TH1086B - กรรมวิธีในการเปลี่ยนแป้งของหัวมันให้เป็นน้ำตาล?และหมักต่อไปให้เป็นแอลกอฮอล์ - Google Patents
กรรมวิธีในการเปลี่ยนแป้งของหัวมันให้เป็นน้ำตาล?และหมักต่อไปให้เป็นแอลกอฮอล์Info
- Publication number
- TH1086B TH1086B TH8201000063A TH8201000063A TH1086B TH 1086 B TH1086 B TH 1086B TH 8201000063 A TH8201000063 A TH 8201000063A TH 8201000063 A TH8201000063 A TH 8201000063A TH 1086 B TH1086 B TH 1086B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- cassava
- starch
- sugar
- aforementioned
- softening
- Prior art date
Links
Abstract
เพื่อปรหยัดพลังงานความร้อนที่ต้องใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์ได้ให้กรรมวิธีที่จะให้หัวมัน(ไรโซม(Rhizomes))ถูก ไฮโดรไลส์ด้วยเอนไซม์โดยไม่ต้องนึ่งด้วยไอน้ำตามวิธีสามัญ เพื่อให้ได้วัสดุที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลที่เข้มข้น ซึ่งใช้ใน การหมักแอลกอฮอล์ กรรมวิธีแรกประกอบด้วยการแช่หัวมันในกรดเจือจางเพื่อฆ่า เชื้อ แล้วจึงบดหัวมันที่ฆ่าเชื้อแล้ว,ทำหัวมันที่บดแล้ว ให้เปื่อยยุ่ย,เปลี่ยนวัสดุที่เปื่อยยุ่ยแล้วให้เคกส์ทริน ด้วยปฏิกิริยาของแอลฟา-อไมเลสของแบคทีเรย และเติมกลูโค อมไมเลส และยีสท์สำหรับหมักแอลกอฮอลืลงไปในวัสดุที่เปลี่ยน เป็นเคกส์ทรินแล้ว เพื่อให้เปลี่ยนเป็นน้ำตาล และหมักเป็น แอลกอฮอล์ต่อไป กรรมวิธีที่สองประกอบด้วยการฆ่าเชื้อของหัวมันด้วยกรดเจือ จาง และบด หลังจากนั้นเติมเอนไซม์ผสมเพื่อให้เกิดการเปื่อย ยุ่ย และเปลี่ยนเป็นน้ำตาล และหมักเป็นแอลกอฮอล์ด้วยยีสท์ ต่อไป
Claims (34)
1. กรรมวิธีสำหรับเปลี่ยนแป้งของหัวมันให้เป็นน้ำตาล และหมักให้เป็นแอลกอฮอล์ต่อไปซึ่งกรรมวิธีประกอบด้วย ขั้นการแช่หัวมันในสารละลายกรดเจือจางเพื่อฆ่าเชื้อ ขั้นการบดหัวมันที่ฆ่าเชื้อแล้ว ขั้นการทำให้หัวมันที่บดแล้วเปื่อยยุ่ยโดยใช้ปฏิกิริยาของ เอนไซม์ที่ทำให้เปื่อยยุ่น ซึ่งประกอบด้วยส่วนสำคัญคือโพลิ กาแลคทูโรเนส ขั้นการทำให้เกิดสเลอรีซึ่งประกอบด้วยของเหลวและแป้งที่ ได้มาจากผลิตภัณฑ์ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่ทำให้ เปื่อยยุ่ยที่กล่าวแล้วกับหัวที่บดแล้วเท่านั้น ขั้นการเติม แอลฟา-อไมเลสของแบคทีเรียลงในสเลอรีที่ได้ เพื่อทำให้แป้งที่มีอยู่เปลี่ยนเป็น เคกส์ทริน และ ขั้นการเติมกลูโคอไมเลสซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เปลี่ยนแป้งให้ เป็นน้ำตาลและเติมยีสต์เพื่อหมักให้เป็นแอลกอฮอล์ลงในแป้ง ซึ่งเป็นเคกส์ทรินแล้วที่ได้เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไปเป็นน้ำตาลและการหมักให้เป็นแอลกอฮอล์
2. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งหัวมันที่กล่าวแล้วอย่าง น้อยชนิดหนึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยมันฝรั่ง มันเทศ และหัวมันสำปะหลัง
3. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งโพลิกาแลคทูโลเนสที่กล่าว แล้วคือ เพคทิน เอนโคโพลิกาแลคทูโลเนส
4. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ3ซึ่งเอนไซม์ที่ทำให้เปื่อย ยุ่ยที่กล่าวแล้วมีคาร์บอนซิเมธิลเซลลูเลส,อราบินอกซิลาเนส และอราปิโนกาแลคทาเนสปริมาณเล็กน้อยนอกเหนือจากเพคฟิน เอน โคโพลิกาแลคทูโรเนส ที่กล่าวแล้ว
5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งชั้นการเปลี่ยนเป็นเคกส์ท รินด้วยแอลฟา-อไมเลสของแบคทีเรีย กระทำที่อุณหภูมิ80องศา เซลเซียสถึง90องสาเซลเซียส และที่พี.เอช.5หรือสูงกว่า
6. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งการทำให้เปื่อยยุ่ยที่ กล่าวแล้วด้วยเอนไซม์ที่ทำให้เปื่อยยุ่ยที่กล่าวแล้ว กระทำ ที่อุณหภูมิ 20องศาเซลเซียส ถึง45องศาเซลเซียส และที่ พี.เอช.3.5ถึง5
7. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งกรดเลือกจากที่กล่าวคือ สารละลายในน้ำของสารประกอบอย่างน้อยชนิดหนึ่งที่เลือกจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยกรดไฮโดรคลอริค,กรดซัลฟิวริคและกรดไนท ริค
8. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ7ซึ่งความเข้มข้นของกรดที่ กล่าวแล้วอยู่ในช่องจาก0.02ถึง0.08นอร์แมล(normality)
9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งเอาส่วนหนึ่งของของเหลว ในสเลอรีออกก่อนขั้นการเปลี่ยนเป็นเคกส์ทริน
10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ9ซึ่งหัวมันที่ใช้เป็นวัตถุ ดิบที่กล่าวแล้วคือมันฝรั่ง
11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งกรดเจอจางที่กล่างแล้ว คือสารละลายในน้ำของกรด แอซิทิค
12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ11ซึ่งความเข้มข้นของกรดอยู่ ในช่วง0.04ถึง0.10นอร์แมล
13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งหัวมันคือมันฝรั่งและหัว มันสำปะหลังอย่างน้อยชนิดหนึ่ง และเติมเอนไซม์ที่ทำให้ เปื่อยยุ่ยในสัดส่วน5ถึง200หน่วยต่อหัวมัน100กรัม
14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งหัวมันคือมันเทศ และเดิม เอนไซด์ที่ทำให้เปื่อยยุ่ยในสัดส่วน50ถึง1,000หน่วยต่อหัว มัน100กรัม
15. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งชั้นการทำให้เปื่อยยุ่ย ทำเป็นเวลา0.5ถึง1ชั่วโมล และขั้นการเปลี่ยนเป็นเคกส์ทริน ทำเป็นเวลา1ถึง15นาที
16. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งเติม แอลฟา-อไมเลส ของ แบคทีเรีย4ถึง16หน่วยต่อแป้งหนึงกรัม
17. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งขั้นการเปลี่ยนแป้งเป็น น้ำตาลและขั้นการหมักให้เป็นแอลกอฮอล์ ทำที่25องศาเซลเซียส และที่พี.เอช.4.5
18. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งเติมเอนไซม์ ที่เปลี่ยน แป้งให้เป็นน้ำตาล2ถึง10หน่วย ต่อแป้งหนึ่งกรัม
19. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ซึ่งเติมแอมโมเนียม ซัลเฟท,โพแทสเซียม ไดไฮโดรเจน ฟอสเฟท,แคลเซียม คลอไรด์ และ แมกนีเซียม ซัลเฟทลงไป ปริมาณเล็กน้อย เพื่อเป็นอาหาร สำหรับยีสท์
20. กรรมวิธีเป็นงวด(batch process)สำหรับเปลี่ยนหัวมันให้ เป็นน้ำตาลและหมักให้เป็นแอลกอฮอล์ต่อไป ซึ่งกรรมวิธี ประกอบด้วย ขั้นการแช่หัวมันในสารละลายกรดเจือจางเพื่อฆ่าเชื้อ ขั้นการบดหัวมันที่ฆ่าเชื้อแล้ว ขั้นการทำหัวมันที่บดแล้วให้เปื่อยยุ่ยโดยใช้ปฏิกิริยาของ เอนไซม์ผสมซึ่งประกอบด้วยเซลลูเลส,เฮมิเซลลูเลส,เพคฟิน เอน โคโพลิกาแลคทูโรเนา,กลูโคอไมเลส และแอลฟา-อไมเลสที่ว่องไว ในกรด ขั้นการทำให้เกิดสเลอรีซึ่งประกอบด้วยของเหลวและแป้งที่ ได้มาจากผลิตภัณฑ์ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซด์ผสมที่ กล่าวแล้วกับหัวที่บดแล้วเท่านั้น ขั้นการ เติมยีสท์สำหรับหมักให้เป็นแอลกอฮอล์ลงในสเลอรี เพื่อให้เกิดการหมักให้เป็นแอลกอฮอล์
21. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1หรือ20ซึ่ง พี.เอช.ของสารละ ลายกรดเจือจางอยู่ในช่วง1.6ถึง2.8
22. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1หรือ20ซึ่งจุ่มหัวมันลงในสาร ละลายกรดเจือจางในช่วงเวลาประมาณ4ถึง6ชั่งโมง
23. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ1ถึง10ซึ่งบดหัวมันให้เป็น อนุภาคที่มีขนาดในช่วง8ถึง20เนส
24. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ20ซึ่งหัวมันที่กล่าวแล้ว เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยมันฝรั่งและหัวมันสำปะหลัง
25. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ20ซึ่งเอนไซน์ผสมที่กล่าวแล้ว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเอนไซม์ที่ทำให้เปื่อยยุ่ยและอไนเลส สำหรับเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล
26. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ20ซึ่งเอนไซม์ผสมที่กล่าวแล้ว ต่อ1กก ของหัวมันมีคาร์บอกซิเมธิลเซลลูโลส300หน่วยหรือมาก กว่าเป็นเซลลูโลสที่กล่าวแล้ว อาราปินอกซิลาเนส100หน่วย หรือมากกว่าเป็นเฮมิเซลลูเลส ที่กล่าวแล้ว อราบิโนกาแลค ทาเนสที่กล่าวแล้ว100หน่วย หรือมากกว่าเทคทิน เอนโคโพลิกา แลคทูโรเนสที่กล่าวแล้วในรูปของสารแสดงฤทธิ์ทำให้ความหนืด ของเพคทินอกคลง400หน่วยหรือมากกว่า กลูโคลไมเลสที่กล่าว แล้วในรูปของสารแสดงฤทธิ์ทำให้แป้งเปลี่ยนเป็นน้ำ ตาล1,500หน่วย หรือมากกว่า และแอลฟา-อไมเลส ที่ว่องไวในกรด ที่กล่าวแล้วในรูปของสารแสดงฤทธิ์ทำให้แป้งเปลี่ยนเป็นเจลา ตินซึ่งวัดโดยวิธีไอโอโคเมทริค20หน่วยหรือมากกว่า
27. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ20ซึ่งการทำให้หัวมันเปื่อย ยุ่ยและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลที่กล่าวแล้วโดยปฏิกิริยาของ เอนไซม์ผสมที่กล่าวแล้วทำที่อุณหภูมิ20องศาเซลเซียสถึง ประมาณ45องศาเซลเซียส และที่พี.เอช.3.5ถึง5.0
28. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ27ซึ่งอุณหภูมิที่ใช้ คือ20องศาเซลเซียส ถึง35องศาเซลเซียส
29. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ20ซึ่งขั้นการหมักเป็น แอลกอฮอล์ที่กล่าวแล้ว กระทำในขณะเดียสกันกับขั้นการทำให้ เปื่อยยุ่ยและขั้นการเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาลที่กล่าวแล้ว
30. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ20ซึ่งเอนไซม์ผสมที่กล่าวแล้ว คือเอนไซม์ที่ผลิตโดยเชื้อรา(fungi)
31. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ30ซึ่งเชื้อราที่กล่าวแล้ว เลือดจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสกุล(genus)แอส เทอร์จิลลัส(Aspsrgillus)และสกุลไรโซฟัส(Rhisopus)
32. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ31ซึ่งเชื้อราคือแอส เทอร์จิลลัสนิเกอร์(Aspsrgillus niger)
33. เครื่องมือสำหรับดำเนินการเป็นงวดสำหรับเปลี่ยนหัวมัน ให้เป็นน้ำตาลและหมักให้เป็นแอลกอฮล์ต่อไปซึ่งประกอบด้วย (a)แช่หัวมันในกรดที่เจือจางเพื่อฆ่าเชื้อ (b)บดหัวมันที่ฆ่าเชื้อแล้วจาก(a) (c)ทำหัวมันที่บดแล้วจาก(b)ให้เปื่อยยุ่ยโดยใช้ปฏิกิริยา ของเอนไซม์ที่ทำให้เปื่อยยุ่ย (d)ทำให้เกิดสเลอรีที่ประกอบด้วยของเหลวและแป้งที่ได้จาก ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่ทำให้เปื่อยยุ่ย กับหัวมันที่บดแล้วเพียงอย่างเดียว (e)ทำให้แป้งจาก(d)เปลี่ยนเป็นเคกส์ทรินโดยใช้ปฏิกิริยาของ เอนไซม์ที่ทำให้เกิดเคกส์ทริน (f)ทำให้แห้งที่เปลี่ยนเป็นเคกส์ทรินแล้วจาก(d)เปลี่ยนเป็น น้ำตาลและหมักเป็นแอลกอฮอล์ โดยใช้ปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่ เปลี่ยนให้เป็นน้ำตาลและยีสท์ที่หมักใหเป็นแอลกอฮล์เพื่อ ให้เกิดการเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและหมักเป็นแอลกอฮอล์
34. กรรมวิธีในการเปลี่ยนมันฝรั่งให้เป็นน้ำตาล และหมักให้ เป็นแอลกอฮล์ต่อไปซึ่งประกอบด้วย (a)แช่หัวมันในกรดที่เจือจางเพื่อฆ่าเชื้อ (b)บดหัวมันที่ฆ่าเชื้อแล้วจาก(a) (c)ทำมันฝรั่งที่บดแล้วให้เปื่อยยุ่ยโดยใช้ปฏิกิริยาของ เอนไซม์ที่ทำให้เปื่อยยุ่ยซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยโพลิกาแลค ทูโรเนส (d)ขั้นการทำให้เกิดสเลอรีซึ่งประกอบด้วยของเหลว และแป้ง ที่ได้จากผลิตภัณฑืที่เกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่ทำ เปื่อยยุ่ยที่กล่าวแล้วกับหัวมันที่บดแล้วเท่านั้น (e)แยกส่วนหนึ่งของของเหลวที่เกิดขึ้นใน(c)ออก (f)ทำให้แป้งจาก(c)เปลี่ยนเป็นเคกส์ทริน โดยใช้ปฏิกิริยา ของแอลฟา-อโมเลสของแบคทีเรีย (g)ทำให้แป้งที่เปลี่ยนเป็นเคกส์ทรินแล้วจาก(f)เปลี่ยนเป็น น้ำตาลและหมักเป็นแอลกอฮอล์ โดยใช้ปฏิกิริยาของกลูโคลไมเลส และยีสท์ ที่หมักให้เป็นแอลกอฮอล์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยน เป็นน้ำตาลและหมักเป็นแอลกอฮอล์ตามลำดับ (ข้อถือสิทธิ 34 ข้อ, 6 หน้า, รูป)
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH442A TH442A (th) | 1982-07-02 |
| TH1086B true TH1086B (th) | 1988-06-22 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Reese | Enzymatic hydrolysis of cellulose | |
| US4474883A (en) | Process for saccharification of rootstocks and subsequent alcohol fermentation | |
| US4963486A (en) | Direct fermentation of corn to L(+)-lactic acid by Rhizopus oryzae | |
| CN106834358B (zh) | 一种高效转化海藻多糖制备生物乙醇的方法 | |
| JP2009189291A (ja) | セルロースを含むバイオマスの糖化方法 | |
| CN103436569B (zh) | 一种用木薯废弃物制备糖和乙醇的方法 | |
| JP4565164B2 (ja) | 糖製造方法、エタノール製造方法及び乳酸製造方法 | |
| Manzoni et al. | Hydrolysis of topinambur (Jerusalem artichoke) fructans by extracellular inulinase of Kluyveromyces marxianus var. bulgaricus | |
| CN109182418B (zh) | 一种微生物酶解糖化秸秆的方法 | |
| KAINUMA et al. | Isolation of a novel raw starch-digesting amylase from a strain of black mold Chalara paradoxa | |
| CN103421851B (zh) | 一种用甘薯废弃物制备糖和乙醇的方法 | |
| CN120272540B (zh) | 一种利用有机酸处理玉米秸秆提高乙醇产量的生产方法 | |
| CN112522344B (zh) | 一种猴头菇子实体粉固态酶解的方法 | |
| CN102517357A (zh) | 纤维素酶水解纤维素的方法 | |
| WO1996013600A1 (en) | A method for improved raw material utilization in fermentation processes | |
| JPH0870842A (ja) | 醸造用糖類およびその製造法 | |
| CN119120622A (zh) | 一种从马尾藻中高效制备海藻寡糖的酶解方法 | |
| TH442A (th) | กรรมวิธีในการเปลี่ยนแป้งของหัวมันให้เป็นน้ำตาล?และหมักต่อไปให้เป็นแอลกอฮอล์ | |
| CN118620751A (zh) | 一种利用废弃烟草制备蛋白的方法 | |
| US3185633A (en) | Starch conversion | |
| JPS6326998B2 (th) | ||
| CN109576248B (zh) | 一种高纤维素酶活的复配酶制剂及其制备方法和应用 | |
| Haska et al. | Effect of cellulase addition on hydrolysis of sago starch granules by raw starch digesting amylase from Penicillium brunneum No. 24 | |
| CN108912204B (zh) | 一种从剑麻渣提取剑麻皂素的方法 | |
| CN101654670B (zh) | 制备液体纤维素酶的方法 |