TH13931U - กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาคทองคำ - Google Patents

กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาคทองคำ

Info

Publication number
TH13931U
TH13931U TH1503001076U TH1503001076U TH13931U TH 13931 U TH13931 U TH 13931U TH 1503001076 U TH1503001076 U TH 1503001076U TH 1503001076 U TH1503001076 U TH 1503001076U TH 13931 U TH13931 U TH 13931U
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
isoniazid
resistant tuberculosis
lamp
detecting
primers
Prior art date
Application number
TH1503001076U
Other languages
English (en)
Other versions
TH13931C3 (th
TH13931Y (th
TH13931A3 (th
Inventor
จันทร์ศิริ นางสาวโกสุม
ขำดี นายจัตุรงค์
แก้วพินิจ นายธงชัย
สันติวัฒนกุล นายสมชาย
Original Assignee
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Filing date
Publication date
Application filed by มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ filed Critical มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication of TH13931C3 publication Critical patent/TH13931C3/th
Publication of TH13931U publication Critical patent/TH13931U/th
Publication of TH13931Y publication Critical patent/TH13931Y/th
Publication of TH13931A3 publication Critical patent/TH13931A3/th

Links

Abstract

แก้ไข 1 ก.ย. 2560 กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำ โดยเริ่มจากการออกแบบไพร์เมอร์ 4 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซ ไนอะซิด (isoniazid) ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์)C) ของยีนแคทจี (KatG) ซึ่งในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่ม ปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ด้วยปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) หลังจากนั้นเติมตัว ตรวจจับที่ติดฉลากไทอัล (thiol) ที่ปลายด้าน 5’ ลงไป แล้วปล่อยไว้ที่อุณหภูมิเดิมเป็นเวลาอีก 5 นาที เมื่อนำไป ตรวจสอบกับผลผลิตแลมป์ (LAMP) ตัวตรวจสอบดีเอ็นเอจะเข้าไปจับบริเวณที่จำเพาะเจาะจงต่อผลผลิตของ แลมป์ (LAMP) ที่เกิดขึ้น เมื่อมีการเติมเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ลงไปใน ปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ผลผลิตของแลมป์ (LAMP) ดังกล่าวทำให้เชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์) C) จะเห็นอนุภาคทองคำเป็นสีชมพูแดงอยู่ในสารละลาย ในขณะที่ถ้าไม่มีลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์)C) จะทำให้เห็นอนุภาคทองคำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสี ม่วง ---------------------------------------------------------------------------------------------------- แก้ไขบทสรุปการประดิษฐ์ 10/03/2559 กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำ โดยเริ่มจากออกแบบไพร์เมอร์ 4 ตัว ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซ ไนอะซิด (isoniazid) ที่ตำแหน่ง 315 (G?C) ของยีนแคทจี (KatG) ซึ่งในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่ม ปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ด้วยปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) หลังจากนั้นเติมตัว จรวจจับที่ติดฉลากไทอัล (thiol) ที่ปลายด้าน 5’ ลงไป แล้วปล่อยไว้ที่อุณหภูมิเดิมเป็นเวลาอีก 5 นาที เมื่อนำไป ตรวจสอบกับผลผลิตแลมป์ (LAMP) ตัวตรวจสอบดีเอ็นเอจะเข้าไปจับบริเวณที่จำเพาะเจาะจงต่อผลผลิตของ แลมป์ (LAMP) ที่เกิดขึ้น เมื่อมีการเติมเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ลงไปใน ปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ผลผลิตของแลมป์ (LAMP) ดังกล่าวทำให้เชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ตำแหน่ง 315 (G?C) จะเห็นอนุภาคทองคำเป้นสีชมพูแดงอยู่ในสารละลาย ในขณะที่ถ้าไม่มีลำดับเบสกลายพันธุ์ตำแหน่ง 315 (G?C) จะทำให้เห็นอนุภาคทองคำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสี ม่วง ------------------------------------------------------------ คำขอใหม่ปรับปรุง การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการป้องกันการกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่ เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเริ่มจากการออกแบบ primers 4 ตัว ที่ออกแบบจากลำดับเบสในส่วนยีนเชื้อวัณ โรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่ออกแบบจำนวน 2 ชุด โดยมีการกำหนดให้เบสตัวที่ 2 ที่ปลาย 5’ ของ สาย BIP-KatG1 เปลี่ยนเป็นเบส T หรือ A และ BIP-KatG2 ไม่มีการเปลี่ยนเบส ที่ในระบบนี้ DNA เป้าหมายจะ ถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ผลการตรวจพบว่าเทคนิค LAMP มี ความจำเพาะในการตรวจสอบเชื้อวัณโรคกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) เทียบเท่า กับการตรวจสอบด้วยเทคนิค PCR แบบ real time ต่อจากนั้นทำการออกแบบตัวตรวจจับ (probe) ที่จำเพาะต่อ ลำดับเบสของผลผลิต LAMP ที่ได้ แล้วทดสอบสภาวะที่เหมาะสม ในการตรวจสอบผลผลิตของ LAMP ด้วยการ เปลี่ยนแปลงสีของอนุภาคทองคำแล้วอ่านผลการตรวจ เมื่อมีเบสคู่ผสมกับดีเอ็นเอเป้าหมายจำทำให้มีการเปลี่ยน จากสีแดงเป็นสีชมพูม่วง แทนการตรวจสอบด้วยวิธี gel eletrophoresis ซึ่งจะใช้เวลาอีกเพียง 5-15 นาที เท่านั้น

Claims (8)

แก้ไข 1 ก.ย. 2560 1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำ ประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้อนุภาคทองคำ ภายในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร มีการใช้ไพรเมอร์ 2 ชุดด้วยการทำปฏิกิริยาครั้งเดียว ชุด 1 ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และ ไพรเมอร์ 4 อย่างละ 2 ไมโครโมลาร์, ไพรเมอร์ 1 และไพรเมอร์ 2 อย่างละ 0.2 ไมโครโมลาร์, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 1.6 มิลลิโมลาร์ ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์บีเอสที 2.0 วอร์ม สตาร์ท ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst 2.0 warm start DNA polymerase) 2.5U และ สารละลายบัฟเฟอร์ (supplied buffer 1x) และชุด 2 ประกอบด้วยไพรเมอร์ 5 และไพรเมอร์ 6 อย่างละ 2 ไม โครโมลาร์, ไพรเมอร์ 1 และไพรเมอร์ 2 อย่างละ 0.2 ไมโครโมลาร์, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 1.6 มิลลิโมลาร์ ผสมด้วย สารเบตาอีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4.8 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์บีเอสที 2.0 วอร์ม สตาร์ท ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst 2.0 warm start DNA polymerase) 3.5-5.0 U และสารละลายบัฟเฟอร์ (supplied buffer 1x) สำหรับการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์) C) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรค การออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์ (LAMP) ในการตรวจเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์) C) ของยีนแคท จี (katG) ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 4 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลาย พันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์) C) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรค โดยกำหนดให้เบสตัวที่ 2 ของปลาย 5’ ไพร เมอร์ 4 เปลี่ยนเป็นเบสที (T) หรือเบสเอ (A) และ ไพรเมอร์ 6 ไม่มีการเปลี่ยนเบส ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5’-3’) gAAACAgCggCgCTgATC ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5’-3’) CgAggAAACTgTTgTCCCAT ไพรเมอร์ 3 ลำดับเบส (5’-3’) gTggTgATCgCgTCCTTACCTTTTAgAgCTCgTATggCACCggAA ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5’-3’) CIggCATCgAggTCgTATTTTTTCgTCggggTgTTCgTCC ไพรเมอร์ 5 ลำดับเบส (5’-3’) CAAgCCCATCTgCTCCAgCggTTTTTTCggTAAgACCCATggCg ไพรเมอร์ 6 ลำดับเบส (5’-3’) CCggCATCgAggTCgTATTTTTTCgTCggggTgTTCgTCC 2. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจากแลมป์ (LAMP) ผนวกกับอนุภาคทองคำ มี ลักษณะเฉพาะคือ ทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมงแล้วเติมตัว ตรวจจับที่ติดด้วยอนุภาคทองคำ ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที หลังจากนั้นเมื่อมีการเติมเกลือ โซเดียมคลอไรด์ (NaCL) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ผลผลิตของแลมป์ (LAMP) ดังกล่าวยังคงเห็นเป็นสีชมพูแดงอยู่ในสารละลาย ในขณะที่ถ้าไม่มีลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 จะ ทำให้เห็นอนุภาคทองคำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วง 3. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งมีการออกแบบตัวตรวจจับ (probe) ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรค ดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์) C) ของยีนแคทจี (KatG) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่ เปลี่ยนแปลง มีลักษณะเฉพาะคือ ตัวตรวจจับติดฉลากไทอัล (thiol;-SH) ที่ปลายด้าน 5’ เพื่อการตรวจผลผลิตจาก แลมป์ (LAMP) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลำดับเบสดังนี้ ชุดที่ 1 5’-SH-CGACCTCgATgCCgg-3’ สำหรับไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 ชุดที่ 2 5’-SH-TggCACCggAACCggTAAggACgCg-3’ สำหรับไพรเมอร์ 5 และไพรเมอร์ 6 4. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) มีขั้นตอนดังนี้ การเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรค ดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ตำแหน่ง 315 (G (สัญลักษณ์) C) ของยีนแคทจี (katG) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส 5. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ ไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วย กระแสไฟฟ้า 6. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งใช้ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง ในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อนี้ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของ วัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ---------------------------------------------------------------------------------------------------- แก้ไข 10/03/2559 1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อสัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำเป็นเทคนิคที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้อนุภาคทองคำ ภายใน ปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร มีการใช้ไพรเมอร์ 2 ชุดด้วยการทำปฏิกิริยาครั้งเดียว ชุด 1 ประกอบด้วย ไพรเมอร์ 3 และ 4 อย่างละ 2 ไมโครโมลาร์, ไพรเมอร์ 1 และไพรเมอร์ 2 อย่างละ 0.2 ไมโครโมลาร์, ดี เอ็นทีพี (dNTP) 1.6 มิลลิโมลาร์ ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์บีเอสที 2.0 วอร์ม สตาร์ท ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst 2.0 warm start DNA polymerase) 2.5U และสารละลายบัฟเฟอร์ (supplied buffer 1x) และชุด 2 ประกอบด้วยไพรเมอร์ 5 และไพรเมอร์ 6 อย่าง ละ 2 ไมโครโมลาร์, ไพรเมอร์ 1 และ 2 อย่างละ 0.2 ไมโครโมลาร์, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 1.6 มิลลิโมลาร์ ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4.8 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์ดีเอ็นเอ 2.0 วอร์ม สตาร์ท ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst 2.0 warm start DNA polymerase) 3.5-5.0U และสารละลาย บัฟเฟอร์ (supplied buffer 1x) สำหรับการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ตำแหน่ง 315 (G(สูตร)C) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรค การออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิค แลมป์ (LAMP) ในการตรวจเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ตำแหน่ง 315 (G(สูตร)C) ของยีนแคทจี (katG) ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 4 ตัว ที่จำเพาะ ต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สูตร)C) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรค โดยกำหนดให้เบสตัวที่ 2 ของปลาย 5 ’ไพรเมอร์ 3 เปลี่ยนเป็นเบสที (T) หรือเบสเอ (A) และ ไพรเมอร์ 6 ไม่มีการเปลี่ยนเบส ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5’ – 3’) gAAACAgCggCgCTgATC ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5’ – 3’) CgAggAAACTgTTgTCCCAT ไพรเมอร์ 3 ลำดับเบส (5’ – 3’) gTggTgATCgCgTCCTTACCTTTTAgAgCTCgTATggCACCggAA ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5’ – 3’) CIggCATCAggTCgTATTTTTTCgTCggggTgTTCgTCC ไพรเมอร์ 5 ลำดับเบส (5’ – 3’) CAAgCCCATCTgCTCCAgCggTTTTTTCggTAAgACCCATggCg ไพรเมอร์ 6 ลำดับเบส (5’ – 3’) CCggCATCgAggTCgTATTTTTTCgTCggggTgTTCgTCC 2. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจากแลมป์ (LAMP) ผนวกกับอนุภาคทองคำ มี ลักษณะเฉพาะคือ ทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แล้วเติมตัว ตรวจจับที่ติดด้วยอนุภาคทองคำ ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที หลังจากนั้นเมื่อมีการเติมเกลือ โซเดียมคลอไรด์ (NaCL) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ผลผลิตของแลมป์ (LAMP) ดังกล่าวยังคงเห็นเป็นสีชมพูแดงอยู่ในสารละลาย ในขณะที่ถ้าไม่มีลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 จะ ทำให้เห็นอนุภาคทองคำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วง 3. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งการออกแบบตัวตรวจจับ (probe) ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรค ดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ตำแหน่ง 315 (G(สูตร)C) ของยีนแคทจี (KatG)ด้วยสีอนุภาคทองคำที่ เปลี่ยนแปลง มีลักษณะเฉพาะคือ ตัวตรวจจับติดฉลากไทอัล (thiol;-SH) ที่ปลายด้าน 5’ เพื่อการตรวจผลผลิต จากแลมป์ (LAMP) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลำดับเบสดังนี้ ชุด 1 5’ – SH-CGACCTCGATGCCGG -3’ สำหรับไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 ชุด 2 5’ – SH-TGGCACCGGAACCGGTAAGGACGCG-3’ สำหรับไพรเมอร์ 5 และไพรเมอร์ 6 4. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) มีขั้นตอนดังนี้ การเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรค ดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ตำแหน่ง 315 (G (สูตร) C) ของยีนแคทจี (katG) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส 5. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ ไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วย กระแสไฟฟ้า 6. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาค ทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งใช้ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง ในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อนี้ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของ วัณโรคดื้อยาไอโซอะซิด (isoniazid) ------------------------------------------------------------------- คำขอใหม่ปรับปรุง
1. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วย ด้วยอนุภาคทองคำเป็นเทคนิคใหม่ที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยา Loop-mediated isothermal amplification (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้อนุภาคทองคำ
2. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วย อนุภาคทองคำ ด้วยเทคนิคใหม่ในข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจาก LAMP ผนวกกับ อนุภาคทองคำ มีลักษณะเฉพาะคือ ทำปฏิกิริยา LAMP ที่อุณหภูมิประมาณ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเติมตัวตรวจจับที่ติดด้วยอนุภาคทองคำ ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นทำการเติมเกลือแล้วอ่านผล
3. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วย อนุภาคทองคำ ด้วยเทคนิคใหม่ในข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งกรรมวิธีการออกแบบตัวตรวจจับ (probe) ในการตรวจสอบ เบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ตำแหน่ง 315 (GC) ของยีน KatG ด้วยสี อนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลักษณะเฉพาะคือ ตัวตรวจจับติดฉลาก thiol (-SH) ที่ปลายด้าน 5’ เพื่อการตรวจ ผลผลิตจาก LAMP ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลำดับเบสดังนี้ ชุดที่ 1 5’-SH-CGACCTCGATGCCGG -3’ สำหรับคู่ FIP-KatG1 และ BIP-KatG1 ชุดที่ 2 5’-SH-TGGCACCGGAACCGGTAAGGACGCG-3’ สำหรับคู่ FIP-KatG2 และ BIP-KatG2
4. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง ด้วยเทคนิคใหม่ ในข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ปฏิกิริยา Loop-mediated isothermal amplification (LAMP) มีข้อตอนดังนี้ การเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซ ไนอะซิด (isoniazid) ตำแหน่ง 315 (GC) ของยีน KatG เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิประมาณ 61 องศาเซลเซียส
5. กรรมวิธีในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วย ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง ด้วยเทคนิคใหม่ ในข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งปฏิกิริยา Loop-mediated isothermal amplification (LAMP) จะต้องใช้เวลาในการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซ ไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (GC) ของยีน KatG เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่ อุณหภูมิประมาณ 61 องศาเซลเซียส และภายในปฏิกิริยา LAMP 25 ไมโครลิตร มีการใช้ ไพรเมอร์ 2 ชุดด้วยกัน ชุดที่ 1 ประกอบด้วย inner primers FIP-KatG1 และ BIP-KatG1 อย่างละ 2 ?M, outer primers F3-KatG และ B3-KatG อย่างละ 0.2 ?M, dNTPs 1.6 mM ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 M, สารแมกนีเซียมซัล เฟส (MgSO4) 4 mM, 2.5U Bst 2.0 warm start DNA polymerase และ supplied buffer 1x ชุดที่ 2 ประกอบด้วย inner primers FIP-KatG2 และ BIP-KatG2 อย่างละ 2 ?M, outer primers F3- KatG และ B3-KatG อย่างละ 0.2 ?M, dNTPs 1.6 mM ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 M, สาร แมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 mM, 2.5U Bst 2.0 warm start DNA polymerase และ supplied buffer 1x
6. ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยา LAMP ในข้อถือสิทธิที่ 5 การออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิค LAMP ในการ ตรวจเชื้อ ที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยา LAMP ประกอบด้วยไพรเมอร์ 4 ตัว ที่จำเพาะ ต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งของยีน โดยกำหนดให้เบสตัวที่ 2 ของปลาย 5’ BIP-KatG1 เปลี่ยนเป็นเบส T หรือ A และ BIP-KatG2 ไม่มีการเปลี่ยนเบส ดังนี้ ไพรเมอร์ F3-KatG ลำดับเบส (5’-3’) GAAACAGCGGCGCTGATC ไพรเมอร์ B3-KatG ลำดับเบส (5’-3’) CGAGGAAACTGTTGTCCCAT ไพรเมอร์ FIP-KatG1 ลำดับเบส (5’-3’) GTGGTGATCGCGTCCTTACCTTTTAGAGCTCGCTATGGCACCGGAA ไพรเมอร์ BIP-KatG1 ลำดับเบส (5’-3’) CTGGCATCGAGGTCGTATTTTTTCGTCGGGGTGTTCGTCC ไพรเมอร์ FIP-KatG2 ลำดับเบส (5’-3’) CAAGCCCATCTGCTCCAGCGGTTTTTTCGGTAAGACCCATGGCG ไพรเมอร์ BIP-KatG2 ลำดับเบส (5’-3’) CCGGCATCGAGGTCGTATTTTTTCGTCGGGGTGTTCGTCC
7. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ใน ตำแหน่ง 315 (GC) ของยีน KatG ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง ในข้อถือสิทธิที่ 1 มีลักษณะเฉพาะคือ ไม่ต้องใช้เครื่อง PCR และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า
8. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ใน ตำแหน่ง 315(GC) ของยีน KatG ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลงด้วยเทคนิคใหม่ สำหรับการตรวจสอบ เบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง ในผู้ป่วยที่ สงสัยการติดเชื้อนี้ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid)
TH1503001076U 2015-07-15 กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาคทองคำ TH13931A3 (th)

Publications (4)

Publication Number Publication Date
TH13931C3 TH13931C3 (th) 2018-06-07
TH13931U true TH13931U (th) 2018-06-07
TH13931Y TH13931Y (th) 2018-06-07
TH13931A3 TH13931A3 (th) 2018-06-07

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US11584957B2 (en) Colorimetric detection of nucleic acid amplification
Zhang et al. Selective endpoint visualized detection of Vibrio parahaemolyticus with CRISPR/Cas12a assisted PCR using thermal cycler for on-site application
CN104093856B (zh) 检测核酸合成和/或扩增的方法
EP3339451A1 (en) Primers for detecting influenza by using lamp, and use thereof
CA2897010C (en) Improved dna polymerase activity assays and methods enabling detection of viable microbes
JP2017136086A (ja) 標的核酸の検出方法及びキット
Zhang et al. Highly Sensitive Detection of low-abundance BRAF V600E mutation in fine-needle aspiration samples by zip recombinase polymerase amplification
Zhang et al. Ultrasensitive biosensing of low abundance BRAF V600E mutation in real samples by coupling dual padlock-gap-ligase chain reaction with hyperbranched rolling circle amplification
JoonáLee Label/quencher-free detection of single-nucleotide changes in DNA using isothermal amplification and G-quadruplexes
KR101598398B1 (ko) 5''-플랩 엔도뉴클레이즈 활성의 억제를 이용하여 실시간 중합효소 연쇄반응으로 돌연변이 유전자를 검사하는 방법
TH13931Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาคทองคำ
US20160083776A1 (en) Methods for Measuring Polymerase Activity Useful for Sensitive, Quantitative Measurements of Any Polymerase Extension Activity and for Determining the Presence of Viable Cells
CA3232224A1 (en) Looped primer with various internal modifications and loop-de-loop method for target detection
TH13933Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิต (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ
TH13933U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิต (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ
TH13932U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยอนุภาคทองคำ
TH13932Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยอนุภาคทองคำ
TH13930Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสี
TH13930U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสี
TH13929U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสี
TH14021U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสี
TH14021Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสี
JP6155750B2 (ja) SNP(rs11881222)を検出するためのプローブ
JP2010239880A (ja) 高速dnaポリメラーゼを用いた高速リアルタイムpcr
HK40020950A (en) Colorimetric detection of nucleic acid amplification