TH92654A - สารเคลือบยึดติดที่กินได้สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลายส่วนประกอบ - Google Patents
สารเคลือบยึดติดที่กินได้สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลายส่วนประกอบInfo
- Publication number
- TH92654A TH92654A TH701001651A TH0701001651A TH92654A TH 92654 A TH92654 A TH 92654A TH 701001651 A TH701001651 A TH 701001651A TH 0701001651 A TH0701001651 A TH 0701001651A TH 92654 A TH92654 A TH 92654A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- ester
- edible
- approximately
- mixture
- methyl
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (05/06/50) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับสารเคลือบยึดติดที่กินได้สำหรับผลิตภัณฑ์ อาหารหลายส่วนประกอบ, วิธีการทำสารเคลือบยึดติดที่กินได้, ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ประกอบด้วยสารเคลือบยึดติดที่กินได้เหล่านี้, และวิธีการทำผลิตภัณฑ์อาหารหลาย ส่วนประกอบที่ประกอบด้วยสารเคลือบยึดติดที่กินได้; และโดยเฉพาะ เกี่ยวข้องกับสาร เคลือบยึดติดที่กินได้สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลายส่วนประกอบ,วิธีการทำสารเคลือบ ยึดติดที่กินได้,ผลิตภัณฑ์อาหารที่ประกอบด้วยสารเคลือบยึดติดที่กินได้,และวิธีการทำ ผลิตภัณฑ์อาหารหลายส่วนประกอบที่ประกอบด้วยสารเคลือบยึดติดที่กินได้ที่หนึ่งของ หน้าที่สำหรับสารเคลือบยึดติดที่กินได้ คือ เพื่อช่วยการยึดติดของส่วนประกอบที่เป็น พาร์ติคูเลท, เช่น เมล็ด หรือ ชิ้นแกรโนลา, สู่ส่วนประกอบหลัก, เช่น ส่วนกลางที่มี พื้นฐานเป็นอาหาร. การประดิษฐ์นี้, ในรูปลักษณ์หนึ่ง, ให้สารเคลือบยึดติดที่กินได้ที่ ประกอบด้วยแหล่งไขมันที่กินได้, ผงอาหารดูดความชื้น, และ ที่เป็นทางเลือก อีมัลซิ ไฟเออร์. ในรูปลักษณ์ที่จำเพาะ, ผงอาหารดูดความชื้นเป็นเส้นใยทางโภชนาการ, เช่น โพลีเด๊กซ์โตรส,และอีมัลซิไฟเออร์ คือ เลซิธิน. แหล่งไขมันที่กินได้อาจเป็นแหล่งที่เป็น แบบอย่างใด ๆ ,ที่รวมถึงสารเคลือบเชิงประกอบและสารเคลือบช็อกโกแลต. รูปลักษณ์ อื่น ๆ ของการประดิษฐ์นี้ให้วิธีการทำสารเคลือบยึดติดที่กินได้, วิธีการทำผลิตภัณฑ์ อาหารโดยการใช้สารเคลือบยึดติดที่กินได้, และผลิตภัณฑ์อาหารที่ประกอบด้วยสาร เคลือบยึดติดที่กินได้. การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับสารเคลือบยึดติดที่กินได้สำหรับผลิตภัณฑ์ อาหารหลายส่วนประกอบ, วิธีการทำสารเคลือบยึดติดที่กินได้, ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ประกอบด้วยสารเคลือบยึดติดที่กินได้เล่านี้, และวิธีการทำผลิตภัณฑ์อาหารหลาย ส่วนประกอบที่ประกอบด้วยสารเคลือบยึดติดที่กินได้; และโดยเฉพาะ เกี่ยวข้องกับสาร เคลือบยึดติดที่กินได้สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลายส่วนประกอบ,วิธีการทำสารเคลือบ ยึดติดที่กินได้,ผลิตภัณฑ์อาหารที่ประกอบด้วยสารเคลือบยึดติดที่กินได้,และวิธีการทำ ผลิตภัณฑ์อาหารหลายส่วนประกอบที่ประกอบด้วยสารเคลือบยึดติดที่กินได้ที่หนึ่งของ หน้าที่สำหรับสารเคลือบยึดติดที่กินได้ คือ เพื่อช่วยการยึดติดของส่วนประกอบที่เป็น พารืติคูเลท, เช่น เมล็ด หรือ ชิ้นแกรโนลา, สู่ส่วนประกอบหลัก, เช่น ส่วนกลางที่มี พื้นฐานเป็นอาหาร. การประดิษฐ์นี้, ในรูปลักษณ์หนึ่ง, ให้สารเคลือบยึดติดที่กินได้ที่ ประกอบด้วยแหล่งไขมันที่กินได้, ผงอาหารดูดความชื้น,และ ที่เป็นทางเลือก อีมัลซิ ไฟเออร์. ในรูปลักษณ์ที่จำเพาะ, ผงอาหารดูดความชื้นเป็นเส้นใยทางโภชนาการ, เช่น โพลีเด๊กซ์โตรส,และอีมัลซิไฟเออร์ คือ เลซิธิน. แหล่งไขมันที่กินได้อาจเป็นแหล่งที่เป็น แบบอย่างใด ๆ ,ที่รวมถึงสารเคลือบเชิงประกอบและสารเคลือบช็อกโกแลต. รูปลักษณ์ อื่น ๆ ของการประดิษฐ์นี้ให้วิธีการทำสารเคลือบยึดติดที่กินได้, วิธีการทำผลิตภัณฑ์ อาหารโดยการใช้สารเคลือบยึดติดที่กินได้,และผลิตภัณฑ์อาหารที่ประกอบด้วยสาร เคลือบยึดติดที่กินได้.
Claims (27)
1. องค์ประกอบของสารเติมแต่งสำหรับหน่วงการติดไฟซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมที่เป็น ของเหลวซึ่งทำจากองค์ประกอบดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย A) บิส(อัลคิลโนอิกแอซิดเอสเตอร์) อย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอโรมาติกไดเอสเตอร์ไดออล ผสมโบรมีนแบบวงแหวน B) ไตรเฟนิลฟอสเฟตผสมอิลคิลในสถานะของเหลวที่มีสูตรเฉลี่ยโดยประมาณ (R8PhO)3P=O) ซึ่ง R แต่ละตัวคืออะตอมของไฮโดรเจนหรือหมู่อัลคิลที่เป็นอิสระโดยมีอะตอมของ คาร์บอนอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 4 อะตอมและ x เป็นตัวเลขที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.2 ถึง 3 และ C) แอลิไซคลิกฟอสโฟเนตเอสเตอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีอะตอมของฟอสฟอรัสจำนวน 1, 2 หรือ 3 อะตอมในโมเลกุลซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวงแหวนแอลิไซคลิก และมีเนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสอย่างน้อยประมาณ 15% โดยน้ำหนัก
2. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ A) คือเบส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีโบรมีนอย่างน้อยสองชนิดบนวงแหวนแอโร มาติกกับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอล
3. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอล
4. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่บิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ผสม ของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลคือบิส(เอทาโนอิก) ของเอสเตอร์ผสมดังกล่าว
5. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ R ของสูตรใน B) คือไอโซพรอพิล
6. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ X ในสูตรดังกล่าวคือจำนวนเฉลี่ยระหว่างประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2
7. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่เนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสของ C) มีปริมาณอย่าง น้อยประมาณ 20% โดยน้ำหนัก
8. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ C) คือส่วนผสมที่ประกอบด้วย (i) กรดฟอสโฟนิก เมทิล-, (5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ไดออกซาฟอสโฟริแนน-5-อิล)เมทิลเมทิลเอสเตอร์และ (ii) กรดฟอสโฟนิก, เมทิล-, บิส[(5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ไดออกซาฟอสฟิแนน-5-อิล)เมทิล] เอสเตอร์
9. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีโบรมีนอย่างน้อยสองชนิดบนวงแหวนแอโร มาติกับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลโดยที่ R ของสูตรใน B) คือ ไอโซพราพิลและโดยที่ C) ประกอบด้วยกรดฟอสโฟนิก, เมทิล-, (5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ไดออกซาฟอสโฟริแนน-5- อิล)เมทิลเมทิลเอสเตอร์
10. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ A) มีอะตอมของโบรมีน 4 อะตอมบนวงแหวนแอโร มาติกโดยที่ x ของสูตรใน B) คือจำนวนเฉลี่ยระหว่างประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2 และโดยที่ C) มี ส่วนประกอบเพิ่มเติมคือกรดฟอสโฟนิก, เมทิล-,บิส[(5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ไดออกซา ฟอสฟิแนน-5-อิล)เมทิล]เอสเตอร์
11. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 โดยที่องค์ประกอบ ดังกล่าวมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือไดเฟนิลามีนผสมอัลคิลที่เป็นของเหลวซึ่งสารแทนที่ตั้งแต่หนึ่งชนิด ขึ้นไปซึ่งเป็นวงแหวนของอัลคิลแต่ละชนิดจะมีอะตอมของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบตั้งแต่ประมาณ 4-9 อะตอม
12. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 โดยที่องค์ประกอบ ดังกล่าวมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือส่วนผสมของไดเฟนิลามีนโดยมีโซ่ข้างอยู่บนวงแหวนเฟนิลที่มี อะตอมของคาร์บอนประมาณ 6-9 อะตอมและเฟนอลที่ถูกขวงาไว้พร้อมด้วยโซ่ข้างของเอสเตอร์ที่มี อะตอมของคาร์บอนประมาณ 8-10
13. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 โดยที่ A) คือเบส (อีทาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ผสมของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีน ไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอล
14. องค์ประกอบของสารหน่วงการติดไฟซึ่งถูกสร้างขึ้นจากส่วนประกอบที่ประกอบด้วยพอลิเมอร์ หรือเรซินที่เลือกมาจากพอลิยูรีเทน, อีพอกซีเรซิน, พอลิเอสเตอร์เรซินไม่อิ่มตัวและอิลาสโตเมอร์สังเคราะห์ A) บิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) อย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอโรมาติกไดเอสเตอร์ไดออล ผสมโบรมีนแบบวงแหวน B) ไตรเฟนิลฟอสเฟตผสมอัลคิลที่มีสูตรเฉลี่ยโดยประมาณ (RxPhO)3P=O) ซึ่ง R แต่ละ ตัวคืออะตอมของไฮโดรเจนหรือหมู่อัลคิลที่เป็นอิสระโดยมีอะตอมของคาร์บอนอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 4 อะตอมและ x เป็นตัวเลขที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.2 ถึง 3 และ C) แอลิไซคลิกฟอสโฟเนตเอสเตอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีอะตอมของฟอสฟอรัสจำนวน 1, 2 หรือ 3 อะตอมในโมเลกุลซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวงแหวนแอลิไซคลิก และมีเนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสอย่างน้อยประมาณ 15% โดยน้ำหนัก, ส่วนประกอบ A), B) และ C) ที่ถูกปล่อยเข้าไปในพอลิเมอร์ดังกล่าวหรือเรซินหรือการ สร้างผลิตผลขั้นต้นขึ้นตามสูตรหรือวิธีการทำที่ใช้ในการสร้างที่ใช้องค์ประกอบดังกล่าวในรูปแบบ ของส่วนผสมของสารเติมแต่งหรือในลักษณะที่แยกเป็นเอกเทศและ/หรือในการผสมผสานในส่วนย่อย ตั้งแต่หนึ่งส่วนขึ้นไป
15. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 14 โดยที่พอลิเมอร์หรือเรซินขององค์ประกอบดังกล่าวคือ พอลิยูรีเทนและ A), B) และ C) ถูกปล่อยเข้าไปในผลิตผลขั้นต้นที่เตรียมขึ้นตามสูตรหรือวิธีการทำที่ใช้ ในการสร้างที่ใช้ในองค์ประกอบดังกล่าวในรูปแบบของส่วนผสมของสารเติมแต่งหรือในลักษณะที่ แยกเป็นเอกเทศและ/หรือในการผสมผสานในส่วนย่อยตั้งแต่หนึ่งส่วนขึ้นไป
16. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่พอลิยูรีเทนดังกล่าวถูกเลือกมาจากพอลิยูรีเทนที่มี ความแข็งเกร็ง, โฟมพอลิยูรีเทนที่มีความแข็งเกร็ง, พอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัว, โฟมพอลิยูรีเทนที่มี ความอ่อนตัว, โฟมพอลิยูรีเทนที่คืนสภาพเดิมได้, โฟมพอลิอีเทอร์พอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัว, โฟม พอลิเอสเตอร์พอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวและพอลิยูรีเทนที่ถูกฉีดหล่อโดยการทำปฏิกิริยา
17. องค์ประกอบของพอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติดไฟที่ทำจาก ส่วนประกอบที่ประกอบด้วยไอโซไซยาเนต, พอลิออล, สารลดความตึงผิวและตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งจากที่ กล่าวไปแล้วส่วนประกอบสำหรับสร้างองค์ประกอบของพอลิยูรีเทนดังกล่าวยังประกอบด้วย A) บิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) อย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอโรมาติกไดเอสเตอร์ไดออล ผสมโบรมีนแบบวงแหวน B) ไตรเฟนิลฟอสเฟตผสมอัลคิลในสถานะของเหลวที่มีสูตรเฉลี่ยโดยประมาณ (RxPhO)3P=O) ซึ่ง R แต่ละตัวคืออะตอมของไฮโดรเจนหรือหมู่อัลคิลที่เป็นอิสระโดยมีอะตอมของ คาร์บอนอยู่ใน่ชวงตั้งแต่ 1 ถึง 4 อะตอมและ x เป็นตัวเลขที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.2 ถึง 3 และ C) แอลิไซคลิกฟอสโฟเนตเอสเตอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีอะตอมของฟอสฟอรัสจำนวน 1, 2 หรือ 3 อะตอมในโมเลกุลซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวงแหวนแอลิไซคลิก และมีเนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสอย่างน้อยประมาณ 15% โดยน้ำหนัก
18. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 17 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีโบรมีนอย่างน้อยสองชนิดบนวงแหวนแอโร มาติกกับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลโดยที่ x ในสูตรดังกล่าวคือจำนวนเฉลี่ยระหว่าง ประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2 และโดยที่ C) ปรากฎอยู่ในองค์ประกอบดังกล่าวและประกอบด้วย ไดเฟนิลามีนผสมอัลคิลที่เป็นของเหลวซึ่งสารแทนที่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไปซึ่งเป็นวงแหวนของอัลคิล แต่ละชนิดจะมีอะตอมของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบตั้งแต่ประมาณ 4-9 อะตอม
19. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 17 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีโบรมีนอย่างสองชนิดบนวงแหวนแอโร มาติกกับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลโดยที่ R ในสูตรดังกล่าวคือ ไอโซพรอพิลและโดยที่ C) ปรากฎอยู่ในองค์ประกอบดังกล่าวและประกอบด้วยไดเฟนิลามีนผสมอัลคิลที่เป็นของเหลวศึ่งสารแทนที่ ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไปซึ่งเป็นวงแหวนของอัลคิลแต่ละชนิดจะมีอะตอมของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่ประมาณ 4-9 อะตอม
20. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 17 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลที่ R ในสูตรดัง กล่าวคือไอโซพรอพิลและโดยที่ x ในสูตรดังกล่าวคือจำนวนเฉลี่ยระหว่างประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2 และโดยที่ C) ที่ปรากฎอยู่ในองค์ประกอบดังกล่าวคือส่วนผสมของไดเฟนิลามีนโดยมีโซ่ข้างอยู่บนวง แหวนเฟนิลที่มีอะตอมของคาร์บอนประมาณ 6-9 อะตอมและเฟนอลที่ถูกขวางไว้พร้อมด้วยโซ่ข้างของ เอสเตอร์ที่มีอะตอมของคาร์บอนประมาณ 8-10 อะตอม
21. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 17-20 โดยที่พอลิยูรีเทนที่มี ความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติดไฟคือรูปแบบของโฟมชนิดหนึ่ง
22. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 21 โดยที่โฟมดังกล่าวสามารถผ่านขั้นตอนการทดสอบของ California 117 ตามที่กล่าวถึงใน Technical Bulletin เดือนมีนาคม 2000 ไปได้
23. วิธีการสำหรับผลิตองค์ประกอบของพอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติด ไฟที่ทำจากส่วนประกอบที่ประกอบด้วยไอโซไซยาเนต, พอลิออล, สารลดความตึงผิวและตัวเร่ง ปฏิกิริยาซึ่งจากที่กล่าวไปแล้ว วิธีการดังกล่าวยังประกอบด้วยการสร้างสารที่เตรียมขึ้นตามสูตรหรือ วิธีการทำจากการสร้างพอลิเมอร์ A) บิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) อย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอโรมาติกไดเอสเตอร์ไดออล ผสมโบรมีนแบบวงแหวน B) ไตรเฟนิลฟอสเฟตผสมอัลคิลในสถานะของเหลวที่มีสูตรเฉลี่ยโดยประมาณ (RxPhO)3P=O) ซึ่ง R แต่ละตัวคืออะตอมของไฮโดรเจนหรือหมู่อัลคิลที่เป็นอิสระโดยมีอะตอมของ คาร์บอนอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 4 อะตอมและ x เป็นตัวเลขที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.2 ถึง 3 และ C) แอลิไซคลิกฟอสโฟเนตเอสเตอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีอะตอมของฟอสฟอรัสจำนวน 1, 2 หรือ 3 อะตอมในโมเลกุลซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวงแหวนแอลิไซคลิก และมีเนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสอย่างน้อยประมาณ 15% โดยน้ำหนัก เพื่อให้ผลิตพอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติดไฟขึ้นมา
24. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 23 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลโดยที่ x ในสูตร ใน B) คือจำนวนเฉลี่ยระหว่างประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2 และโดยที่ C) คือส่วนผสมที่ ประกอบด้วย (i) กรดฟอสโฟนิก, เมทิล-, (5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,5-ไดออกซาฟอสโฟริแนน- 5-อิล)เมทิลเมทิลเอสเตอร์และ (ii) กรดฟอสโฟนิก, เมทิล-, บิส[(5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ได ออกซาฟอสฟิแนน-5-อิล)เมทิล]เอสเตอร์
25. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ส่วนประกอบดังกล่าวมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือ ไดเฟนิลามีนผสมอัลคิลที่เป็นของเหลวซึ่งสารแทนที่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไปซึ่งเป็นวงแหวนของอัลคิล แต่ละชนิดจะมีอะตอมของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบตั้งแต่ประมาณ 4-9 อะตอม
26. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ส่วนประกอบดังกล่าวมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือ ส่วนผสมของไดเฟนิลามีนกับโซ่ข้างอยู่บนวงแหวนเฟนิลที่มีอะตอมของคาร์บอนประมาณ 6-9 อะตอม และเฟนอลที่ถูกขวางไว้พร้อมด้วญโซ่ข้างของเอสเตอร์ที่มีอะตอมของคาร์บอนประมาณ 8-10 อะตอม
27. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 23-26 โดยที่ส่วนประกอบของ องค์ประกอบของพอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวจะรวมถึงสารทำให้ฟูอย่างน้อยหนึ่งชนิดเพื่อให้ พอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติดไฟอยู่ในรูปแบบของโฟมชนิดหนึ่ง
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH92654A true TH92654A (th) | 2008-12-19 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| JP5053646B2 (ja) | シロキサンを用いた難燃性組成物 | |
| KR102143657B1 (ko) | 무할로겐 폴리(알킬렌 포스페이트) | |
| ES2353011T3 (es) | Preparado ignifugante. | |
| JP4975248B2 (ja) | テトラハロフタレートエステルと燐含有難燃剤とのポリウレタン組成物用ブレンド | |
| JP5641633B2 (ja) | リン−含有化合物の混合物、それらの製造方法、およびそれらの難燃剤としての使用 | |
| RU2013158466A (ru) | Жесткие полиуретановые пеноматериалы | |
| US20030216484A1 (en) | Blends of (alkyl substituted) triaryl phosphate esters with phosphorus-containing flame retardants for polyurethane foams | |
| JP2005529201A5 (th) | ||
| JP2009532575A (ja) | 難燃性添加剤組成物およびその使用 | |
| KR20180044938A (ko) | 난연제 열가소성 폴리우레탄 | |
| US20220177638A1 (en) | Methods for producing flame-retardant pur/pir foam materials | |
| CN109071872A (zh) | 包含环糊精的无卤阻燃热塑性弹性体组合物 | |
| US20220213266A1 (en) | Blends that consist of TPU and polyamide | |
| Levchik et al. | Developments in phosphorus flame retardants | |
| WO1991018936A1 (en) | Phosphate ester flame retardant mixture and foamed resins containing same | |
| US20100298454A1 (en) | Flame retarded flexible polyurethane foams and flexible polyurethane foam formulations | |
| TH92653A (th) | องค์ประกอบของสารเติมแต่งสำหรับหน่วงการติดไฟและการใช้องค์ประกอบดังกล่าว | |
| JP2018177783A (ja) | 低減された吸湿性を有するポリ(アルキレンホスフェート) | |
| TH92655A (th) | สารประกอบ และสารผสมฆ่าวัชพืช | |
| Eren et al. | Synthesis and Characterization of phosphonate based polynorbornene polymers derived from romp (ring opening metathesis polymerization) method and investigation their flame retardant properties | |
| JPH09124933A (ja) | ポリウレタンフォーム用難燃性組成物 | |
| TH91471A (th) | การถอดรหัสสื่อประสมระดับเฟรมด้วยตารางสารสนเทศเฟรม | |
| BR112020003544A2 (pt) | mistura lignocelulósica | |
| JP6258777B2 (ja) | ウレタン樹脂系溶剤形接着剤組成物、ウレタン樹脂系溶剤形接着剤、ウレタン樹脂系溶剤形接着剤の製造方法、及びウレタン樹脂系溶剤形接着剤を用いた積層体 | |
| TH91681A (th) | เครื่องเจาะรูลึก |