TH93356A - คอมพอสิตของอนุภาคขนาดไมโครที่เป็นอนินทรีย์ และ/หรือ อินทรีย์ และ อนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโน - Google Patents

คอมพอสิตของอนุภาคขนาดไมโครที่เป็นอนินทรีย์ และ/หรือ อินทรีย์ และ อนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโน

Info

Publication number
TH93356A
TH93356A TH701002791A TH0701002791A TH93356A TH 93356 A TH93356 A TH 93356A TH 701002791 A TH701002791 A TH 701002791A TH 0701002791 A TH0701002791 A TH 0701002791A TH 93356 A TH93356 A TH 93356A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
particles
formula
composites
calcium carbonate
under
Prior art date
Application number
TH701002791A
Other languages
English (en)
Inventor
แพทริค เอซี เกน นาย
แม็ทเธียสบูรี่ นาย
เรเน่ วีเซนซ์ บลูม นาย
เอซี เกน นายแพทริค
Original Assignee
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายรุทร นพคุณ
ออมย่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายรุทร นพคุณ, ออมย่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี filed Critical นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
Publication of TH93356A publication Critical patent/TH93356A/th

Links

Abstract

DC60 (20/09/59) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับคอมพอสิต, ซึ่งประกอบรวมด้วยเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมที่เป็น อนินทรีย์ และ/หรือ อินทรีย์ ในรูปของอนุภาคขนาดไมโคร, พื้นผิวของสารดังกล่าวถูกเคลือบอย่าง น้อยบางส่วนด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโนที่บดละเอียดที่มีการช่วยของสารช่วยยึดเกาะที่มีพื้นฐาน เป็นโคพอลิเมอร์ ซึ่งประกอบรวมด้วยไดคาร์บอกซิลิคแอซิดหนึ่งชนิดหรือมากกว่าเป็นโมโนเมอร์ และโมโนเมอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าจากหมู่ของไดเอมีน, ไตรเอมีน, ไดแอลคาโนลามีน หรือ ไตรแอลคาโนลามีน, วิธีสำหรับการผลิตคอมพอสิตดังกล่าว, เอเควียสสเลอรี่ของสารเหล่านี้ และ การใช้สารเหล่านี้ในการทำกระดาษ หรือในสาขาการผลิตสี และพลาสติค และการใช้สารยึดเกาะ ของการประดิษฐ์นี้ สำหรับการเคลือบอนุภาคขนาดไมโครด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโน แก้ไขบทสรุปการประดิษฐ์ 20/09/2559 การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับคอมพอสิต, ซึ่งประกอบรวมด้วยเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมที่เป็น อนินทรีย์ และ/หรือ อินทรีย์ ในรูปของอนุภาคขนาดไมโคร, พื้นผิวของสารดังกล่าวถูกเคลือบอย่าง น้อยบางส่วนด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโนที่บดละเอียดที่มีการช่วยของสารยึดเกาะที่มีพื้นฐาน เป็นโคพอลิเมอร์ ซึ่งประกอบรวมด้วยไดคาร์บอกซิลิคแอซิดหนึ่งชนิดหรือมากกว่าเป็นโมโนเมอร์ และโมโนเมอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าจากหมู่ของไดเอมีน, ไตรเอมีน, ไดแอลคาโนลามีน หรือ ไตรแอลคาโนลามีน, วิธีสำหรับการผลิตคอมพอสิตดังกล่าว, เอเควียสสเลอรี่ของสารเหล่านี้ และ การใช้สารเหล่านี้ในการทำกระดาษ หรือในสาขาการผลิตสี และพลาสติค และการใช้สารยึดเกาะ ของการประดิษฐ์นี้ สำหรับการเคลือบอนุภาคขนาดไมโครด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโน ------------------------------------------------------------------------------------- การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับคอมพอสิต, ซึ่งประกอบรวมด้วยเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ ชนิดอนินทรีย์ และ/หรือสารอินทรีย์ ในรูปของอนุภาคขนาดไมโคร, พื้นผิวของสารดังกล่าวถูกเคลือบ อย่างน้อยบางส่วนด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโนที่บดละเอียดที่มีการช่วยของสารช่วยยึดเกาะที่ มีพื้นฐานเป็นโคพอลิเมอร์ ซึ่งประกอบรวมด้วยไดคาร์บอกซิลิคแอซิดหนึ่งชนิดหรือมากกว่าเป็น โมโนเมอร์ และโมโนเมอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าจากหมู่ของไดเอมีน, ไตรเอมีน, ไดแอลคาโนลามีน หรือไตรแอลคาโนลามีน, วิธีสำหรับการผลิตคอมพอสิตดังกล่าว, เอเควียสสเลอรี่ของสารเหล่านี้ และ การใช้สารเหล่านี้ในการทำกระดาษ หรือในสาขาการผลิตสี และพลาสติค และการใช้สารช่วยยึดเกาะ ของการประดิษฐ์นี้ สำหรับการเคลือบอนุภาคขนาดไมโครด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโน

Claims (62)

แก้ไข 26/12/2559 มากกว่า คือ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.5 ถึง 1.5 (สูตร)m, 0.25 ถึง 1.5 (สูตร)m หรือ 0.7 ถึง 1.1 (สูตร)m และที่ควรใช้มาก ที่สุด คือ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.9 ถึง 1 (สูตร)m 6. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 3 ถึง 5 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาค เม็ดสี และ/หรือ อนุภาคสารตัวเติมที่เป็นอินทรีย์ คือ อนุภาคที่มีพื้นฐานเป็นพอลิสไตรีน, ที่ควรใช้ คือ ในรูปของพอลิสไตรีนทรงกลมกลวงที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลม 0.3 ถึง 2 (สูตร)m, ที่ควรใช้ คือ 0.7 ถึง 1.5 (สูตร)m, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 0.9 ถึง 1.1 (สูตร)m, โดยเฉพาะ, 1 (สูตร)m หรือ 0.25 ถึง 1.5 (สูตร)m 7. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 5, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสี และ/หรือ อนุภาคสารตัวเติม คือ อนุภาคทัล์ค, โดยที่ 95 ถึง 98 wt%, โดยเฉพาะ, 96 wt% ของอนุภาคทัล์ค มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมน้อยกว่า 10 (สูตร)m, 79 ถึง 82 wt%, โดยเฉพาะ, 80 wt% มี เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมน้อยกว่า 5 (สูตร)m และ 43 ถึง 46 wt%, โดยเฉพาะ 45 wt% มี เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมน้อยกว่า 2 (สูตร)m 8. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ แคลเซียม คาร์บอเนตถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตสังเคราะห์ชนิดตกตะกอน, ที่ควรใช้ คือ ที่มีโครงสร้างผลึกแบบวาเทอริติค, แคลซิติค หรืออะราโกนิติค หรือแคลเซียมคาร์บอเนต ธรรมชาติที่บดแล้ว, ที่ควรใช้ คือ หินอ่อน, หินปูน หรือชอล์ค 9. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 8 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ 90 ถึง 100%, ที่ควรใช้ คือ 92 ถึง 99%, ที่ควรใช้มากกว่า คือ 94 ถึง 98%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 96 ถึง 98%, โดยเฉพาะ, 97(สูตร)0.5% ของอนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนต, เทียบกับปริมาณ N ของอนุภาค แคลเซียมคาร์บอเนต, มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมน้อยกว่า 200 nm, โดยเฉพาะอยู่ในช่วง จาก 20 ถึง 200 nm หรือ 50 ถึง 180 nm, ที่ควรใช้ คือ น้อยกว่า 150 nm, โดยเฉพาะอยู่ในช่วงจาก 70 ถึง 150 nm, ที่ควรใช้มากกว่า คือ น้อยกว่า 100 nm 10. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ คอมพอสิตดังกล่าวมี 5 ถึง 95 wt%, ที่ควรใช้ คือ 20 ถึง 80 wt%, ที่ควรใช้มากกว่า คือ 25 ถึง 75 wt% อนุภาคเม็ดสี และ/หรือ อนุภาคสารตัวเติม, เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต และ/หรือ 95 ถึง 5 wt%, ที่ควรใช้ คือ 80 ถึง 20 wt%, ที่ควรใช้มากกว่า คือ 75 ถึง 25 wt% อนุภาคแคลเซียม คาร์บอเนต,เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต ------ แก้ไข 20/09/2559 1. คอมพอสิต, ซึ่งประกอบรวมด้วยอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมที่เป็นอนินทรีย์ และ/หรือ อินทรีย์ที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วนด้วยองค์ประกอบซึ่งประกอบรวมด้วยอนุภาคแคลเซียม คาร์บอเนต, และสารยึดเกาะ, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ - เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลมของอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมอยู่ในช่วงขนาด ไมโครเมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลมของอนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนตอยู่ใน ช่วงนาโนเมตร; และ - สารยึดเกาะ คือ โคพอลิเมอร์ ซึ่งประกอบรวมด้วยไดคาร์บอกซิลิคแอซิดหนึ่งชนิด หรือ มากกว่าที่เป็นโมโนเมอร์ และโมโนเมอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าจากหมู่ของไดเอมีน, ไตรเอมีน, ไดแอลคาโนลามีน หรือไตรแอลคาโนลามีน 2. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมที่เป็นอนินทรีย์ถูกเลือกจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยทัลค์, ไมกา หรือของผสมของสาร เหล่านี้ 3. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมที่เป็นอนินทรีย์ถูกเลือกจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมที่มีพื้นฐานเป็นพอลิเอธิลีน, พอลิโพรพิลีน, พอลิเอธิลีนเทราพธาเลต หรือพอลิสไตรีน 4. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาค เม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมมีโครงสร้างเป็นทรงกลมอย่างมีนัยสำคัญ, ที่ควรใช้ คือ มีโครงสร้างแบบ ทรงกลมกลวง หรือกึ่งทรงกลมกลวง หรือโครงสร้างคล้ายเกล็ด 5. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมของอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ อนุภาคสารตัวเติมอย่างมีนัยสำคัญอยู่ ในช่วงจากมากกว่า 0.2 ถึงประมาณ 100 (สูตร)m, โดยเฉพาะ, ตั้งแต่ 0.3 ถึง 100 (สูตร)m, ที่ควรใช้ คือ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.3 ถึง75 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากกว่าคือ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.3 ถึง 50 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากยิ่งกว่า คือ อยู่ในช่วง ตั้งแต่ 0.3 ถึง 25 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากที่สุด คือ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.3 ถึง 15 (สูตร)m, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยู่ใน ช่วงตั้งแต่ 0.3 ถึง 12 (สูตร)m, ที่ซึ่งเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมของอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ อนุภาค สารตัวเติมที่เป็นอินทรีย์ คืออยู่ในช่วงมากกว่า 0.2 ถึง 25 (สูตร)m, ที่ควรใช้ คือ 0.3 ถึง 10 (สูตร)m, ที่ควรใช้ มากกว่า คือ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.5 ถึง 1.5 (สูตร)m, 0.25 ถึง 1.5 (สูตร)m หรือ 0.7 ถึง 1.1 (สูตร)m และที่ควรใช้มากที่ สุด คือ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.9 ถึง 1 (สูตร)m 6. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 3 ถึง 5 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาค เม็ดสี และ/หรือ อนุภาคสารตัวเติมที่เป็นอินทรีย์ คือ อนุภาคที่มีพื้นฐานเป็นพอลิสไตรีน, ที่ควรใช้ คือ ในรูปของพอลิสไตรีนทรงกลมกลวงที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลม 0.3 ถึง 2 (สูตร)m, ที่ควรใช้ คือ 0.7 ถึง 1.5 (สูตร)m, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 0.9 ถึง 1.1 (สูตร)m, ตัวอย่างเช่น, 1 (สูตร)m หรือ 0.25 ถึง 1.5 (สูตร)m 7. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 5, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสี และ/หรือ อนุภาคสารตัวเติม คือ อนุภาคทัล์ค, โดยที่ 95 ถึง 98 wt%, โดยเฉพาะ, 96 wt% ของอนุภาคทัล์คมี เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมน้อยกว่า 10 (สูตร)m, 79 ถึง 82 wt%, โดยเฉพาะ, 80 wt% มีเส้นผ่า ศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมน้อยกว่า 5 (สูตร)m และ 43 ถึง 46 wt%, โดยเฉพาะ 45 wt% มีเส้นผ่า ศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมน้อยกว่า 2 (สูตร)m 8. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ แคลเซียม คาร์บอเนตถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตสังเคราะห์ชนิดตกตะกอน, ที่ควรใช้ คือ ที่มีโครงสร้างผลึกแบบวาเทอริติค, แคลซิติค หรืออะราโกนิติค หรือแคลเซียมคาร์บอเนต ธรรมชาติที่บดแล้ว, ที่ควรใช้ คือ หินอ่อน, หินปูน หรือชอล์ค 9. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 8 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ 90 ถึง 100%, ที่ควรใช้ คือ 92 ถึง 99%, ที่ควรใช้มากกว่า คือ 94 ถึง 98%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 96 ถึง 98%, โดยเฉพาะ, 97(สูตร)0.5% ของอนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนต, เทียบกับปริมาณ N ของอนุภาค แคลเซียมคาร์บอเนต, มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของทรงกลมน้อยกว่า 200 nm, โดยเฉพาะอยู่ในช่วง จาก 20 ถึง 200 nm หรือ 50 ถึง 180 nm, ที่ควรใช้ คือ น้อยกว่า 150 nm, โดยเฉพาะอยู่ในช่วงจาก 70 ถึง 150 nm, ที่ควรใช้มากว่า คือ น้อยกว่า 100 nm 10. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ คอมพอ สิตดังกล่าวมี 5 ถึง 95 wt%, ที่ควรใช้ คือ 20 ถึง 80 wt%, ที่ควรใช้มากกว่า คือ 25 ถึง 75 wt% อนุภาค เม็ดสี และ/หรือ อนุภาคสารตัวเติม, เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต และ/หรือ 95 ถึง 5 wt%, ที่ควรใช้ คือ 80 ถึง 20 wt%, ที่ควรใช้มากกว่า คือ 75 ถึง 25 wt% อนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนต, เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต 11. คอมพอสิตตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 10 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณธเฉพาะ คือ มี อนุภาคเม็ดสี และ/หรือ อนุภาคสารตัวเติม และแคลเซียมคาร์บอเนตอยู่ในอัตราส่วน ที่ควรใช้ คือ 1:20 ถึง 20:1, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอัตราส่วน 1:4 ถึง 4:1, ที่ควรใช้มากกว่า คือ ในอัตราส่วน 1:3 ถึง 3:1 หรือ 1:2 ถึง 2:1, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอัตราส่วน 1:1, 1:3 หรือ 3:1, เทียบกับน้ำหนักแห้ง 12. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ, C2 ถึง C10 ไดคาร์บอกซิลิคแอซิดที่เป็นโซ่กิ่ง หรือไม่เป็นโซ่กิ่ง, ที่อิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว, ที่ควรใช้ คือ C3 ถึง C9 ไดคาร์บอกซิลิคแอซิด, C4 ถึง C8 ไดคาร์บอกซิลิคแอซิด, C5 ถึง C7 ไดคาร์บอกซิลิคแอซิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้อะดิปิคแอซิดเป็นไดคาร์บอกซิลิคแอซิดโมโนเมอร์ของสารยึดเกาะ และ/หรือ ไดเอมีน และไตรเอมีน และไดแอลคาโนลามีน และไตรแอลคาโนลามีนที่เป็นโซ่ตรง และเป็นโซ่กิ่ง, ที่ถูกแทนที่ และไม่ถูกแทนที่, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง N-(2-อะมิโนเอธิล)-1,2-อีเธนไดเอมีน, ไดเอธาโนลามีน, N-แอลคิลไดแอลคาโนลามีน เช่น N-เมธิล- และ N-เอธิลไดเอธาโนลามีน และ ไตรเอธาโนลามีน ถูกใช้เป็นไดเอมีน, ไตรเอมีน, ไดแอลคาโนลามีน หรือไตรแอลคาโนลามีน โมโนเมอร์ของสารยึดเกาะ 13. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 12 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ โคพอลิเมอร์ที่ใช้เป็นสารยึดเกาะถูกเชื่อมขวางด้วยอิปิคคลอโรไฮดริน 14. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 13, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารยึดเกาะคือโคพอลิเมอร์ ของอะดิปิคแอซิดกับ N-(2-อะมิโนเอธิล)-1,2-อีเธนไดเอมีน และอิปิคคลอโรไฮดริน 15. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 14 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ คอมพอสิตดังกล่าวมี 0.1 ถึง 10 wt%, ที่ควรใช้ คือ 0.3 ถึง 5wt%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 035 ถึง 3 wt% สารยึดเกาะ, เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต 16. วิธีสำหรับการผลิตคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งประกอบ รวมด้วยขั้นตอน: a) การจัดเตรียมอนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติม; b) การจัดเตรียมองค์ประกอบอนุภาคของแคลเซียสคาร์บอเนตในช่วงขนาดนาโนเมตร; c) การจัดเตรียมสารยึดเกาะ; d) การผสมอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติม และองค์ประกอบแคลเซียสคาร์บอเนต จาก a) และ b), ที่ซึ่งเติมสารยึดเกาะไปยังอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมจาก a) หรือลงในองค์ประกอบ แคลเซียมคาร์บอเนตจาก b) ก่อนขั้นตอน d) และทำให้ของผสมปฏิกิริยาที่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน 17. วิธีสำหรับการผลิตคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งประกอบ รวมด้วยขั้นตอน: a) การจัดเตรียมอนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติม; b) การจัดเตรียมองค์ประกอบของอนุภาคแคลเซียสคาร์บอเนตในช่วงขนาดนาโนเมตร; c) การจัดเตรียมสารยึดเกาะ; d) การผสมอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติม และองค์ประกอบแคลเซียมคาร์บอเนต จาก a) และ b), ที่ซึ่งเติมสารยึดเกาะลงในของผสมของอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมจาก a) และ ลงในองค์ประกอบแคลเซียมคาร์บอเนตจาก b) หลังจากขั้นตอน d) และทำให้ของผสมปฏิกิริยาที่ได้ เป็นเนื้อเดียวกัน 18. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 16 หรือ 17, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ องค์ประกอบของอนุภาค แคลเซียมคาร์บอเนตในช่วงขนาดนาโนเมตรถูกจัดเตรียมอยู่ในรูปของเอเควียสสเลอรี่ และอนุภาค ขนาดไมโครของเม็ดสี และ/หรือ อนุภาคขนาดไมโครของสารตัวเติมที่ควรถูกจัดเตรียมอยู่ในรูป ของแข็ง หรือในรูปของเอเควียสสเลอรี่, ที่ซึ่งอนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติม ที่เป็นอนินทรีย์ที่ควรถูกจัดเตรียมในรูปของแข็ง, อนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติม ที่เป็นอินทรีย์ที่ควรถูกจัดเตรียมเป็นเอเควียสสเลอรี่ และสารยึดเกาะที่ควรถูกจัดเตรียมในรูปของ เอเควียสสเลอรี่ หรือสารละลาย 19. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 17 ถึง 18 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ หลังจาก การเติมสารยึดเกาะลงในของผสมปฏิกิริยาที่ได้, มีการเติมสารช่วยกระจายตัวหนึ่งชนิดหรือมากกว่า ลงไป, ที่ควรเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยเกลือพอลิอะคริลิคแอซิด เช่น เกลือโซเดียม, โซเดียม พอลิฟอสเฟต หรือพอลิอะโครลีอิน/อะคริเลตโคพอลิเมอร์; สารช่วยกระจายตัวที่เป็นพอลิเมอร์แบบ แคทไอออน และ/หรือ แอมโฟเทอริค, โดยเฉพาะ, พอลิไดแอลลิลไดเมธิลแอมโมเนียม คลอไรด์ (PolyDADMAC) หรือโคพอลิเมอร์ของอะคริลิคแอซิดกับแคทไอออนโนโนเมอร์ หรือของผสม ของสารช่วยกระจายตัวดังกล่าว 20. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 16 หรือ 18, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยกระจายตัวหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่า, ที่ควรเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยเกลือพอลิอะคริลิคแอซิด เช่น เกลือโซเดียม, โซเดียม พอลิฟอสเฟต หรือพอลิอะโครลีอิน/อะคริเลตโคพอลิเมอร์; สารช่วยกระจายตัวที่เป็น พอลิเมอร์แบบแคทไอออน และ/หรือ แอมโฟเทอริค, โดยเฉพาะ, พอลิไดแอลลิลไดเมธิลแอมโมเนียม คลอไรด์ (PolyDADMAC) หรือโคพอลิเมอร์ของอะคริลิคแอซิดกับแคทไอออนโนโนเมอร์ หรือ ของผสมของสารช่วยกระจายตัวดังกล่าว, ถูกเติมก่อนการเติมสารยึดเกาะลงในอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมจาก a) หรือลงในองค์ประกอบแคลเซียสคาร์บอเนตจาก b) 21. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 19 หรือ 20, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ เติมสารช่วยกระจายตัวใน ปริมาณ 0.01 wt% ถึง 1 wt%, เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.1 wt% ถึง 0.5 wt% โดยเฉพาะ, 0.25 wt% 22. เอเควียสสเลอรี่, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ เอเควียสสเลอรี่ดังกล่าวประกอบรวมด้วย คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง 23. การใช้คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิ ที่ 22 เป็นสารตัวเติม หรือเม็ดสี, แต่ไม่ได้ใช้ในการผลิต หรือการทำกระบวนการของกระดาษที่ เกี่ยวข้องความร้อน, เมื่ออนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมเป็นอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติม ที่เป็นอินทรีย์ 24. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 23, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ใช้คอมพอสิตในการทำกระดาษ, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.5 ถึง 50 wt%, ที่ควรใช้ คือ 1 ถึง 30 wt%, เทียบกับน้ำหนักทั้งหมดของ กระดาษ, และใช้ในการตบแต่งกระดาษ, โดยเฉพาะในการเคลือบกระดาษ, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.5 ถึง 100 g/m2 , ที่ควรใช้ คือ 2 ถึง 50 g/m2, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 ถึง 25 g/m2 ต่อด้านของ กระดาษ และ/หรือ ใช้คอมพอสิตในการเคลือบเบื้องต้น, สารเคลือบแบบอินเทอร์มิเดียท, การเคลือบ ด้านบน และ/หรือ การเคลือบเพียงชนิดเดียว และกระดาษที่ถูกเคลือบบนด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้าน และหนึ่งหรือมากกว่าของการเคลือบมีคอมพอสิตอยู่บนด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้าน, ที่ซึ่งกระดาษ อาจจะเป็นกระดาษบดรีด หรือไม่บดรีด 25. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 23 หรือ 24, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ใช้คอมพอสิตสำหรับ การดัดแปรหรือควบคุมปริมาตรรูพรุนของกระดาษ หรือการเคลือบ 26. การใช้คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิ ที่ 22 ในสี, พลาสติค หรือสารประกอบกันรั่วซึม (sealing compound) 27. การใช้คอมพอสิตตามข้อถิสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิ ที่ 22 เป็นตัวช่วยกรองในรูปของชั้นกรอง, อาจเลือกที่จะอยู่บนวัสดุตัวนำธรรมชาติ และ/หรือ สังเคราะห์ เช่น เส้นใยฝ้าย, เซลลูโลส และพอลิเอมีด 28. ตัวช่วยกรองซึ่งประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 22 29. สารตัวเติม หรือสเลอรี่ของมันซึ่งประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 22, ตามลำดับ 30. เม็ดสี หรือสเลอรี่ของมันซึ่งประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 22, ตามลำดับ 31. สีเคลือบซึ่งประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 22, ที่ซึ่งสีเคลือบที่ควรมีปริมาณของแข็ง 25 ถึง 75 wt% ของแข็ง, ที่ควร ใช้มากกว่า คือ 30 ถึง 60 wt%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 30 ถึง 40 wt% ของแข็ง และ/หรือปริมาณ ของคอมพอสิต, เทียบกับปริมาณของแข็งทั้งหมดในสีเคลือบ, คือ 3 ถึง 97 wt%, ที่ควรใช้ คือ 10 ถึง 90 wt%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 85(สูตร)10 wt% 32. การใช้โคพอลิเมอร์ตามที่นิยามในข้อถือสิทธิที่ 1 สำหรับการเคลือบอย่างน้อย บางส่วนของอนุภาคเม็ดสี และ/หรือ สารตัวเติมที่เป็นอนินทรีย์ และ/หรือ อินทรีย์ตามที่นิยามใน ข้อถือสิทธิที่ 1 กับองค์ประกอบซึ่งประกอบรวมด้วยอนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนตตามที่นิยามใน ข้อถือสิทธิที่ 1 33. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 32, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ โคพอลิเมอร์ประกอบรวมด้วย อะดิปิคแอซิด, N-(2-อะมิโนเอธิล)1,2-อีเธนไดเอมีน และอิปิคคลอโรไฮดรินเป็นโนโนเมอร์ --------------------------------------------------
1. คอมพอสิต, ซึ่งประกอบรวมด้วยอนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณที่เป็นสาร อนินทรีย์ และ/หรือสารอินทรีย์ที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วนด้วยสารผสม ซึ่งประกอบรวมด้วยอนุภาค แคลเซียมคาร์บอเนต, และสารช่วยยึดเกาะ, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ - เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลมของอนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณอยู่ในช่วง ขนาดไมโครเมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลมของอนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนต อยู่ในช่วงนาโนเมตร; และ - สารช่วยยึดเกาะ คือ โคพอลิเมอร์ ซึ่งประกอบรวมด้วย ที่เป็นโมโนเมอร์ ไดคาร์บอกซิลิค แอซิดหนึ่งชนิดหรือมากกว่า และโนโนเมอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าจากหมู่ของไดเอมีน, ไตรเอมีน, ไดแอลคาโนลามีน หรือไตรแอลคาโนลามีน
2. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ คือ อนุภาคสารอนินทรีย์, ควรเลือก จากกลุ่ม ซึ่งประกอบรวมด้วยทัลค์, ไมกา หรือของผสมของสารเหล่านี้
3. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ คือ อนุภาคสารอนินทรีย์, ควรเลือกจาก กลุ่ม ซึ่งประกอบรวมด้วยอนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณที่มีพื้นฐานเป็นพอลิเอธิลีน, พอลิโพรพิลีน, พอลิเอธิลีนเทราพธาเลต หรือพอลิสไตรีน
4. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณมีโครงสร้างเกือบเป็นทรงกลม, ที่ควร ใช้ คือ มีโครงสร้างแบบทรงกลมกลวง หรือกึ่งทรงกลมกลวง หรือโครงสร้างคล้ายเกล็ด
5. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลของอนุภาคเม็ดสีและ/หรืออนุภาคสารเพิ่ม ปริมาณ เกือบอยู่ในช่วงจากมากกว่า 0.2 ถึงประมาณ 100 (สูตร)m, ตัวอย่างเช่น, ตั้งแต่ประมาณ 0.3 ถึง ประมาณ 100 (สูตร)m, ที่ควรใช้ คือ อยู่ในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 0.3 ถึงประมาณ 75 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากกว่า คือ อยู่ในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 0.3 ถึงประมาณ 50 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากยิ่งกว่า คือ อยู่ในช่วง ตั้งแต่ ประมาณ 0.3 ถึงประมาณ 25 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากที่สุด คือ อยู่ในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 0.3 ถึงประมาณ 15 (สูตร)m, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยู่ในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 0.3 ถึงประมาณ 12 (สูตร)m
6. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 5, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลมของอนุภาคเม็ดสีที่เป็นสารอินทรีย์และ/ หรืออนุภาคสารเพิ่มปริมาณ คืออยู่ในช่วง มากกว่า 0.2 ถึง 25 (สูตร)m, ที่ควรใช้ คือ 0.3 ถึงประมาณ 10 (สูตร)m, ที่ควรใช้มากยิ่งกว่า คือ อยู่ในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 1.5 (สูตร)m, 0.25 ถึง 1.5 (สูตร)m หรือ ประมาณ 0.7 ถึงประมาณ 1.1 (สูตร)m และ ที่ควรใช้มากที่สุด คือ อยู่ในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 0.9 ถึง ประมาณ 1 (สูตร)m
7. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 3 ถึง 6 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสีและ/หรืออนุภาคสารเพิ่มปริมาณ คือ อนุภาคที่มีพื้นฐานเป็น พอลิสไตรีน, ที่ควรใช้ คือ ในรูปของพอลิสไตรีนทรงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรง กลม ประมาณ 0.3 ถึงประมาณ 2 (สูตร)m, ที่ควรใช้ คือ ประมาณ 0.7 ถึงประมาณ 1.5 (สูตร)m, ที่ควรใช้โดย เฉพาะอย่างยิ่ง ประมาณ 0.9 ถึงประมาณ 1.1 (สูตร)m, ตัวอย่างเช่น, 1 (สูตร)m, หรือ 0.25 ถึง 1.5 (สูตร)m
8. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 5, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสีและ/หรืออนุภาคสารเพิ่มปริมาณ คือ อนุภาคทัลค์, โดยที่ ประมาณ 95 ถึง 98 wt%, ตัวอย่างเช่น, 96 wt% ของอนุภาคทัลค์มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลม น้อยกว่า 10 (สูตร)m, ประมาณ 79 ถึง 82 wt%, ตัวอย่างเช่น, 80 wt% มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลม น้อยกว่า 5 (สูตร)m และ ประมาณ 43 ถึง 5+ wt%, ตัวอย่างเช่น, 45 wt% มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรง กลม น้อยกว่า 2 (สูตร)m
9. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 8 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ แคลเซียมคาร์บอเนตถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต สังเคราะห์ชนิดตกตะกอน, ที่ควรใช้ คือ ที่มีโครงสร้างผลึกแบบวาเทอริติค, แคลซิติค หรือ อะราโกนิติค หรือ แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติที่บดแล้ว, ที่ควรใช้ คือ หินอ่อน, หินปูน หรือชอล์ค
10. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ประมาณ 90 ถึง 100%, ที่ควรใช้ คือ 92 ถึง 99%, ที่ควรใช้มากกว่า คือ 94 ถึง 98%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 96 ถึง 98%, ตัวอย่างเช่น, 97(สูตร)0.5% ของอนุภาคแคลเซียม คาร์บอเนต, เทียบกับปริมาณ N ของอนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนต, มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรง กลม น้อยกว่า 200 nm, ตัวอย่างเช่น, อยู่ในช่วงจาก 20 ถึง 200 nm หรือ 50 ถึง 180 nm, ที่ควรใช้ คือ น้อยกว่า 150 nm, ตัวอย่างเช่น, อยู่ในช่วงจาก 70 ถึง 150 nm, ที่ควรใช้มากกว่า คือ น้อยกว่า 100 nm
11. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 10 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ แคลเซียมคาร์บอเนตถูกบดให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลมในขั้นตอน การบดแห้งหรือการบดแบบเปียกหนึ่งขั้นตอนหรือมากกว่า, ที่ควรใช้ คือ การบดแบบแห้ง และ/หรือ แบบเปียกสองครั้ง, ที่ควรใช้ คือ ขั้นตอนการบดแบบเอเควียส
12. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 11, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ใช้การบดแบบบอลล์, การบดแบบเจ็ตเพลต, การบดแบบแอตไตรเตอร์ หรือ ทำการบดดังกล่าวรวมกัน หรือการบดดังกล่าวร่วมกันหนึ่งแบบหรือมากกว่าไซโคลน และการ ร่อน สำหรับการบด
13. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 12, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ การบดแห้ง ทำให้เครื่องบดแบบบอลล์, ที่ควรใช้ คือ โดยใช้ ไอร์ออน และ/ หรือ พอร์ซีเลนบอลล์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 ถึง 10 cm, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอร์ออน- ซิลเพ็บที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 cm และทำการบดแบบเปียกในเครื่องบดแบบแอตไตรเตอร์, ที่ควรใช้ คือ โดยใช้ลูกบอลล์บดทำมาจากเซอร์โคเนียมซิลิเคต, เซอร์โคเนียมไดออกไซด์ และ/หรือ เบดดีไลต์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.2 ถึง 5 mm, ที่ควรใช้ คือ 0.2 ถึง 2 mm, แต่ยังรวมถึง 0.5 ถึง 5 mm, ตัวอย่างเช่น, 0.5 ถึง 2 mm
14. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 11 ถึง 13 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติบดถูกกระจายตัว และ/หรือบดในรูปของ เอเควียสสเลอรี่ที่มีปริมาณของแข็งแคลเซียมคาร์บอเนตมากกว่า 10 wt%, ตัวอย่างเช่น, 15 ถึง 30 wt%, ที่ควรใช้ คือ มากกว่า 30 wt%, ที่ควรใช้มากกว่า คือ มากกว่า 50 wt%, ตัวอย่างเช่น, ที่มีปริมาณของ แข็ง 65 ถึง 68 wt%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มากกว่า 70 wt%, ตัวอย่างเช่น, ที่มีปริมาณของแข็ง 72 ถึง 80 wt%
15. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 14, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ แคลเซียมคาร์บอเนต สเลอรี่ที่มีปริมาณของแข็ง (สูตร) 60 wt%, ตัวอย่างเช่น, (สูตร) 30 wt% ถูกทำให้เข้มข้นเชิงกายภาพ, ตัวอย่างเช่น, โดยการกรองและกด และ/หรือการเซนตริฟิวจ์ และ/หรือด้วยความร้อน, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดยขั้นตอนการทำให้เข้มขึ้นเชิงกล และเชิงความร้อน ร่วมกัน, ที่ควรใช้ คือ กระจายตัวโดยมีสารช่วยกระจายตัวหนึ่งชนิดหรือมากกว่า, ให้มีความเข้มข้น สุดท้ายความเข้มข้น ควรมากกว่า 60 wt% ปริมาณของแข็ง, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่าง 65 wt% และ 78 wt%, ตัวอย่างเช่น, 72 (สูตร) 2 wt%
16. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 11 ถึง 15 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ แคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติบดถูกกระจายตัว และ/หรือบด โดยมีสาร ช่วยบด และ/หรือสารช่วยกระจายตัวหนึ่งชนิดหรือมากกว่าอยู่ด้วย, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสาร ดังกล่าวอยู่ในรูปของเอเควียสสเลอรี่ ที่มีปริมาณของแข็งมากกว่า 60 wt%
17. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยบด และ/หรือสารช่วยกระจายตัว คือ สารช่วยบด และ/หรือสารช่วย กระจายตัวชนิดแอนไอออน, ควรเลือกจากกลุ่มซึ่งประกอบรวมด้วยโฮโมพอลิเมอร์ หรือโคพอลิเมอร์ ของเกลือพอลิคาร์บอกซิลิคแอซิดที่มีพื้นฐานเป็น, ตัวอย่างเช่น, อะคริลิคแอซิด, เมธาคริลิคแอซิด, มาลิอิคแอซิด, ฟูมาริคแอซิด, ไอตาโคนิคแอซิด หรือของผสมของสารเหล่านี้; โซเดียม พอลิฟอสเฟต, โซเดียม ซิเตรท หรือของผสมของสารเหล่านี้
18. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 17, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ โฮโมพอลิเมอร์ หรือโคพอลิเมอร์ของเกลือพอลิคาร์บอกซิลิคแอซิดถูกทำให้ เป็นกลางบางส่วน หรือทั้งหมดด้วยโซเดียม, ลิเธียม, โปแตสเซียม, แอมโมเนียม, แคลเซียม, แมกนีเซียม, สตรอนเตียม และ/หรืออะลูมิเนียม หรือของผสมของสารเหล่านี้, ที่ควรใช้ คือ โซเดียม และแมกนีเซียม
19. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 17 หรือ 18, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยกระจายตัว และ/หรือสารช่วยบดถูกใช้ในการบดแบบเปียก ในปริมาณประมาณ 0.05 ถึงประมาณ 2 wt%, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.3 ถึง 1.5 wt%, ตัวอย่างเช่น, 1 wt%, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปริมาณประมาณ 0.85 ถึงประมาณ 0.95 wt%
20. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 11 ถึง 19 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ความหนืดของแคลเซียมคาร์บอเนต สเลอรี่ ในการบดแบบเปียก น้อยกว่า 2500 mPa•s, ที่ควรใช้ คือ น้อยกว่า 1500 mPa•s, ที่ควรใช้มากกว่า คือ น้อยกว่า 1000 mPa•s, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้อยกว่า 500 mPa•s, ตัวอย่างเช่น, อยู่ในช่วง 50 ถึง 250 mPa•s
21. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยบด และ/หรือสารช่วยกระจายตัว, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการบดแห้ง, เลือกจากกลุ่ม ซึ่งประกอบรวมด้วยไกลคอล, พอลิไกลคอล, ตัวอย่างเช่น, พอลิเอธิลีน ไกลคอล, เอธิลีนออกไซด์ - โพรพิลีนออกไซด์ - เอธิลีนออกไซด์บล็อคโคพอลิเมอร์ หรือแอลคาโนลามีน เช่น ไตรเอธาโนลามีน และไตรไอโซโพรพาโนลามีน หรือของผสมของสารเหล่านี้
22. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 21 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยกระจายตัว และ/หรือสารช่วยบดในการบดแห้ง ในปริมาณ ประมาณ 0.01 wt% ถึงประมาณ 5 wt%, เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณประมาณ 0.1 ถึง 0.5 wt%, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 0.1 ถึงประมาณ 0.3 wt%
23. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 22 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยกระจายตัว และ/หรือสารช่วยบด ในการบดแห้งในปริมาณ 0.2 ถึง 1 mg/m2 พื้นที่ผิวอนุภาคขนาดนาโน, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.3 ถึง 0.7 mg/m2 พื้นที่ผิวอนุภาคขนาด นาโน
24. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 23 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยบด และ/หรือ สารช่วยกระจายตัวถูกรวมเข้ากับเข้ากับเอธิลีน-อะคริลิคแอซิด โคพอลิเมอร์ (EAA) หรือเกลือของสารเหล่านี้ ในระหว่างการบด และ/หรือการกระจายตัว
25. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 24, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ เกลือ EAA ถูกทำให้เป็นกลางบางส่วนหรือทั้งหมดด้วยเอมีน, ควรเลือกจาก กลุ่ม ซึ่งประกอบรวมด้วย 2-อะมิโน-2-เมธิล-1-โพรพานอล, 3-อะมิโน-1-โพรพานอล, 2-[บิส(2- ไฮดรอกซิเอธิล)อะมิโน]เอธานอล และ/หรือไอออนของโลหะแอลคาไล เช่น โปแตสเซียม, ลิเธียม และ/หรือโซเดียม หรือของผสมของสารเหล่านี้, ที่ควรใช้ คือ โซเดียม
26. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 25, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ใช้ EAA และเกลือของสารเหล่านี้ในปริมาณ 0.01 wt% ถึง 10 wt%, เทียบกับ น้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปริมาณ 0.01 wt% ถึง 5 wt%, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.1 wt% ถึง 2 wt%, ตัวอย่างเช่น, ในปริมาณ 1.0 wt%
27. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 26 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ คอมพอสิตดังกล่าวมี 5 ถึง 95 wt%, ที่ควรใช้ คือ 20 ถึง 80 wt%, ที่ควรใช้ มากกว่า คือ 25 ถึง 75 wt% อนุภาคเม็ดสีและ/หรืออนุภาคสารเพิ่มปริมาณ, เทียบกับน้ำหนักแห้ง ทั้งหมดของคอมพอสิต
28. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 27 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ คอมพอสิตดังกล่าวมี 95 ถึง 5 wt%, ที่ควรใช้ คือ 80 ถึง 20 wt%, ที่ควรใช้ มากกว่า คือ 75 ถึง 25 wt% อนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนต, เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต
29. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 28 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคเม็ดสีและ/หรืออนุภาคสารเพิ่มปริมาณ และแคลเซียมคาร์บอเนตอยู่ ในอัตราส่วน ที่ควรใช้ คือ 1:2 ถึง 20:1, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอัตราส่วน 1:4 ถึง 4:1, ที่ควรใช้ มากกว่า คือ ในอัตราส่วน 1:3 ถึง 3:1 หรือ 1:2 ถึง 2:1, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอัตราส่วน 1:1, 1:3 หรือ 3:1, เทียบกับน้ำหนักแห้ง
30. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 29 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ, C2 ถึง C10 ไดคาร์บอกซิลิคแอซิด, ที่ควรใช้ คือ C3 ถึง C9 ไดคาร์บอกซิลิค แอซิด, C4 ถึง C8 ไดคาร์บอกซิลิคแอซิด, C5 ถึง C7 ไดคาร์บอกซิลิคแอซิด ที่อิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว ที่เป็น โซ่กิ่ง หรือไม่เป็นโซ่กิ่ง, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใช้อะดิปิคแอซิดเป็นไดคาร์บอกซิลิคแอซิดโมโนเมอร์ ของสารช่วยยึดเกาะ
31. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 30 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ไดเอมีน และไตรเอมีน และไดแอลคาโนลามีน และไตรแอลคาโนลามีน ที่ เป็นโซ่ตรง และไม่เป็นโซ่กิ่ง ที่ถูกแทนที่และไม่ถูกแทนที่, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง N-(2-อะมิโนเอธิล)- 1,2-อีเธนไดเอมีน, ไดเอธาโนลามีน, N-แอลคิลไดแอลคาโนลามีน เช่น N-เมธิล- และ N-เอธิลไดเอธาโนลามีน และไตรเอธาโนลามีน ถูกใช้เป็นไดเอมีน, ไตรเอมีน, ไดแอลคาโนลามีน หรือไตรแอลคาโนลามีน โมโนเมอร์ของสารช่วยยึดเกาะ
32. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 31 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ โคพอลิเมอร์ที่ใช้เป็นสารช่วยยึดเกาะ เชื่อมขวางด้วยอิปิคลอโรไฮดริน
33. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 32 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยยึดเกาะได้แก่โคพอลิเมอร์ของอะดิปิคแอซิดกับ N-(2-อะมิโนเอธิล)- 1,2-อีเธนไดเอมีน และอิปิคลอโรไฮดริน
34. คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ถึง 33 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารดังกล่าวมีประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 10 wt%, ที่ควรใช้ คือ ประมาณ 0.3 ถึงประมาณ 5 wt%,ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 3 wt%, สารช่วยยึดเกาะ, เทียบกับน้ำหนักแห้งทั้งหมดของคอมพอสิต
35. วิธีสำหรับการผลิตคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งประกอบ รวมด้วยขั้นตอน: a) การเตรียมอนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ; b) การเตรียมสารผสมแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโน; c) การเตรียมสารช่วยยึดเกาะ; d) การผสมอนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ และ สารผสมแคลเซียมคาร์บอเนต จาก a) และ b), ที่ซึ่งเติมสารช่วยยึดเกาะอนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ จาก a) หรือลงในสารผสม แคลเซียมคาร์บอเนตจาก b) ก่อนขั้นตอน d) และทำให้ของผสมปฏิกิริยาที่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน
36. วิธีสำหรับการผลิตคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งประกอบ รวมด้วยขั้นตอน: a) การเตรียมอนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ; b) การเตรียมสารผสมแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโน; c) การเตรียมสารช่วยยึดเกาะ; d) การผสมอนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ และ สารผสมแคลเซียมคาร์บอเนต จาก a) และ b), ที่ซึ่งเติมสารช่วยยึดเกาะลงในของผสมของอนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณ จาก a) หรือลงในสารผสมแคลเซียมคาร์บอเนตจาก b) ก่อนขั้นตอน d) และทำให้ของผสมปฏิกิริยาที่ได้ เป็นเนื้อเดียวกัน
37. วิธีตามข้อถือสิทธิ 35 หรือ 36, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารผสมแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโนถูกเตรียมอยู่ในรูปของเอเควียส สเลอรี่
38. วิธีตามข้อถือสิทธิ 35 ถึง 37 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสี และ/หรืออนุภาคขนาดไมโครของสารเพิ่ม ปริมาณถูกเตรียมอยู่ในรูปของแข็ง หรือในรูปของเอเควียสสเลอรี่
39. วิธีตามข้อถือสิทธิ 35 ถึง 38 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณที่เป็นปริมาณที่เป็นอนินทรีย์ถูก เตรียมในรูปของแข็ง
40. วิธีตามข้อถือสิทธิ 35 ถึง 38 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคขนาดไมโครของเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณที่เป็นอนินทรีย์ถูก เตรียมเป็นเอเควียสสเลอรี่
41. วิธีตามข้อถือสิทธิ 35 ถึง 41 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยยึดเกาะถูกเตรียมในรูปของสเลอรี่ หรือสารละลายชนิดเอเควียส
42. วิธีตามข้อถือสิทธิ 35 ถึง 41 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ หลังจากการเติมสารช่วยยึดเกาะลงในของผสมปฏิกิริยาที่ได้ มีการเติมสารช่วย กระจายตัวหนึ่งชนิดหรือมากกว่าลงไป
43. วิธีตามข้อถือสิทธิ 35 ถึง 41 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยกระจายตัวหนึ่งชนิดหรือมากกว่าถูกเติมก่อนการเติมสารช่วยยึดเกาะ ลงในอนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณจาก a) หรือลงในสารผสมแคลเซียมคาร์บอเนตจาก b)
44. วิธีตามข้อถือสิทธิ 42 หรือ 43, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารช่วยกระจายตัวเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยเกลือพอลิอะคริลิคแอซิด เช่น เกลือโซเดียม, โซเดียม พอลิฟอสเฟต หรือพอลิอะโครลีอิน/อะคริเลตโคพอลิเมอร์; สารช่วยกระจาย ตัวที่เป็นพอลิเมอร์แบบแคทไอออน และ/หรือแอมโฟเทอริค, ตัวอย่างเช่น, พอลิไดแอลลิลไดเมธิล แอมโมเนียม คลอไรด์ (PolyDADMAC) หรือโคพอลิเมอร์ของอะคริลิคแอซิด กับแคทไอออน โมโนเมอร์ หรือของผสมของสารช่วยกระจายตัวดังกล่าว
45. วิธีตามข้อถือสิทธิ 42 ถึง 44 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ เติมสารช่วยกระจายตัวในปริมาณ 0.01 wt% ถึง 1 wt%, เทียบกับน้ำหนักแห้ง ทั้งหมดของคอมพอสิต, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.1 wt% ถึง 0.5 wt%, ตัวอย่างเช่น, 0.25 wt%
46. วิธีตามข้อถือสิทธิ 35 ถึง 45 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ปริมาณน้ำของคอมพอสิตสเลอรี่ที่ได้ลดลง
47. เอเควียสสเลอรี่, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สารดังกล่าวประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง
48. การใช้คอมพอสิต ตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิ ที่ 47 เป็นสารเพิ่มปริมาณ หรือเม็ดสี, แต่ไม่ใช้ใช้ในการผลิต หรือการทำกระบวนการของกระดาษ ความร้อน, เมื่ออนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณเป็นอนุภาคเม็ดสีที่เป็นสารอินทรีย์และ/หรือ สารเพิ่มปริมาณ
49. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 48, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ใช้คอมพอสิตในการทำกระดาษ, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.5 ถึง 50 wt%, ที่ ควรใช้ คือ 1 ถึง 30 wt%, เทียบกับน้ำหนักทั้งหมดของกระดาษ, และใช้ในการตบแต่งกระดาษ, ตัวอย่างเช่น, ในการเคลือบกระดาษ, ที่ควรใช้ คือ ในปริมาณ 0.5 ถึง 100 g/m2, ที่ควรใช้ คือ 2 ถึง 50 g/m2, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 ถึง 25 g/m2 ต่อด้านของกระดาษ
50. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 49, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ใช้คอมพอสิตในการเคลือบเบื้องต้น, สารเคลือบแบบอินเทอร์มิเดียท, สารเคลือบทับ และ/หรือสารเคลือบเพียงชนิดเดียว, และกระดาษถูกเคลือบบนด้านหนึ่ง หรือทั้งสอง ด้าน และหนึ่งชนิดหรือมากกว่าของสารเคลือบมีคอมพอสิตอยู่บนด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้าน
51. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 48 ถึง 50 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ใช้คอมพอสิตในกระดาษบดรีด หรือไม่บดรีด
52. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 48 ถึง 51 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ใช้คอมพอสิตสำหรับการดัดแปรหรือควบคุมปริมาตรรูพรุนของกระดาษ หรือ สารเคลือบ
53. การใช้คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 47 ในสารประกอบสี, พลาสติค หรือสารกันรั่วซึม (sealing)
54. การใช้คอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 47 เป็นตัวช่วยกรองในรูปของชั้นกรอง, อาจเลือกที่จะอยู่บนวัสดุตัวนำธรรมชาติ และ/หรือสังเคราะห์ เช่น เส้นใยฝ้าย, เซลลูโลส และพอลิเอมีด
55. ตัวช่วยกรอง ซึ่งประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 47
56. สารเพิ่มปริมาณ ซึ่งประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 47
57. เม็ดสีซึ่งประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือ สเลอรี่ตามข้อถือสิทธิที่ 47
58. สีเคลือบซึ่งประกอบรวมด้วยคอมพอสิตตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 34 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสเลอรี่ตามข้อถือสิทธิ 47 แต่ไม่ใช้สำหรับใช้ในการผลิต หรือการทำกระบวนการของกระดาษ ความร้อน, เมื่ออนุภาคเม็ดสีและ/หรือสารเพิ่มปริมาณเป็นอนุภาคเม็ดสีที่เป็นสารอินทรีย์และ/หรือ สารเพิ่มปริมาณ
59. สีเคลือบตามข้อถือสิทธิที่ 58, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ สีเคลือบมีปริมาณของแข็ง 25 ถึง 75 wt% ของแข็ง, ที่ควรใช้มากกว่า คือ 30 ถึง 60 wt%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 30 ถึง 40 wt% ของแข็ง
60. สีเคลือบตามข้อถือสิทธิที่ 58 หรือ 59, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ปริมาณของคอมพอสิต, เทียบกับปริมาณทั้งหมดในสีเคลือบ, คือ 3 ถึง 97 wt%, ที่ควรใช้ คือ 10 ถึง 90 wt%, ที่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 85(สูตร)10 wt%,
61. การใช้โคพอลิเมอร์ ซึ่งประกอบรวมด้วยตามที่เป็นโมโนเมอร์ ไดคาร์บอกซิลิค แอซิดหนึ่งชนิดหรือมากกว่า และโมโนเมอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าจากหมู่ของไดเอมีน, ไตรเอมีน, ไดแอลคาโนลามีน หรือไตรแอลคาโนลามีนสำหรับการเคลือบอย่างน้อยบางส่วนของอนุภาคเม็ดสี และ/หรือสารเพิ่มปริมาณที่เป็นสารอนินทรีย์ และ/หรือสารอินทรีย์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรง กลมในช่วงขนาดไมโครเมตรที่มีสารผสมซึ่งประกอบรวมด้วยอนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนตที่มี เส้นผ่าศูนย์กลางสมมูลกับทรงกลมในช่วงนาโนเมตร
62. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 61, ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ โคพอลิเมอร์ ประกอบรวมด้วยอะดิปิคแอซิด, N-(2-อะมิโนเอธิล)-1,2- อีเธนไดเอมีนเป็นโมโนเมอร์ และอิปิคลอโรไฮดริน 5
TH701002791A 2007-06-06 คอมพอสิตของอนุภาคขนาดไมโครที่เป็นอนินทรีย์ และ/หรือ อินทรีย์ และ อนุภาคแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดนาโน TH93356A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH93356A true TH93356A (th) 2009-02-13

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN101460573B (zh) 无机和/或有机微粒和纳米白云石颗粒的复合物
KR101547923B1 (ko) 무기 및/또는 유기 마이크로입자 및 나노-백운석 입자의 복합체
JP2009540035A5 (th)
JP2009540036A5 (th)
CN101970752B (zh) 表面矿化的有机纤维
CN101970563B (zh) 具有磷酸盐化表面的无机微米颗粒与碱土金属碳酸盐纳米颗粒的复合物
CN103842588B (zh) 用于纸和层压纸板的颜料
DE102007004124B4 (de) Füllstoffe und/oder Pigmente umfassend ein Komposit oder eine wässerige Aufschlämmung eines Komposits aus anorganischen und/oder organischen Mikropartikeln und Nano-Dolomitpartikeln
TH92853A (th) คอมพอสิตของอนุภาคขนาดไมโครที่เป็นสารอนินทรีย์ และ/หรือ สารอินทรีย์ และ อนุภาคนาโนโดโลไมต์
HK1130826B (en) Composites of inorganic and/or organic microparticles and nano-calcium carbonate particles