีน HIV, ยีน HTLV, ยีน SIV, ยีน SIVยีน PIV ยีน HSV, ยีน CMV,ยีนของ ไวรัสเอพเตน-บาร์ร,ยีนของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์,ยีนของไวรัสโรคคางทูม,ยีนของไวรัส โรคหัด,ยีนของไวรัสไข้หวัดใหญ่,ยีนโปลิโอไวรัส,ยีนไรโนไวรัส,ยีนของไวรัสตับอักเสบA,ยีน ของวรัสตับอักเสบ B ,ยีนของไวรัสตับอักเสบ C,ยีนของไวรัสนอร์วอล์ค,ยีนโทกาไวรัส, ยีนอัลฟาไวรัส,ยีนของไวรัสโรคหัดเยอรมัน,ยีนของไวรัสโรคกลัวน้ำ,ยีนของไวรัสมาร์เบิร์ก,ยีน ของไวรัสอีโบลา,ยีนของไวรัสพาพิลโลมา,ยีนของไวรัสโพลีโอมา,ยีนแทบนิวโมไวรัส,ยีนโคโร นาไวรัส,ยีน ไวบริโอโซเลอรา,ยีนสเตร็ปโตคอคคัสนิวมอเนีย,ยีนสเตร็ปโตคอคคัสไพโอจีเนต, ยีน เฮลิโตแบคเตอร์ไพโลริ,ยีนสเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย,ยีนนิสเวเรียเมนิงจิติดิส,ยีน นิส เซเรียโกโนเรีย,ยีน คอไรน์แบคทีเรียดิพทีเรีย,ยีนโคลสไตรเดียมเททานิ,ยีนบอร์ดีเทลลาเปอร์ ทัสซิส,ยีนฮีโมฟิลัส,ยีนชลาไมเดีย,ยีนเอสเชอริเชียโคไล,ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไซโดดีน,ยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปตัวช่วยT, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทป CTL,ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสตัวเสริม และยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสปัจจัยร่วม
96.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 95 โดยที่ยืน HIV ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย gag, env, pol, vif, nef, tat, vpr, rev, หรือ vpu
97.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 96 โดยยีน คือ gag
98. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 97 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-gag1- NPM(ncp)G(ct-1)L-5'3'-gag1-NPM(ncp)G(ct-9)L-5',3'-NPM(ncp)G(ct-1)gag5-5'หรือ3'-NPM(npm)G(ct- g)gag5-5'
99. สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน ts N (N(ts))และการกลายยีน ts L(L(ts))
100.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 99 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายของ 3'- N(ts)PMGL(ts)-5'
101.สารผมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 99 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการ กลายในจีโนมของมัน โดยที่กลายคือการกลายเฉพาะจุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยียการกลาย G-สเต็มการกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ ถูกตัด การกลายการแทรกยีน G และการกลายการลบยีน
102.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 99 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกเลือกได้จาก กลุ่มที่ประกอบด้วยยีน HIV,ยีนHTLV, ยีน SIV,ยีน PIV ยีน HSV, ยีน CMV,ยีน ของไวรัสเอพสเดน-เบร์ร,ยีนของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเดอร์,ยีนของไวรัสโรคคางทูม,ยีนของ ไวรัสเอพสเดน-ยืนของไวรัสไข้หวัดใหญ่,ยีนโปลิโอไวรัส,ยีนไรโนไวรัส,ยีนของไวรัสตับอักเสบ A, ยีนของไวรัสตับอักเสบ B,ยีนของไวรัสตับอักเสบ C,ยีนไวรัสนอร์วอล์ค,ยีนโทกาไวรัส, ยีนอัลฟาไวรัส,ยีนของไวรัสโรคหัดเยอรมัน,ยีนของไวรัสโรคกลัวน้ำ,ยีนของไวรัสมาร์เบิร์ก,ยีน ของไวรัสอีโบลา,ยีนของไวรัสพาพิลโลมา,ยีนของไวรัสโพลรโอมา,ยีนเมแทบนิวโมไวรัส,ยีนโคโร นาไวรัส,ยีนไวบริโอโซเลอรา,ยีนสเตร็ปโตคอคคัสนิวมอเนีย,ยีนสเตร็ปโตคอคคัลไพโอจีเนส, ยีน เฮโคแบคเตอร์ไพโลริ,ยีนสเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย,ยีน นิสเซเรียเมนิงจิติติส,ยีน นิส เซเรียโกโนเรีย,ยีน คอไรน์แบคทีเรียดิพทีเรีย,ยีนโคลสไตรเดียมเททานิ,ยืน บอร์ดีเทลลาเปอร์ ทัสซิส,ยีนฮีโมฟิลัส,ยีน ชลาไมเดีย,ยีนเอสเชอริเชียโคไล,ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไซโตดีน,ยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปตัวช่วย T ,ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทป CTL ,ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสตัวเสริม และยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสปัจจัยร่วม
103.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 102 โดยที่ยีน HIV ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย gag,env pol,vif,nef,tat,vpr,rev,หรือvpu
104.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 103 โดยที่ยีน คือ gag
105.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ104 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3,-gag1- N(ts)PMGL(ts)L-5'และ3'-N(ts)PMGL(ts)L-gag5-5'
106.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่สองการกลายเวคเตอร์คือการกลาย G(stem)และการกลายแบบสับเปลี่ยนยีน
107.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิข้อ 106 โดยที่จีโนมของเวคเตอร์ที่ถูกกลายคือ3'- gag-NPMG(stem)L-5'
108.สารผสมการสร้างภูมิคุ้มกันของข้อถือสิทธิ 106 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการ กลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลายคือการกลายเฉพาะจุดการกลาย ts การกลายแบบ สับเปลี่ยนยีน การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลาย แอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการแทรกยีน G และการกลายการลบยีน
109.เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อ 108 โดยที่ RNA แปลกปลอมถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ยีนHIV,ยีนHTLV, ยีน SIV,ยีน PIV ยีน HSV, ยีน CMV,ยีนของไวรัสเอพเดน- บาร์ร,ยีนของไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์,ยีนของไวรัสโรคคางทูม,ยีนของไวรัสโรคหัด,ยีนของ ไวรัสไข้หวัดใหญ่,ยีนโปลิโอไวรัส,ยีนไรโนไวรัส,ยีนของไวรัสตับอักเสบA,ยีนของไวรัสตับ อักเสบ B ,ยีนของไวรัสตับอักเสบ C, ยีนของไวรัสนอร์วอล์ค,ยีนโทกาไวรัส,ยีนอัลฟาไวรัส,ยีน ของไวรัสโรคหัดเยอรมัน,ยีนของไวรัสโรคกลัวน้ำ,ยีนของไวรัสมาร์เบิร์ก,ยีนของไวรัสอีโบลา, ยีนของไวรัสพาพิลโลมา,ยีนของไวรัสโพลีโอมา,ยีนเมแทบนิวโมไวรัส,ยีนโคโรนาไวรัส,ยีน ไวบริโอโซเลอรา,ยีน สเตร็ปโตคอคคัสนิวมิเนีย,ยีนสเตร็ปโตคอคคัสไพโอจีเนส,ยีน เฮลิโค แบคเตอร์ไพโลริ,ยีนสเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย,ยีนนิสเซเรียเมนิงจิติดิส,นิสเซเรีย โกโนเรีย,ยีน คอไรน์แบคทีเรียดิพทีเรีย,ยีน โคลส ไตรเดียมเททานิ,ยีน บอร์ดีเทลลาเปอร์ทัสซิส, ยีน ฮีโมฟิลัส,ยีน ชลาไมเดีย , ยีนเอสเซอริเซียโคไล,ยืนที่เปลี่ยนเป็นรหัสไซโดคืน,ยีนที่ เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปตัวช่วย T, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสอิพิโทปCTL, ยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสตัสเสริม และยีนที่เปลี่ยนเป็นรหัสปัจจัยร่วม
110.วิธีการก่อภูมิคุ้มกันแก่โฮสสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต้านการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งประกอบด้วยการ ให้ขนาดยาที่สร้างภูมิคุ้มกันของเวคเตอร์ VSV ที่ถูกปรับแต่งพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วย (a)อย่างน้อยสองชนิดที่ต่างกันของการกลายในจีโนมของมัน การกลายที่เลือกได้จาก กลุ่มทีประกอบด้วยการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลาย แบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G- สเต็ม การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูก ตัด การกลายการแทรกยีน G และการกลายการลบยีน โดยที่สองการกลายทำให้การก่อโรค VSV อ่อนฤทธิ์แบบมีฤทธิ์เสริม และ (b)อย่างน้อยหนึ่งลำดับ RNA แปลกปลอมที่ถูกแทรกเข้าไปในหรือแทนที่บริเวณของ จีโนม VSV ที่ไม่จำเป็นสำหรับการถ่ายแบบ โดยที่ RNA เปลี่ยน เป็นรหัสโปรตีนแบคทีเรียที่เลือก ได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยโปรตีน ไวบริโอโซเลอรา,โปรตีน สเตร็ป โตคอคดัสนิวมอเนีย,โปรตีน สเตร็ปโตคอคคัสไพโอจีเนส,โปรตีน สเตร็ปโตคอคคัสอะกาแลคเทีย,โปร เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลริ, โปรตีน นิสเซเรียเมนิงจิติดิส,โปรตีนนิสเซเรียโกโนเรีย,โปรตีน คอไรน์แบคทีเรียดิพที- เรีย, โปรตีน โคลสไตรเดียมเททานิ,โปรตีนบอร์ดีเทลลาเปอร์ทัสซิส,โปรตีน ฮีโมฟิลัส,โปรตีน ชลาไมเดีย, โปรตีน เอสเชอริเชียโคไล
111. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 110 โดยที่ สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูกตัดและการกลาย แบบสับเปลี่ยนยีน N
112. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 111 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ กรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง
113. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 111 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ กรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบแปดชุดหลัง
114. วิธิการของข้อถือสิทธิข้อ 111 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนหนึ่งชุด
115. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 111 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนเก้าชุด
116. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 111 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-PNMGL-5'หรือ 3'-PMNGL-5' สัมพันธ์กับ VSV จีโนม 3'-NPMGL-5'ประเภทไวล์ด
117. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 111 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายที่เลือกได้จากกลุ่มที่ปรกอบ ด้วย 3'-PNMG(ct-1)L-5',3'-PNMG(ct-9)L-5' 3'-PMNG(ct-1)L-5',และ3'-PMNG(ct-9)L-5'
118. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 103 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายการลบ ยีน การกลายการแทรกยีน หรือการกลายยีน M แบบนอน-ไซโดพาติก
119. วิธีการของก่อภูมิคุ้มกันโฮสสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต้านการติดเชื้อไวรัสซึ่งประกอบด้วยการให้ ขนาดยาที่สร้างภูมิคุ้มกันของเวคเตอร์ VSV ที่ถูกปรับแต่งพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วย (a)อย่างน้อยสองชนิดที่ต่างกันของการกลายในจีโนมของมัน การกลายที่เลือกได้จาก กลุ่มที่ประกอบด้วยการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G- สเต็ม การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูก ตัด การกลายการแทรกยีน G และการกลายการลบยีน โดยที่สองการกลายทำให้การก่อโรค VSV อ่อนฤทธิ์แบบมีฤทธิ์เสริม และ (b) อย่างน้อยหนึ่งลำดับ RNA แปลกปลอมที่ถูกแทรกเข้าไปในหรือแทนที่บริเวณของ จีโนม VSV ที่ไม่จำเป็นสำหรับการถ่ายแบบ โดยที่ RNA เปลี่ยนเป็นรหัสโปรตีนไวรัสที่เลือกได้ จากกลุ่มที่ประกอบด้วยโปรตีนไวรัส HIV ,โปรตีนไวรัส HTLV,โปรตีนไวรัส SIV, โปรตีนไวรัส RSV, โปรตีนไวรัส PIV, โปรตีนไวรัส HSV, โปรตีนไวรัส CMV, โปรตีนไวรัสเอพเดน-บาร์ร, โปรตีนไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์,โปรตีนไวรัสคางทูม,โปรตีนไวรัสโรคหัด,โปรตีนไวรัส ไข้หวัดใหญ่, โปรตีนไวรัสโปลิโอไวรัส,โปรตีนไวรัสไรโน,โปรตีนไวรัสตับอักเสบ A , โปรตีนไวรัส ตับอักเสบ B, โปรตีนไวรัสตับอักเสบ C, โปรตีนไวรัสนอร์วอล์ค,โปรตีนไวรัสโทกาไวรัส,โปรตีน ไวรัสอัลฟาไวรัส,โปรตีนไวรัสโรคหัดเยอรมัน,โปรตีนไวรัสโรคกลัวน้ำ,โปรตีนไวรัส มาร์เบิร์ก,โปรตีนไวรัสรัสอีโบลา,โปรตีนไวรัสพาพิลโลมา,โปรตีนไวรัสโพลีโอมา,โปรตีนไวรัสแทบ นิวโมไวรัส,และโปรตีนไวรัสโคโรไวรัส
120. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 119 โดยที่ RNA คือยีน HIV ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย gag, env, pol, vif, nef, tat, vpr, rev, หรือ vpu
121. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 119 โดยที่ HIV คือ gag
122. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 119 โดยที่ สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูตัดและการกลาย แบบสับเปลี่ยนยีน N
123. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 122 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ กรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง
124. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 122 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ กรดอะมิโนปลายคาร์ซียี่สิบแปดชุดหลัง
125.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 122 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนหนึ่งชุด
126.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 122 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนเก้าชุด
127.วิธีของข้อถือสิทธิข้อ 111 ดดยที่ยีน N ที่ถูกสับเปลี่ยนกับ 3'-PNMGL-5'หรือ 3'- PMNG-5' สัมพันธ์กับ VSV จีโนมประเภทไวล์ด 3'-NPMGL-5'
128.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งประกอบด้วยจีโนมที่ถูกกลายที่เลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย3'-PNMG(ct-1)L-5',3'-PNMG(ct-9)L-5' 3'-PMNG(ct-1)L-5',และ3'-PMNG(ct-9)L-5'
129. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งประกอบด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมันโดย ที่การกลายคือกลาย ts การกลายเฉพาะจุดการกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายการลบยีน การกลายการแทรกยีน หรือ การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติกง
130.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 122 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ3'-gag1-PNMG(ct-1)L-5',3'-gag1- PNMG(ct-9)L-5',3'-gag1-PMNG(ct-1)L-5',3'-gag1-PMNG(ct-9)L-5',3'-PNMG(ct-1)L-gag5-5',3'- PNMG(ct-9)L-gag5-5',3'-PMNG(ct-1)L-gag5-5',หรือ3'-PMNG(ct-9)L-gag5-5'
131.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 119 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน G ที่ถูกตัดและการกลาย ยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก
132.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 131 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีการลบ กรดอะมิโนปลายคาร์บอกซียี่สิบชุดหลัง
133. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 131 โดยที่โปรตีน G ที่เปลี่ยนเป็นรหัสโดยยีน G ที่ถูกตัดมีมีโดเมน หางไซโตพลาสมิกที่ประกอบด้วยอะมิโนหนึ่งชุด
134.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 131 โดยที่การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก (M(ncp))คือการ กลายที่เมไทโอนีน 33 และเมไทโอนีน 51 ของยีน M
135.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 131 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยจีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-npm(ncp)G(ct-1)L- 5'หรือ 3'-NPM(ct-9)L-5'
136.วิธีการของข้อถือสิทธิ 123 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลาย ts การกลายเฉพาะจุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G- สเต็ม การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายการแทรกยีน G และการกลายการลบยีน
137.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 123 โดยที่ถูกจีโนม VSV ที่ถูกกลายคือ 3'-gag1-NPM(ncp)G(ct-1)L-5'3'- gag1-NPM(ncp)G(ct-9)L-5',3'-NPM(ncp)G(ct-1)gag5-5'หรือ3'-NPM(npm)G(ct-g)gag5-5'
138.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 119 โดยที่สองการกลายคือการกลายยีน ts N (N(ts)) และการกลาย ยีน ts L(L(ts))
139.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 138 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยจีโนมที่ถูกกลายของ3'-N(ts)PMGL(ts)L- 5'
140.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 138 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลายเฉพาะจุด การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลาย G-สเต็ม การกลาย ยีน M แบบบอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการ แทรกยีน G หรือการกลายการลบยีน
141.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 119 โดยที่จีโนมที่ถูกการกลายคือ 3'-gag1-N(ts)PMGL(ts)L-5'หรือ3'- N(ts)PMGL(ts)-gag5-5,
142.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 119 โดยที่สองการกลายคือการกลาย G (stem) และการกลายแบบ สับเปลี่ยนยีน
143.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 142 โดยที่จีโนมที่ถูกกลายคือ 3'-gag1-NPMG(stem)L-5'
144.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 142 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยชนิดที่สามของการกลายในจีโนมของมัน โดยที่การกลายคือการกลายเฉพาะจุด การกลาย ts การกลายแบบสับเปลี่ยนยีน การกลายยีน M แบบนอน-ไซโตพาติก การกลายแอมไบเซนส์ RNA การกลายยีน G ที่ถูกตัด การกลายการแทรก ยีน G และการกลายการลบยีน
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH75852A true TH75852A (th) | 2006-02-23 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| CA2561245A1 (en) | Synergistic attenuation of vesicular stomatitis virus, vectors thereof and immunogenic compositions thereof | |
| Vrba et al. | Development and applications of viral vectored vaccines to combat zoonotic and emerging public health threats | |
| Lauer et al. | Multivalent and multipathogen viral vector vaccines | |
| Plotkin | Vaccines: the fourth century | |
| Liniger et al. | Use of viral vectors for the development of vaccines | |
| CA2710350A1 (en) | Genetically modified attenuated vesicular stomatitis virus, compositions and methods of use thereof | |
| US8916174B2 (en) | HIV DNA vaccine regulated by a caev-derived promoter | |
| Rabo et al. | Scandinavian model for eliminating measles, mumps, and rubella | |
| RU2008102654A (ru) | Инактивированные химерные вакцины и связанные с ними способы применения | |
| Chen et al. | Advances and perspectives in the development of vaccines against highly pathogenic bunyaviruses | |
| Fang et al. | Development of mRNA rabies vaccines | |
| WO2014093602A1 (en) | Compositions and methods for treating and preventing hepatitis c virus infection | |
| Lundstrom | The Potential of RNA Vaccines for Infectious Diseases and COVID-19 | |
| US8765140B2 (en) | DNA vaccine compositions with HIV/SIV gene modifications | |
| Warren | Preclinical AIDS vaccine research: survey of SIV, SHIV, and HIV challenge studies in vaccinated nonhuman primates | |
| ES2637629T3 (es) | Inducción de una respuesta inmunitaria frente al virus del dengue usando un enfoque de sensibilización-refuerzo | |
| Voltan et al. | Live recombinant vectors for AIDS vaccine development | |
| CA2985099A1 (en) | Recombinant vaccinia virus having hemagglutinin protein genes derived from h1n1 influenza virus | |
| Xie et al. | Advances in vaccinia virus-based vaccine vectors, with applications in flavivirus vaccine development | |
| Dehari et al. | RNA-Based Vaccines for Infectious Disease | |
| AU2019362276A1 (en) | Virus vaccine | |
| WO2001092548A2 (en) | Vaccine and gene therapy vector and methods of use thereof | |
| Adlard et al. | Influenza immunization in children with cystic fibrosis | |
| Gupta et al. | Role of microbes in production of vaccines | |
| Amraiz et al. | SARS-CoV-2 Leading Vaccine Candidates: Progress and Development |