TH92655A - สารประกอบ และสารผสมฆ่าวัชพืช - Google Patents

สารประกอบ และสารผสมฆ่าวัชพืช

Info

Publication number
TH92655A
TH92655A TH701001663A TH0701001663A TH92655A TH 92655 A TH92655 A TH 92655A TH 701001663 A TH701001663 A TH 701001663A TH 0701001663 A TH0701001663 A TH 0701001663A TH 92655 A TH92655 A TH 92655A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
ester
approximately
methyl
mixture
formula
Prior art date
Application number
TH701001663A
Other languages
English (en)
Inventor
ซัตตัน นายแกรม
แม็กซ์เวลล์ เฮย์ นายฟิลลิป
คราเวทส์ นายเอ็ดเวิร์ด
Original Assignee
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายบุญมา เตชะวณิช
นูฟาร์ม ออสเตรเลีย ลิมิเต็ด
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายบุญมา เตชะวณิช, นูฟาร์ม ออสเตรเลีย ลิมิเต็ด filed Critical นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
Publication of TH92655A publication Critical patent/TH92655A/th

Links

Abstract

DC60 (02/07/50) สารประกอบและสารผสมฆ่าวัชพืช ซึ่งประกอบรวมด้วยสารประกอบตามสูตร I อย่างน้อยหนึ่งชนิด (สูตรเคมี) I ซึ่ง R ถูกเลือกมาอย่างเป็นอิสระจากไฮโดรเจน , และหมู่ (CH2)mOR4; m, q, t, และ v โดยที่เป็นอิสระเป็นศูนย์หรือหนึ่ง; R1,R2, R3 และ R4 ถูกเลือกมาอย่างเป็นอิสระจากกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มของไฮโดรเจน, แอลคิลขนาดเล็ก (ที่ควรใช้คือ C1 ถึง C4 แอลคิล) และแอซิลขนาดเล็ก (ที่ควรใช้คือ C2 ถึง C4 แอริล) และหมู่ที่มีสูตร II ซึ่งสารประกอบตามสูตร I นี้ประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งหมู่ของ R1, R2, R3 และ R4 ซึ่งมีสูตร II (สูตรเคมี) II ซึ่ง A เป็น N CH; X ถูกเลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วย คลอโร, อะมิโน, เมธิล, และเมธอกซี; X1 ถูกเลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจน , คลอโร, และ เมธิล; X2 เป็นไฮโดรเจน หรือคลอโร; R5 ถูกเลือกมาจากไฮโดรเจนและเมธิล; Y เป็นออกซิเจนหรือพันธะ; และ n มีค่าจาก 0 ถึง 3 สารประกอบและสารผสมฆ่าวัชพืช ซึ่งประกอบรวมด้วยสารประกอบตามสูตร I อย่างน้อยหนึ่งชนิด (สูตรเคมี) I ซึ่ง R ถูกเลือกมาอย่างอิสระจากไฮโดรเจน , และหมู่ (CH2)mOR4; m, q, t, และ v โดยที่เป็นอิสระเป็นศูนย์หรือหนึ่ง; R1,R2, R3 และ R4 ถูกเลือกมาอย่างเป็นอิสระจากกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มของไฮโดรเจน, แอลคิลขนาดเล็ก (ที่ควรใช้คือ C1 ถึง C4 แอลคิล) และแอซิลขนาดเล็ก (ที่ควรใช้คือ C2 ถึง C4 แอริล) และหมู่ที่มีสูตร II ซึ่งสารประกอบตามสูตร I นี้ประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งหมู่ของ R1, R2, R3 และ R4 ซึ่งมีสูตร II (สูตรเคมี) II ซึ่ง A เป็น N CH; X ถูกเลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วย คลอโร, อะมิโน, เมธิล, และเมธอกซี; X1 ถูกเลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจน , คลอโร, และ เมธิล; X2 ไฮโดรเจน หรือคลอโร; R5 ถูกเลือกมาจากไฮโดรเจนและเมธิล; Y เป็นออกซิเจนหรือพันธะ; และ n มีค่าจาก 0 ถึง 3 สิทธิบัตรยา

Claims (27)

1. องค์ประกอบของสารเติมแต่งสำหรับหน่วงการติดไฟซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมที่เป็น ของเหลวซึ่งทำจากองค์ประกอบดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย A) บิส(อัลคิลโนอิกแอซิดเอสเตอร์) อย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอโรมาติกไดเอสเตอร์ไดออล ผสมโบรมีนแบบวงแหวน B) ไตรเฟนิลฟอสเฟตผสมอิลคิลในสถานะของเหลวที่มีสูตรเฉลี่ยโดยประมาณ (R8PhO)3P=O) ซึ่ง R แต่ละตัวคืออะตอมของไฮโดรเจนหรือหมู่อัลคิลที่เป็นอิสระโดยมีอะตอมของ คาร์บอนอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 4 อะตอมและ x เป็นตัวเลขที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.2 ถึง 3 และ C) แอลิไซคลิกฟอสโฟเนตเอสเตอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีอะตอมของฟอสฟอรัสจำนวน 1, 2 หรือ 3 อะตอมในโมเลกุลซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวงแหวนแอลิไซคลิก และมีเนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสอย่างน้อยประมาณ 15% โดยน้ำหนัก
2. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ A) คือเบส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีโบรมีนอย่างน้อยสองชนิดบนวงแหวนแอโร มาติกกับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอล
3. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอล
4. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่บิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ผสม ของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลคือบิส(เอทาโนอิก) ของเอสเตอร์ผสมดังกล่าว
5. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ R ของสูตรใน B) คือไอโซพรอพิล
6. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ X ในสูตรดังกล่าวคือจำนวนเฉลี่ยระหว่างประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2
7. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่เนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสของ C) มีปริมาณอย่าง น้อยประมาณ 20% โดยน้ำหนัก
8. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ C) คือส่วนผสมที่ประกอบด้วย (i) กรดฟอสโฟนิก เมทิล-, (5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ไดออกซาฟอสโฟริแนน-5-อิล)เมทิลเมทิลเอสเตอร์และ (ii) กรดฟอสโฟนิก, เมทิล-, บิส[(5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ไดออกซาฟอสฟิแนน-5-อิล)เมทิล] เอสเตอร์
9. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีโบรมีนอย่างน้อยสองชนิดบนวงแหวนแอโร มาติกับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลโดยที่ R ของสูตรใน B) คือ ไอโซพราพิลและโดยที่ C) ประกอบด้วยกรดฟอสโฟนิก, เมทิล-, (5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ไดออกซาฟอสโฟริแนน-5- อิล)เมทิลเมทิลเอสเตอร์
10. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ A) มีอะตอมของโบรมีน 4 อะตอมบนวงแหวนแอโร มาติกโดยที่ x ของสูตรใน B) คือจำนวนเฉลี่ยระหว่างประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2 และโดยที่ C) มี ส่วนประกอบเพิ่มเติมคือกรดฟอสโฟนิก, เมทิล-,บิส[(5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ไดออกซา ฟอสฟิแนน-5-อิล)เมทิล]เอสเตอร์
11. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 โดยที่องค์ประกอบ ดังกล่าวมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือไดเฟนิลามีนผสมอัลคิลที่เป็นของเหลวซึ่งสารแทนที่ตั้งแต่หนึ่งชนิด ขึ้นไปซึ่งเป็นวงแหวนของอัลคิลแต่ละชนิดจะมีอะตอมของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบตั้งแต่ประมาณ 4-9 อะตอม
12. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 โดยที่องค์ประกอบ ดังกล่าวมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือส่วนผสมของไดเฟนิลามีนโดยมีโซ่ข้างอยู่บนวงแหวนเฟนิลที่มี อะตอมของคาร์บอนประมาณ 6-9 อะตอมและเฟนอลที่ถูกขวงาไว้พร้อมด้วยโซ่ข้างของเอสเตอร์ที่มี อะตอมของคาร์บอนประมาณ 8-10
13. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 โดยที่ A) คือเบส (อีทาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ผสมของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีน ไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอล
14. องค์ประกอบของสารหน่วงการติดไฟซึ่งถูกสร้างขึ้นจากส่วนประกอบที่ประกอบด้วยพอลิเมอร์ หรือเรซินที่เลือกมาจากพอลิยูรีเทน, อีพอกซีเรซิน, พอลิเอสเตอร์เรซินไม่อิ่มตัวและอิลาสโตเมอร์สังเคราะห์ A) บิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) อย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอโรมาติกไดเอสเตอร์ไดออล ผสมโบรมีนแบบวงแหวน B) ไตรเฟนิลฟอสเฟตผสมอัลคิลที่มีสูตรเฉลี่ยโดยประมาณ (RxPhO)3P=O) ซึ่ง R แต่ละ ตัวคืออะตอมของไฮโดรเจนหรือหมู่อัลคิลที่เป็นอิสระโดยมีอะตอมของคาร์บอนอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 4 อะตอมและ x เป็นตัวเลขที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.2 ถึง 3 และ C) แอลิไซคลิกฟอสโฟเนตเอสเตอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีอะตอมของฟอสฟอรัสจำนวน 1, 2 หรือ 3 อะตอมในโมเลกุลซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวงแหวนแอลิไซคลิก และมีเนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสอย่างน้อยประมาณ 15% โดยน้ำหนัก, ส่วนประกอบ A), B) และ C) ที่ถูกปล่อยเข้าไปในพอลิเมอร์ดังกล่าวหรือเรซินหรือการ สร้างผลิตผลขั้นต้นขึ้นตามสูตรหรือวิธีการทำที่ใช้ในการสร้างที่ใช้องค์ประกอบดังกล่าวในรูปแบบ ของส่วนผสมของสารเติมแต่งหรือในลักษณะที่แยกเป็นเอกเทศและ/หรือในการผสมผสานในส่วนย่อย ตั้งแต่หนึ่งส่วนขึ้นไป
15. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 14 โดยที่พอลิเมอร์หรือเรซินขององค์ประกอบดังกล่าวคือ พอลิยูรีเทนและ A), B) และ C) ถูกปล่อยเข้าไปในผลิตผลขั้นต้นที่เตรียมขึ้นตามสูตรหรือวิธีการทำที่ใช้ ในการสร้างที่ใช้ในองค์ประกอบดังกล่าวในรูปแบบของส่วนผสมของสารเติมแต่งหรือในลักษณะที่ แยกเป็นเอกเทศและ/หรือในการผสมผสานในส่วนย่อยตั้งแต่หนึ่งส่วนขึ้นไป
16. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่พอลิยูรีเทนดังกล่าวถูกเลือกมาจากพอลิยูรีเทนที่มี ความแข็งเกร็ง, โฟมพอลิยูรีเทนที่มีความแข็งเกร็ง, พอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัว, โฟมพอลิยูรีเทนที่มี ความอ่อนตัว, โฟมพอลิยูรีเทนที่คืนสภาพเดิมได้, โฟมพอลิอีเทอร์พอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัว, โฟม พอลิเอสเตอร์พอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวและพอลิยูรีเทนที่ถูกฉีดหล่อโดยการทำปฏิกิริยา
17. องค์ประกอบของพอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติดไฟที่ทำจาก ส่วนประกอบที่ประกอบด้วยไอโซไซยาเนต, พอลิออล, สารลดความตึงผิวและตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งจากที่ กล่าวไปแล้วส่วนประกอบสำหรับสร้างองค์ประกอบของพอลิยูรีเทนดังกล่าวยังประกอบด้วย A) บิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) อย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอโรมาติกไดเอสเตอร์ไดออล ผสมโบรมีนแบบวงแหวน B) ไตรเฟนิลฟอสเฟตผสมอัลคิลในสถานะของเหลวที่มีสูตรเฉลี่ยโดยประมาณ (RxPhO)3P=O) ซึ่ง R แต่ละตัวคืออะตอมของไฮโดรเจนหรือหมู่อัลคิลที่เป็นอิสระโดยมีอะตอมของ คาร์บอนอยู่ใน่ชวงตั้งแต่ 1 ถึง 4 อะตอมและ x เป็นตัวเลขที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.2 ถึง 3 และ C) แอลิไซคลิกฟอสโฟเนตเอสเตอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีอะตอมของฟอสฟอรัสจำนวน 1, 2 หรือ 3 อะตอมในโมเลกุลซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวงแหวนแอลิไซคลิก และมีเนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสอย่างน้อยประมาณ 15% โดยน้ำหนัก
18. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 17 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีโบรมีนอย่างน้อยสองชนิดบนวงแหวนแอโร มาติกกับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลโดยที่ x ในสูตรดังกล่าวคือจำนวนเฉลี่ยระหว่าง ประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2 และโดยที่ C) ปรากฎอยู่ในองค์ประกอบดังกล่าวและประกอบด้วย ไดเฟนิลามีนผสมอัลคิลที่เป็นของเหลวซึ่งสารแทนที่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไปซึ่งเป็นวงแหวนของอัลคิล แต่ละชนิดจะมีอะตอมของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบตั้งแต่ประมาณ 4-9 อะตอม
19. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 17 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีโบรมีนอย่างสองชนิดบนวงแหวนแอโร มาติกกับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลโดยที่ R ในสูตรดังกล่าวคือ ไอโซพรอพิลและโดยที่ C) ปรากฎอยู่ในองค์ประกอบดังกล่าวและประกอบด้วยไดเฟนิลามีนผสมอัลคิลที่เป็นของเหลวศึ่งสารแทนที่ ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไปซึ่งเป็นวงแหวนของอัลคิลแต่ละชนิดจะมีอะตอมของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่ประมาณ 4-9 อะตอม
20. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 17 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลที่ R ในสูตรดัง กล่าวคือไอโซพรอพิลและโดยที่ x ในสูตรดังกล่าวคือจำนวนเฉลี่ยระหว่างประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2 และโดยที่ C) ที่ปรากฎอยู่ในองค์ประกอบดังกล่าวคือส่วนผสมของไดเฟนิลามีนโดยมีโซ่ข้างอยู่บนวง แหวนเฟนิลที่มีอะตอมของคาร์บอนประมาณ 6-9 อะตอมและเฟนอลที่ถูกขวางไว้พร้อมด้วยโซ่ข้างของ เอสเตอร์ที่มีอะตอมของคาร์บอนประมาณ 8-10 อะตอม
21. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 17-20 โดยที่พอลิยูรีเทนที่มี ความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติดไฟคือรูปแบบของโฟมชนิดหนึ่ง
22. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิที่ 21 โดยที่โฟมดังกล่าวสามารถผ่านขั้นตอนการทดสอบของ California 117 ตามที่กล่าวถึงใน Technical Bulletin เดือนมีนาคม 2000 ไปได้
23. วิธีการสำหรับผลิตองค์ประกอบของพอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติด ไฟที่ทำจากส่วนประกอบที่ประกอบด้วยไอโซไซยาเนต, พอลิออล, สารลดความตึงผิวและตัวเร่ง ปฏิกิริยาซึ่งจากที่กล่าวไปแล้ว วิธีการดังกล่าวยังประกอบด้วยการสร้างสารที่เตรียมขึ้นตามสูตรหรือ วิธีการทำจากการสร้างพอลิเมอร์ A) บิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) อย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอโรมาติกไดเอสเตอร์ไดออล ผสมโบรมีนแบบวงแหวน B) ไตรเฟนิลฟอสเฟตผสมอัลคิลในสถานะของเหลวที่มีสูตรเฉลี่ยโดยประมาณ (RxPhO)3P=O) ซึ่ง R แต่ละตัวคืออะตอมของไฮโดรเจนหรือหมู่อัลคิลที่เป็นอิสระโดยมีอะตอมของ คาร์บอนอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 4 อะตอมและ x เป็นตัวเลขที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.2 ถึง 3 และ C) แอลิไซคลิกฟอสโฟเนตเอสเตอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีอะตอมของฟอสฟอรัสจำนวน 1, 2 หรือ 3 อะตอมในโมเลกุลซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวงแหวนแอลิไซคลิก และมีเนื้อสารที่เป็นฟอสฟอรัสอย่างน้อยประมาณ 15% โดยน้ำหนัก เพื่อให้ผลิตพอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติดไฟขึ้นมา
24. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 23 โดยที่ A) คือบิส(อัลคาโนอิกแอซิดเอสเตอร์) ของเอสเตอร์ ผสมของเตตระโบรโมทาลิกแอนไฮไดรด์กับไดเอทิลีนไกลคอลและโพรพิลีนไกลคอลโดยที่ x ในสูตร ใน B) คือจำนวนเฉลี่ยระหว่างประมาณ 0.8 และประมาณ 1.2 และโดยที่ C) คือส่วนผสมที่ ประกอบด้วย (i) กรดฟอสโฟนิก, เมทิล-, (5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,5-ไดออกซาฟอสโฟริแนน- 5-อิล)เมทิลเมทิลเอสเตอร์และ (ii) กรดฟอสโฟนิก, เมทิล-, บิส[(5-เอทิล-2-เมทิล-2-ออกซิโด-1,3,2-ได ออกซาฟอสฟิแนน-5-อิล)เมทิล]เอสเตอร์
25. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ส่วนประกอบดังกล่าวมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือ ไดเฟนิลามีนผสมอัลคิลที่เป็นของเหลวซึ่งสารแทนที่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไปซึ่งเป็นวงแหวนของอัลคิล แต่ละชนิดจะมีอะตอมของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบตั้งแต่ประมาณ 4-9 อะตอม
26. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ส่วนประกอบดังกล่าวมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือ ส่วนผสมของไดเฟนิลามีนกับโซ่ข้างอยู่บนวงแหวนเฟนิลที่มีอะตอมของคาร์บอนประมาณ 6-9 อะตอม และเฟนอลที่ถูกขวางไว้พร้อมด้วญโซ่ข้างของเอสเตอร์ที่มีอะตอมของคาร์บอนประมาณ 8-10 อะตอม
27. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 23-26 โดยที่ส่วนประกอบของ องค์ประกอบของพอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวจะรวมถึงสารทำให้ฟูอย่างน้อยหนึ่งชนิดเพื่อให้ พอลิยูรีเทนที่มีความอ่อนตัวซึ่งเป็นสารหน่วงการติดไฟอยู่ในรูปแบบของโฟมชนิดหนึ่ง
TH701001663A 2007-04-04 สารประกอบ และสารผสมฆ่าวัชพืช TH92655A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH92655A true TH92655A (th) 2008-12-19

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
ES2353011T3 (es) Preparado ignifugante.
JP3987068B2 (ja) ポリウレタンフォームのための(アルキル置換)トリアリールホスフェートエステルと燐含有難燃剤とのブレンド
ES2247683T3 (es) Moldeo ignifugas de poliamida.
US3801532A (en) Rapid-setting polyurethanes from diols and polyfunctional isocyanates
ES2650627T3 (es) Mezclas de al menos un ácido dialquilfosfínico con al menos otro ácido dialquilfosfínico diferente del primero, procedimiento para su preparación y su utilización
US20040039147A1 (en) Thermoplastically processable polyurethanes (TPU) with self-extinguishing properties, a process for their preparation and their use
KR20080113741A (ko) 인과 질소함유 폴리올
JP2006513311A5 (th)
JP2009532575A (ja) 難燃性添加剤組成物およびその使用
ATE376031T1 (de) Flammwidrige polyurethane und additive dafür
JP4975248B2 (ja) テトラハロフタレートエステルと燐含有難燃剤とのポリウレタン組成物用ブレンド
US3429837A (en) Polyurethane foams containing tertiary esters of phosphorous acid
JP2005529201A5 (th)
Levchik et al. Developments in phosphorus flame retardants
DE502007000864D1 (de) Phosphorhaltige Mischungen, ein Verfahren zu ihrer Herstellung und ihre Verwendung
EP0363321B1 (en) Flame retardants
US4001165A (en) Rapid setting polyurethanes from diols and polyfunctional isocyanates
JP2006509065A5 (th)
TH92653A (th) องค์ประกอบของสารเติมแต่งสำหรับหน่วงการติดไฟและการใช้องค์ประกอบดังกล่าว
US3684754A (en) Flame-retarded polyurethane compositions comprising a phosphorus-containing polyol and an aromatic carboxylic acid
US3882071A (en) Rapid setting non-elastomeric polyurethane compositions prepared in the presence of an organic phosphate, phosphite or phosphonate
TH92654A (th) สารเคลือบยึดติดที่กินได้สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลายส่วนประกอบ
US3878156A (en) Rapid-setting non-elastomeric polyurethane compositions prepared in the presence of an organic carbonate
US4000104A (en) Rapid setting polyurethanes from diols and polyfunctional isocyanates
TH91471A (th) การถอดรหัสสื่อประสมระดับเฟรมด้วยตารางสารสนเทศเฟรม