TH98434A - สิ่งทอทางโครงสร้างแบบสานเปิดใช้เป็นส่วนประกอบเชื่อมยึด - Google Patents

สิ่งทอทางโครงสร้างแบบสานเปิดใช้เป็นส่วนประกอบเชื่อมยึด

Info

Publication number
TH98434A
TH98434A TH801003553A TH0801003553A TH98434A TH 98434 A TH98434 A TH 98434A TH 801003553 A TH801003553 A TH 801003553A TH 0801003553 A TH0801003553 A TH 0801003553A TH 98434 A TH98434 A TH 98434A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
vertical
transverse
textile
civil engineering
mass
Prior art date
Application number
TH801003553A
Other languages
English (en)
Other versions
TH98434B (th
Inventor
ดับบลิว บรูเนอร์ นายเจฟฟรี่ย์
เอ็ดวาร์ด สตีเวนสัน นายปีเตอร์
Original Assignee
เดอะ เทนซาร์ คอร์ปอเรชั่น
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางสาวสนธยา สังขพงศ์
นายธเนศ เปเรร่า
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Filing date
Publication date
Application filed by เดอะ เทนซาร์ คอร์ปอเรชั่น, นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางสาวสนธยา สังขพงศ์, นายธเนศ เปเรร่า, นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า filed Critical เดอะ เทนซาร์ คอร์ปอเรชั่น
Publication of TH98434A publication Critical patent/TH98434A/th
Publication of TH98434B publication Critical patent/TH98434B/th

Links

Abstract

DC60 สิ่งทอทางโครงสร้างแบบสานเปิดที่เป็นส่วนประกอบแบบเชื่อมต่อที่ทำด้วยสิ่งทอ จากการทอ สิ่งทอจะทำจากชิ้นส่วนสองส่วนเป็นอย่างน้อยที่สุด หรือในรูปแบบที่ดีคือสามส่วน ชิ้น ส่วนที่หนึ่งหรือตัวรับน้ำหนักจะเป็นชิ้นส่วนที่ยึดเกาะตัวสูง มีมอดูลัสสูง อืดตัวต่ำเป็นเส้นทอแบบ เส้นใยเดี่ยวหรือเส้นใยร่วม ชิ้นส่วนที่สองเป็นโพลีเมอร์ในตัวเส้นทอหรือรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งจะหุ้ม ยึดและเชื่อมยึดเส้นทอที่จุดเชื่อมต่อเพื่อเสริมจุดเชื่อมต่อให้แข็งแรง ชิ้นส่วนที่สามเป็นผลตามเลือก หรือเป็เส้นทอขนาดใหญ่ ในสิ่งทอที่ได้จากการทอ เส้นทอตามแนวตั้งจำนวนหนึ่งจะถูกทอเข้ากับ เส้นทอทางแนวขวางจำนวนหนึ่ง ( เติม) ตัวแบบทอในรูปแบบที่ดีแล้วจะรวมถึงตัวแบบทอเลโน ครึ่งทางขวางหรือเต็มทางขวาง ส่วนหนึ่งเป็นอย่างน้อยที่สุดของเส้นทอตามแนวตั้ง และทางขวาง เป็นเส้นทอรับน้ำหนักที่เป็นชิ้นส่วนที่หนึ่ง ชิ้นส่วนโพลีเมอร์จะใช้ตามต้องการสำหรับให้ได้คุณสมบัติ ของการเชื่อมยึดจำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อจัดให้มีจุดเชื่อม ต่อที่ปรับปรุงหรือแรงยึดเชื่อมต่อ ผลหรือเส้นทอขนาดใหญ่จะถูกนำมาใช้เป็นเส้นทอทางตั้ง และ/ หรือทางขวาง และ/หรือเส้นทอเลโนตามที่ต้องการเพื่อจัดให้มีขนาดตามต้องการในของของสิ่งทอ ที่ค่อนข้างหนาสำหรับผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย สิ่งทอทางโครงสร้างแบบสานเปิดที่เป็นส่วนประกอบแบบเชื่อมต่อที่ทำด้วยสิ่งทอ จากการทอ สิ่งทอจะทำชอ้นส่วนเป็นอย่างน้อยที่สุด หรือในรูปแบบที่ดีคือสามส่วน ชิ้น ส่วนที่หนึ่งหรือตัวรับน้ำหนักจะเป็นชิ้นส่วนที่ยึดเกาะตัวสูง มีมอดูลัสสูง อืดตัวต่ำเป็นเส้นทอแบบ เส้นใยเดียวหรืแเส้นใยร่วม ชิ้นส่วนที่สองเป็นโพลีเมอร์ในตัวเส้นทอหรือรปแบบอื่น ๆ ซึ่งจะหุ้ม ยึดแลพเชื่อมติดเส้นทอที่จุดเชื่อมต่อเพื่อเสริมจุดเชื่อมต่อให้แข็งแรง ชิ้นส่วนที่สามเป็นผลตามเลือก หรืแเป็นเส้นทอขนาดใหญ่ ในสิ่งทอที่ได้จากการทอ เส้นทอตามแนวตั้วจำนวนหนึ่งจะถูกทอเข้ากับ เส้นทอทางแนวขวางจำนวนหนึ่ง (เติม) ตัวแบบทอในรูปแบบที่ดีแล้วจะรวมถึงตัวแบบทอเลโน ครึ่งทางขวางหรือเต็มทางขวาง ส่วนหนึ่งเป็นอย่างน้อยที่สุดของเส้นทอตามแนวตั้ง และทางขวาง เ)นเส้นทอรับน้ำหนักที่เป็นชิ้นส่วนที่หนึ่ง ชิ้นส่วนโพลีเมอรฺจะใช้ตามต้องการสำหรับให้ได้คุณสมบัติ ของการเชื่อมต่อจำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อจุดเพื่อจัดให้มีจุดเชื่อม ต่อที่ปรับปรุงหรือแรงยึดเชื่อมต่อ ผลหรือเส้นทอจนาดใหญ่จะถูกนำมาใช้เป็นเส้นทอทางตั้ง และ/ หรือทางขวาง และ/หรือเส้นทอเลโนตามที่ต้องการเพื่อการจัดให้มีขนาดตามต้องการในของของสิ่งทอ ที่ค่อนข้างหนาสำหรับผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย

Claims (1)

1. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ที่ประกอบด้วยมวลของอนุภาควัสดุ และส่วนเสริมแรงอย่างน้อยที่สุดหนึ่งส่วนที่ถูกฝังตัวอยู่ในนั้น ที่ซึ่งส่วนเสริมแรงดังล่าว ประกอบด้วแผ่นสิ่งทอเสริมแรงทางโครงสร้างทอสานแบบเปิดที่ประกอบรวมกันแบบเชื่อมยึด อน่าง้อนยที่สุดหนึ่งแผ่น สิ่งทอเสริมแรงดังกล่าว ที่ประกอบด้วย มัดที่แยกห่างจากกันจำนวนหนึ่งของเส้นทอในแนวขวาง มัดที่แยกห่างจากกันจำนวนหนึ่งของเส้นทอในแนวตั้งโดยมัดเส้นทอในแนวตั้งจะตัด. กันกับหมัดเส้นทอในแนวขวางที่จุดเชื่อมต่อจำนวนหนึ่ง เพื่อกำนดเป็นช่องเปิดระหว่างมัดเส้นทอ ในแนวขวางและแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน โดยเส้นทอในแนวขวาง และเส้นทอในแนวตั้งจะสอดสานกัน ที่จดเชื่อมต่อ โดยเส้นทอในแนวขวางแต่ละเส้นจะสานกับเส้นทอในแนวตั้งแยกเป็นอิสระจากเส้น ทอในแนวขวางที่อยู่ชิดกัน โดยเส้นทอในแนวตั้งแต่ละเส้นจะสานกับเส้นทอในแนวขวางแยกเป็น อิสระจากเส้นทอในแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน ส่วนหนึ่งของเส้นทอในแนวตั้วและแนวขวางประกอบด้วยเส้นทอรับน้ำหนักโดยเส้น ทอรับน้ำหนักจะยึดตัวได้สูง มีมอดูลัสสูง เส้นใยยืดตัวในแนวยาวได้ต่ำ เส้นทอเชื่อมยึดที่รวมไปด้วยชิ้นส่วนที่หลอมได้ทอสานเข้าไปสิ่งทอเสริมแรง ดังกล่าวที่จุดเชื่อมดังกล่าว เส้นทอในแนวตั้งและแนวขวางที่ติดดันในจุดเชื่อมต่อดังกล่าวจะถูก ห่อหุ้มและเชื่อมยึดซึ่งกันและกันโดยการหลอมเหลวของชิ้นส่วนที่หลอมได้ของเส้นใยเชื่อมยึด ดังกล่าว และ ส่วนต่างๆ ของมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวจะอยู่ใต้สิ่งทอเสริมแรงดังกล่าว โดยส่วน ต่างๆ ของมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวจะอยู่เหนือสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าวแลัส่วนต่างๆ ของมวล ของอนุภาควัสดุดังกล่าวจะอยู่ภายในช่องเปิดดังกล่าวที่ถูกกำหนดระหว่างมัดเส้นทอในแนวขวาง และในแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน 2. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง ประกอยด้วย ผนังกั้นเสริมแรงที่ยังรวมไปด้วยโครงสร้างผนังที่มีผิวด้านหน้าและผิวด้านหลัง โดย มวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวจะถูกกำหนดตำแหน่งที่อยู่หลังผิวด้านหลังดังกล่าวของโครงสร้าง ผนังดังกล่าวเพื่อรองรับโครงสร้างผนังดังกล่าวที่โดยที่วไปจแผ่ออกอย่างสัมพันธ์กันในแนวตั้ง ส่วนต่างๆ ของแผ่นดังกล่าวของสิ่งทอเสริมแรงจะถูกยึดแน่นกับผิวด้านหลังดังกล่าวของโครงสร้าง ผนังดังกล่าว 3. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 2 ที่ซึ่ง ประกอยด้วยผนังดังกล่าวจำนวหนึ่งของสิ่งทอเสริมแรงที่ถูกฝังตัวอยู่ในมวลของอนุภาควัสดุ ดังกล่าวที่แยกห่างอย่างสะมพันธ์กันในแนวตั้ง ส่วนต่างๆ ของแผ่นดังกล่าวแต่ละแผ่นของสิ่งทอ เสริมแรงจะถูกยึดแน่งกับผิวด้านหลังกดังกล่าวของโครงสร้างผนังดังกล่าว 4. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง ประกอยด้วยกำแพงที่มีความเสถียร โดยมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวถูกกำหนดเป็นกำแพง ดังกล่าวและแผ่นดังกล่าวของสิ่งทอเสริมแรงจะเสถียรภาพกับมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าว 5. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 4 ที่ซึ่ง ประกอยด้วย แผ่นดังกล่าวจำนวนหนึ่งของสิ่งทอเสริมแรงที่ถูกฝังตัอยู่ในมวลของอนุภาควัสดุ ดังกล่าวที่แยกห่างอย่างสัมพันธ์กันในแนวตั้ง 6. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง ประกอยด้วย แนวลาดชันโดยมวลขอลอนุภาควัสดุดังกล่าวถูกกำหนดเป็นผิวลาดเอียง และแผ่น ดังกล่าวของสิ่งทอเสริมแรงจะสามารถทำให้มุมของผิวเอียงดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้น 7. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 6 ที่ซึ่ง ประกอบด้วยแผ่นดังกล่าวจำนวนหนึ่งของสิ่งทอเสริมแรงที่ถูกฝังตัวอยู่ในมวลของอนุภาคดังกล่าว ที่แยกห่างอย่างสัมพันธ์กันในแนวตั้ง 8. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 6 ที่ซึ่ง แนวลาดชันดังกล่าวเป็นเขื่อนเพื่อมเติมยกระดับเขื่อนของเขื่อนกักเก็บ 9. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง ประกอบด้วยหลุมถมกลบที่ถูกกำหนดดดยผนังล้อมรอบที่ได้ขึ้นรูปของมวลของแผ่นอนุภาควัสดุ ดังกล่าวของสิ่งทอเสริมแรงเข้าด้วยกันกับแฟ่นบุรองที่เรียงเรียงกับเแนแนวอย่างน้อยที่สุดบางส่วนของ ปนังดังกล่าว โดยแผ่นดังกล่าวของสิ่งทอเสริมแรงจะอยู่ข้างใต้แผ่นระบุรองดังกล่าว 10. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 9 ที่ซึ่ง หลุมถมกลบดังกล่าวจะใช้สำหรับพื้นที่ที่อัดตัวได้หรือยุบตัวได้ และสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าวจะถูก กำหนดตำแหน่งใต้แผ่นบุรองดังกล่าวทันที 11. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 9 ที่ซึ่ง หลุมถมกลบดังกล่าวะรวมไปด้วยแนวลาดเอียงด้านข้าง และสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าวจะถูกฝังยึดไว้ ที่ด้านบนของแนวลาดเอียงดังกล่าวและทอต่อลงไปถึงฐานของแนวลาดเอียงดังกล่าว โดยสิ่งทอ เสริมแรงดังกล่าวจะถูกกำหนดตำแหน่งเหนือแผ่นบุรองดังกล่าว 12. โครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง จุดเชื่อมต่อดังกล่าวประกอบด้วยเส้นทอในแนวขวางอย่างน้อยที่สุดสี่เส้นที่สอดสานกันอย่างอิระ กับเส้นทอในแนวตั้งอย่างน้อยที่สุดสี่เส้น 13. วิธีการก่อสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ที่ประกอบด้วย การจัดให้มีมวลของอนุภาควัสดุ การจัดให้มีสิ่งทอเสริมแรงทางฌคงสร้างทอสานแบบเปิดที่ประกอบรวมกันแบบ เชื่อมยึดอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชิ้น ที่ประกอบด้วย มัดที่แยกห่างจากกันจำนวนหนึ่งของเส้นทอในแนวขวาง มัดที่แยกห่างจากกันจำนวนหนึ่งของเส้นทอในแนวตั้งโดยมัดเส้นทอในแนวตั้งจะตัด. กันกับหมัดเส้นทอในแนวขวางที่จุดเชื่อมต่อจำนวนหนึ่ง เพื่อกำนดเป็นช่องเปิดระหว่างมัดเส้นทอ ในแนวขวางและแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน โดยเส้นทอในแนวขวาง และเส้นทอในแนวตั้งจะสอดสานกัน ที่จดเชื่อมต่อ โดยเส้นทอในแนวขวางแต่ละเส้นจะสานกับเส้นทอในแนวตั้งแยกเป็นอิสระจากเส้น ทอในแนวขวางที่อยู่ชิดกัน โดยเส้นทอในแนวตั้งแต่ละเส้นจะสานกับเส้นทอในแนวขวางแยกเป็น อิสระจากเส้นทอในแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน ส่วนหนึ่งของเส้นทอในแนวตั้วและแนวขวางประกอบด้วยเส้นทอรับน้ำหนักโดยเส้น ทอรับน้ำหนักจะยึดตัวได้สูง มีมอดูลัสสูง เส้นใยยืดตัวในแนวยาวได้ต่ำ และ จุดเชื่อมต่อทางคของสิ่งทอทางโครงสร้างทอสานแบบเปิดที่ประรวมดกันแบบเชื่อมยึด ประกอบด้วย ชิ้นส่วนโพลีเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึงชิ้นที่ถูกขึ้นรูปโดยชิ้นส่วนโพลีเมอร์ที่หลอมได้ ของเส้นมิเชื่อมยึดที่หลอมได้ซึ่งจะหลอมเหลวเมื่อถูกทำให้ร้อนและไหลไปรอบๆ เส้นทิที่อยู่ชิด กันที่จุดเลื่อมต่อโดยที่ห่อหุ้มและเชื่อมยึดเส้นทอที่จุดเชื่อมต่อเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับจุดเชื่อม ต่อ และ การฝังยึดสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าวในมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวด้วยส่วนต่างๆ ของ มวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวจะอยู่ใต้สิ่งทอเสริมแรงดังกล่าว โดยส่วนต่างๆ ของมวลของอนุภาค วัสดุดักล่าวจะอยู่เหนือสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าว แลัส่วนต่างๆ ของมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าว จะอยู่ภายในช่งเปิดดักงล่าวที่ถูกกำหนดอยู่ระหว่างมัดเส้นทอในแนวขวางและแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน 14. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถือสิทธิ 13 ยังรวมไปถึงด้วยผนังกั้นที่จะยึดแน่นส่วนต่างๆ ของสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าวกับผนังกั้น ดังกล่าว มวลของอนุภาควัสดุดังกล่าว สิ่งอเสริมแรงดังกล่าวและผนังกั้นดังกล่าวจะรวมกัน กำหนดเป็นผนังกั้นเสริมแรง 15. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถือสิทธิ 14 ที่ซึ่งประกอบด้วย การฝังยึดสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าวจำนวนหนึ่งในมวลของอนุภาค วัสดุดังกล่าวที่แยกห่างสัมพันธ์กันในแนวตั้ง 16. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถือสิทธิ 13 ที่ซึ่งมวลจิบอนุภาคดังกล่าวอและสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าวถกกำหนดเป็นสะพานที่ มีความเสถียร 17. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 16 ที๋ซึ่งประกอบด้วยการฝังยึดสิ่งทอเสริมแรงจำนวนหนึ่งดังกล่าวในมวลของอนุภาค วัสดุดังกล่าวที่แยกอย่างสัมพันธ์กันในแนวตั้ง 18. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 13 ที่ซึ่งมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวและสิ่งทอเสริมแรงจะรวมกันกำหนดเป็นแนวลาด ชัน 19. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 18 ที่ซึ่งประกอบด้วยการฝังยึดสิ่งทอเสริมแรงจำนวนหนึ่งในมวลของอนุภาควัสดุ ดังกล่าวที่แยกห่าวกันอย่างสัมพันธ์กันในแนวตั้ง 20. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 18 ที่ซึ่งแนวลาดชันดังกล่าวเป็นเขื่อนเพื่อเติมเพื่อยกระดับเขื่อนของเขื่อนกักเก็บ 21. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 21 ที่ซุ่งหลุมกลบดังกล่าวจะอยู่บนพื้นที่ที่อัดตัวได้หรือยุบตัวได้ และสิ่งทอเสริมแรง ดังกล่าวถูกฝังยึดในมวลของอนุภาคดังกล่าวใต้แผ่นบุรองดังกล่าวมทันที 23. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 21 ที่ซุ่งหลุมกลบดังกล่าวจะอยู่บนพื้นที่ที่อัดตัวได้หรือยุบตัวได้ และสิ่งทอเสริมแรง ดังกล่าวถูกฝังยึดไว้ที่ด้านบนแนวลาดเอียงดังกล่าวและทอดต่อลงไปถึงฐานของแนวลาด เอียงดังกล่าว โดยซึ่งทอเสริมแรงดังกล่าวจะถูกฝังยึดในมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวเหนือแผ่นบุ รองดังกล่าว 24. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 13 ที่ซึ่งจุดเชื่อมตจ่อประกอบด้วยเนทอในแนวขวางอย่างน้อยที่สุดสี่เส้นสอดสานเนเบ เส้นทอในแนวตั้งอย่างน้อยที่สุดสี่เส้น 25. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 13 ที่ซึ่งเส้นทอแบบเชื่อมยึดที่หลอมได้ดังกล่าวจะถูกสานทอเข้าไปในสิ่งทอดังกล่าวที่จุด เชื่อมต่อดังกล่าว 26. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 13 ที่ซึ่งเส้นทอเชื่อมยึดที่หลอมได้เป็นเส้นทอแบบสองส่วนประกอบที่มีชิ้นส่วนที่หลอม ได้ที่มีอุรหภูมิหลอมเหลวต่ำปละชิ้นส่วนที่มีอุณหถูมิหลอมเหลวสูง 27. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 26 ที่ซึ่งเสส้นทอบบสองส่วนประกอบถูก่อตัวด้วยปลอกหุ้มที่มีอุณหภูมิหลอมเหลวต่ำ 30 ถึง 70% โดยน้ำหนัก และแกนที่มีอุณหภูมิหลอมเหลวสูง 70 ถึง 30% โดยน้ำหนัก 28. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 26 ที่ซึ่งเส้นทอเชื่อมยึดที่หลอมได้ประกอบด้วยขอบเส้นทอในแนวตั้งหรือของคุ่ของเส้น ทอในแนวตั้วของมัดเส้นทอในแนวตั้ง 29. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 13 ที่ซึ่งจุดเชื่อมต่อของสิ่งทอดังกล่าวประกอบด้วยเส้นทอเลโนอย่งน้อยที่สุดหนึ่งเส้น และเส้นทอเลฌนดังกล่าวเป็นเส้นทอเชื่อมยึดที่หลอมได้ 30. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถิอสิทธิ 13 ที่ซึ่งเส้รทอรับน้ำหนักเป็นเส้นทอที่ประกอบรวมกันดดยที่เส้นทอรับน้ำหนักถูก รวมกันกับเส้นทอเชื่อมติดี่หลอมได้ 31. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ที่ประกอบด้วย การจัดให้มีมวลของอนุภาควัสดุ การจัดให้มีสิ่งทอเสริมแรงทางฌคงสร้างทอสานแบบเปิดที่ประกอบรวมกันแบบ เชื่อมยึดอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชิ้น ที่ประกอบด้วย มัดที่แยกห่างจากกันจำนวนหนึ่งของเส้นทอในแนวขวาง มัดที่แยกห่างจากกันจำนวนหนึ่งของเส้นทอในแนวตั้งโดยมัดเส้นทอในแนวตั้งจะตัด. กันกับหมัดเส้นทอในแนวขวางที่จุดเชื่อมต่อจำนวนหนึ่ง เพื่อกำนดเป็นช่องเปิดระหว่างมัดเส้นทอ ในแนวขวางและแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน โดยเส้นทอในแนวขวาง และเส้นทอในแนวตั้งจะสอดสานกัน ที่จดเชื่อมต่อ โดยเส้นทอในแนวขวางแต่ละเส้นจะสานกับเส้นทอในแนวตั้งแยกเป็นอิสระจากเส้น ทอในแนวขวางที่อยู่ชิดกัน โดยเส้นทอในแนวตั้งแต่ละเส้นจะสานกับเส้นทอในแนวขวางแยกเป็น อิสระจากเส้นทอในแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน จุดเชื่อมต่อทางคของสิ่งทอทางโครงสร้างทอสานแบบเปิดที่ประรวมดกันแบบเชื่อมยึด ประกอบด้วย ชิ้นส่วนโพลีเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึงชิ้นที่ถูกขึ้นรูปโดยชิ้นส่วนโพลีเมอร์ที่หลอมได้ ของเส้นมิเชื่อมยึดที่หลอมได้อยางน้อยที่สุดหนึ่งเส้นซึ่งจะหลอมเหลวเมื่อถูกทำให้ร้อนรวมทั้ง เส้นทอที่เชื่อมที่ยึดที่จุดเชื่อมต่อ และ การฝังยึดสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าวในมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวด้วยส่วนต่างๆ ของ มวลของอนุภาควัสดุดังกล่าวจะอยู่ใต้สิ่งทอเสริมแรงดังกล่าว โดยส่วนต่างๆ ของมวลของอนุภาค วัสดุดักล่าวจะอยู่เหนือสิ่งทอเสริมแรงดังกล่าว แลัส่วนต่างๆ ของมวลของอนุภาควัสดุดังกล่าว จะอยู่ภายในช่งเปิดดังกล่าวที่ถูกกำหนดอยู่ระหว่างมัดเส้นทอในแนวขวางและแนวตั้งที่อยู่ชิดกัน 32. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถือสิทธิ 31 ที่ซึ่งชิ้นส่วนโพลีเมอร์ยังรวมไปด้วยโพลีเมอร์ที่เต็มไปด้วยเส้นทอซึ่งทำให้แห้งและ/ หรือบ่มเมื่อถูกให้ความร้อน 33. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถือสิทธิ 32 ที่ซึ่งโพลิเมอร์ที่เต็มไปด้วยเส้นทอ คือยูรีเทน อะครีลิค ไวนิลหรือยาง 34. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถือสิทธิ 31 ที่ซึ่งโพลิเมอร์ยังรวมไปด้วยแผ่นหรือใยโพลีเมอร์ซึ่งจะหลอมเหลวเมื่อถูกให้ ความร้อน 35. วิธีการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธาที่ประกอบรวมกัน ตามที่ระบุไว้ในข้อ ถือสิทธิ 34 ที่ซึ่งแผ่นหรือใยโพลีเมอร์ คือแผ่นใยโพลีเมอร์เอสเทอร์ โพลีเอไมด์ โพลีโอเลฟีน หรือ โพลีนูรีเทน
TH801003553A 1996-05-09 สิ่งทอทางโครงสร้างแบบสานเปิดใช้เป็นส่วนประกอบเชื่อมยึด TH98434B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH98434A true TH98434A (th) 2009-09-24
TH98434B TH98434B (th) 2009-09-24

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
RU2147051C1 (ru) Клееные композитные сетчатые строительные текстильные материалы
KR100411196B1 (ko) 보강용 메시직물 및 재료보강방법
RU97120512A (ru) Клееные композитные сетчатые строительные текстильные материалы
CA2741830C (en) Pi-shaped preform with non-liniar legs and method to manufacture it
US8127802B2 (en) Pi-preform with variable width clevis
US5665451A (en) Textile insert for producing a fibrous composite material and fibrous composite material comprising such a textile insert
US4113907A (en) Fabric-reinforced sealing sheets
MXPA97008700A (en) Structural textile materials of open mesh compounds league
DE3902940A1 (de) Doppelplueschgewebe
KR20100112134A (ko) 일체로 직조된 3차원 프리폼과 이의 제조방법
JPH08244405A (ja) 衝撃遮断または差し込み継手用のモックレノ織布を有するベルト構造
US6440529B1 (en) Grid structure reinforcement for roads
KR20160125398A (ko) 기능성 덮개를 구비한 강화 제방 구조물을 위한 강화 안정화 스트립
KR100324502B1 (ko) 텍스타일 지오그리드
JP3187509U (ja) コンクリート構造体の剥落コンクリートの落下防止構造。
JP2002028922A (ja) 繊維強化樹脂成形体からなる補修・補強材およびその製造方法並びに補修・補強材を使用したセメント系構造体
KR20230003955A (ko) 아스팔트 보강재 및 이를 이용한 아스팔트 포장공법
JPS63151712A (ja) 地盤強化材
JP2004115995A (ja) 複合強化原糸を用いた編成物
KR20010056657A (ko) 토양보강용 그리드 구조물 및 그 제조방법
EP0021467B1 (en) Woven mat
TH26324A (th) สิ่งทอที่มีโครงสร้างสานเป็นส่วนประกอบเชื่อมยึด
TH18950B (th) สิ่งทอที่มีโครงสร้างสานเป็นส่วนประกอบเชื่อมยึด
DE3027217A1 (de) Plattenfoermiger koerper und verfahren zu dessen herstellung
JP5974157B1 (ja) 鉄筋コンクリート構造物の補強構造