TH44158A - สายพันธุ์ไวรัสตับอักเสบชนิด b ที่เหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยวัคซีนและการใช้งานของสายพันธุ์ดังกล่าว - Google Patents

สายพันธุ์ไวรัสตับอักเสบชนิด b ที่เหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยวัคซีนและการใช้งานของสายพันธุ์ดังกล่าว

Info

Publication number
TH44158A
TH44158A TH9901002146A TH9901002146A TH44158A TH 44158 A TH44158 A TH 44158A TH 9901002146 A TH9901002146 A TH 9901002146A TH 9901002146 A TH9901002146 A TH 9901002146A TH 44158 A TH44158 A TH 44158A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
polypeptide
virus
hepatitis
amino acid
surface antigen
Prior art date
Application number
TH9901002146A
Other languages
English (en)
Other versions
TH44158A3 (th
Inventor
เว หนิง นายเชน
Original Assignee
กัฟเวิร์นเมนต์ ออฟ เดอะ รีพับลิค ออฟ สิงคโปร์
Filing date
Publication date
Application filed by กัฟเวิร์นเมนต์ ออฟ เดอะ รีพับลิค ออฟ สิงคโปร์ filed Critical กัฟเวิร์นเมนต์ ออฟ เดอะ รีพับลิค ออฟ สิงคโปร์
Publication of TH44158A3 publication Critical patent/TH44158A3/th
Publication of TH44158A publication Critical patent/TH44158A/th

Links

Abstract

DC60 การประดิษฐ์นี้จะจัดเตรียมสายพันธุ์ที่ทำให้แยกตัวออกมาของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้ รับ การระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของ แอนติเจนพื้นผิว-'S'-145ของไวรัสตับอักเสบ ชนิด B ในมนุษย์ (Human HepatitisB Virus Surface Antigen-'S'-145 Singapore Strain) (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) ที่ ซึ่งจีโนมของไวรัสองค์ประกอบจะได้รับการฝากอยู่ภายใต้ Accession หมายเลข P97121504, P97121505, P97121506,พร้อมด้วย European Collection of Cell Culture เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1997 การประดิษฐ์นี้ยังจะจัดเตรียมกรดนิวคลีอิกที่ทำ ให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสโพลีเปปไทด์ที่ เป็น แอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับ อักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับ กรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจน พื้นผิวที่สำคัญของ ไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง ในลักษณะที่กรด อะมิโน ณ หมายเลขตำแหน่งที่ 145 ของโพลี เปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทนที่จะเป็น ไกลซีน, และเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ การ ประดิษฐ์นี้ยังจะจัดเตรียมกรดนิวคลีอิกที่ ทำให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสเปปไทด์, ที่ซึ่ง เปปไทด์ ดังกล่าวได้รับการเข้ารหัสโดยโมเลกุล ของกรดนิวคลีอิกซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอ ไทด์ 527 ถึง 595 ของ ลำดับการแสดงตัวหมาย เลข 1, และเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ดังกล่าว การ ประดิษฐ์นี้ยังจะจัดเตรียม วิธีการต่างๆซึ่งใช้ กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาและโพลี เปปไทด์ซึ่งได้รับการเปิดเผยเอาไว้ การ ประดิษฐ์นี้ยังจะจัดเตรียมการใช้งานต่างๆ ของสายพันธุ์ของไวรัสดังกล่าวและโปรตีน ของไวรัส ดังกล่าว การประดิษฐ์นี้จะจัดเตรียมสายพันธุ์ที่ทำให้แยกตัวออกมาของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้ รับ การระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของ แอนติเจนพื้นผิว-'S'-145ของไวรัสตับอักเสบ ชนิด B ในมนุษย์ (Human HepatitisB Virus Surface Antigen-'S'-145 Singapore Strain) (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) ที่ ซึ่งจีโนมของไวรัสองค์ประกอบจะได้รับการฝากอยู่ภายใต้ Accession หมายเลข P97121504, P97121505, P97121506,พร้อมด้วย European Collection of Cell Culture เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1997 การประดิษฐ์นี้ยังจะจัดเตรียมกรดนิวคลีอิกที่ทำ ให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสโพลีเปปไทด์ที่ เป็น แอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับ อักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับ กรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจน พื้นผิวที่สำคัญของ ไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือกรด อะมิโน ณ หมายเลขตำแหน่งที่ 145 ของโพลี เปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทนที่จะเป็น ไกลซีน, และเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ การ ประดิษฐ์นี้ยังจะจัดเตรียมกรดนิวคลีอิกที่ ทำให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสเปปไทด์, ที่ซึ่ง เปปไทด์ดัง กล่าวได้รับการเข้ารหัสโดยโมเลกุล ของกรดนิวคลีอิกซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอ ไทด์ 527 ถึง 595 ของ ลำดับการแสดงตัวหมาย เลข 1, และเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ดังกล่าว การ ประดิษฐ์นี้ยังจะจัดเตรียม วิธีการต่างๆซึ่งใช้ กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาและโพลี เปปไทด์ซึ่งได้รับการเปิดเผยเอาไว้ การ ประดิษฐ์นี้ยังจะจัดเตรียมการใช้งานต่างๆ ของสายพันธุ์ของไวรัสดังกล่าวและโปรตีน ของไวรัส ดังกล่าว

Claims (74)

1. สายพันธุ์ที่ทำให้แยกตัวออกมาของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์ สิงคโปร์ของแอนติเจนพื้นผิว-'S'-145 ของไวรัส ตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (Human Hepatitis B Virus Surface Antigen -'S'-145 Singapore Strain) (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) ที่ซึ่งจีโนมของ ไวรัสองค์ ประกอบจะได้รับการฝากอยู่ภายใต้ Accession หมายเลข P97121504,P97121505, P97121506 พร้อม ด้วย European Collection of Cell Culture เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ.1997
2. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาซึ่งจะเข้ารหัสโพลีเปปไทด์ที่เป็นแอนติเจนพื้นผิวที่ สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B,โพลีเปปไทด์ ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับ อับเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือกรดอะมิโน ณ หมายเลขตแหน่งที่ 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าว จะเป็นอาร์จินีนแทนที่จะเป็นไกลซีน
3. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาของข้อถือสิทธิที่ 2 ที่ซึ่งโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะได้รับ การเข้ารหัสโดยนิวคลีโอไทด์ 155 ถึง 835 ของลำดับกรดนิวคลีอิที่ระบุเอาไว้ด้วยการแสดงตัว หมายเลข 1
4. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาของข้อถือสิทธิที่ 3 ซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ "AGA" ในตำแหน่ง 587-589
5. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาของข้อถือสิทธิที่ 2 ที่ซึ่งกรดนิวคลีอิกดังกล่าวคือ ดีเอ็นเอ
6. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาของข้อถือสิทธิที่ 2 ที่ซึ่งกรดนิวคลีอิกดังกล่าวคือ อาร์เอ็นเอ
7. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาของข้อถือสิทธิที่ 5 ที่ซึ่งกรดนิวคลีอิกดังกล่าวคือ ซีดีเอ็นเอ
8. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาของข้อถือสิทธิที่ 5 ที่ซึ่งกรดนิวคลีอิกดังกล่าวคือ จีโนมิก ดีเอ็นเอ
9. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาของข้อถือสิทธิที่ 2 ที่ซึ่งโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะมีลำดับ กรดอะมิโนที่โดยส่วนใหญ่แล้วเหมือนกันกับส่วนที่เหลือของ กรดอะมิโน 174 ถึง 400 ของลำดับกรด อะมิโนที่ระบุเอาไว้ลำดับการแสดงตัวหมายเลข 3
10. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสเปปไทด์ ที่ซึ่งเปปไทด์ดังกล่าวจะได้รับการ เข้ารหัสโดยโมเลกุลของกรดนิวคลีอิกซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ 527-595 ของลำดับการแสดง ตัวหมายเลข 1
11. กรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสแปปไทด์ ที่ซึ่งเปปไทด์ดังกล่าวจะมีลำดับ กรดอะมิโนที่ประกอบด้วยส่วนที่เหลือของ กรดอะมิโน 298 ถึง 320 ของลำดับกรดอะมิโนที่ระบุเอาไว้ ด้วยลำดับการแสดงตัวหมายเลข 3
12. เวคเตอร์ซึ่งประกอบด้วยกรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสโพลีเปปไทด์ซึ่ง เป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธ์หนึ่งของไวรัสตับเสบ ชนิด B โพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้น ผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทนที่จะเป็นไกลซีน และจะได้รับการเชื่อมโยงในการทำงาน กับสารกระตุ้นของการคัดลอกอาร์เอ็นเอ
13. เวคเตอร์ซึ่งประกอบด้วยกรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสแปปไทด์ ที่ซึ่ง เปปไทด์ดังกล่าวจะได้รับการเข้ารหัสโดยโมเลกุลของกรดนิวคลีอิกซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ 527 ถึง 595 ของลำดับการแสดงตัวหมายเลข 1
14. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิที่ 12 หรือ 13 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเวคเตอร์ดังกล่าวจะประกอบด้วย ดีเอ็นเอของไวรัส
15. ระบบเวคเตอร์ของผู้ถูกอาศัยสำหรับการผลิตโพลีเปปไทด์ ซึ่งประกอบด้วยเวคเตอร์ของ ข้อถือสิทธิที่ 12 ในผู้ถูกอาศัยที่เหมาะสม
16. ระบบเวคเตอร์ของผู้ถูกอาศัยสำหรับการผลิตเปปไทด์ ซึ่งประกอบด้วยเวคเตอร์ของข้อถือ สิทธิที่ 13 ในผู้ถูกอาศัยที่เหมาะสม
17. วิธีการผลิตโพลีเปปไทด์ ซึ่งประกอบด้วยการทำให้ระบบเวคเตอร์ของผู้ถูกอาศัยของข้อถือ สิทธิที่ 15 เจริญเติบโตภายใต้สภาวะที่เหมาะสมซึ่งยินยอมให้มีการผลิตโพลีเปปไทด์ดังกล่าว และการ ทำให้โพลีเปปไทด์ที่ผลิตขึ้นมากลับคืนสภาพเดิม
18. วิธีการผลิตเปปไทด์ ซึ่งประกอบด้วยการทำให้ระบบเวคเตอร์ของผู้ถูกอาศัยของข้อถือสิทธิ ที่ 16 เจริญเติบโตภายใต้สภาวะที่เหมาะสมซึ่งยินยอมให้มีการผลิตโพลีเปปไทด์ดังกล่าว และการทำให้ โพลีเปปไทด์ที่ผลิตขึ้นมากลับคืนสภาพเดิม
19. วิธีการทำให้ได้โพลีเปปไทด์ในรูปแบบที่ทำให้บริสุทธิ์ซึ่งประกอบด้วย: (a) การนำเวคเตอร์ของข้อถือสิทธิที่ 12 เข้าไปสู่เซลล์ของผู้ถูกอาศัยที่เหมาะสม; (b) การเพาะเลี้ยงเซลล์ของผู้ถูกอาศัยที่ได้เพื่อที่จะผลิตโพลีเปปไทด์; (c) การทำให้โพลีเปปไทด์ที่ผลิตขึ้นในขั้นตอน (b) กลับคืนสภาพเดิม ; และ (d) การทำให้โพลีเปปไทด์ที่ทำให้กลับคืนสภาพเดิมมีความบริสุทธิ์
20. วิธีการทำให้ได้โพลีเปปไทด์ในรูปแบบที่ทำให้บริสุทธิ์ซึ่งประกอบด้วย: (a) การนำเวคเตอร์ของข้อถือสิทธิที่ 13 เข้าไปสู่เซลล์ของผู้ถูกอาศัยที่เหมาะสม; (b) การเพาะเลี้ยงเซลล์ของผู้ถูกอาศัยที่ได้เพื่อที่จะผลิตโพลีเปปไทด์; (c) การทำให้โพลีเปปไทด์ที่ผลิตขึ้นในขั้นตอน (b) กลับคืนสภาพเดิม; และ (d) การทำให้โพลีเปปไทด์ที่ทำให้กลับคืนสภาพเดิมมีความบริสุทธิ์
21. โพลีเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตก ต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าว คือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน แทนที่จะเป็น ไกลซีน
22. โพลีเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ ซึ่งทำให้ได้มาจากวิธีการของข้อถือสิทธิที่ 19
23. เปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ ที่ซึ่งเปปไทด์ดังกล่าวจะมีลำดับกรด อะมิโนซึ่งประกอบด้วย ส่วนที่เหลือของ กรดอะมิโน 298 ถึง 320 ของลำดับกรดอะมิโนที่ระบุเอาไว้โดยลำดับการแสดงตัว หมายเลข 3
24. เปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ ซึ่งทำให้ได้มาจากวิธีการของข้อถือสิทธิที่ 20
25. โอลิโกนิวคลีโอไทด์ของนิวคลีโอไทด์อย่างน้อยที่สุด 15 หน่วย ซึ่งสามารถผสมต่างชนิด เข้าด้วยกันกับลำดับที่มีเอกลักษณ์ของนิวคลีโอไทด์ภายในกรดนิวคลีอิกซึ่งเข้ารหัสนิวคลีโอไทด์ที่เป็น แอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบ ชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิว ที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของ โพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทนที่จะเป็น ไกลซีน, โดยปราศจากการผสมต่างชนิดเข้ากับ ลำดับใดๆ ของนิวคลีโอไทด์ภายในกรดนิวคลีอิกซึ่งเข้ารหัสแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับ อักเสบชนิด B แบบรุนแรง
26. โอลิโกนิวคลีโอไทด์ของข้อถือสิทธิที่ 25 ซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ 527 ถึง 595 ของ ลำดับการแสดงตัวหมายเลข 1
27. วิธีการทำให้ได้แอนติบอดีเพื่อให้กับโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการ เปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมี ลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบ ชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็น อาร์จินีนแทนที่จะเป็น., และไม่ได้ให้กับแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุน แรง, ซึ่งประกอบด้วย: (a) การทำให้ได้โพลีเปปไทด์ในรูปแบบที่ทำให้บริสุทธิ์: (b) การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสิ่งมีชีวิตที่สามารถผลิตแอนติบอดีต่อต้านกับ โพลีเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ดังกล่าว; (c) การรวบรวมแอนติบอดีที่ผลิตขึ้นมา; (d) การรวมแอนติบอดีที่ผลิตขึ้นมาและโพลีเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ดังกล่าวภายใต้ สภาวะที่จะก่อรูปเป็นกลุ่มรวม; และ (e) การประเมินว่าแอนติบอดีใดที่ผลิตขึ้นมาจะก่อรูปเป็นกลุ่มรวมพร้อมกับ โพลีเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ดังกล่าว เพื่อที่จะทำให้ได้แอนติบอดีเพื่อให้กับ โพลีเปปไทด์ดังกล่าว
28. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะได้รับการเข้ารหัสโดยนิวคลี- โอไทด์ 155 ถึง 835 ของลำดับกรดนิวคลีอิกที่ระบุเอาไว้โดยลำดับการแสดงตัวหมายเลข 1
29. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะมีลำดับกรดอะมิโนที่โดยส่วน ใหญ่แล้วเหมือนกันกับส่วนที่เหลือของกรดอะมิโน 174 ถึง 400 ของลำดับกรดอะมิโนที่ระบุเอาไว้โดย ลำดับการแสดงตัวหมายเลข 3
30. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งสิ่งมีชีวิตดังกล่าวประกอบด้วยกระต่ายหรือหนู
31. วิธีการทำให้ได้แอนติบอดีเพื่อให้กับเปปไทด์,ที่ซึ่งเปปไทด์ดังกล่าวจะมีลำดับกรดอะมิโน ซึ่งประกอบด้วยส่วนที่เหลือของ กรดอะมิโน 298 ถึง 320 ของลำดับกรด อะมิโนที่ระบุเอาไว้โดย ลำดับการแสดงตัวหมายเลข 3, ซึ่งประกอบด้วย: (a) การทำให้ได้เปปไทด์ในรูปแบบที่ทำให้บริสุทธิ์; (b) การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสิ่งมีชีวิตที่สามารถผลิตแอนติบอดีต่อต้านกับเปปไทด์ที่ทำให้ บริสุทธิ์ดังกล่าว; (c) การรวบรวมแอนติบอดีที่ผลิตขึ้นมา; (d) การรวมแอนติบอดีที่ผลิตขึ้นมาและเปปไทด์ที่ทำให้บริสุทธิ์ดังกล่าวภายใต้สภาวะที่จะ ก่อรูปเป็นกลุ่มรวม; และ (e) การประเมินว่าแอนติบอดีใดที่ผลิตขึ้นมาจะก่อรูปเป็นกลุ่มรวมพร้อมกับเปปไทด์ที่ทำ ให้บริสุทธิ์ดังกล่าว เพื่อที่จะทำให้ได้แอนติบอดีเพื่อให้กับเปปไทด์ดังกล่าว
32. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งสิ่งมีชีวิตดังกล่าวประกอบด้วยกระต่ายหรือหนู
33. แอนติบอดีที่ทำให้ได้มาในข้อถือสิทธิที่ 27 หรือ 31 ข้อใดข้อหนึ่ง
34. แอนติบอดีที่ได้จากเซลล์ชนิดเดียวของแอนติบอดีของข้อถือสิทธิที่ 33
35. แอนติบอดีที่สามารถตรวจจับโพลีเปปไทด์ที่เป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยน แปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรด อะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบ รุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีแปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทน ที่จะเป็นไกลซีน, และที่ไม่สามารถตรวจจับแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง
36. แอนติบอดีที่สามารถตรวจจับเปปไทด์ ที่ซึ่งเปปไทด์ดังกล่าวจะมีลำดับกรด อะมิโนที่ ประกอบด้วยส่วนที่เหลือของ กรดอะมิโน 298 ถึง 320 ของลำดับกรดอะมิโนที่ระบุเอาไว้โดยลำดับการ แสดงตัวหมายเลข 3
37. การใช้งานของกรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาซึ่งเข้ารหัสโพลีเปปไทด์ ซึ่งเป็น แอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของ ไวรัสตับอักเสบ ชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้น ผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทนที่จะเป็นไกลซีน, สำหรับการประเมินว่าผู้เข้ารับการ รักษาได้รับการติดเชื้อโรคด้วยสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธ์ สิงคโปร์ของแอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) หรือไม่, โดยการประเมินดังกล่าวประกอบด้วย: (a) การทำให้ได้ตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกที่เหมาะสมจากผู้เข้ารับการรักษา; และ (b) การประเมินว่าตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกจากขั้นตอน (a) เป็น, หรือได้รับการ ทำให้ได้มาจาก, กรดนิวคลีอิกที่เข้ารหัสโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่ สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบ ชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าว จะมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรด อะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าว คือกรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน แทนที่จะเป็นไกลซีน
38. การใช้งานของข้อถือสิทธิที่ 37 ที่ซึ่งตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกในขั้นตอน (a) จะ ประกอบด้วย mRNA ที่สอดคล้องกับการคัดลอกของดีเอ็นเอซึ่งเข้ารหัสโพลีเปปไทด์ ซึ่งเป็นแอนติเจน พื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญ ของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลี- เปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทนที่จะเป็นไกลซีน,และที่ซึ่งการประเมินของขั้นตอน (b) จะ ประกอบด้วย: (i) การทำให้ mRNA สัมผัสกับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ของข้อถือสิทธิที่ 25 ภายใต้สภาวะ ซึ่งยินยอมให้มีการรวมตัวกันของ mRNA เข้ากับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว เพื่อ ก่อรูปขึ้นเป็นกลุ่มรวม; (ii) การแบ่งแยกกลุ่มรวมที่ก่อรูปขึ้นมาดังกล่าว, และ (iii) การจำแนก mRNA ในกลุ่ม รวมที่แยกออกมาดังกล่าวเพื่อที่จะประเมินว่า mRNA ดังกล่าวเป็น, หรือได้รับการ ทำให้ได้มาจาก, กรดนิวคลีอิกซึ่งเข้ารหัสโพลีเปปไทด์ดังกล่าว
39. การใช้งานของข้อถือสิทธิที่ 37 ที่ซึ่งตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกในขั้นตอน (a) จะ ประกอบด้วย mRNA ที่สอดคล้องกับการคัดลอกของดีเอ็นเอซึ่งเข้ารหัส โพลีเปปไทด์ ซึ่งเป็นแอนติเจน พื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพ ลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของ ไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทนที่จะเป็นไกลซีน, และที่ซึ่งการประเมินของขั้นตอน (b) จะประกอบด้วย: (i) การย้ายตำแหน่ง mRNA ดังกล่าวภายใต้สภาวะที่เหมาะสมเพื่อทำให้ได้ลำดับเกรด อะมิโน; และ (ii) การเปรียบเทียบลำดับกรดอะมิโนดังกล่าวของขั้นตอน (i) กับลำดับกรดอะมิโน ของกรดนิวคลีอิกของข้อถือสิทธิที่ 9 เพื่อที่จะประเมินว่าตัวอย่างสุ่มของกรด นิวคลีอิกดังกล่าวเป็น, หรือได้รับการทำให้ได้มาจาก,กรดนิวคลีอิกซึ่งเข้ารหัส โพลีเปปไทด์ดังกล่าว
40. การใช้งานของข้อถือสิทธิที่ 37 ที่ซึ่งการประเมินของขั้นตอน (b) จะประกอบด้วย: (i) การเพิ่มปริมาณกรดนิวคลีอิกที่ปรากฏอยู่ในตัวอย่างสุ่มของขั้นตอน (a); และ (ii) การตรวจจับการปรากฏอยู่ของโพลีเปปไทด์ในกรดนิวคลีอิกที่ได้รับการเพิ่ม ปริมาณดังกล่าว
41. การใช้งานของแอนติบอดีที่สามารถตรวจจับโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่า เป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของแอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน เป็นอาร์จินีน) สำหรับการประเมินว่าผู้เข้ารับการรักษาได้รับการติดเชื้อโรคโดยสายพันธุ์ของไวรัสตับ อักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของแอนติเจนพื้นผิว-'S'-145 ของไวรัสตับ อักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) หรือไม่, โดยการประเมินดังกล่าวประกอบด้วย: (a) การทำให้ได้ตัวอย่างสุ่มที่เหมาะสมจากผู้เข้ารับการรักษา; และ (b) การประเมินว่าตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกจากขั้นตอน (a) เป็น, หรือได้รับการ ทำให้ได้มาจาก, กรดนิวคลีอิกที่เข้ารหัสโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่ สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบ ชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโน ของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรด อะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของ โพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีนแทน ที่จะเป็นไกลซีน โดยการสัมผัสตัวอย่างสุ่มดังกล่าวภายใต้สภาวะที่เหมาะสมเพื่อ รวมตัวกับแอนติบอดีดังกล่าว เพื่อที่จะประเมินว่าผู้เข้ารับการรักษาได้รับการติด เชื้อโรคหรือไม่
42. การใช้งานของข้อถือสิทธิที่ 37,38 หรือ 41 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งกรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัว ออกมา,โอลิโกนิวคลีโอไทด์ หรือแอนติบอดีดังกล่าวจะได้รับการแสดงให้รู้ด้วยสัญญลักษณ์ที่สามารถ ตรวจจับได้
43. การใช้งานของข้อถือสิทธิที่ 42 ที่ซึ่งสัญญลักษณ์ที่สามารถตรวจจับได้ดังกล่าวจะเป็น ไอโซโทปกัมมันตรังสี,ฟลูโอโรฟอร์,หรือเอ็นไซม์
44. การใช้งานของข้อถือสิทธิที่ 37 ที่ซึ่งตัวอย่างสุ่มดังกล่าวประกอบด้วย เลือด,เนื้อเยื่อ หรือ เซรุ่ม
45. วิธีการสำหรับการจำแนกสารประกอบเชิงเคมีสำหรับการผลิตยารักษาโรคที่สามารถ รักษา การติดเชื้อโรคโดยสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของ แอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) ซึ่งประกอบ ด้วย: (a) การทำให้โพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดัง กล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่ สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่ง หมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน,แทนที่จะเป็นไกลซีน, สัมผัสกับสารประกอบเชิงเคมีภายใต้สภาวะที่ยินยอมให้มีการรวมตัวระหว่างโพลี- เปปไทด์และสารประกอบเชิงเคมีดังกล่าว; (b) การตรวจจับการรวมตัวแบบจำเพาะของสารประกอบเชิงเคมีกับโพลีเปปไทด์ดัง กล่าว; และ (c) การประเมินว่าสารประกอบเชิงเคมีดังกล่าวยับยั้งโพลีเปปไทด์ดังกล่าวหรือไม่ เพื่อ ที่จะจำแนกสารประกอบเชิงเคมีที่สามารถรักษาการติดเชื้อโรคโดยสายพันธุ์ของ ไวรัสดังกล่าว
46. วิธีการสำหรับการจำแนกสารประกอบเชิงเคมีสำหรับการผลิตยารักษาโรคที่สามารถป้อง กันการติดเชื้อโรคโดยสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ ของแอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) ซึ่ง ประกอบด้วย: (a) การทำให้โพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดัง กล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่ สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่ง หมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน, แทนที่จะเป็นไกลซีน, สัมผัสกับสารประกอบเชิงเคมีภายใต้สภาวะที่ยินยอมให้มีการรวมตัวระหว่างโพลี- เปปไทด์และสารประกอบเชิงเคมีดังกล่าว; (b) การตรวจจับการรวมตัวแบบจำเพาะของสารประกอบเชิงเคมีกับโพลีเปปไทด์ดัง กล่าว; และ (c) การประเมินว่าสารประกอบเชิงเคมีดังกล่าวยังยั้งโพลีเปปไทด์ดังกล่าวหรือไม่ เพื่อ ที่จะจำแนกสารประกอบเชิงเคมีที่สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคโดยสายพันธุ์ของ ไวรัสดังกล่าว
47. สารผสมซึ่งประกอบด้วยโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโน ที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน,แทนที่จะ เป็นไกลซีน, หรืออนุพันธ์ของสารดังกล่าว, ปริมาณของโพลีเปปไทด์ดังกล่าจะมีประสิทธิผลเพื่อที่ จะกระตุ้นหรือปรับปรุงการผลิตแอนติบอดีในผู้เข้ารับการรักษา,และพาหะซึ่งเป็นที่ยอมรับในเชิง เภสัชกรรม
48. สารผสมซึ่งประกอบด้วยเปปไทด์ ที่ซึ่งเปปไทด์ดังกล่าวจะมีลำดับกรดอะมิโนซึ่งประกอบ ด้วยส่วนที่เหลือของกรดอะมิโน 298 ถึง 320 ของลำดับกรดอะมิโนที่ได้รับการเอาไว้โดยลำดับการ แสดงหมายเลข 3 หรืออนุพันธ์ของสารดังกล่าว,ปริมาณของเปปไทด์ดังกล่าวจะมีประสิทธิผลเพื่อที่ จะกระตุ้นหรือปรับปรุงการผลิตแอนติบอดีในผู้เข้ารับการรักษา, และพาหะซึ่งเป็นที่ยอมรับในเชิง เภสัชกรรม
49. สารผสมซึ่งประกอบด้วยสารประกอบเชิงเคมีที่ได้รับการจำแนกโดยวิธีการของข้อถือสิทธิ ที่ 45 ในปริมาณที่มีประสิทธิผลเพื่อรักษาการติดเชื้อโรคโดยสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้ รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของแอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ใน มนุษย์ (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) และพาหะที่มีประสิทธิผลในเชิงเภสัชกรรม
50. สารผสมซึ่งประกอบด้วยสารประกอบเชิงเคมีที่ได้รับการจำแนกโดยวิธีการของข้อถือสิทธิ ที่ 45 ในปริมาณที่มีประสิทธิผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคโดยสายพันธ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของแอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ใน มนุษย์ (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) และพาหะที่มีประสิทธิผลในเชิงเภสัชกรรม
51. การใช้ของงานสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 47 หรือ 48 ข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับการรักษาผู้เข้า รับการรักษาที่ติดเชื้อโรคโดยสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงค- โปร์ของแอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน ถึง อาร์จินีน)
52. การใช้งานของสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 45 สำหรับการรักษาผู้เข้ารับการรักษาที่ติดเชื้อ โรคโดยสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธ์สิงคโปร์ของแอนติเจน พื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน ถึง อาร์จินีน)
53. การใช้ของงานสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 47 หรือ 48 ข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับการป้องกันการ ติดเชื้อโรคโดยสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของ แอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน ถึง อาร์จินีน) ในผู้เข้ารับการ รักษา
54. การใช้งานของสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 46 สำหรับการป้องกันการติดเชื้อโรคโดยสาย พันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของแอนติเจนพื้นผิว -'S'- 145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน ถึง อาร์จินีน) ในผู้เข้ารับการรักษา
55. วิธีการตรวจแยกเนื้อเยื่อและของไหลของร่างกายจากผู้เข้ารับการรักษา สำหรับสายพันธ์ ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ที่ได้รับการระบุว่าเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ของแอนติเจนพื้นผิว -'S'-145 ของไวรัสตับอักเสบชนิด B ในมนุษย์ (ไกลซีน เป็น อาร์จินีน) ซึ่งประกอบด้วย: (a) การทำให้ได้ตัวอย่างสุ่มที่เหมาะสมของของไหลของร่างกายจากผู้เข้ารับการรักษา; (b) การประเมินการปรากฎอยู่ของโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมี การเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของ แอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรด อะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน,แทน ที่จะเป็นไกลซีน, ในตัวอย่างสุ่มของขั้นตอน (a) เพื่อที่จะตรวจแยกตัวอย่างสุ่ม สำหรับสายพันธ์ดังกล่าว
56. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 55 ที่ซึ่งของไหลของร่างกายดังกล่าวประกอบด้วย เลือด. เซรุ่ม. หรือตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกของเลือดหรือเซรุ่ม
57. การใช้งานของแอนติบอดีที่รับรู้ถึงโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่มีการเปลี่ยน แปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B สำหรับการประเมินว่าผู้เข้ารับการรักษา มีแนวโน้มของโรคสำหรับมะเร็งในเซลล์ตับหรือไม่,ที่ซึ่งการประเมินดังกล่าวประกอบด้วย: (a) การทำให้ได้ตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกที่เหมาะสมจากผู้เข้ารับการรักษา,และ (b) การประเมินว่าตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกจากขั้นตอน (a) เป็น,หรือได้รับการ ทำให้ได้มาจาก, กรดนิวคลีอิกที่เข้ารหัสโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่ สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบ ชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโน ของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรด อะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน,แทน ที่จะเป็นไกลซีน, ดังนั้นจึงเป็นการประเมินว่าผู้เข้ารับการรักษามีแนวโน้มของ โรคสำหรับมะเร็งในเซลล์ตับหรือไม่
58. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 57 ที่ซึ่งตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกในขั้นตอน (a) ประกอบด้วย mRNA ที่เข้ารหัสโพลีเปปไทด์ ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีน ของสายพันธ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่าง จากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน,แทนที่จะเป็นไกลซีน, และที่ซึ่งการประเมินของขั้นตอน (b) ประกอบด้วย: (i) การทำให้ mRNA สัมผัสกับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ที่บรรยายอยู่ข้างต้นภายใต้สภาวะ ซึ่งยินยอมให้มีการรวมตัวกันของ mRNA เข้ากับโอลิโกนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว เพื่อ ก่อรูปขึ้นเป็นกลุ่มรวม; (ii) การแบ่งแยกกลุ่มรวมที่ก่อรูปขึ้นมาดังกล่าว; และ (iii) การจำแนก mRNA ในกลุ่มรวมที่ทำให้แยกตัวออกมาดังกล่าวเพื่อที่จะประเมินว่า mRNA ดังกล่าวเป็น, หรือได้รับการทำให้ได้มาจาก,กรดนิวคลีอิกซึ่งเข้ารหัส โพลี เปปไทด์ดังกล่าว
59. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 57 ที่ซึ่งตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกในขั้นตอน (a) ประกอบด้วย mRNA ที่เข้ารหัสโพลีเปปไทด์ ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีน ของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่าง จากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน,แทนที่จะเป็นไกลซีน, และที่ซึ่งการประเมินของขั้นตอน (b) ประกอบด้วย: (i) การย้ายตำแหน่ง mRNA ดังกล่าวภายใต้สภาวะที่เหมาะสมเพื่อทำให้ได้ลำดับกรด อะมิโน; และ (ii) การเปรียบเทียบลำดับกรดอะมิโนดังกล่าวของขั้นตอน (i) กับลำดับกรดอะมิโนที่ ได้รับการเข้ารหัสโดยกรดนิวคลีอิกที่ทำให้แยกตัวออกมาดังบรรยายอยู่ข้างต้น เพื่อ ประเมินว่าตัวอย่างสุ่มของกรดนิวคลีอิกดังกล่าวเป็น, หรือได้รับการทำให้ได้มา จาก, กรดนิวคลีอิกซึ่งเข้ารหัสโพลีเปปไทด์ดังกล่าว
60. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 57 ที่ซึ่งการประเมินของขั้นตอน (b) ประกอบด้วย: (i) การเพิ่มปริมาณกรดนิวคลีอิกที่ปรากฎอยู่ในตัวอย่างสุ่มของขั้นตอน (a); และ (ii) การตรวจจับการปรากฎอยู่ของโพลีเปปไทด์ในกรดนิวคลีอิกที่ได้รับการเพิ่ม ปริมาณดังกล่าว
61. การใช้งานของแอนติบอดีที่รับรู้ถึงโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่มีการเปลี่ยน แปลงลักษณะของยีนของสายพันธ์ของไวรัสตับอักเสบชนิด B สำหรับการประเมินว่าผู้เข้ารับการรักษา มีแนวโน้มของโรคสำหรับมะเร็งในเซลล์ตับหรือไม่,ที่ซึ่งการประเมินดังกล่าวประกอบด้วย: (a) การทำให้ได้ตัวอย่างสุ่มที่เหมาะสมจากผู้เข้ารับการรักษา; และ (b) การประเมินว่าตัวอย่างสุ่มจากขั้นตอน (a) เป็น,หรือได้รับการทำให้ได้มาจาก, กรดนิวคลีอิกที่เข้ารหัสโพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการ เปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของ แอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรด อะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน,แทน ที่จะเป็นไกลซีน, โดยการสัมผัสตัวอย่างสุ่มดังกล่าวภายใต้สภาวะที่เหมาะสมเพื่อ รวมตัวกับแอนติบอดีซึ่งได้รับการบรรยายอยู่ข้างต้น เพื่อประเมินว่าผู้เข้ารับการ รักษาดังกล่าวมีแนวโน้มของโรคสำหรับมะเร็งในเซลล์ตับหรือไม่
62. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 58,59 หรือ 61 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งโอลิโกนิวคลีโอไทด์หรือ แอนริบอดีดังกล่าว จะได้รับการแสดงให้รู้ด้วยสัญญลักษณ์ที่สามารถตรวจจับได้
63. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 62 ที่ซึ่งสัญญลักษณ์ที่สามารถตรวจจับได้ดังกล่าวคือไอโซโทป กัมมันตรังสี,ฟลูโอโรฟอร์,หรือ เอ็นไซม์
64. วิธีการของข้อถือสิทธิที่ 57 ที่ซึ่งตัวอย่างสุ่มดังกล่าวประกอบด้วย เลือด,เนื้อเยื่อ หรือ เซรุ่ม
65. วิธีการสำหรับการจำแนกสารประกอบเชิงเคมีสำหรับการผลิตยารักษาโรคที่สามารถรักษา มะเร็งในเซลล์ตับ ซึ่งประกอบด้วย: (a) การทำให้โพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดัง กล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่ สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่ง หมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน,แทนที่จะเป็นไกลซีน, สัมผัสกับสารประกอบเชิงเคมีภายใต้สภาวะที่ยินยอมให้มีการรวมตัวระหว่าง โพลีเปปไทด์และสารประกอบเชิงเคมีดังกล่าว; (b) การตรวจจับการรวมตัวแบบจำเพาะของสารประกอบเชิงเคมีกับโพลีเปปไทด์ ดังกล่าว; และ (c) การประเมินว่าสารประกอบเชิงเคมีดังกล่าวรวมตัวกับโพลีเปปไทด์ดังกล่าวหรือ ไม่ เพื่อที่จะจำแนกสารประกอบเชิงเคมีที่สามารถรักษามะเร็งในเซลล์ตับได้
66. วิธีการสำหรับการจำแนกสารประกอบเชิงเคมีสำหรับการผลิตยารักษาโรคที่สามารถ ป้องกันมะเร็งในเซลล์ตับ, ซึ่งประกอบด้วย: (a) การทำให้โพลีเปปไทด์ซึ่งเป็นแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะของยีนของสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรดอะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่ สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่ง หมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน, แทนที่จะเป็นไกลซีน, สัมผัสกับสารประกอบเชิงเคมีภายใต้สภาวะที่ยินยอมให้มีการรวมตัวระหว่าง โพลีเปปไทด์และสารประกอบเชิงเคมีดังกล่าว; (b) การตรวจจับการรวมตัวแบบจำเพาะของสารประกอบเชิงเคมีกับโพลีเปปไทด์ ดังกล่าว; และ (c) การประเมินว่าสารประกอบเชิงเคมีดังกล่าวรวมตัวกับโพลีเปปไทด์ดังกล่าวหรือ ไม่ เพื่อที่จะจำแนกสารประกอบเชิงเคมีที่สามารถป้องกันมะเร็งในเซลล์ตับได้
67. สารผสมซึ่งประกอบด้วยสารประกอบเชิงเคมีที่ได้รับจากจำแนกโดยวิธีการของข้อถือสิทธิ ที่ 65 ในปริมาณหนึ่งที่มีประสิทธิผลเพื่อรักษามะเร็งในเซลล์ตับ และพาหะที่มีประสิทธิผลในเชิงเภสัช กรรม
68. สารผสมซึ่งประกอบด้วยสารประกอบเชิงเคมีที่ได้รับจากจำแนกโดยวิธีการของข้อถือสิทธิ ที่ 66 ในปริมาณหนึ่งที่มีประสิทธิผลเพื่อป้องกันมะเร็งในเซลล์ตับ และพาหะที่มีประสิทธิผลในเชิง เภสัชกรรม
69. การใช้งานสารผสมข้อถือสิทธิที่ 47 หรือ 48 ข้อใดข้อหนึ่ง เพื่อเป็นยาสำหรับการรักษา มะเร็งในเซลล์ตับ
70. การใช้งานสารผสมข้อถือสิทธิที่ 67 เพื่อเป็นยาสำหรับการรักษามะเร็งในเซลล์ตับ
71. การใช้งานสารผสมข้อถือสิทธิที่ 47 หรือ 48 ข้อใดข้อหนึ่ง เพื่อเป็นยาสำหรับการ ป้องกันมะเร็งในเซลล์ตับ
72. การใช้งานสารผสมข้อถือสิทธิที่ 67 เพื่อเป็นยาสำหรับการป้องกันมะเร็งในเซลล์ตับ
73. วัคซีนตับอักเสบ ซึ่งประกอบด้วยรูปแบบการเปลี่ยนแปลงลักษณะของยีนของแอนติเจน พื้นผิวของไวรัสตับอักเสบชนิด B, โพลีเปปไทด์ดังกล่าวมีลำดับกรดอะมิโนที่แตกต่างจากลำดับกรด อะมิโนของแอนติเจนพื้นผิวที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบชนิด B แบบรุนแรง กล่าวคือ กรดอะมิโน ณ ตำแหน่งหมายเลข 145 ของโพลีเปปไทด์ดังกล่าวจะเป็นอาร์จินีน แทนที่จะเป็นไกลซีน
74. วัคซีนของข้อถือสิทธิที่ 73 ซึ่งยังประกอบด้วยยาเสริม
TH9901002146A 1999-06-15 สายพันธุ์ไวรัสตับอักเสบชนิด b ที่เหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยวัคซีนและการใช้งานของสายพันธุ์ดังกล่าว TH44158A (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH44158A3 TH44158A3 (th) 2001-04-04
TH44158A true TH44158A (th) 2001-04-04

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Westaway et al. Conservation of the cellular gene encoding the scrapie prion protein
JP4444372B2 (ja) 診断、予防および治療のための多発性硬化症に関与するウイルス性物質およびヌクレオチドフラグメント
JP2007537197A5 (th)
KR19990077146A (ko) 유방암의 치료 및 진단용 조성물 및 방법
JP2006518991A5 (th)
PL210849B1 (pl) Sposób wykrywania ludzkiego parwowirusa B19 w próbce biologicznej
JP2003508022A5 (th)
JP2004505649A5 (th)
CA2418422A1 (en) Novel kallikrein gene
TWI248515B (en) Array of two or more oligonucleotide primers immobilized to a solid support, and HBV variant generally in isolated form and method for identifying expression products
JP2004533825A5 (th)
JP2005514923A5 (th)
JP2005512558A5 (th)
Tanaka et al. African origin of GB virus C/hepatitis G virus
AU772819B2 (en) An in vitro activity assay for human hepatitis B virus (HBV) DNA polymerase, and its use for screening for inhibitors of HBV DNA polymerase
CN100571785C (zh) Annexin A3与癌症的铂类化疗药物耐药性的相关性
JPH06319563A (ja) C型肝炎ウイルス遺伝子、オリゴヌクレオチド、並びにc型 肝炎ウイルス遺伝子型判定方法
CA2330935C (en) A mutant human hepatitis b viral strain and uses thereof
JP2008509659A5 (th)
US6787142B2 (en) Mutant human hepatitis B viral strain and uses thereof
TH46562A (th) สายพันธุ์ไวรัสมิวแทนท์ฃเฮพาไททิส บี ของคนและการใช้งานของมัน
RU2000133299A (ru) Штамм вируса поствакцинального гепатита B и его применение
KR100764850B1 (ko) Hbv s항원을 이용한 b형 간염 진단용 키트
US7037682B2 (en) In vitro activity assay for human hepatitis B virus (HBV) DNA polymerase, and its use for screening for inhibitors of HBV DNA polymerase
RU2000133298A (ru) Мутантный штамм вируса гепатита В и его применение