TH27929A - การสังเคราะห์แบบวัฎภาคที่เป็นไอของโพลีเมอร์คล้ายยาง - Google Patents

การสังเคราะห์แบบวัฎภาคที่เป็นไอของโพลีเมอร์คล้ายยาง

Info

Publication number
TH27929A
TH27929A TH9601002811A TH9601002811A TH27929A TH 27929 A TH27929 A TH 27929A TH 9601002811 A TH9601002811 A TH 9601002811A TH 9601002811 A TH9601002811 A TH 9601002811A TH 27929 A TH27929 A TH 27929A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
approximately
specific method
range
reaction zone
compounds
Prior art date
Application number
TH9601002811A
Other languages
English (en)
Inventor
คาลเดรอน นายนิซิม
Original Assignee
เดอะ กู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ คัมปะนี
Filing date
Publication date
Application filed by เดอะ กู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ คัมปะนี filed Critical เดอะ กู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ คัมปะนี
Publication of TH27929A publication Critical patent/TH27929A/th

Links

Abstract

การใช้เทคนิกของการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฎภาคที่เป็นไอของการประดิษฐ์ นี้ โดยเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วถึงการให้ได้รับข้อได้เปรียบของการเกิดเป็นผลประโยชน์อย่างสูง และชัดเจนอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ยางซิส 1,4-โพลีไอโซพรีน และยางซิส 1,4-โพลีบิวทา ไดอีนโมเลกุลสูงที่มีส่วนประกอบและน้ำหนักโมเลกุลที่สามารถควบคุมได้อย่างง่าย และถูกเตรียม ขึ้นในทางปฏิบัติโดยปราศจากตัวทำละลาย จุดประสงค์ของการประดิษฐ์นี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้เปิดเผยถึงวิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบที่เป็นไอของไอโซพรีนให้ได้เป็น ซิส 1,4-โพลีไอโซพรีนในกรรมวิธีการที่ประกอบด้วยขั้นตอนของ (1) ทำการบรรจุในเขตของปฏิกิริยาด้วยไอโซพรีนดังกล่าวและระบบของตัว เร่งปฏิกิริยาที่ใช้ปฏิบัติการที่ซึ่งถูกทำขึ้นโดยการทำปฏิกิริยาของสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่ม กับติตาเนียมเตตราคลอไรด์ โดยที่เหมะสมมีอยู่ด้วยของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งอีเธอร์ โดยที่ซึ่ง ไอโซพรีนได้ถูกคงรักษาให้อยุ่ในวัฏภาคที่เป็นไอในเขตของปฏิกิริยาดังกล่าวโดยการรวมกัน อย่างเหมาะสมของอุณหภูมิและความดัน (2) ทำการปล่อยให้ไอโซพรีนดังกล่าวเกิดเป็นโพลีเมอร์ให้ได้เป็นซิส 1,4- โพลีไอโซพรีนที่อุณหภูมิภายในช่วงของประมาณ 35 ซ. ถึงประมาณ 70 ซ. และ (3) ทำการนำซิล 1,4 โพลิไอโซพรีนดังกล่าวออกจากเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว มันได้ถูกตรวจหาโดยที่ว่าการเกิดขึ้นของเจลได้ถูกทำให้ลดลงโดยการดำเนินการที่เป็นการทำให้ เกิดเป็นโพลีเมอร์ของไอโซพรีนโมโนเมอร์ในที่มีอยู่ด้วยของไดแอริลแอมีน ดังเช่น พารา-สไตรีน เนเต็ดไดฟีนิลแอมีน

Claims (1)

1. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของไอโซพรีนให้ ได้เป็นซิส 1,4-ไพลีไอโซพรีนในกรรมวิธีการที่ประกอบด้วยขั้นตอนของ 1) ทำการบรรจุไอโซพรีนดังกล่าวในเขตของการทำปฏิกิริยา และปฏิบัติการ ด้วยระบบของตัวเร่งปฏิกิริยาโดยที่ซึ่งได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการทำปฏิกิริยาของสารประกอบ ออร์กาโนอะลูมีเนียมกับติตาเนียมเตตราคลอไรด์ ในที่มีอยู่ด้วยของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งอีเธอร์ โดยที่ซึ่งไอโซพรีนยังคงอยู่ในวัฏภาคที่เป็นไอในเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว โดยการรวมกันอยู่ อย่างเหมาะสมของอุณหภูมิและความดัน 2) ทำการปล่อยให้ไอโซพรีนดังกล่าวเกิดเป็นโพลีเมอร์ให้ได้เป็นซิส 1,4- โพลีไอโซพรีนที่มีอุณหภูมิอยู่ภายในช่วงของประมาณ 35 ํซ. ถึงประมาณ 70 ํซ. 3) ทำการนำซิส 1,4-โพลีไอโซพรีนดังกล่าวออกจากเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว 2. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ซึ่งระบบของตัวเร่งปฏิกิริยาได้ ถูกแขวนลอยอยู่บนตัวรองรับที่เป็นของแข็งเฉื่อย 3. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ซึ่งเขตของปฏิกิริยาคือถังปฏิกิริยา แบฟลูอิดไดซ์เบด 4. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโนอะลูมิ เนียมดังกล่าวมีสูตรโครงสร้างคือ (สูตรเคมี) โดยที่ซึ่ง R1 ได้ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยหมู่อัลคิล หมู่แอริล หมู่อัลคาริล หมู่แอริลคิล และไฮโดรเจน และโดยที่ซึ่ง R2 และ R3 สามารถเหมือนกันหรือแตกต่างกัน และถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยของหมู่อัลคิล หมู่แอริล หมู่อัลคาริล และหมู่แอริลคิล 5. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 4 โดยที่ซึ่งอีเธอร์มีอยู่ตั้งประมาณ 4 ถึงประมาณ 20 คาร์บอนอะตอม 6. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 5 โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโนอะลูมินัม คือสารประกอบไตรอัลคิลอะลูมินั่ม 7. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 6 โดยที่ซึ่งประกอบเพิ่มเติมด้วยการดำเนิน การของการทำให้เกิดโพลีเมอร์ในที่มีพารา-สไตรีนเนตไดฟีนิลเอมีน รวมอยู่ด้วย 8. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 7 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของพารา- สไตรีเนตไคฟีนิลแอมีนต่อติตาเนียม เตตราคลอไรด์อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.05:1 ถึง ประมาณ 5 9. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 6 โดยที่ซึ่งอุณหภูมิดังกล่าวอยู่ภายในช่วง ของ 40 ํซ. ถึง 60 ํซ. 10. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 7 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของสาร ประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มต่อติตาเนียมเตตราคลอไรด์อยู่ในช่วงของประมาณ 0.7:1 ถึงประมาณ 1.2:1 11. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 10 ประกอบเพิ่มเติมด้วยการลดการเกิด เป็นไอของซิส-1,4-โพลีไอโซพรีนโมเลกุลสูง หลังจากมันได้ถูกนำออกจากเขตของปฏิกิริยา 12. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 11 โดยที่ซึ่งเขตของปฏิกิริยาดังกล่าวได้ ถูกคงรักษาอยู่ที่อุณหภูมิภายในช่วงของ 35 ํซ. ถึง 85 ํซ. 13. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ซึ่งประกอบเพิ่มเติมด้วยการดำเนิน การที่เป็นการทำให้เกิดโพลีเมอร์ในที่มีอยู่ด้วยของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งไดแอริลแอมีน 14. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 2 โดยที่ซึ่งประกอบเพิ่มเติมด้วยการดำเนิน การที่เป็นการทำให้เกิดโพลีเมอร์ในที่มีอยู่ด้วยของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งไดแอริลแอมีน 15. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 14 โดยที่ซึ่งไดแอริลแอมีนได้ถูกรองรับอยู่ ด้วยระบบของตัวเร่งปฏิกิริยาบนสิ่งรองรับที่เป็นของแข็งเฉื่อย 16. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 15 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของไดแอริล แอมีนต่อติตาเนียมในระบบของตัวเร่งปฏิกิริยาคือที่อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.5:1 ถึง ประมาณ 5:1 17. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 16 โดยที่ซึ่งไดแอริลแอมีนคือพารา-สไตรีน เนตไดฟีนิลแอมีน และโดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของพารา-สไตรีนไดฟีนิลแอมีนต่อติตาเนียมใน ระบบตัวเร่งปฏิกิริยาคือที่อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.25:1 ถึงประมาณ 2:1 18. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของพารา- สไตรีนเนเต็ดไดติตาเนียมในระบบตัวเร่งปฏิกิริยาคือที่อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.5:1 ถึงประมาณ 1.5:1 19. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 15 โดยที่ซึ่งสิ่งรองรับที่เป็นของแข็งเฉื่อย คือคาร์บอนแบล็ก 20. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของอีเธอร์ ต่อสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มคือที่อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.4:1 ถึงประมาณ 1.2:1 และโดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มต่อติตาเนียมเตตราคลอไรด์ ที่อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.7:1 ถึงประมาณ 1.2:1 21. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 18 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของอีเธอร์ ต่อสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มคือที่อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.5:1 ถึงประมาณ 1:1 และ โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มต่อติตาเนียมเตตราคลอไรด์คือที่ อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.8:1 ถึงประมาณ 1.1:1 21. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 21 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์ของอีเธอร์ ต่อสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มต่อติตาเนียมเตตราคลอไรด์คือที่อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.85 ถึงประมาณ 0.9:1 23. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของ 1,3-บิวทา ไดอีนให้ได้เป็นซิส-1,4-โพลีบิวทาไดอีนโมเลกุลสูงในกรรมวิธีการที่ประกอบด้วยขั้นตอนของ (1) ทำการบรรจุ 1,3-บิวทาไดอีนดังกล่าวและระบบของตัวเร่งปฏิกิริยาที่ เป็นประกอบด้วย (a) สารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่ม (b) สารประกอบที่มีนิกิกิลและ (c) ไฮโดรเจน ฟลูออไรด์หรือสารเชิงซ้อนไฮโดรเจนฟลูออไรด์เข้าไปยังเขตทำปฏิกิริยา โดยที่ซึ่ง 1,3-บิวทาไดอีนได้ถูกคงรักษาไว้อยู่ในวัฏภาคที่เป็นไอในเขตของปฏิกิริยาดังกล่าวโดยการกันอยู่ อย่างเหมาะสมของอุณหภูมิและความดัน 2) ทำการปล่อย 1,3-บิวทาไดอีนดังกล่าวเกิดเป็นโพลีเมอร์ให้ได้ ซิส 1,4-โพลีบิวทาไดอีนโมเลกุลสูงที่อุณหภูมิอยู่ภายในช่วง 10 ํซ. ถึงประมาณ 100 ํซ. 3) ทำการนำซิส 1,4-โพลีบิวทาไดอีนออกจากเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว 24. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 23 โดยที่ซึ่งระบบของตัวเร่งปฏิกิริยาได้ ถูกแขวนลอยอยู่บนตัวรองรับที่เป็นของแข็งเฉื่อย 25. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 23 โดยที่ซึ่งเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว คือที่อยู่ในถังปฏิกิริยาฟลูอิดไดซ์เบด 26. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 23 โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโนอะลูมิ นั่มดังกล่าวมีสูตรโครงสร้างคือ (สูตรเคมี) โดยที่ซึ่ง R1 ได้ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยหมู่อัลคิล หมู่แอริล หมู่อัลคาริล หมู่แอริลคิล หมู่อัลคอกซี ไฮโดรเจนและฟลูออรีน และโดยที่ซึ่ง R2 และ R3 สามารถเป็นได้ที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันและสามารถถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยของหมู่อัลคิล หมู่แอริล หมู่อัลคาริล และหมู่แอริลคิล 27. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 26 โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโนนิก เกิลที่ละลายได้ถูกเลือกจากหมู่ประกอบด้วยของเกลือนิกเกิล และนิกเกิลที่มีกรดอินทรีย์ซึ่ง อยู่ตั้งแต่ประมาณ 1 ถึงประมาณ 20 คาร์บอนอะตอม 28. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 27 โดยที่ซึ่งฟลูออรีนดังกล่าวซึ่งมีสาร ประกอบสารเชิงซ้อนไฮโดรเจนฟลูออไรด์ 29. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 28 โดยที่ซึ่งได้มีตัวควบคุมน้ำหนักโมเลกุล รวมอยู่ด้วย 30. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 29 โดยที่ซึ่งได้มีตัวควบคุมน้ำหนักโมเลกุล ดังกล่าวคือเอธิลีน 31. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 28 โดยที่ซึ่งอุณหภูมิดังกล่าวอยู่ภายในช่วง ของ 20 ํซ. ถึง 100 ํซ. 32. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 29 โดยที่ซึ่งได้มีตัวควบคุมน้ำหนักโมเลกุลคือ เอธิลีนหรือ -โอลีฟินที่มีตั้งแต่ 3 ถึงประมาณ 10 คาร์บอนอะตอม 33. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 32 โดยที่ซึ่ง - โอลีฟินดังกล่าวมีอยู่ใน เขตของปฏิกิริยาที่ความเข้มข้นคือ 0.1 phm ถึง 15 phm 34. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 32 โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโนอะลูมิ เนียมคือ ไตรอัลคิลอะลูมิเนียม โดยที่ซึ่งนิกเกิลที่ละลายได้ดังกล่าวมีสารประกอบที่ถูกเลือกจาก หมู่ที่ประกอบด้วยเกลือนิกเกิล และนิกเกิลที่มีกรดอินทรีย์ซึ่งมีอยู่ตั้งแต่ประมาณ 1 ถึงประมาณ 20 คาร์บอนอะตอม และโดยที่ซึ่งสารประกอบที่มีฟลูออรีนคือสารเชิงซ้อนไฮโดรฟลูออไรด์ 35. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 34 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลของสาร ประกอบออร์กาโนอะลูมินัมต่อสารประกอบที่มีนิกเกิลที่ละลายได้อยู่ภายในช่วงของตั้งแต่ประมาณ 0.3:1 ถึงประมาณ 300:1 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนของโมลของสารประกอบที่มีฟลูออรีนต่อสารประกอบ ที่มีนิกเกิลที่ละลายได้อยู่ภายในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.5:1 ถึงประมาณ 200:1 และโดยที่ซึ่ง อัตราส่วนโมลของสารประกอบที่มีฟลูออรีนต่อสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มอยู่ภายในช่วงของ ตั้งแต่ประมาณ 0.4:1 ถึงประมาณ 10:1 36. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 35 โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโน อะลูมินัมดังกล่าวถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยไตรเอธิลอะลูมินั่ม ไตร-n-โพรพิลอะลูมิเนียม ไตรไอโซบิวทิลอะลูมินั่ม ไตรเฮกซิลอะลูมินั่ม ไดไอโซบิวทิลอะลูมินั่ม ไฮไดรด์ และไดเอธิล อะลูมินั่มฟลูออไรด์ 37. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 35 โดยที่ซึ่งสารประกอบนิกเกิล ที่ละลายได้ดังกล่าวคือนิกเกิลออกทาโนเอต 38. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 37 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลของสาร ประกอบออร์กาโนอะลูมินัมต่อสารประกอบที่มีนิกเกิลที่ละลายได้อยู่ภายในช่วงของตั้งแต่ประมาณ 2:1 ถึงประมาณ 80:1 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนของโมลของสารประกอบที่มีฟลูออรีนต่อสารประกอบ ที่มีนิกเกิลที่ละลายได้อยู่ภายในช่วงตั้งแต่ประมาณ 50:1 ถึงประมาณ 150:1 และโดยที่ซึ่ง อัตราส่วนโมลของสารประกอบที่มีฟลูออรีนต่อสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มอยู่ภายในช่วงของ ตั้งแต่ประมาณ 0.7:1 ถึงประมาณ 7:1 39. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 38 ประกอบเพิ่มเติมด้วยการลด การระเหยเป็นไอของซิส 1,4 โพลีบิวทาไดอีนโมเลกุลสูงดังกล่าว หลังจากมันได้ถูกนำออก จากเขตของปฏิกิริยา 40. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 39 โดยที่ซึ่งเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว ถูกคงรักษาไว้ที่อุณหภูมิอยู่ภายในช่วงของ 35 ํซ. ถึง 85 ํซ. 41. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 24 โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโน อะลูมินัมดังกล่าวมีสูตรโครงสร้างคือ (สูตรเคมี) โดยที่ซึ่ง R1 ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยของหมู่อัลคิล หมู่แอริล หมู่อัลคาริล หมู่แอริลคิล หมู่อัลคอกซี ไฮโดรเจนและฟลูออรีน และโดยที่ซึ่ง R2 และ R3 สามารถเป็นได้ที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันที่ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบของหมู่อัลคิล หมู่แอริล หมู่อัลคาริล และหมู่แอริลคิลคือ โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโนนิกเกิลที่ละลายได้ ที่ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยของเกลือ นิกเกิลและกรดอินทรีย์ที่ประกอบด้วยนิกเกิลซึ่งมีตั้งแต่ประมาณ 1 ถึงประมาณ 20 คาร์บอนอะตอม และ โดยที่ซึ่งสารประกอบที่มีฟลูออไรด์ดังกล่าวประกอบด้วยไฮโดรเจนฟลูออไรด์ หรืออสารเชิงซ้อน ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ 42. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 41 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลของสาร ประกอบออร์กาโนอะลูมินัมต่อสารประกอบที่มีนิกเกิลที่ละลายได้อยู่ภายในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.3:1 ถึงประมาณ 300:1 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนของสารประกอบที่มีฟลูออรีนต่อสารประกอบที่มี นิกเกิลที่ละลายได้อยู่ภายในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.5:1 ถึงประมาณ 200:1 และโดยที่ซึ่งอัตรา ส่วนโมลของสารประกอบที่มีฟลูออรีนต่อสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มอยู่ภายในช่วงของตั้งแต่ ประมาณ 0.4:1 ถึงประมาณ 10:1 และโดยที่ซึ่งอุณหภูมิดังกล่าวถูกคงรักษาไว้ภายในช่วงของ 20 ํซ. ถึง 100 ํซ. 43. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 42 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนโมลของสาร ประกอบออร์กาโนอะลูมินัมต่อสารประกอบที่มีนิกเกิลที่ละลายได้อยู่ภายในช่วงของตั้งแต่ประมาณ 2:1 ถึงประมาณ 80:1 โดยที่ซึ่งอัตราส่วนของโมลของสารประกอบที่มีฟลูออรีนต่อสารประกอบที่มี นิกเกิลที่ละลายได้อยู่ภายในช่วงตั้งแต่ประมาณ 3:1 ถึงประมาณ 100:1 และโดยที่ซึ่งอัตรา ส่วนโมลของสารประกอบที่มีฟลูออรีนต่อสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มอยู่ภายในช่วงของตั้งแต่ ประมาณ 0.7:1 ถึงประมาณ 7:1 โดยที่ซึ่งสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มถูกเลือกจากหมู่ที่ ประกอบด้วยไตรเอธิลอะลูมินั่ม ไตร-n-โพรพิลอะลูมิเนียม ไตรไอโซบิวทิลอะลูมินั่ม ไตรเฮก ซิลอะลูมินั่ม ไดไอโซบิวทิลอะลูมินั่ม ไฮไดรด์ และไดเอธิลอะลูมินั่มฟลูออไรด์ และโดยที่ซึ่งสาร ประกอบที่มีนิกเกิลที่ละลายได้ดังกล่าวถูกเลือกจากหมุ่ที่ประกอบด้วยของนิกเกิลแนฟธาลีเนต นิกเกิลออกทาโนเอต และนิกเกิลนีโอเดคาโนเอต 44. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของคอนจู เกเกต็ดไอโอลีฟินโมโนเมอร์ให้ได้เป็นโพลีเมอร์คล้ายยางในกรรมวิธีการโดยที่ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนของ (1) ทำการบรรจุคอนจูเกเต็ดไดโอลีฟินโมโนเมอร์ ตัวเร่งปฏิกิริยา และสารต่อต้านออกซิไดซ์ไดแอริลแอมีนเข้าไปในเขตของปฏิกิริยา โดยที่ซึ่งคอนจูเกเต็ดไดโอลี ฟินโมโนเมอร์ได้ถูกคงรักษาไว้ในวัฏภาคที่เป็นไอในเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว โดยการรวมกัน อย่างเหมาะสมของอุณหภูมิและความดัน (2) ทำการปล่อยให้คอนจูเกเต็ดไดโอลีฟินโมโนเมอร์เกิดเป็นโพลีเมอร์ ในเขตของปฏิกิริยาดังกล่าวให้เป็นโพลีเมอร์คล้ายยาง และ (3) ทำการนำโพลีเมอร์คล้ายยางดังกล่าวออกจากเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว 45. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของคอนจู เกเต็ดไดโอลีฟินโมโนเมอร์ให้ได้เป็นโพลีเมอร์คล้ายยางดังที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 44 โดยที่ซึ่งโพลีเมอร์คล้ายยางได้ถูกเลือกจากหมู่ประกอบด้วยโพลีไอโซพรีน และโพลีบิวทาไดอีน 46. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของคอนจู เกเต็ดไดโอลีฟินโมโนเมอร์ให้ได้เป็นโพลีเมอร์คล้ายยางดังที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 45 โดย ที่ซึ่งไดแอริลแอมีนคือ พารา-สไตรีนเนเต็ตไดฟีนิลแอมีน 47. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของคอนจู เกเต็ดไดโอลีฟินโมโนเมอร์ให้ได้เป็นโพลีเมอร์คล้ายยางดังที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 44 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ได้ถูกผสมโดยเบื้องต้นกับตัวเร่งปฏิกิริยาก่อนทำการเติมมันเข้า ไปยังเขตของปฏิกิริยา 48. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของคอนจู เกเต็ดไดโอลีฟินโมโนเมอร์ให้ได้เป็นโพลีเมอร์คล้ายยางดังที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 44 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ได้ถูกผสมโดยเบื้องต้นกับสารของการทำให้เกิดการแบ่งแยกก่อน ทำการเติมมันเข้าไปยังเขตของปฏิกิริยา 49. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของคอนจู เกเต็ดไดโอลีฟินโมโนเมอร์ให้ได้เป็นโพลีเมอร์คล้ายยางดังที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 44 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ได้ถูกเติมเข้าไปยังเขตของปฏิกิริยาดังที่เป็นส่วนประกอบที่แยกกัน 50. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของไอโซ พรีนให้ได้เป็น ซิส 1,4-โพลีไอโซพรีนในกรรมวิธีการที่ประกอบด้วยขั้นตอนของ (1) ทำการบรรจุไอโซพรีนดังกล่าวและระบบของตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้ปฏิบัติ การเข้ายังเขตของปฏิกิริยาซึ่งได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการทำปฏิกิริยาของสารประกอบออร์ กาโนอะลูมีนั่มกับติตาเนียมเตตราคลอไรด์ โดยที่ซึ่งไอโซพรีนได้ถูกคงรักษาให้อยู่ในวัฏภาคที่ เป็นไอในเขตของปฏิกิริยาดังกล่าว โดยการรวมกันอยู่อย่างเหมาะสมของอุณหภูมิและความดัน (2) ทำการปล่อยให้ไอโซพรีนดังกล่าวเกิดเป็นโพลีเมอร์ให้ได้เป็นซิส 1,4-โพลีไอโซพรีนที่มีอุณหภูมิอยู่ภายในช่วงของประมาณ 0 ํซ. ถึงประมาณ 100 ํซ. และ (3) ทำการนำ ซิส 1,4-โพลีไอโซพรีนดังกล่าวออกจากเขตของ ปฏิกิริยาดังกล่าว 51. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์แบบวัฏภาคที่เป็นไอของไอโซ พรีนให้ได้เป็นซิส 1,4-ไพลีไอโซพรีนโดยกรรมทำให้เกิดโพลีเมอร์แบบสารละลาย ซึ่งประกอบ ด้วยขั้นตอนของ (1) ทำการบรรจุ (a) ตัวทำละลายอินทรีย์เฉื่อย (b) ไอโซพรีนดังกล่าว และ (c) ระบบตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้ปฏิบัติการเข้าไปยังเขตของปฏิกิริยา ซึ่งถูกทำให้เกิดขึ้น โดยการทำปฏิกิริยาของสารประกอบออร์กาโนอะลูมินั่มกับติตาเนียมเตตราคลอไรด์ (2) ทำการปล่อยให้ไอโซพรีนดังกล่าวเกิดเป็นโพลีเมอร์ให้ได้เป็นซิส 1,4- โพลีไอโซพรีนที่มีอุณหภูมิอยู่ภายในช่วงของประมาณ 0 ํซ. ถึงประมาณ 100 ํซ. และ (3) ทำการนำซิส 1,4-โพลีไอโซพรีนดังกล่าวออกจากเขตของการทำ ปฏิกิริยาดังกล่าว 52. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 51 โดยที่ซึ่งระบบของตัวเร่ง ปฏิกิริยาที่ใช้ปฏิบัติการดังกล่าวได้ถูกทำขึ้นโดยการทำปฏิกิริยาของสารประกอบออร์กาโน อะลู มินั่มกับติตาเนียมเตตราคลอไรด์ในที่มีอยู่ด้วยของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งอีเธอร์ 53. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 52 โดยที่ซึ่ง ซิส 1,4-โพลีไอโซ พรีนดังกล่าวได้ถูกนำออกจากเขตของปฏิกิริยาอยู่ในรูปของโพลีเมอร์ซีเมนต์ ซึ่งถูกประกอบอยู่ ด้วย 1,4-โพลีไอโซพรีนและตัวทำละลายอินทรีย์เฉื่อย 54. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 53 โดยที่ซึ่งไอโซพรีนดังกล่าวได้ ถูกปล่อยให้เกิดโพลีเมอร์ให้ได้เป็น ซิส 1,4-โพลีไอโซพรีนในขั้นตอน (2) ที่อุณหภูมิอยู่ภาย ในช่วงของประมาณ 35 ํซ. ถึง 70 ํซ. 55. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 23 โดยที่ซึ่งได้ดำเนินการโดยการ ประกอบเพิ่มเติมของการทำให้เกิดเป็นโพลีเมอร์ในที่มีอยู่ด้วยของสารต่อต้านออกซิไดซ์ธินเดอร์ ฟีนอล 56. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 55 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ ฮินเดอร์ฟีนอลมีสูตรโครงสร้างคือ โดยที่ซึ่ง R1 และ R2 แสดงถึงหมู่อัลคิลที่มีอยู่ตั้งแต่ 1 ถึงประมาณ 10 คาร์บอนอะตอม และโดย ที่ซึ่ง R3 แสดงถึงไฮโดรเจนอะตอม หรือหมู่อัลคิลที่ประกอบด้วยตั้งแต่ 1 ถึงประมาณ 10 คาร์บอน อะตอม 58. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 56 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ ธินเดอร์ฟีนอลได้ถูกรองรับอยู่บนสารของการทำให้แยกส่วน 59. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 58 โดยที่ซึ่งสารของการทำให้แยก ส่วนคือซิลิกา 60. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 58 โดยที่ซึ่งสารของการทำให้แยก ส่วนคือ คาร์บอนแบล็ก 61. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 55 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ ธินเดอร์ฟีนอลในที่มีอยู่ในปริมาณที่อยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.25 phm ถึงประมาณ 3 phm 62. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 56 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ ธินเดอร์ฟีนอลโดยที่ซึ่งมีอยู่ในช่วงของประมาณ 0.5 phm ถึงประมาณ 2 phm 63. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 58 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ ธินเดอร์ฟีนอลโดยที่ซึ่งมีอยู่ในช่วงของประมาณ 1 phm ถึงประมาณ 1.5 phm 64. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 44 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ ธินเดอร์ฟีนอลโดยที่ซึ่งมีอยู่ในช่วงของประมาณ 0.25 phm ถึงประมาณ 3 phm 65. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 46 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ ไดแอริล แอมีนมีอยู่ในปริมาณซึ่งอยู่ภายในช่วงของประมาณ 0.5 phm ถึงประมาณ 2 phm 66. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 47 โดยที่ซึ่งสารต่อต้านออกซิไดซ์ ไดแอริล แอมีนมีอยู่ในปริมาณซึ่งอยู่ภายในช่วงของประมาณ 1 phm ถึงประมาณ 1.5 phm 67. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 50 โดยที่ซึ่งส่วนของไอโซพรีนโมโน เมอร์ที่อยู่ในเขตของปฏิกิริยาอยู่ในสถานะของเหลว 68. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 23 โดยที่ซึ่งส่วนของ 1,3-บิวทา ไดอีนในเขตของปฏิกิริยาอยู่ในสถานะของเหลว 69. วิธีการที่เฉพาะเจาะจงในข้อถือสิทธิ 44 โดยที่ซึ่งส่วนของคอนจูเกตได โอลีฟินโมโนเมอร์ในเขตของปฏิกิริยาอยู่ในสถานะของเหลว
TH9601002811A 1996-08-21 การสังเคราะห์แบบวัฎภาคที่เป็นไอของโพลีเมอร์คล้ายยาง TH27929A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH27929A true TH27929A (th) 1998-02-16

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CA1276621C (en) Process and catalyst for the preparation of syndiotactic 1,2-polybutadiene
RU2535207C2 (ru) Способ получения полидиенов
EP0093074B1 (en) Controlling the molecular weight of polybutadiene
JP4339434B2 (ja) ルイス酸を使用する非粘稠な希土類化合物の炭化水素中溶液及びその製造方法
EP2265649B1 (en) Method for bulk polymerization
JPH042601B2 (th)
KR100365581B1 (ko) 높은 1,4-시스 함량을 갖는 폴리부타디엔의 제조방법
US6350833B1 (en) Method for the suspension polymerization of conjugated dienes
US3525729A (en) Process for production of polymers with controlled saturation
US3409604A (en) Polymerization of butadiene
JPS6126604A (ja) ポリオレフインの重合方法及び重合触媒の製造方法
US3773735A (en) Process for the manufacture of polyolefins
US4225690A (en) Process and catalyst for producing high trans 1,4-polybutadiene
US3446785A (en) Polymerization of olefins
US3400115A (en) Process for the polymerization of diolefins and catalyst therefor
US3047559A (en) Method of making polymer
KR100290437B1 (ko) 연속식 1,3-부타디엔 중합에 적합한 니오디뮴할로겐 착화합물의제조방법
US3313792A (en) Process for polymerizing conjugated dienes with a catalyst comprising an aluminum halide, a salt of cobalt or nickel, and a compound of the formula sihxy (4-x)
US3046268A (en) Catalytic process for polymerizaing ethylenically unsaturated hydrocarbons
US3400113A (en) Molecular weight control of polydiolefins
CA1088503A (en) Uranium-containing mixed catalysts and their use for the polymerisation of olefins
FI58647B (fi) Foerfarande foer homo- och kopolymerisering av diener sinsemellan eller med vinylaromatiska foereningar utan loesningsmedel
US3219650A (en) Process for the polymerization of diolefins
US3387046A (en) Production of soluble polycyclopentadienes
US2899417A (en) Polymerization process