TH4194B - วิธีการสำหรับทำวัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของ?โลหะ - Google Patents
วิธีการสำหรับทำวัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของ?โลหะInfo
- Publication number
- TH4194B TH4194B TH8901000007A TH8901000007A TH4194B TH 4194 B TH4194 B TH 4194B TH 8901000007 A TH8901000007 A TH 8901000007A TH 8901000007 A TH8901000007 A TH 8901000007A TH 4194 B TH4194 B TH 4194B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- mold
- filler
- cavity
- metal
- molten
- Prior art date
Links
Abstract
วัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของโลหะอะลูมินัมประกอบด้วยเมทริกซ์ของโลหะอะลูมินัมที่ฝังตัวอยู่ในตัวเติมให้ เต็มตัวที่สอง ดังเช่น ตัวเติมให้เต็มตัวที่สองที่เป็นพวก เซรามิค และจะถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการสัมผัสดังตัวอย่างเช่น โลหะอะลูมินัมี่หลอมเหลวกับมวลที่ซึมผ่านได้ของตัวเติมให้ เต็มตัวที่สอง ภายในแม่พิมพ์พวกเซรามิคที่เกิดขึ้นโดยการ ก่อตัวของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นแบบโพลีค ริสตัลไลน์เข้าไปในตัวเติมให้เต็มตัวที่หนึ่ง โดยการปิด ผนึกกั้นตัวเติมให้เต็มตัวท่สองที่อยู่ในแม่พิมพ์ดังกล่าว ด้วยโลหะอะลูมินัมที่หลอมเหลว จะทำให้เกิดการแทรกซึมมวลของ วัสดุที่เป็นตัวเติมให้ เต็มตัวที่สองขึ้นที่ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น ที่ ประมาณ 900 องศาเซลเซียส โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเร่งเร้า การแทรกซึมอื่น ๆ แต่อย่างใด มวลที่หลอมเหลวซึ่งเข้าไปอยู่ ในตัวเติมให้เต็มพวกเซรามิคที่ถูกแทรกอยู่ดังกล่าวจะถูกทำ ให้แข็งตัวเพื่อเกิดเป็นวัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ ของโลหะซึ่งจะถูกนำออกจากแม่พิมพ์ดังกล่าว ในอีกทางหนึ่ง การทำให้แข็งตัวอาทำขึ้นภายใต้สภาวะที่มีการยึดเกาะ ซึ่ง รวมถึงการคงไว้ซึ่งวัสดุที่แข็งตัวให้สัมผัสโดยตรงกับแม่ พิมพ์ที่เป็นเรามิคดังกล่าว ทำให้เกิดเป็นวัตถุที่มีส่วน ประกอบแบบเมทริกซ์ของโลหะที่ต่อเชื่อมอยู่กับแม่พิมพ์ หรือ กับที่บางส่วนของมัน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างรวม
Claims (25)
1. วิธีการผลิตวัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของโลหะซึ่ง ประกอบด้วย : (a) การขึ้นรูปแม่พิมพ์ที่มีคุณสมบัติทึบ โดยมีขั้นตอนท่ ประกอบด้วย : (i) การจัดให้มีขึ้นซึ่งแบบที่ขึ้นรูปไว้ก่อนที่สามารถซึม ผ่านได้ ที่มีช่องโพรง และประกอบขึ้นด้วยวัสดุที่เป็นตัว เติมให้เต็มตัวที่หนึ่ง; (ii) การทำให้เกิดการสัมผัสของโลหะแม่ที่หลอมเหลวกับแบบที่ ขึ้นรูปไว้ก่อนดังกล่าว และกับออกซิแดนท์ เพื่อทำปฏิกิริยา กับโลหะแม่ที่หลอมเหลวดังกล่าวด้วยออกซิแดนท์ดังกล่าว ทำ ให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ภายในช่วง อุณหภูมิที่อยู่ระหว่างจากระดับอุณหภูมิเหนือจุดหลอมเหลว ของโลหะแม่ดังกล่าว ถึงระดับอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลว ของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว ; (iii) การคงไว้ที่อย่างน้อยส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว ให้สัมผัสกับและยื่นไป ระหว่างโลหะแม่ที่หลอมเหลวดังกล่าวและออกซิแดนท์ดังกล่าว เพื่อให้โลหะแม่ที่หลอมเหลวที่ตกลงมาผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้ จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นไปยังออกซิแดนท์ และเข้าไปในแบบที่ ขึ้นรูปไว้แล้วดังกล่าว เพื่อที่ว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นจะเกิดขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่องภายใน แบบที่ขึ้นรูปไว้ก่อนตรงบริเวณผิวหน้าระหว่างออกซิแดนท์ดัง กล่าว และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่เกิด ขึ้นก่อนหน้าดังกล่าว (iv) การดำเนินต่อไปของปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว ภายใน่วงอุณหภูมิดังกล่าว เพื่อที่อย่างน้อยส่วนหนึ่งของ แบบที่ขึ้นรูปไว้ก่อนที่ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว จะเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น อันจะทำให้ได้เป็นแม่พิมพ์ที่มี คุณสมบัติทึบ ซึ่งมีช่องโพรงดังกล่าว; และ (v) การแยกออกอย่างน้อยส่วนหนึ่งของโลหะที่มากเกิดไปจาก ช่องโพรงดังกล่าว ซึ่งไม่ได้ทำปฏิกิริยากับออกซิแดนท์ดัง กล่าวให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (b) การจัดเติมมวลที่ซึ่งผ่านได้ที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัว ที่สองเข้าไปภายในช่องโพรงดังกล่าวของแม่พิมพ์ทึบดังกล่าว และทำให้เกิดการสัมผัสมวลของตัวเติมให้เต็มตัวที่สองดัง กล่าวด้วยอย่างน้อยโลหะที่หลอมเหลวตัวหนึ่งที่เลือกมาจาก หมู่ที่ประกอบด้วยอะลูมินัมและแมกนีเซียม; (c) การปิดผนึกกั้นส่วนที่บรรจุในแม่พิมพ์เป็นช่วงระยะเวลา ที่นานเพียงพอที่จะเกิดการแทรกซึมด้วยตัวเองของมวลที่เป็น ตัวเติมให้เต็มตัวที่สองดังกล่าว โดยโลหะที่หลอมเหลวอย่าง น้อยตัวหนึ่งดังกล่าว; และ (d) เมื่อขั้นตอนตาม (c) เสร็จสมบูรณ์ จะทำให้โลหะท่หลอม เหลวอย่างน้อยตัวหนึ่งดังกล่าวแข็งตัว เพื่อทำให้ได้เป็น วัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของโลหะดังกล่าว
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิ ข้อ 1 รวมถึงการใช้โลหะที่หลอม เหลว อย่างน้อยตัวหนึ่งดังกล่าว เพื่อผลต่อการปิดผนึกกั้น ดังระบุในขั้นตอน (c)
3. วิธีการผลิตวัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของโลหะที่ ประกอบด้วย : (a) การขึ้นรูปแบบแม่พิมพ์ที่มีคุณสมบัติทึบ โดมีขั้นตอน ที่ประกอบด้วย : (i) การจัดให้มีขึ้นซึ่งแบบที่ขึ้นรูปไว้ก่อนที่สามารถซึม ผ่านได้ ซึ่งประกอบด้วยวัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่ หนึ่ง และมีช่องโพรงอยู่ภายใน โดยมีอย่างน้อยช่องเปิดช่อง หนึ่งที่ผิวหน้าด้านนอกของมัน (ii) การทำให้เกิดการสัมผัสของโลหะแม่ที่หลอมเหลวกับแบบที่ ขึ้นรูปไว้ก่อนดังกล่าว และกับออกซิแดนท์ เพื่อทำปฏิกิริยา กับโลหะแม่ที่หลอมเหลวด้วยออกซิแดนท์ดังกล่าว ภายในช่วง อุณหภูมิที่อยู่ระหว่างจากระดับอุณหภูมิเหนือจุดหลอมเหลว ของโลหะแม่ดังกล่าว ถึงระดับอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลว ของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว (iii) การคงไว้ที่อย่างน้อยส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก ปฏิกิริยาออกิเดชั่นดังกล่าว ให้สัมผัสกับและยื่นเข้าไป ระหว่างโลหะแม่ที่หลอมเหลวดังกล่าวและออกซิแดนท์ดังกล่าว เพื่อให้โลหะแม่ที่หลอมเหลวตกลงผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นไปยังออกซิแดนท์และเข้าไปในแบบที่ขึ้น รูปไว้ก่อนดังกล่าว เพื่อที่ว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในแบบที่ ขึ้นรูปไว้ก่อนดังกล่าว ตรงระหว่างผิวหน้าที่อยู่ระหว่าง ออกซิแดนท์ดังกล่าวและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาออก ซิเดชั่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้าดังกล่าว ; และ (iv) การดำเนินต่อไปของปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว ภายใน ช่วงระดับอุณหภูมิดังกล่าว เพื่อที่อย่างน้อยส่วนหนึ่งของ แบบที่ขึ้นรูปไว้ก่อน ซึ่งปิดช่องโพรงดังกล่าวให้อยู่ภายใน ผลิตภัณพ์ที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว โดยการ เกิดขึ้นของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริาออกซิเดชั่นเข้าไป อันจะทำให้ได้เป็นแม่พิมพ์ทึบดังกล่าวที่มีช่องโพงดังกล่าว และอย่างน้อยช่องเปิดช่องหนึ่ง (v) การแยกออกอย่างน้อยส่วนหนึ่งของโลหะที่มากเกิดไปออกจาก ช่องโพรงดังกล่าว ซึ่งเป็นพวกที่ไม่ได้ทำปฏิกิริยากับออกซิ แดนท์ เพื่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาออก ซิเดชั่นดังกล่าว (b) การจัดเติมมวลที่สามารถซึมผ่านได้ของวัสดุที่เป็นตัว เติมให้เต็มตัวที่สองเข้าไปภายในช่องโพรงดังกล่าวของแม่ พิมพ์ทึบดังกล่าว; (c) การนำเข้าไปซึ่งอย่างน้อยโลหะที่หลอมเหลวตัวหนึ่งท่ เลือกมาจากหมู่ที่ประกอบด้วยอะลูมินัมและแมกนีเซียม ให้ เข้าไปใน่องเปิดอย่างน้อยหนึ่งช่องดังกล่าว เพื่อปิดผนึก กั้นมวลของตัวเติมให้เต็มตัวที่สองดังกล่าวให้อยู่ภายใน ช่องโพรงดังกล่าว และเกิดการสัมผัสของวัสดุที่เป็นตัวเติม ให้เต็มตัวที่สองดังกล่าวด้วยอย่างน้อยโลหะที่หลอมเหลวตัว หนึ่งดังกล่าว เป็นเวลาที่นานเพียงพอที่จะเกิดการแทรกซึม ด้วยตัวเองแก่มวลของวัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่สอง ด้วยอย่างน้อยโลหะที่หลอมเหลวตัวหนึ่งดังกล่าวและจะทำให้ ได้เป็นวัสดุหลอมเหลวที่มีวัสดุตัวเติมให้เต็มตัวที่สอง กระจายอยู่ทั่วไป; และ (d) เมื่อขั้นตอนตาม (c) เสร็จสมบูรณ์ จะทำให้โลหะที่หลอม เหลวอย่างน้อยตัวหนึ่งดังกล่าวแข็งตัว เพื่อทำให้ได้เป็น วัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเทมริกซ์ของโลหะดังกล่าว
4. วิธีการตามที่ระบุในข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ซึ่งวัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่หนึ่งดัง กล่าว ประกอบด้วยวัสดุที่เลือกมาจากหมู่ที่ประกอบด้วย อะลู มิน่า และซิลิคอน คาร์ไบด์ โลหะแม่ดังกล่าวจะเป็นอะลูมินัม วัสดุที่ใช้เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่สองจะเป็นซิลิคอน คาร์ไบต์ และโลหะที่หลอมเหลวอย่างน้อยตัวหนึ่งดังกล่าวในขั้นตอน (b) จะเป็นพวกอะลูมินัม
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งในขั้นตอน (a) (iv) การฝังตัวอยู่ภายในผลิตภัณฑ์ที่ได้ จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่อย่างน้อยส่วนหนึ่งของแบบที่ ขึ้นรูปไว้ก่อน จะกำหนดเป็นส่วนช่องโพรงดังกล่าว
6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งในขั้นตอน (a) (iv) จะเกิดขึ้นภายในช่องโพรงดังกล่าว ของแบบที่ขึ้นรูปไว้ก่อนที่สามารถซึมผ่านได้ดังกล่าว
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งในขั้นตอน (a) (v) โลหะที่มากเกินไปดังกล่าวถูกแยกออก จากช่องโพรงดังกล่าวในลักษณะที่เป็นโลหะแม่ที่หลอมเหลว
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งรวมถึงการกำหนดอย่างน้อยส่วนหนึ่งของรูปทรงของแม่พิมพ์ ทึบดังกล่าวโดยการใช้วิถีทางตัวกั้นขวางอย่างน้อยตัวหนึ่ง กับมวลของวัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่หนึ่งดังกล่าว เพื่อที่จะกำหนดอย่างน้อยขอบเขตหนึ่งของการเกิดขึ้นของผลิต ภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิรยาออกซิเดชั่น
9. วิธีการตามข้อถือสิทธิ ข้อ 4 ยังประกอบด้วยการกำหนด อย่างน้อยส่วนหนึ่งของรูปทรงของแม่พิมพ์ทึบดังกล่าว โดยการ ใช้วิถีทางตัวกั้นขวางอย่างน้อยตัวหนึ่งกับมวลของวัสดุที่ เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่หนึ่งดังกล่าวเพื่อกำหนดอย่างน้อย ขอบเขตหนึ่งของการเกิดขึ้นของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยา ออกซิเดชั่นดังกล่าว
10. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งมวลของวัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่หนึ่งดัง กล่าว ประกอบด้วยส่วนฐานที่ซึมผ่านได้ของวัสดุที่เป็นตัว เติมให้เต็มที่สามารถขึ้นเป็นแบได้ และผนังช่องโพรงที่มี รูปทรงดังกล่าวที่อยู่ภายในส่วนฐานดังกล่าวจะเกิดขึ้นโดย การจัดให้โลหะแม่ที่มีรูปแบบมีส่วนที่เป็นรูปทรงที่ต้องการ ใช้ ซึ่งจะถอดแบบจากแบบที่กลับกันที่กำหนดด้วยรูปทรงของ ช่องโพรงของแม่พิมพ์ดังกล่าว และจะฝังเข้าที่อย่างน้อยที่ ส่วนซึ่งเป็นรูปแบบที่ต้องการใช้ดังกล่าว ที่อยู่ในส่วนฐาน ที่เป็นวัสดุตัวเติมให้เต็มที่เป็นแบบได้ดังกล่าว และหลัง จากการให้ความร้อน โลหะแม่จะฝังตัวโดยอยู่ ในช่วงระดับอุณหภูมิดังกล่าว เพื่อเกิดเป็นโลหะแม่ที่หลอม เหลวดังกล่าว เข้าไปสัมผัสกับผนังช่องโพรงที่มีรูปร่างดัง กล่าว
11. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งมวลของวัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่หนึ่งดัง กล่าว ประกอบด้วส่วนฐานที่สามารถซึมผ่านได้ที่เป็นวัสดุตัว เติมให้เต็มที่ขึ้นเป็นแบบได้ และผนังช่องโพรงดังกล่าวี่ อยู่ในส่วนฐานดังกล่าวจะถูกทำขึ้นโดยการจัดให้มีส่วนของรูป แบบที่ขยายได้ ซึ่งถูกทำให้มีรูปร่างที่กลับกันกับรูปทรง ตามที่ต้องการของช่องโพรงดังกล่าว และการฝังส่วนรูปแบบที่ ขยายได้ดังกล่าวในส่วนฐานที่เป็นวัสดุเติมให้เต็มที่เป็น แบบได้ดังกล่าว และหลังจากการเข้าไปแทนที่ส่วนที่เป็นรูป แบบที่ขยายได้ที่ฝังอยู่ดังกล่าวด้วยโลหะแม่ที่หลอมเหลว ซึ่งจะสัมผัสเข้ากับผนังของช่องโพรงที่มีรูปร่างดังกล่าว
12. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ที่ซึ่งมวลของวัสดุที่เป็น ตัวเติมให้เต็มตัวที่หนึ่งดังกล่าว ประกอบด้วยส่วนฐานที่ ซึมผ่านได้ ของวัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มที่ขึ้นแบบได้ และผนังช่องโพรงที่มีรูปร่างดังกล่าวที่อยู่ในส่วนฐาน จะ ถูกทำขึ้นโดยการจัดให้มีโลหะแม่ที่มีรูปร่าง ซึ่งมีแบบตาม ที่ต้องการใช้ ซึ่งจะกลับกันกับแบบที่เป็นรูปทรงที่กำหนด ของช่องโพรงแม่พิมพ์ดังกล่าว และการฝังเข้าไปที่อย่างน้อย ส่วนรูปแบบที่ต้องการดังกล่าวที่อยู่ในส่วนฐานที่เป็นวัสดุ ตัวเติมให้เต็มที่ขึ้นเป็นแบบได้ดังกล่าว และหลังจากการให้ ความร้อนภายในช่วงอุณหภูมิดังกล่าว โลหะแม่ที่ฝังอยู่จะ กลายเป็นโลหะแม่ที่หลอมเหลวเข้าไปสัมผัสกับผนังของช่อง โพรงที่มีรูปร่างดังกล่าว
13. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ที่ซึ่งมวลของวัสดุที่เป็น ตัวเติมให้เต็มดังกล่าว ประกอบด้วยส่วนฐานที่สามารถซึมผ่าน ได้ของวัสดุตัวเติมให้เต็มที่เป็นแบบได้ และช่องโพรงที่ อยู่ในส่วนฐานดังกล่าวจะถูกทำขึ้นโดยการจัดให้มีส่วนรูปแบบ ที่ขยายได้ ซึ่งมีรูปทรงที่กลับกันกับรูปทรงที่กำหนดในช่อง โพรงของแม่พิมพ์ดังกล่าว และการฝังส่วนรูปแบบที่ขยายได้ดัง กล่าวอยู่ภายในส่วนฐานที่เป็นวัสดุตัวเติมให้เต็มที่เป็น แบบได้ดังกล่าว และหลังจากการแทนที่ส่วนรูปแบบที่ขยายได้ ที่ฝังอยู่ดังกล่าวด้วยโลหะที่หลอมเหลว ซึ่งจะสัมผัสเข้า กับผนังช่องโพรงที่มีรูปร่างดังกล่าว
14. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่รวมถึงการแยกวัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของโลหะดัง กล่าวออกจากแม่พิมพ์ดังกล่าว
15. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 14 ที่รวมถึงการแยกวัตถุที่ มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของโลหะดังกล่าวออกจากแม่พิมพ์ดัง กล่าวโดยการทำให้แม่พิมพ์ดังกล่าวแตกออกด้วยการลดอุณหภูมิ ลงอย่างกระทันหันโดยการจุ่มแม่พิมพ์ดังกล่าวในขณะที่มันมี ระดับอุณหภูมิที่สูงเข้าไปในของเหลวที่เป็นตัวทำให้เย็น
16. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่รวมถึงการทำให้เกิดการแข็งตัวของขั้นตอน (d) ภายใต้ภาวะ ที่มีการเกาะยึด ซึ่งรวมถึงการคงไว้ซึ่งวัสดุหลอมเหลวที่ แข็งตัวให้สัมผัสอยู่กับอย่างน้อยส่วนหนึ่งของแม่พิมพ์ทึบ ดังกล่าว อันจะทำให้เกิดเป็นวัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมท ริกซ์ของโลหะร่วมอยู่กับอย่างน้อยส่วนหนึ่งของแม่พิมพ์ทึบ ดังกล่าว
17. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ท่ซึ่งช่องโพรงดังกล่าวจะถูกขึ้นรูปร่างไว้ให้มีรูปทรงที่ เลือกขึ้น ซึ่งจะกลับกันกับแบบของวัตถุที่มีส่วนประกอบ แบบเมทริกซ์ของโลหะ
18. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งวัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่สองถูกเลือกมาจาก หมู่ที่ประกอบด้วยอย่างน้อยตัวหนึ่งของออกไซด์, คาร์ไบด์, โบไรด์ และไนไตรด์
19. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งโลหะแม่ดังกล่าวประกอบด้วยโลหะแม่พวกอะลูมินัม
20. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 19 ที่ซึ่งออกซิแดนทืดัง กล่าวประกอบด้วยอากาศ
21. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ที่ซึ่งออกซิแดนท์ดังกล่าว ประกอบด้วยอากาศ
22. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการสัมผัสของอะลูมินัมที่หลอมเหลวดังกล่าวกับตัว เติมให้เต็มตัวที่สองดังกล่าว เกิดขึ้นที่ระดับอุณหภูมิจาก ประมาณ 700 องศาเซลเซียส ถึง 1000 องศาเซลเซียส
23. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 22 ที่ซึ่งช่วงอุณภูมิดัง กล่าวจะเป็นประมาณ 850 องศาเซลเซียส ถึง 950 องศาเซลเซียส
24. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ที่ซึ่งช่วงอุณภูมิดัง กล่าวจะเป็นประมาณ 850 องศาเซลเซียส ถึง 950 องศาเซลเซียส
25. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งโลหะแม่ที่หลอมเหลวดังกล่าวประกบด้วยอะลูมินัม วัสดุที่เป็นตัวเติมให้เต็มตัวที่สองประกอบด้วยอนุภาคของ ซิลิคอน คาร์ไบด์ และอนุภาคซิลิคอนคาร์ไบด์ ดังกล่าวจะถูก เคลือบด้วย Na2O
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH6665A TH6665A (th) | 1989-10-02 |
| TH4194B true TH4194B (th) | 1994-12-16 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| EP0968062B1 (en) | Method of constructing fully dense metal molds | |
| KR930700233A (ko) | 진공 다이 캐스팅에 의한 금속기 복합재료의 제조 | |
| PL277121A1 (en) | Method for manufacturing a composite with a metallic matrix | |
| EP0755664A3 (en) | Cast orthopaedic implant and method of making same | |
| US4682644A (en) | Mold for use in dental precision casting | |
| CS103891A2 (en) | Method of composites manufacture by means of casting | |
| EP0574620A1 (en) | Investment casting of metal matrix composites | |
| EP0347627B1 (en) | Method for producing a piston with cavity | |
| US6610230B2 (en) | Method of making mold using elongated metal elements | |
| US5906781A (en) | Method of using thermally reversible material to form ceramic molds | |
| TH6665A (th) | วิธีการสำหรับทำวัตถุที่มีส่วนประกอบแบบเมทริกซ์ของ?โลหะ | |
| US4566518A (en) | Method of heat retention in a blind riser | |
| EP1037723B1 (en) | Method of forming a ceramic mold | |
| JPH0342213A (ja) | 成形用分割型の製造方法 | |
| JPH05277699A (ja) | 薄肉鋳物の鋳造方法 | |
| US7360577B2 (en) | Process for lost-foam casting with chill | |
| US2903761A (en) | Permanent pre-cast mold | |
| JPH06106327A (ja) | 薄肉鋳物の鋳造方法 | |
| JPH0341245B2 (th) | ||
| JP2734074B2 (ja) | 樹脂成形用溶出性中子 | |
| JPS5927750A (ja) | マグネシウム合金の鋳造方法 | |
| JPS61172709A (ja) | 合成樹脂成形用樹脂型の製造法 | |
| JPH0434987Y2 (th) | ||
| US5739466A (en) | Casing for electronic components having insulated passages | |
| JPH018324Y2 (th) |