TH68046B - ของผสมของสารที่คล้ายไซโคลสปอรีน และการใช้เป็นสารปรับภูมิคุ้มกัน - Google Patents

ของผสมของสารที่คล้ายไซโคลสปอรีน และการใช้เป็นสารปรับภูมิคุ้มกัน

Info

Publication number
TH68046B
TH68046B TH201003874A TH0201003874A TH68046B TH 68046 B TH68046 B TH 68046B TH 201003874 A TH201003874 A TH 201003874A TH 0201003874 A TH0201003874 A TH 0201003874A TH 68046 B TH68046 B TH 68046B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
isomers
isomer
cyclosporin
mixture
mixtures
Prior art date
Application number
TH201003874A
Other languages
English (en)
Other versions
TH95729B (th
TH95729A (th
Inventor
เนียคเกอร์ นายเซลวาราจ
ดับเบิ้ลยู แยทส์คอฟฟ์ นายแรนดอลล์
ที ฟอสเตอร์ นายโรเบิร์ต
Original Assignee
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ นางสาวสนธยา สังขพงศ์ นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จิตมงคลทอง
นางสาวสนธยา สังขพงศ์
นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จิตมงคลทอง
Filing date
Publication date
Application filed by นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ นางสาวสนธยา สังขพงศ์ นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จิตมงคลทอง, นางสาวสนธยา สังขพงศ์, นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จิตมงคลทอง filed Critical นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
Publication of TH95729B publication Critical patent/TH95729B/th
Publication of TH95729A publication Critical patent/TH95729A/th
Publication of TH68046B publication Critical patent/TH68046B/th

Links

Abstract

DC60 (13/01/46) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับสารผสมซึ่งประกอบรวมด้วยของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้าย ไซโคลสปอรินซึ่งมีโครงสร้างที่คล้ายไซโคลสปอริน A ของผสมนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพและลดความ เป็นพิษที่ดีกว่าแต่ละไอโซเมอร์ และดีกว่าไซโคลสปอรินและอนุพันธ์ของไซโคลสปอรินที่มีอยู่ตาม ธรรมชาติและที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน องครูปของการประดิษฐ์นี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ซิส และ ทรานส์-ไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน A ซึ่งหมายถึงไซโคลสปอริน ISATX247, และ อนุพันธ์ของมัน ของผสมของ ISATX247 ไอโซเมอร์แสดงการรวมของเพิ่มประสิทธิภาพและลดความ เป็นพิษที่ดีกว่าไซโคลสปอรินและอนุพันธ์ของไซโคลสปอรินที่มีอยู่ตามธรรมชาติและที่รู้จักกันดีใน ปัจจุบัน ISATX247 ไอโซเมอร์ และอนุพันธ์ที่ถูกแอลคีเลต, แอริลเลต, และดิวทิเรตจะถูกสังเคราะห์ โดยวิธีการเลือกทางสเตอริโอ โดยแต่ละสภาวะของปฏิกิริยาจะบอกถึงระดับการเลือกทางสเตอริโอ วิธีการเลือกทางสเตอริโออาจเป็นปฏิกิริยาวิตติก, หรือตัวกระทำโลหะอินทรีย์ซึ่งประกอบรวมด้วย ธาตุอนินทรีย์ อย่างเช่น โบรอนซิวิลิกอน, ไททาเนียม, และลิเธียม อัตราส่วนของไอโซเมอร์ในของ ผสมอาจอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ (E)-ไอโซเมอร์ ต่อประมาณ 90 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ (Z)-ไอโซเมอร์ บนฐานของน้ำหนักรวมของของผสม การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับสารผสมซึ่งประกอบรวมด้วยของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้าย ไซโคลสปอรินซึ่งมีโครงสร้างที่คล้ายไซโคลสปอริน A ของผสมนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพและลดความ เป็นพิษที่ดีกว่าแต่ละไอโซเมอร์ และดีกว่าไซโคลสปอรินและอนุพันธ์ของไซโคลสปอรินที่มีอยู่ตาม ธรรมชาติและที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน องครูปของการประดิษฐ์นี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ซิส และ ทรานส์-ไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน A ซึ่งหมายถึงไซโคลสปอริน ISATX247, และ อนุพันธ์ของมัน ของผสมของ ISATX247 ไอโซเมอร์แสดงการรวมของเพิ่มประสิทธิภาพและลดความ เป็นพิษที่ดีกว่าไซโคลสปอรินและอนุพันธ์ของไซโคลสปอรินที่มีอยู่ตามธรรมชาติและที่รู้จักกันดีใน ปัจจุบัน ISATX247 ไอโซเมอร์ และอนุพันธ์ที่ถูกแอลดีเลต, แอริลเลต, และดิวทิเรตจะถูกสังเคราะห์ โดยวิธีการเลือกทางสเตอริโอ โดยแต่ละสภาวะของปฏิกิริยาจะบอกถึงระดับการเลือกทางสเตอริโอ วิธีการเลือกทางสเตอริโออาจเป็นปฏิกิริยาวิตติก, หรือตัวกระทำโลหะอินทรีย์ซึ่งประกอบรวมด้วย ธาตุอนินทรีย์ อย่างเช่น โบรอนซิวิลิกอน, ไททาเนียม, และลิเธียม อัตราส่วนของไอโซเมอร์ในของ ผสมอาจอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ (E) -ไอโซเมอร์ ต่อประมาณ 90 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ (Z)-ไอโซเมอร์ บนฐานของน้ำหนักรวมของของผสม สิทธิบัตรยา

Claims (9)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :------27/09/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 3 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. องค์ประกอบซํ่งประกอบด้วยของผสมไอโซเมอร์ฃองสารที่คล้ายไซโคลสปอรินซํ่งถูก ปรับปรูงที่ส่วนที่เหลือของกรด 1-อะมิโนด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน โดยที่ของผสมไอโซเมอร์ ประกอบด้วย E-ไอโซเมอร์ตั้งแต่ 75% ถึง 90% โดยนํ้าหนัก และ Z-ไอโซเมอร์ตั้งแต่ 25% ถึง 10% โดยนํ้าหนัก โดยที่ผลรวมของเปอร์เซ็นต์โดยนํ้าห่นักของ (E) ไอโซเมอร์ และ (Z) ไอโซเมอร์ คือ 100 เปอร์เซ็นต์โดยนํ้าหนัก โดยที่ไอโซเมอร์ คือ E- และZ-ไอโซเมอร์ดังที่ระบุไว้ด้านล่าง (โครงสร้างทางเคมี) (โครงสร้างทางเคมี) E-ไอโซเมอร์ Z-ไอโซเมอร์ 2. องค์ประกอบของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ของผสมไอโซเมอร์ประกอบด้วย E-ไอโซเมอร์ 75% ถึง 85% และ Z-ไอโซเมอร์ 15% ถึง 25% 3. องค์ประกอบของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ของผสมไอโซเมอร์ประกอบด้วย E-ไอโซเมอร์ 85% ถึง 90% และ Z-ไอโซเมอร์ 10% ถึง 15% 4. องค์ประกอบดังที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนํ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 เป็นองค์ประกอบ ทางการบำบัดรักษา 5. องค์ประกอบดังที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนํ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 เป็นองค์ประกอบ ทางเภสัชกรรมที่ประกอบด้วยของผสมไอโซเมอร์ฃองสารที่คล้ายไซโคลสปอรินตามข้อใดข้อหนึ๋ง ของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 และกระสายยาที่ยอมรับไดไนทางเภสัชกรรม 6. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 5 ซํ่งประกอบด้วยสารละลายของเหลวที่มี สารลดแรงตึงผิว, เอธานอล, ตัวทำละลายที่ชอบไขมัน และ/หรือ กงชอบไขมัน 7. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 6 ซํ่งประกอบด้วยดี-แอลฟา โทโคฟริล โพลีเอธิลีน ไกลคอล 1000 ซัคซิเนต (วิตามิน E TPGS), นํ้ามันไตรกลีเซอไรค์สายโซ่กลาง (MCT), ทวิน 40 และเอธานอล หน้า 2 ของจำนวน 3 หน้า 8. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 5 ชงประกอบด้วยเจลาตินแคปชุลที่มีของ ผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน, สารละลายของเหลวที่มีสารลดแรงตึงผิว, เอธานอล, ตัวทำละลายที่ชอบไขมัน และ/หรือ นึ่งชอบไขมัน 9. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 7 ถึง 8 ซื่งอยู่ในรูปแบบ หน่วยใช้งาน 1 0. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 9 ซํ่งมีส่วนประกอบที่ออกฤทธตั้งแต่ 5 มิลลิกรัม ถึง 500 มิลสิกรัม 1 1. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 8 ซํ่งมีของผสมไอโซเมอร์ 50 มิลสิกรัม 1 2. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 6 หรือ 7 โดยที่สารละลายมีของผลมไอโซ- เมอร์ 50 มิลสิกรัม/มิลสิลิตร 1 3. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 5 ซํ่งถูกตัดแปลงสำหรับการให้ใช้โดยผ่าน ทางปาก 1 4. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 5 ถึง 13 โดยที่ของผสม ไอโซเมอร์ฃองสารที่คล้ายไซโคลสปอรินจะมีอยู่ในปริมาณชํ่งมีประสิทธิผลทางการบำบัดรักษา สำหรับการผลิตการลดภูมิตอบสนองเมื่อถูกให้กับสัตว์ 1 5. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 14 โดยที่สัตว์ตังกล่าว คือ มนุษย์ 1 6. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 14หรือ 15โดยที่การลดภูมิตอบสนอง ตังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัด หรือ บรรเทาการต่อด้านการปถูกถ่ายอวัยวะ หรือ เนื้อเยื่อแบบเฉียบพลัน 1 7. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 16 โดยที่การต่อด้านการปลูกถ่ายตังกล่าว ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยการต่อด้านการปลูกถ่ายหัวใจ, ปอด, หัวใจและปอด, ตับ, ไต, ตับอ่อน , ผิวหนัง, สำไล้ และแก้วตา 1 8. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 14หรือ 15โดยที่การลด ภูมิตอบสนองตังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัด หรือ บรรเทาการต่อด้านที่เกิดจาก T-เซลล์ 1 9. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 14หรือ 15โดยที่การลด ภูมิตอบสนองตังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัด หรือ บรรเทาโรคจากการต่อด้านการปลูกถ่าย 2 0. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 19 โดยที่โรคตังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการ ปลูกถ่ายไขกระดูก 2 1. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 14 หรือ 15 โดยที่การลด ภูมิตอบสนองตังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัด หรือ บรรเทาการต่อด้านแบบเรื้อรังของอวัยวะที่ปลูกถ่าย 2 2. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 21 โดยที่การต่อด้านแบบเรื้อรังตังกล่าว เป็นโรคจากการปลูกถ่ายเส้นเลือด 2 3. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 14 หรือ 15โดยที่การลด ภูมิตอบสนองตังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัด หรือ บรรเทาการต่อด้านการปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้อื่น หน้า 3 ของจำนวน 3 หน้า 2 4. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 23 โดยที่การต่อต้านการปลูกถ่ายอวัยวะ จากผู้อื่นดังกล่าวถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยการต่อต้านแบบเฉียบพลัน, แบบเฉียบพลันรุนแรง และแบบแบบเรื้อรังของอวัยวะ ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้!ห้อวัยว ะต่างสายพันธุจากผู้รับ 2 5. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่การต่อต้านการปลูกถ่ายอวัยวะ จากผู้อื่นดังกล่าวเป็นการต่อต้านที่เกิดโดยการต่อต้านจาก B-เซลล์หรือ แอนติบอดี 2 6. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อใดข้อหนงของข้อถือสิทธิที่ 14 หรือ 15 โดยที่การลด ภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัด หรือ บรรเทาโรค หรือ สภาวะทางภูมิคุ้มกันที่เกิดเอง หรือ โรค หรือ สภาวะอักเสบ 2 7. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 26 โดยที่โรค หรือ สภาวะดังกล่าวถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยข้ออักเสบ, ข้ออักเสบชนิดรูห์มาทอยค์, ข้ออักเสบเรื้อรังชนิดโปรกรืดีนเต, ข้ออักเสบชนิดเดฟอร์มานส์ และ\'โรครูห์มาติก 2 8. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่โรค หรือ สภาวะดังกล่าวถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยโรคทางเม็ดเลือด, ภาวะเลือดจางจากการทำลายตัวของเม็ดเลือดแดง, ภาวะ เลือดจางจากการไม,สร้างเม็ดเลือดแดง, ภาวะเลือดจางจากการมีเม็ดเลือดแดงเพียงอย่างเดียว, ภาวะ เกล็ดเลือดน้อยแบบไม่ทราบสาเหตุ, ผื่นแดงทั่วร่างจากเลือดคั่ง, กระดูกอ่อนอักเสบ, ภาวะหนังแข็ง, การเกิดแกรนูโลมชนิดเวนเจอร์, กล้ามเนื้อและผิวหนังอักเสบ, ดับอักเสบเรื้อรัง, กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชนิดร้ายแรง, โรคสะเก็ดเงิน, กลุ่มอาการสตีเวน-จอห์นสัน, โรคบิดสปรูแบบไม่ทราบสาเหตุ, โรค ลำไล้อักเสบ (จากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเอง), แผลเ!เอยในลำไล้, โรคโครห์น, โรคตาจากต่อมภายใน, โรคกราเวส, โรคชาร์คอยค์, ภาวะหนังแข็งแบบทวีดูณ, ดับอักเสบเหตุจากนํ้าดี, เบาหวานในวัยรุ่น (เบาหวานชนิดที่ 1), ผนังลูกตาชั้นกลางอักเสบ (ทั้งต้านหน้าและต้านหลัง), กระจกตาและเยื่อตาขาว อักเสบจากการแห้ง, กระจกตาและเยื่อตาขาวอักเสบในฤดูใบไม้ผลิ, การเกิดพังผืดที่ปอด, ข้ออักเสบ จากโรคสะเก็ดเงิน, ไตอักเสบในส่วนของโกลเมอรูสัส, กลุ่มอาการไตอักเสบที่เกิดขึ้นเอง, ไตผิดปกติ ที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด และกล้ามเนื้อ และผิวหนังอักเสบในวัยรุ่น 2 9. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่โรค หรือ สภาวะดังกล่าวถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยโรคสะเก็ดเงิน, ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส, ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ทาง พันธุกรรม, ผมร่วงเป็นหย่อม, ผื่นย้ายที่หลายรูป, งูสวัด, โรคผิวหนังแข็ง, ผิวต่างขาว, หลอดเลือด อักเสบเหตุไวเกิน, ลมพิษ, ผิวหนังพุพอง, ผื่นแดงชนิดรอยแผล, ผิวหนังเป็นตุ่ม, ผิวหนังพุพองจาก การแตกของหนังกำพร้า, สภาวะอักเสบ หรือ ภูมิแพ้ของผิวหนัง, สภาวะอักเสบของปอด และทางเดิน หายใจ, หอบหืด, ภูมิแพ้และโรคฝ่นจับปอด ------------ 1. องค์ประกอบซึ่งประกอบด้วยของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอรินซึ่งถูก ปรับปรุงที่ส่วนที่เหลือของกรด 1-อะมิโนด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน โดยที่ของสารผสมไอโซเมอร์ ประกอบด้วย E-ไอโซเมอร์ตั้งแต่ 75% ถึง 90% โดยน้ำหนัก และ z-ไอโซเมอร์ตั้งแต่ 25% ถึง 10% โดยน้ำหนัก โดยที่ผลรวมของเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ (E) ไอโซเมอร์ และ (Z) ไอโซเมอร์ คือ 100 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก โดยที่ไอโซเมอร์ คือ E- และ Z-ไอโซเมอร์ดังที่ระบุไว้ด้านล่าง 2. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ ไอโซเมอร์ที่ไม่ถูกดิวทิเรต คือ E และ Z -ไอโซ เมอร์ดังที่กำหนดไว้ข้างล่างนี้ : (สูตรเคมี) 3. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์นี้ประกอบรวม ด้วย E-ไอโซเมอร์ และประมาณ 55 ถึง 65 % และ Z-ไอโซเมอร์ ประมาณ 35% ถึง 45% 4. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวประกอบรวม ด้วย E-ไอโซเมอร์ ประมาณ 65 % ถึง 75 % และ Z-ไอโซเมอร์ ประมาณ 25 % ถึง 35 % 5. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวประกอบรวม ด้วย E-ไอโซเมอร์ ประมาณ 75 % ถึง 85 % และ Z-ไอโซเมอร์ ประมาณ 15 % ถึง 25 % 6. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวประกอบรวม ด้วย E-ไอโซเมอร์ ประมาณ 85 % ถึง 90% และ Z-ไอโซเมอร์ ประมาณ 10 % ถึง 15 % 7. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวประกอบรวม ด้วย E-ไอโซเมอร์ ประมาณ 90 % ถึง 95 % และ Z-ไอโซเมอร์ ประมาณ 10 % ถึง 5 % 8. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวประกอบรวม ด้วย E-ไอโซเมอร์ มากกว่าหรือเท่ากับ 95 % และ Z-ไอโซเมอร์ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 % 9. สารผสมซึ่งประกอบรวมด้วยของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คลายไซโคลสปอริน ซึ่งถูก ปรับปรุงที่ส่วนของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน โดยที่ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าว ประกอบรวมด้วย E-ไอโซเมอร์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 45 % และ Z-ไอโซเมอร์ มากกว่าหรือเท่ากับ 55 % 1 0. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ ไอโซเมอร์ที่ไม่ถูกดิวทิเรต คือ E- และ Z-ไอโซ เมอร์ดังที่กำหนดไว้ข้างล่างนี้ (สูตรเคมี) 1 1. สารผสมตามข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวประกอบรวม ด้วย Z-ไอโซเมอร์ ประมาณ 75 ถึง 65 % และ E-ไอโซเมอร์ ประมาณ 25 % ถึง 35 % 1 2. สารผสมตามข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวประกอบรวม ด้วย Z-ไอโซเมอร์ ประมาณ 65 ถึง 55 % และ E-ไอโซเมอร์ ประมาณ 35 % ถึง 45 % 1 3. สารผสมทางเภสัชกรรม ซึ่งประกอบรวมด้วยของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซ โคลสปอริน ตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 12 และกระสายยาที่ยอมรับให้ ใช้ได้ในทางเภสัชกรรม 1 4. สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 13 ซึ่งประกอบรวมด้วยสารละลายของเหลว ซึ่งมีสารลดแรงตึงผิว, เอธานอล, ตัวทำละลายที่ชอบไขมัน และ/หรือ กึ่งชอบไขมัน 1 5. สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งประกอบรวมด้วย ดี-แอลฟา โทโคฟี ริล โพลีเอธิลีน ไกลคอล 1000 ซัคซิเนต (วิตามิน E TPGS), น้ำมัน ไตรกลีเซอไรด์ สายโซ่กลาง (MCT), ทวีน 40, และเอธานอล 1 6. สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 13 ซึ่งประกอบรวมด้วย เจลาตินแคบซูล ซึ่ง มีของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน, สารละลายของเหลวซึ่งมี สารลดแรงตึงผิว, เอธานอล, ตัวทำละลายที่ชอบไขมัน และ/หรือ กึ่งชอบไขมัน 1 7. สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 15 ถึง 16 ซึ่งอยู่ ในรูปแบบหน่วยใช้งาน 1 8. สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 17 ซึ่งมีส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ระหว่าง ประมาณ 50 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 500 มิลลิกรัม 1 9. สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งมีของผสมไอโวเมอร์ ประมาณ 50 มิลลิกรัม 2 0. สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 14 หรือ 15 โดยที่สารละลายดังกล่าวทีของ ผสมไอโซเมอร์ 50 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร 2 1. สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 13 ซึ่งถูกดัดแปลงให้ใช้โดยผ่านทางปาก 2 2. สารผสมทางเภสัชกรรมสำหรับทำให้เกิดการลดภูมิตอบสนอง เมื่อถูกใช้กับสัตว์ ซึ่ง ประกอบด้วย ของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอรินตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่ง ตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 12 หรือสารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 13 ถึง 21 ในปริมาณที่ให้ผลต่อการบำบัดรัก 2 3. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 22 โดยที่ สัตว์ดังกล่าว คือ มนุษย์ 2 4. สารผสมทางเภสัชกรรมสำหรับทำให้เกิดการลดภูมิตอบสนอง ซึ่งประกอบรวมด้วย ของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ที่ลดภูมิตอบสนองในปริมาณที่ให้ผลต่อการ บำบัดรักษา โดยที่การเตรียมของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวลดความเป็นพิษของสารที่คล้ายไซโคลส ปอริน 2 5.สารผสมเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 29 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าว ประกอบด้วยสารผสมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่ง ตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 12 2 6. สารผสมทางเภสัชกรรมสำหรับทำให้เกิดการลดภูมิตองสนอง ซึ่งประกอบรวมด้วยของ ผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลปอรินที่ลดภูมิตอบสนอง ในปริมาณที่ให้ผลต่อการ บำบัดรักษา โดยที่การเตรียมของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าวช่วงเพิ่มประสิทธิผลของสารที่คล้ายไซ โคลสปอริน 2 7. สารผสมเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 29 โดยที่ ของผสมไอโซเมอร์ดังกล่าว ประกอบรวมด้วยสารผสมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 12 2 8. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 22 ถึง 27 โดยที่การลด ภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อการบำบัดหรือบรรเทาการต่อต้านการปลูกถ่ายอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ แบบเฉียบพลัน 2 9. สารผสมเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 28 โดยที่ การต่อต้านการปลูกถ่ายดังกล่าว ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย การต่อต้านการปลูกถ่ายหัวใจ, ปอด, หัวใจและปอด, ตับ, ไต, ตับอ่อน, ผิวหนัง, ลำไส้ และแก้วตา 3 0. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 22 ถึง 27 โดยที่การลด ภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัดหรือบรรเทาการต่อต้านที่เกิดจาก T-เซลล์ 3 1. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 22 ถึง 27 โดยที่การลด ภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัดหรือบรรเทาโรคจากการต่อต้านการปลูกถ่าย 3 2. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 31 โดยที่ โรคดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการ ปลูกถ่ายไขกระดูก 3 3. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 22 ถึง 27 โดยที่การลด ภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัดหรือบรรเทาการต่อต้านแบบเรื้อรังของอวัยวะที่ปลูกถ่าย 3 4. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 33 โดยที่ การต่อต่านแบบเรื้อรังดังกล่าว เป็นโรคจากการปลูกถ่ายเส้นเลือด 3 5. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 22 ถึง 27 โดยที่การลด ภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัดหรือบรรเทาการต่อต้านการปลูกถายอวัยวะจากผู้อื่น 3 6. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิ 35 โดยที่ การต่อต้านการปลูกอวัยวะ จากผู้อื่นดังกล่าวถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยการต่อต้านแบบเฉียบพลัน, แบบเฉียบพลัน รุงแรง และแบบเรื้อรังของอวัยวะที่เกิดขึ้นเมื่อผู้รับบริจาคอวัยวะนั้นต่างสายพันธุ์จากผู้รับ 3 7. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิ 36 โดยที่ การต่อต้านการปลูกถ่ายอวัยวะ จากผู้อื่นดังกล่าวเป็นการต่อต้านที่เกิดโดยการต่อต้านจาก B-เซลล์ หรือแอนดิบอดี 3 8. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 22 ถึง 27 โดยที่การลด ภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อบำบัดหรือบรรเทาโรคหรืออาการทางภูมิคุ้มกันที่เกิดเองหรือโรค หรืออาการอักเสบ 3 9. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 38 โดยที่ โรคหรืออาการดังกล่าวถุกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ข้ออักเสบ, ข้ออักเสบชนิดรูห์มาทอยด์, ข้ออักเสบเรื้อรังชนิดโปรกรีดีนเต, ข้ออักเสบชนิดเดฟอร์มานส์ และโรคครูห์มาติกอื่น ๆ 4 0. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 38 โดยที่ โรคหรืออาการดังกล่าวถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยโรคทางเม็ดเลือด, ภาวะเลือดจางจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง, ภาวะเลือดจางการไม่สร้างเม็ดเลือดแดง, ภาวะเลือดจางจากการมีเม็ดเลือดแดงเพียงอย่าง เดียว, ภาวะเกล็ดเลือดน้อยแบบไม่ทราบสาเหตุ, ผื่นแดงทั่วร่างจากเลือดคั่ง, กระดูกอ่อนอักเสบ, ภาวะหนังแข็ง, การเกิดแกรนูโลมาชนิดเวนเจอร์, กล้ามเนื้อและผิวหนังอักเสบ, ตับอักเสบเรื้อรัง, กล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้ายแรง, โรคสะเก็ดเงิน, กลุ่มอาการสตีเวน-จอห์นสัน, โรคบิดสปรูแบบไม่ ทราบสาเหตุ, โรคลำไส้อักเสบ (จากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเอง), แผลเปื่อยในลำไส, โรคโครห์น, โรค ตาจากต่อมภายใน, โรคกราเวส, โรคซาร์คอยด์, ภาวะหนังแข็งแบบทวีคูณ, ตับอักเสบเหตุจาก น้ำดี, เบาหวานในวัยรุ่น (เบาหวานชนิดที่ 1) , ผนังลูกตาชั้นกลางอักเสบ (ทั้งด้านหน้าและ ด้านหลัง) , การจกตาและเยื้อตาขาวอักเสบจากการแห้ง, กระจกตาและเยื่อตาขาวอักเสบในฤดู ใบไม้ผลิ, การเกิดพังผืดที่ปอด, ข้ออักเสบจากโรคสะเก็ดเงิน, ไตอักเสบในส่วนของโกลเมอรูลัส, กลุ่มอาการไตอักเสบที่เกิดขึ้นเอง, ไตผิดปกติที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด และกล้ามเนื้อและ ผิวหนังอักเสบในวัยรุ่น 4 1. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 38 โดยที่ โรคหรืออาการดังกล่าวถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยโรคสะเก็ดเงิน, ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส, ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ทาง พันธุกรรม, ผมร่วงเป็นหย่อม, ผื่นย้ายที่หลายรูป, งูสวัด, โรคผิวหนังแข็ง, ผิวด่างขาว, หลอด เลือดอักเสบเหตุไวเกิน, ลมพิษ, ผิวหนังพุพอง, ผื่นแดงชนิดรอยแผล, ผิวหนังเป็นตุ่ม, ผิวหนัง พุพองจากการแตกจองหนังกำพร้า, อาการอักเสบหรือภูมิแพ้ของผิวหนังชนิดอื่นๆ , อาการอักเสบ ของปอดและทางเดินหายใจ, หอบหึด, ภูมิแพ้ และโรคฝุ่นจับปอด 4 2. สารผสมดังข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 12 ที่ใช้เป็นสารผสม สำหรับรักษา 4 3. สารผสมดังข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 12 ที่ใช้เป็นสารผสม สำหรับเตรียมเป็นเวชภัณฑ์สำหรับสร้างการลดผลตอบภูมิคุ้มกันสำหรับป้องกันการปลูกถ่ายเอก พันธุ์ หรือวิวิธพันธุ์ ซึ่งนิยมให้เป็น ไต, หัวใจ, ตับ หรือป้องกัน หรือรักษาอาการทางภูมิคุ้มกันที่ เกิดขึ้นเอง โดยเฉพาะข้ออักเสบชนิดรูห์มาทอยด์ หรือ โรคสะเก็ดเงิน 4 4. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 22 ถึง 27 โดยที่ การ ลดภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อป้องกันการต่อต้านการปลูกถ่ายอวัยวะหรือเนื้อเยื่อแบบ เฉียบพลัน 4 5. สารผสมทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ข้อ 22 ถึง 27 โดยที่ การ ลดภูมิตอบสนองดังกล่าวเป็นไปเพื่อป้องกันโรคหรืออาการทางภูมิคุ้มกันที่เกิดเอง หรือโรคหรือ อาการอักเสบ 4 6. วิธีการเตรียมของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ซึ่งถูกปรับปรุงที่ส่วน ของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน โดยที่วิธีการดังกล่าวประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ a) การปกป้อง เบต้า-แอลกอฮอล์ของกรดอะมิโน-1 ของไซโคลสวปอริน เพื่อทำให้เกิดไซ โคลสปอรินที่ถูกปกป้อง b) การออชิไดซ์ไซโคลสปรินที่ถูกปกป้อง เพื่อทำให้เกิดอัลดีไฮด์ของไซโคลสปอรินที่ถูก ปกป้อง c) การเปลี่ยนอัลดีไฮด์ของไซโคลสปอรินที่ถูกปกป้องไปเป็นของผสมของ E- และ Z- ไอโซ เมอร์ของไซโคลสปอริน 1,3-ไดอีนที่ถูกปกป้องโดยการทำปฏิกิริยาอัลดีไฮด์ของไซโคลส ปอรินที่ถูกปกป้องด้วยฟอสฟอรัสยไลด์ โดยผ่านปฏิกิริยาวิททิก; d) การคลายการปกป้องของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของไซโคลสปอริน 1,3-ไดอีน ที่ถูกปกป้องเพื่อให้ได้ของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ซึ่งถูกปรับปรุงที่ ส่วนของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน 4 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่ของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ประกอบด้วย E-ไฮโซเมอร์มากกว่าหรือเท่ากับ 90% 4 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่ เบต้า-แอลกอฮอล์ของกรดอะมิโน-1 ของไซโคลสปอ รินถูกปกป้องโดยการทำปฏิกิริยาไซโคลสปอรินด้วยรีเอเจนท์ เพื่อให้ได้ไซโคลสสปอรินที่ถูกปกป้อง ซึ่งถุกเลือกจากกลุ่มของสารที่ประกอบด้วยอะซีเตทเอสเทอร์, เบนโซเอทเอสเทอร์, เบนโซเอทเอส เทอร์ ซึ่งถูกแทนที่ตำแหน่งในโครงสร้าง, อีเทอร์, และไซลิลอีเทอร์ 4 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่ เบต้า-แอลกอฮอล์ของกรดอะมิโน-1 ของไซโคลสปอ รินถูกปกป้องด้วยอะซีเตทเอสเทอร์ ซึ่งทำให้ดกิดอะเซทิลไซโคลสปอริน โดยที่ขั้นตอนการถูกปกป้อง ประกอบรวมด้วยการผสมอะซีติกแอนไฮไดรด์กับไวโคลสปอริน โดยมีไดเมทิลอะมิโนไพริดีน (DMAP) อยู่ด้วยที่อุณหภูมิห้องภายใต้บรรยากาศไนโตรเจน 5 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่ ขั้นตอนการออกซิไดซ์ถูกกระทำด้วยสารออกซิไดซ์ ที่ถูกเลือกจากกลุ่มสารที่ประกอบด้วยโอโซน, โปแตสเซียมเพอร์แมงกาเนต, รูทีเนียมเททรอกไซด์, ออสเมียมเททรอกไซด์, ออสเมียมเททรอกไซด์บนโพลิเมอร์รองรับ, และรูทีเนียมคลอไรด์ 5
1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 50 โดยที่ สารออกซีไดซ์ คือ โอโซน 5
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 51 โดยที่ ขั้นตอนการเปลียนสารประกอบรวมด้วยการทำ ปฏิกิริยาอัลดีไฮด์ของไซโคลสปอริน ที่ถูกแกป้องด้วยฟอสฟอรัสยไลด์ โดยทีเบสอยุ่ด้วย 5 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 52 โดยที่ ฟอสฟอรัสยไลด์ คือ ไตรบิวทิลอัลลิล ฟอสฟอ เนียมโบรไมด์ 5 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 52 โดยที่ เบสถูกเลือกจากกลุ่มสารที่ประกอบด้วย โซเดียม ไฮดรอกไซด์, โซเดียมคาร์บอเนต, บิวทิลลิเทียม, เฮกซิลลิเทียม, โซเดียมเอไมด์, ลิเทียมฮินเดอร์ เบส และโลหะอัลคาไลอัลคอกไซด์ 5 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 54 โดยที่ เบส คือ โปแตสเซียมเทอเชียรี-บิวทอกไซด์ 5 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่ ขั้นตอนคลายการปกป้องประกอบด้วยการให้ ของผสม E- และ Z-ไอโซเมอร์ของไซโคลสปอริน 1,3-ไดอีน ที่ถูกปกป้องสัมผัสกับเบส 5 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 56 โดยที่ ขั้นตอนคลายการปกป้องประกอบด้วยการ ละลายของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของไซโคลสปอริน 1,3-ไดอีน ที่ถูกปกป้องในเมทานนอล และน้ำ และการเติมเบสลงไปเพื่อให้ได้ของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ซึ่งถุก ปรับปรุงที่ส่วนของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน 5 8. วิธีการเตรียมของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ซึ่งถูกปรับปรุงที่ส่วน ของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน โดยที่ วิธีการดังกล่าวประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ a) การปกป้อง เบต้า-แอลกอฮอล์ของกรดอะมิโน-1 ของไซโคลสสปอริน เพื่อทำให้เกิดอะ เซทิลไซโคลสปอริน โดยการผสมอะซีติกแอนไฮโดรด์ กับไซโคลสสปอริน โดยทีได เมทิลอะมิโนไพริดีน (DMAP) อยู่ด้วยที่อุณหภูมิห้องภายใต้บรรยากาศไนโตรเจน b) การออกชิไดซ์อะเซทิลไซโคลสปริน โดยการทำปฏิกิริยาอะเซทิลไซโคลสปอรินกับ โอโซน เพื่อทำให้เกิดอัลดีไฮด์ของอะเซทิลไซโคลสปอริน c) การเปลี่ยนอัลดีไฮด์ของอะเซทิลไซโคลสปอรินไปเป็นของผสมของ E- และ Z-ไอโซ เมอร์ของอะเซทิล 1,3-ไดอีนไซโคลสปอริน โดยการผสมอัลดีไฮด์ของอะเซทิลไซโคลส ปอริน กับไตรบิวทิลอัลลิล ฟอสพอเนียมโบรไมด์ โดยมีโปแตสเซียมเทอเชียรีบิวทอก ไซด์อยู่ด้วย และ d) การคลายการปกป้องของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของอะเซทิล 1,3-ไดอีนไซ โคลสปอริน โดยการละลายของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของอะเซทิล 1,3-ได อีน ในเมทานอล และน้ำ และโดยการเติมโปแตสเซียมคาร์บอนเนตลงไป เพื่อทำให้เกิด ของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ซึ่งถูกปรับปรุงที่ส่วนของกรดอะมิโน- 1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน 5 9. วิธีการเตรียมของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ซึ่งถูกปรับปรุงที่ส่วน ของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน โดยที่วิธีการดังกล่าวประกอบรวมด้วยขึ้นตอนของ a) การปกป้อง เบต้า-แอลกอฮอล์ของกรดอะมิโน-1 ของไซโคลสปอริน เพื่อทำให้เกิดไซ โคลสปอรินที่ถูกปกป้อง b) การออกซิไดซ์ไซโคลสปรินที่ถูกปกป้อง เพื่อทำให้เกิดอัลดีไฮด์ของไซโคลสปอรินที่ถูก ปกป้อง c) การทำปฏิกิริยาอัลดีไฮด์ของไซโคลสปอรินที่ถูกปกป้องด้วย แกมมา-ไตรเมทิลไซลิล ไดอัลคิลบอเรน หรือด้วย แกมมา-ไตรเมทิลไซลิลอัลลิลบอโรนิก แอสดิเอสเทอร์ เพื่อทำให้ เกิด เบต้า-ไตรเมทิลไซลิลแอลกอฮอล์ที่ถูกปรับปรุง d) การเปลี่ยนไซโคลสปอริน เบต้า-ไตรเมทิลไซลิลแอลกอฮอล์ ที่ถูกปรับปรุงไปเป็นของผสม ของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของ 1,3-ไดอีนไซโคลสปอริน ที่ถูกปกป้องโดยการทำปีเตอร์ สัน โอเลฟินเชั่น และ e) การคลายการปกป้องของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ ของ 1,3-ไดอีน ไซโคลสปอ ริน ที่ถุกปกป้องเพื่อให้ได้ผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลปอริน ซึ่งถูก ปรับปรุงที่ส่วนของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน 6 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่ ปีเตอร์สันโอเลฟิเนชั่นถูกกระทำภายใต้สภาวะที่ เป็นกรดและของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ประกอบรวมด้วย E-ไอโซเมอร์ มากกว่าหรือเท่ากับ 90% 6 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่ เบต้า-แอลกอฮอล์ของกรดอะมิโน-1 ของไซโคลสปอ รินถูกปกป้องโดยการทำปฏิกิริยาไซโคลสปอรินด้วยรีเอเจนท์ เพื่อให้ได้ไซโคลสปอรินที่ถูกปกป้อง ซึ่งถูกเลือกจากกลุ่มสารที่ประกอบด้วยอะซีเตทเอสเทอร์, เบนโซเอทเอสเทอร์, เบนโซเอทเอสเทอร์ที่ ถูกแทนที่ตำแหน่งในโครงสร้าง, อีเทอร์และไซลิลอีเทอร์ 6 2.วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่ เบต้า-แอลกอฮอล์ของกรดอะมิโน-1 ของไซโคลสปอ รินถูกปกป้องด้วย อะซีเตทเอสเทอร์ ซึ่งทำให้เกิดอะเซซิลไซโคลสปอรินที่ขั้นตอนการปกป้อง ประกอบรวมด้วย การผสมอะซีติกแอนไฮไดร์ดกับไซโคลสปอริน โดยมีไดเมทิลอะมิโนไพริดีน (DMAP) อยู่ด้วยที่อุณภูมิห้องภายใต้บรรยากาศไนโตรเจน 6
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่ ขั้นตอนการออกซิไดซ์ถูกกระทำด้วยสารออกซิไดซ์ ที่ถูกเลือกจากกลุ่มสารที่ประกอบด้วยโอโซน, โปแตสเซียมเพอร์แมงกาเนต, รูทีเนียมเททรอกไซด์, ออสเมียมเททรอกไซด์, ออสเมียมเททรอกไซด์บนโพลิเมอร์รองรับ, และรูทีเนียมคลอไรด์ 6
4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 63 โดยที่ สารออกไดซ์ คือ ไอโซน 6
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่ ปีเตอร์สันโอเลฟิเนชั่นถูกกระทำภายใต้ภาวะที่ เป็นกรด ทั้งนี้โดยที่กรดถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยกรดอะซีติก, กรดซัลฟูริก, และกรดเลวิส 6
6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่ ปีเตอร์สันโอเลฟินเชั่นประกอบรวมด้วย (i) การ ละลายไซโคลสปอริน เบต้า-ไตรเมทิลไซลิลแอลกอฮอที่ถูกปกป้องใน เททราไฮโดรฟูราน (THF) และ (ii) การเติมกรดซัลฟูริก เพื่อให้ได้ของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของ 1,3-ไดอีนไซโคลส ปอรินที่ถูกปกป้อง 6
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่ขั้นตอนคลายการปกป้องประกอบรวมด้วยการให้ ของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของ 1,3-ไดอีนไซโคลสปอรินที่ถูกปกป้องสัมผัสกับเบส 6
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 67 โดยที่ขั้นตอนคลายการปกป้องประกอบรวมด้วยการ ละลายของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของ 1,3-ไดอีนไซโคลสปอรินที่ถูกปกป้องในเมทานอล และน้ำ และการเติมเบสลงไปเพื่อให้ได้ของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายโซโคลสปอริน ซึ่งถูก ปรับปรุงที่ส่วนของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน 6
9. วิธีการเตรียมของผสมไอโซเมอร์ของสารที่คล้ายไซโคลสปอริน ซึ่งถูกปรับปรุงที่ส่วน ของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่แทนที่ 1,3-ไดอีน โดยที่ วิธีการดังกล่าวประกอบรวมด้วยขั้นตอน a) การปกป้อง เบต้า-แอลกอฮอล์ของกรดอะมิโน-1 ของไซโคลสปอริน เพื่อทำให้เกิดอะ เซทิลไซโคลสปอริน โดยการผสมอะซีติกแอนไฮไดรด์ กับไซโคลสปอริน โดยมีได เมทิลอะมิโนไพริดีน (DMAP) อยู่ด้วยที่อุณหภูมิห้องภายใต้บรรยากาศไนโตรเจน b) การออกชิไดซ์อะเซทิลไซโคลสปริน โดยการทำปฏิกิริยาอะเซทิลไซโคลสปอรินกับ โอโซน เพื่อทำให้เกิดอัลดีไฮด์ของอะเซทิลไซโคลสปอริน c) การทำปฏิกิริยาอัลดีไฮด์ของอะเซทิลไวโคลสปอริน ด้วย เบต้า-(แกมมา-ไตรเมทิลไซลิล-อัลลิล)- ไดเอทิลบอเรน เพื่อทำให้เกิดอะเซทิลไซโคลสปอริน เบต้า-ไตรเมทิลไซลิลแอลกอฮอล์ d) การเปลี่ยนอะเซทิลไซโคลสปอริน เบต้า-ไตรเมทิลไซลิลแอลกอฮอล์ ไปเป็นของผสมของ E- และ Z- ไอโซเมอร์ของอะเซทิล 1,3-ไดอีนไซโคลสปอริน โดยการทำปีเตอร์สันไอเล ฟิเนชั่นภายใต้ภาวะที่เป็นกรด โดยที่ปีเตอร์สันโอเลฟีเนชั่นประกอบรวมด้วยขั้นตอน ของ i) การละลายอะเซทิลไซโคลสปิริน เบต้า-ไตรเมทิลไซลิลแอลกอฮอล์ ในเททราไฮโดรฟู ราน (THF) และ ii) การเติมกรดซัลฟูริก เพื่อให้ได้ของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของอะเซทิล 1,3- ไดอีนไซโคลสปอริน และ e) คลายการปกป้องของผสมของ E- และ Z- ไอโซเมอร์ของอะเซทิล 1,3-ไดอีนไซโคลส ปอริน โดยการละลายของผสมของ E- และ Z-ไอโซเมอร์ของอะเซทิล 1,3-ไดอีน ใน เมทานอล และน้ำ และโดยการเติมโปแตสเซียมคาร์บอเนต เพื่อทำให้เกิดของผสมไอ โซเมอร์ของ 1,3-ไดอีนไซโคลสปอริน ซึ่งถูกปรับปรุงที่ส่วนของกรดอะมิโน-1 ด้วยหมู่ แทนที่ 1,3-ไดอีน
TH201003874A 2002-10-17 ของผสมของสารที่คล้ายไซโคลสปอรีน และการใช้เป็นสารปรับภูมิคุ้มกัน TH68046B (th)

Publications (3)

Publication Number Publication Date
TH95729B TH95729B (th) 2009-05-29
TH95729A TH95729A (th) 2009-05-29
TH68046B true TH68046B (th) 2019-02-08

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
DE69730688T2 (de) Oral anzuwendende arzneizubereitung
JP2001525363A (ja) オメガ−3脂肪酸油を含む医薬組成物
JP2009073850A (ja) 新規のシクロスポリン類似体のマイクロエマルションプレコンセントレート
JPH08157358A (ja) サイクロスポリン軟質カプセル剤組成物
CN102579340B (zh) 青藤碱囊泡及其制剂及制备方法
KR0183449B1 (ko) 사이클로스포린-함유 연질캅셀제
JP2014524467A (ja) デオキシコール酸およびその塩類の製剤
JP2006206615A (ja) 経口投与用シクロスポリン含有新規製剤
KR20000016761A (ko) 사이클로스포린-함유 연질캅셀제
EP0277352B1 (de) Synergistische Kombination von Azelastin und Theophyllin oder Azelastin und Beta-Mimetika
JPH10158156A (ja) 抗腫瘍剤
JPH0840880A (ja) 軟ゼラチンカプセル剤中のケトプロフエン溶液に基づく医薬製剤およびその調製法
TH68046B (th) ของผสมของสารที่คล้ายไซโคลสปอรีน และการใช้เป็นสารปรับภูมิคุ้มกัน
JPS61280435A (ja) サイクロスポリン類のリンパ指向性製剤
JP4690334B2 (ja) ビフェニルジメチルジカルボキシレート及びシリビンを含む経口用マイクロエマルション組成物
TH95729A (th) ของผสมของสารที่คล้ายไซโคลสปอรีน และการใช้เป็นสารปรับภูมิคุ้มกัน
KR101353443B1 (ko) 데옥시콜린산 나트륨이 없는 포스파티딜콜린 함유 주사제 조성물 및 이의 제조방법
JP3131112B2 (ja) シクロスポリン含有乳化組成物
JPH0614794A (ja) 大豆蛋白質起源のペプチドからなる免疫系賦活組成物
KR0142809B1 (ko) 간질환 치료용 약제조성물
JPH04295423A (ja) 制がん剤および制がん増強剤
JPS62192327A (ja) 抗腫瘍物質徐放性製剤
CN119384294A (zh) 用于治疗蠕形螨相关病症的抗胆碱能剂和毒蕈碱激动剂
US5389366A (en) Neocarzinostatin derivative composition for oral administration
CN1250378A (zh) 药物组合物